
พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่
ตอน 2
แม่นมฉินยืนอึ้งอยู่ตรงที่เก่าไม่ขยับ นางมองพิจารณาหยุนม่านชิงอย่างละเอียด ราวกับเพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น
สีหน้าของหยุนม่านชิงดูปกติดี แต่อารมณ์หลายๆ อย่างในใจของนางกลับปะทุขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
ทุกเหตุการณ์ในอดีตชาติยังคงวนเวียนอยู่ในใจ ราวกับเป็นอีกภพหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น
นางเป็นคุณหนูตัวจริงของจวนท่านโหวหวยอัน แต่กลับถูกแม่นมสลับตัว จึงต้องระหกระเหินเร่ร่อนอยู่ข้างนอกมานานหลายปี
ครั้นเมื่อพบนางแล้ว คุณหนูใหญ่หยุนโหรวเจียผู้เป็นคุณหนูตัวปลอมกลับคอยขัดแข้งขัดขาและเล่นงานนางทุกวิถีทาง ทำให้นางถูกทุกคนในจวนโหวเกลียดชัง จนสุดท้ายก็ต้องทนทุกข์ทรมานจนตายอย่างน่าอนาถ
วันนี้ก็เช่นกัน หยุนโหรวเจียได้อาศัยจังหวะมอบดอกไม้ในการฉุดให้หยุนม่านชิงตกลงไปในสระบงกชพร้อมกัน
หยุนโหรวเจียจัดฉากได้แนบเนียนอย่างยิ่ง ในสายตาของทุกคนจึงดูเหมือนหยุนม่านชิงจะเป็นฝ่ายผลักนางตกน้ำเสียมากกว่า!
ซึ่งเหตุการณ์นี้เอง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หยุนม่านชิงตกลงสู่ความมืดมิดอันไร้จุดจบ
ทั้งหยุนโหรวเจียและพวกที่เคยทำร้ายนาง นางจะไม่ยอมปล่อยไปเด็ดขาด!
ความเกลียดชังทำให้สีหน้าของหยุนม่านชิงพลันเปลี่ยนไป ทว่าแม่นมกลับคิดว่านางกำลังตื่นตระหนกตกใจกลัวเพราะฮูหยินท่านโหว จึงดึงสติกลับมา ก่อนจะปลอบโยนว่า “ในเมื่อคุณหนูตัดสินใจแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวหรอกเจ้าค่ะ”
“ชุ่ยเซียงกระทำการล่วงเกินผู้เป็นนาย ข้าน้อยเห็นเองกับตาหมดแล้ว ประเดี๋ยวฮูหยินใหญ่จะเป็นคนจัดการแทนท่านเอง ฮูหยินไม่กล้าเอาความเรื่องนี้หรอกเจ้าค่ะ”
หยุนม่านชิงเก็บอารมณ์ความรู้สึก นางข่มความเกลียดชังที่ล้นอยู่เต็มอกเอาไว้ แล้วก็พูดกับแม่นมฉินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ขอบน้ำใจแม่นมมาก”
จากนั้นนางก็เร่งเร้าว่า “รบกวนแม่นมช่วยเลือกชุดเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เหมาะกับโอกาสให้ข้าสักตัวที”
แม่นมฉินหันกลับไปมองตู้เสื้อผ้าด้วยความลำบากใจ
หยุนม่านชิงรู้ดีว่านางกำลังลำบากใจด้วยเหตุผลอันใด ปัญหายากๆ ข้อนี้เป็นปัญหาที่นางจงใจโยนให้แม่นมฉินจัดการ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น
เนื่องจากนางเพิ่งถูกรับตัวกลับเข้าจวนได้เพียงหนึ่งเดือน ขณะที่ทุกคนมัวแต่ง่วนอยู่กับการปลอบใจหยุนโหรวเจียกันหมด จึงไม่มีผู้ใดนึกขึ้นได้ว่าจะต้องเตรียมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้นางเลยแม้เพียงคนเดียว
มีเพียงชุดเดียวเท่านั้นที่พอจะใส่ออกหน้าออกตาได้ มันคือชุดที่เพิ่งไปวัดตัวและตัดออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งเมื่อครู่นี้มันได้เปื้อนตะกอนโคลนจากสระบงกชจนมิอาจใส่ได้อีกแล้ว
ส่วนเสื้อผ้าที่เหลืออยู่เป็นเสื้อผ้าที่หยุนโหรวเจียเคยใส่และโละทิ้งให้กับนางนั่นเอง
“หรือว่า……” แม่นมฉินเสนอออกมาอย่างเก้ๆ กังๆ ว่า “ท่านแสร้งทำทีว่าป่วยแล้วก็ไม่ต้องไปจะดีกว่านะเจ้าคะ ทุกคนก็เห็นกับตาว่าท่านตกน้ำมา ย่อมเข้าใจได้อยู่แล้ว”
“นี่คืองานเลี้ยงวันเกิดของท่านย่า แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบปะกับทุกคนในที่สาธารณะด้วย” หยุนม่านชิงเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าพร้อมพูดด้วยสีหน้าเฉยชาว่า
“หากข้ามิไป นอกจากจะเป็นการเนรคุณแล้ว ยังจะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อีก”
ครั้งแรกมันสำคัญอย่างไรน่ะหรือ?
