ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

หยุนม่านชิงบุตรสาวตัวจริงของจวนโหวหวยอันถูกสลับตัวไปเติบโตในชนบท เมื่อกลับสู่ครอบครัวนางหวังได้รับความรัก แต่กลับถูกหยุนโหรวเจียบุตรสาวตัวปลอมและคู่หมั้นทรยศจนต้องจบชีวิตในฐานะอนุภรรยาที่ถูกข่มเหง เมื่อได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงตื่นขึ้นเพื่อทวงคืนทุกสิ่งและเปิดโปงโฉมหน้าคนลวงโลก ม่านชิงเลิกโหยหาความเมตตาที่ไร้ค่าและมุ่งมั่นทำลายภาพลวงตาเหล่านั้น ทว่าในวันที่นางตัดสินใจตัดขาดจากตระกูล คนในจวนที่เคยทอดทิ้งกลับคุกเข่าอ้อนวอนไม่ให้นางจากไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

แม่นมฉินยืนอึ้งอยู่ตรงที่เก่าไม่ขยับ นางมองพิจารณาหยุนม่านชิงอย่างละเอียด ราวกับเพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น

สีหน้าของหยุนม่านชิงดูปกติดี แต่อารมณ์หลายๆ อย่างในใจของนางกลับปะทุขึ้นมาไม่หยุดหย่อน

ทุกเหตุการณ์ในอดีตชาติยังคงวนเวียนอยู่ในใจ ราวกับเป็นอีกภพหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น

นางเป็นคุณหนูตัวจริงของจวนท่านโหวหวยอัน แต่กลับถูกแม่นมสลับตัว จึงต้องระหกระเหินเร่ร่อนอยู่ข้างนอกมานานหลายปี

ครั้นเมื่อพบนางแล้ว คุณหนูใหญ่หยุนโหรวเจียผู้เป็นคุณหนูตัวปลอมกลับคอยขัดแข้งขัดขาและเล่นงานนางทุกวิถีทาง ทำให้นางถูกทุกคนในจวนโหวเกลียดชัง จนสุดท้ายก็ต้องทนทุกข์ทรมานจนตายอย่างน่าอนาถ

วันนี้ก็เช่นกัน หยุนโหรวเจียได้อาศัยจังหวะมอบดอกไม้ในการฉุดให้หยุนม่านชิงตกลงไปในสระบงกชพร้อมกัน

หยุนโหรวเจียจัดฉากได้แนบเนียนอย่างยิ่ง ในสายตาของทุกคนจึงดูเหมือนหยุนม่านชิงจะเป็นฝ่ายผลักนางตกน้ำเสียมากกว่า!

ซึ่งเหตุการณ์นี้เอง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หยุนม่านชิงตกลงสู่ความมืดมิดอันไร้จุดจบ

ทั้งหยุนโหรวเจียและพวกที่เคยทำร้ายนาง นางจะไม่ยอมปล่อยไปเด็ดขาด!

ความเกลียดชังทำให้สีหน้าของหยุนม่านชิงพลันเปลี่ยนไป ทว่าแม่นมกลับคิดว่านางกำลังตื่นตระหนกตกใจกลัวเพราะฮูหยินท่านโหว จึงดึงสติกลับมา ก่อนจะปลอบโยนว่า “ในเมื่อคุณหนูตัดสินใจแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวหรอกเจ้าค่ะ”

“ชุ่ยเซียงกระทำการล่วงเกินผู้เป็นนาย ข้าน้อยเห็นเองกับตาหมดแล้ว ประเดี๋ยวฮูหยินใหญ่จะเป็นคนจัดการแทนท่านเอง ฮูหยินไม่กล้าเอาความเรื่องนี้หรอกเจ้าค่ะ”

หยุนม่านชิงเก็บอารมณ์ความรู้สึก นางข่มความเกลียดชังที่ล้นอยู่เต็มอกเอาไว้ แล้วก็พูดกับแม่นมฉินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ขอบน้ำใจแม่นมมาก”

จากนั้นนางก็เร่งเร้าว่า “รบกวนแม่นมช่วยเลือกชุดเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เหมาะกับโอกาสให้ข้าสักตัวที”

แม่นมฉินหันกลับไปมองตู้เสื้อผ้าด้วยความลำบากใจ

หยุนม่านชิงรู้ดีว่านางกำลังลำบากใจด้วยเหตุผลอันใด ปัญหายากๆ ข้อนี้เป็นปัญหาที่นางจงใจโยนให้แม่นมฉินจัดการ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น

เนื่องจากนางเพิ่งถูกรับตัวกลับเข้าจวนได้เพียงหนึ่งเดือน ขณะที่ทุกคนมัวแต่ง่วนอยู่กับการปลอบใจหยุนโหรวเจียกันหมด จึงไม่มีผู้ใดนึกขึ้นได้ว่าจะต้องเตรียมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้นางเลยแม้เพียงคนเดียว

มีเพียงชุดเดียวเท่านั้นที่พอจะใส่ออกหน้าออกตาได้ มันคือชุดที่เพิ่งไปวัดตัวและตัดออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งเมื่อครู่นี้มันได้เปื้อนตะกอนโคลนจากสระบงกชจนมิอาจใส่ได้อีกแล้ว

ส่วนเสื้อผ้าที่เหลืออยู่เป็นเสื้อผ้าที่หยุนโหรวเจียเคยใส่และโละทิ้งให้กับนางนั่นเอง

“หรือว่า……” แม่นมฉินเสนอออกมาอย่างเก้ๆ กังๆ ว่า “ท่านแสร้งทำทีว่าป่วยแล้วก็ไม่ต้องไปจะดีกว่านะเจ้าคะ ทุกคนก็เห็นกับตาว่าท่านตกน้ำมา ย่อมเข้าใจได้อยู่แล้ว”

“นี่คืองานเลี้ยงวันเกิดของท่านย่า แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบปะกับทุกคนในที่สาธารณะด้วย” หยุนม่านชิงเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าพร้อมพูดด้วยสีหน้าเฉยชาว่า

“หากข้ามิไป นอกจากจะเป็นการเนรคุณแล้ว ยังจะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อีก”

ครั้งแรกมันสำคัญอย่างไรน่ะหรือ?

เมื่อชาติก่อน เป็นเพราะนางไม่ได้ไปร่วมงานหลังจากตกน้ำนี่แหละที่ทำให้คนอื่นฉวยโอกาสบิดเบือนความจริงจากถูกเป็นผิด จนสุดท้ายนางต้องกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบและต้องตกเป็นรองผู้อื่นอยู่เรื่อยมา!

แม่นมฉินรับใช้หยุนม่านชิงมาหนึ่งเดือนแล้ว ย่อมรู้ดีว่าในตู้เสื้อผ้ามีอาภรณ์แบบใดบ้าง

นางคิดว่าหยุนม่านชิงพูดจาสมเหตุสมผลดี จึงพูดเบาๆ ว่า “คุณหนูช่วยรอเดี๋ยวนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าน้อยจะไปหาเสื้อผ้าใหม่ๆ มาให้ท่านเองเจ้าค่ะ”

หลังจากที่แม่นมฉินลับไปจากสายตาแล้ว หยุนม่านชิงก็นั่งลงริมหน้าต่างและเริ่มจัดเรียบเรียงความคิดหลังจากเกิดใหม่

ขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิด ทันใดนั้นก็มีเสียง “ปัง” ดังมาจากด้านหลังของหน้าต่าง

แม้ว่าเสียงนั้นจะไม่ดังนัก แต่เมื่ออยู่ในห้องที่เงียบสงัด เสียงนั้นกลับฟังดูแปลกประหลาดและน่าขนลุกเป็นพิเศษ

ในเรือนหลิวซุ่ย นอกจากชุ่ยเซียงแล้วก็มีเพียงแม่นมฉินเท่านั้นที่คอยรับใช้อย่างใกล้ชิด ส่วนสาวใช้ที่เหลือได้ถูกส่งไปช่วยงานที่เรือนด้านหน้าหมดแล้ว เสียงเมื่อครู่นี้จึงผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด

หยุนม่านชิงลุกพรวดขึ้นมา พร้อมหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาใช้ป้องกันตัวเองทันที จากนั้นจึงค่อยๆ เดินย่องไปยังต้นตอของเสียง

จังหวะที่เดินอ้อมฉากกั้น ความหนาวเย็นระลอกหนึ่งก็ได้ถาโถมเข้ามาอย่างฉับพลัน นางยังไม่ทันได้ตั้งตัว กริชอันแหลมคมก็ปรากฏขึ้นที่คอของนางเสียแล้ว

“อย่าขยับ!” บุคคลนั้นยืนอยู่ข้างหลังหยุนม่านชิง น้ำเสียงที่เย็นชาและแหบพร่า แฝงไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างเห็นได้ชัด

ครั้นสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ต้นคอ หยุนม่านชิงก็ชะงักการกระทำลงชั่วขณะ แต่ไม่นานนัก นางก็สงบสติอารมณ์ลงอีกครั้ง “ท่านคิดจะทำสิ่งใด?”