เมื่อชาติก่อน เป็นเพราะนางไม่ได้ไปร่วมงานหลังจากตกน้ำนี่แหละที่ทำให้คนอื่นฉวยโอกาสบิดเบือนความจริงจากถูกเป็นผิด จนสุดท้ายนางต้องกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบและต้องตกเป็นรองผู้อื่นอยู่เรื่อยมา!
แม่นมฉินรับใช้หยุนม่านชิงมาหนึ่งเดือนแล้ว ย่อมรู้ดีว่าในตู้เสื้อผ้ามีอาภรณ์แบบใดบ้าง
นางคิดว่าหยุนม่านชิงพูดจาสมเหตุสมผลดี จึงพูดเบาๆ ว่า “คุณหนูช่วยรอเดี๋ยวนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าน้อยจะไปหาเสื้อผ้าใหม่ๆ มาให้ท่านเองเจ้าค่ะ”
หลังจากที่แม่นมฉินลับไปจากสายตาแล้ว หยุนม่านชิงก็นั่งลงริมหน้าต่างและเริ่มจัดเรียบเรียงความคิดหลังจากเกิดใหม่
ขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิด ทันใดนั้นก็มีเสียง “ปัง” ดังมาจากด้านหลังของหน้าต่าง
แม้ว่าเสียงนั้นจะไม่ดังนัก แต่เมื่ออยู่ในห้องที่เงียบสงัด เสียงนั้นกลับฟังดูแปลกประหลาดและน่าขนลุกเป็นพิเศษ
ในเรือนหลิวซุ่ย นอกจากชุ่ยเซียงแล้วก็มีเพียงแม่นมฉินเท่านั้นที่คอยรับใช้อย่างใกล้ชิด ส่วนสาวใช้ที่เหลือได้ถูกส่งไปช่วยงานที่เรือนด้านหน้าหมดแล้ว เสียงเมื่อครู่นี้จึงผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
หยุนม่านชิงลุกพรวดขึ้นมา พร้อมหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาใช้ป้องกันตัวเองทันที จากนั้นจึงค่อยๆ เดินย่องไปยังต้นตอของเสียง
จังหวะที่เดินอ้อมฉากกั้น ความหนาวเย็นระลอกหนึ่งก็ได้ถาโถมเข้ามาอย่างฉับพลัน นางยังไม่ทันได้ตั้งตัว กริชอันแหลมคมก็ปรากฏขึ้นที่คอของนางเสียแล้ว
“อย่าขยับ!” บุคคลนั้นยืนอยู่ข้างหลังหยุนม่านชิง น้ำเสียงที่เย็นชาและแหบพร่า แฝงไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างเห็นได้ชัด
ครั้นสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ต้นคอ หยุนม่านชิงก็ชะงักการกระทำลงชั่วขณะ แต่ไม่นานนัก นางก็สงบสติอารมณ์ลงอีกครั้ง “ท่านคิดจะทำสิ่งใด?”
คนที่อยู่ข้างหลังหาได้ตอบไม่ ทว่ากลับออกแรงกดกริชในมือมากยิ่งขึ้นเสียอย่างนั้น
ลมหายใจที่บุคคลนั้นพ่นออกมาเป่ารดอยู่ตรงข้างหูของหยุนม่านชิง มันแฝงไปด้วยความเย็นเหมือนต้นสนซีดาร์ แต่กลับร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก
เนื่องจากเมื่อชาติก่อนมิเคยเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ หยุนม่านชิงจึงนึกไม่ออกเลยว่า เหตุใดจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้ ทว่าขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูด ทันใดนั้น ปลายจมูกของนางกลับได้กลิ่นเลือดจางๆ ระลอกหนึ่งเสียอย่างนั้น
นางที่พอจะเดาบางอย่างออก จึงรีบพูดต่อทันทีว่า “ท่านได้รับบาดเจ็บมา มิหนำซ้ำยังต้องพิษเสียด้วย!”