คนที่อยู่ข้างหลังหาได้ตอบไม่ ทว่ากลับออกแรงกดกริชในมือมากยิ่งขึ้นเสียอย่างนั้น

ลมหายใจที่บุคคลนั้นพ่นออกมาเป่ารดอยู่ตรงข้างหูของหยุนม่านชิง มันแฝงไปด้วยความเย็นเหมือนต้นสนซีดาร์ แต่กลับร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก

เนื่องจากเมื่อชาติก่อนมิเคยเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ หยุนม่านชิงจึงนึกไม่ออกเลยว่า เหตุใดจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้ ทว่าขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูด ทันใดนั้น ปลายจมูกของนางกลับได้กลิ่นเลือดจางๆ ระลอกหนึ่งเสียอย่างนั้น

นางที่พอจะเดาบางอย่างออก จึงรีบพูดต่อทันทีว่า “ท่านได้รับบาดเจ็บมา มิหนำซ้ำยังต้องพิษเสียด้วย!”

บุคคลนั้นยังคงไม่เอ่ยคำใดออกมา ลมหายใจของเขาหอบถี่ อีกทั้งร่างกายที่อิงแอบไปกับหยุนม่านชิงยังสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ทั้งร้อนผ่าวและตึงเครียดอย่างยิ่ง

ตลอดหลายปีที่หยุนม่านชิงใช้ชีวิตอยู่ในชนบทมา นางได้เรียนวิชาแพทย์ขั้นสูงจากท่านอาจารย์จนเชี่ยวชาญอย่างหาตัวจับยาก เพราะทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมาก บวกกับปฏิกิริยาของบุรุษผู้นั้น นางจึงเดาออกแทบจะทันทีว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

ในเวลาเดียวกัน นางก็รู้สึกขนลุกวาบไปทั้งตัว

ในเรือนหลิวซุ่ยเหลือเพียงนางคนเดียวเท่านั้น ซึ่งด้านหลังคือ บุรุษผู้หนึ่งที่ถูกวางยาปลุกกำหนัด อีกทั้งยังมีวรยุทธ์อันแกร่งกล้าด้วย

หยุนม่านชิงกำกาน้ำชาในมือเอาไว้แน่น ความคิดมากมายแล่นผ่านเข้ามาในหัวของนาง ในขณะที่นางตัดสินใจจะสู้กันให้ตายไปข้าง ทันใดนั้นแรงตรึงที่ต้นคอก็พลันหายไปเสียอย่างนั้น

เกิดเสียงเนื้อกระทบพื้นขึ้น บุคคลนั้นล้มฟุบลงกับพื้นเสียแล้ว

หยุนม่านชิงถอยหลังกลับไปอย่างว่องไวเพื่อเว้นระยะห่าง จากนั้นจึงมองพิจารณาด้วยความหวาดระแวง

บุรุษที่นอนอยู่บนพื้นสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม พร้อมทั้งใช้ผ้าสีดำปิดบังใบหน้าเอาไว้ ทำให้มิอาจมองเห็นลักษณะใบหน้าได้

มีเพียงดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวของเขาเท่านั้นทึ่ถูกเผยออกมา แต่ในขณะนี้ มันกลับกลายเป็นสีแดงฉาน อีกทั้งยังมีม่านน้ำตาปกคลุมอย่างบางเบา ราวกับว่าเขากำลังพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถ

หยุนม่านชิงหาได้คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีบุรุษแปลกหน้าที่ถูกวางยาผู้หนึ่งอยู่ในห้อง หากผู้อื่นมารู้เข้า ชื่อเสียงของนางมีหวังได้รับผลกระทบเป็นแน่

ขณะที่นางกำลังจะลงมือจัดการอย่างเงียบๆ หางตาของนางก็ดันเหลือบไปเห็นว่า ปลายแขนเสื้อของเขาถูกปักลายขนอีกาสีแดงเข้มเอาไว้หนึ่งเส้น

เมื่อชาติก่อน นางเคยเห็นลวดลายเช่นนี้มาก่อน มันเป็นของมู่ถิงจือ พระนัดดาของฮ่องเต้นั่นเอง!

เมื่อหยุนม่านชิงตระหนักได้ดังนั้น นางก็ได้สลัดความกลัวทิ้งไป แล้วก็เข้าไปกระชากผ้าปิดหน้าของเขาออกทันที

เปล่งประกายดั่งทองคำ สุกปลั่งเหมือนดั่งหยกอุ่น ใบหน้าคมคายดั่งคมดาบ สันจมูกสูงสง่าราวกับทิวเขาสูง

ทว่าหางตาสีแดงก่ำที่เกิดจากความใคร่กลับทำลายความเย็นชาจนสิ้น

ครั้นเมื่อเลื่อนสายตาลงไป คงเพราะฤทธิ์ของยาหรือเพราะอารมณ์โทสะ ริมฝีปากบางๆ ที่ถูกเม้มแน่นของเขาจึงแผ่กลิ่นอายของความเย็นชาออกมา

ครั้นต้องเผชิญกับสายตาพินิจพิจารณาของหยุนม่านชิงแบบซึ่งๆ หน้า ดวงตาเป็นประกายอันเย็นชาคู่นั้นก็ได้เผยเจตนาฆ่าออกมามากยิ่งขึ้นไปอีก

มู่ถิงจือจริงๆ ด้วย!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย บอดี้การ์ดจ้าวหัวใจ ชุด One Night Stand
8.9
เดวิด อดีตทหารรับจ้างชาวอเมริกันผู้แข็งแกร่งต้องมารับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้พราวพลอย คุณหนูไฮโซผู้มั่งคั่งที่มักถูกสังคมตราหน้าว่าร้ายกาจ ทั้งที่ความจริงเธอคือเหยื่อที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุมเร้า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายสาวกับบอดี้การ์ดหนุ่มกลับทวีความเร่าร้อนเกินห้ามใจ เมื่อพราวพลอยตกอยู่ในบ่วงเสน่หาจนไม่อาจต้านทานการสำรวจอันเร่าร้อนของเดวิดได้ เขาค่อยๆ ครอบครองเธออย่างลึกซึ้งในค่ำคืนที่ความต้องการพุ่งพล่านจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า
8.7
ลู่เหยาต้องจบชีวิตอย่างน่าเวทนาหลังถูกสามีทอดทิ้งนานถึงสามปี ทิ้งให้บุตรชายต้องเผชิญโชคชะตาเพียงลำพัง ทว่าสวรรค์ให้โอกาสนางเกิดใหม่ในร่างอนุของสกุลจางคนเดิม แม้ฐานะจะเปลี่ยนไป แต่นางยอมหวนคืนสู่ขุมนรกนี้เพื่อปกป้องลูกรักและชำระแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตนางในชาติก่อน จากฮูหยินแสนดีที่เคยถูกเหยียดหยาม สู่การเป็นอนุสายสตรองที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนอย่างสาสม บทสรุปของความแค้นและสายใยแม่ลูกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัวหลังจากที่ตำแหน่งของลูกสาวถูกแย่งไป
7.9
หลังเสร็จสิ้นภารกิจลับระดับชาติ ฉันกลับพบว่าลูกสาวที่เพิ่งสอบผ่านเกณฑ์ฝึกงานของ UN ถูกลักพาตัวไปขังไว้ในโรงเรียนอย่างทารุณ โดยฝีมือของลูกคุณหนูจอมปลอมที่อ้างสิทธิ์แย่งชิงตำแหน่งนั้นไป พร้อมคำประจบสอพลอจากครูที่อ้างว่าพ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้นเป็นมหาเศรษฐีและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ซึ่งความจริงแล้วฐานะเหล่านั้นคือตัวตนลับของฉันและสามี ความโกรธแค้นจึงประทุขึ้นเมื่อความลับถูกสวมรอย ฉันจึงเริ่มสาวไส้ผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกสาว
หน้าปกนวนิยาย สยบรักมาเฟีย
9.1
ความบาดหมางยาวนานแปดทศวรรษระหว่างคอลิเอโน่และการ์เซียน่า สองขั้วอำนาจแห่งกรุงโรมกลับมาระอุอีกครั้งหลังเหตุลอบวางเพลิงโกดังสินค้า ท่ามกลางเพลิงสงครามที่ปะทุขึ้น ดอนมิคาเอลยอมเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อตามหาและปกป้องอนงค์นาง หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลของเฟรโด การกระทำที่ท้าทายนี้สร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่คำสั่งล้างแค้นด้วยการเผาคฤหาสน์คืน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมความรักและหยดเลือดที่ยากจะสิ้นสุดลงได้ง่ายๆ