บุคคลนั้นยังคงไม่เอ่ยคำใดออกมา ลมหายใจของเขาหอบถี่ อีกทั้งร่างกายที่อิงแอบไปกับหยุนม่านชิงยังสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ทั้งร้อนผ่าวและตึงเครียดอย่างยิ่ง
ตลอดหลายปีที่หยุนม่านชิงใช้ชีวิตอยู่ในชนบทมา นางได้เรียนวิชาแพทย์ขั้นสูงจากท่านอาจารย์จนเชี่ยวชาญอย่างหาตัวจับยาก เพราะทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมาก บวกกับปฏิกิริยาของบุรุษผู้นั้น นางจึงเดาออกแทบจะทันทีว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
ในเวลาเดียวกัน นางก็รู้สึกขนลุกวาบไปทั้งตัว
ในเรือนหลิวซุ่ยเหลือเพียงนางคนเดียวเท่านั้น ซึ่งด้านหลังคือ บุรุษผู้หนึ่งที่ถูกวางยาปลุกกำหนัด อีกทั้งยังมีวรยุทธ์อันแกร่งกล้าด้วย
หยุนม่านชิงกำกาน้ำชาในมือเอาไว้แน่น ความคิดมากมายแล่นผ่านเข้ามาในหัวของนาง ในขณะที่นางตัดสินใจจะสู้กันให้ตายไปข้าง ทันใดนั้นแรงตรึงที่ต้นคอก็พลันหายไปเสียอย่างนั้น
เกิดเสียงเนื้อกระทบพื้นขึ้น บุคคลนั้นล้มฟุบลงกับพื้นเสียแล้ว
หยุนม่านชิงถอยหลังกลับไปอย่างว่องไวเพื่อเว้นระยะห่าง จากนั้นจึงมองพิจารณาด้วยความหวาดระแวง
บุรุษที่นอนอยู่บนพื้นสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม พร้อมทั้งใช้ผ้าสีดำปิดบังใบหน้าเอาไว้ ทำให้มิอาจมองเห็นลักษณะใบหน้าได้
มีเพียงดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวของเขาเท่านั้นทึ่ถูกเผยออกมา แต่ในขณะนี้ มันกลับกลายเป็นสีแดงฉาน อีกทั้งยังมีม่านน้ำตาปกคลุมอย่างบางเบา ราวกับว่าเขากำลังพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถ
หยุนม่านชิงหาได้คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีบุรุษแปลกหน้าที่ถูกวางยาผู้หนึ่งอยู่ในห้อง หากผู้อื่นมารู้เข้า ชื่อเสียงของนางมีหวังได้รับผลกระทบเป็นแน่
ขณะที่นางกำลังจะลงมือจัดการอย่างเงียบๆ หางตาของนางก็ดันเหลือบไปเห็นว่า ปลายแขนเสื้อของเขาถูกปักลายขนอีกาสีแดงเข้มเอาไว้หนึ่งเส้น
เมื่อชาติก่อน นางเคยเห็นลวดลายเช่นนี้มาก่อน มันเป็นของมู่ถิงจือ พระนัดดาของฮ่องเต้นั่นเอง!
เมื่อหยุนม่านชิงตระหนักได้ดังนั้น นางก็ได้สลัดความกลัวทิ้งไป แล้วก็เข้าไปกระชากผ้าปิดหน้าของเขาออกทันที
เปล่งประกายดั่งทองคำ สุกปลั่งเหมือนดั่งหยกอุ่น ใบหน้าคมคายดั่งคมดาบ สันจมูกสูงสง่าราวกับทิวเขาสูง
ทว่าหางตาสีแดงก่ำที่เกิดจากความใคร่กลับทำลายความเย็นชาจนสิ้น
ครั้นเมื่อเลื่อนสายตาลงไป คงเพราะฤทธิ์ของยาหรือเพราะอารมณ์โทสะ ริมฝีปากบางๆ ที่ถูกเม้มแน่นของเขาจึงแผ่กลิ่นอายของความเย็นชาออกมา
ครั้นต้องเผชิญกับสายตาพินิจพิจารณาของหยุนม่านชิงแบบซึ่งๆ หน้า ดวงตาเป็นประกายอันเย็นชาคู่นั้นก็ได้เผยเจตนาฆ่าออกมามากยิ่งขึ้นไปอีก
มู่ถิงจือจริงๆ ด้วย!
คุณอาจจะชอบ





