หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

8.7 / 10.0
เมื่อชีวิตบีบให้เป็นหมาจนตรอก ‘ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด’ นำเสนอเส้นทางสายดาร์กของเด็กส่งยาที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องเผชิญหน้ากับ ‘ปืน’ มาเฟียหนุ่มใหญ่ใน romance novel แนว modern action เรื่องนี้ ท่ามกลางอันตรายและการหักหลังที่ต้องเลือกระหว่างภารกิจหรือความตาย
เรื่องย่อ ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
อ่านเพิ่มเติม

ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด ตอนที่ 1

ตึก...ตึก...ตึก

เสียงฝีเท้าของฉันดังกระทบกึกก้องไปทั่วทางเดินในตรอกซอยแคบข้างผับชื่อดังแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองของประเทศไทย

รองเท้าผ้าใบสีซีดเหยียบย่ำไปบนพื้นสกปรก แถมยังมีน้ำเสียเจิ่งนองเป็นวงกว้างทั่วบริเวณ กลิ่นของมันโชยเข้ามาในจมูกจนฉันต้องเบ้หน้าอย่างขยะแขยง และฉันต้องพยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะเดินไม่ให้น้ำเน่าๆ พวกนั้นมันกระเด็นใส่ขา

ถ้าเลือกได้ฉันก็จะไม่เข้ามาในตรอกซอยบ้าๆ นี่เด็ดขาด แต่เพราะว่ามันเลือกไม่ได้ไง…

“พี่ต้น!”

ริมฝีปากบางสีชมพูธรรมชาติโพล่งเรียกชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง ที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงกองเก้าอี้และโต๊ะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งผู้ชายคนนี้เขาก็คือพี่ชายแท้ๆ ของฉันเอง

ฉันชื่อเตนล์ มีพี่ชายชื่อต้น พี่ต้นอายุยี่สิบห้าปี ส่วนฉันนั้นอายุเพียงแค่สิบเก้า โดยปกติแล้วในวันธรรมดาแบบนี้ถ้าเป็นคนในวัยเดียวกันก็น่าจะไปโรงเรียนกันหมดแล้ว แต่ฉันกลับไม่ได้ไป หรือจะพูดให้ถูกก็คือไม่มีปัญญาที่จะส่งตัวเองเรียนให้จบ

ตั้งแต่พ่อกับแม่ของฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในช่วงที่ฉันอายุสิบสามปี ฉันกับพี่ต้นก็เลิกเรียนมาตั้งแต่นั้น

ญาติน่ะมี แต่เขาไม่ให้พึ่ง เราจึงต้องดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยตัวเองเพราะใครๆ ก็ผลักไสเรา

“เอายานี่ไปส่งให้กูหน่อย”

กล่องนมธรรมดาๆ ถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน แต่ข้างในนั้นมันกลับสอดไส้ยานรกเอาไว้

‘เด็กส่งยา’ นี่แหละคืออาชีพของเราสองพี่น้อง

แม้ว่ามันจะไม่ใช่อาชีพสุจริต แต่เราสองคนก็ไม่เกี่ยง เหตุผลเพราะว่ามันทำเงินให้เราได้ดีกว่าการทำงานอย่างอื่นเป็นไหนๆ แม้ว่ามันจะเสี่ยงสักหน่อยก็ตาม

ฉันกับพี่ต้นเริ่มทำอาชีพนี้ตั้งแต่ที่ถูกญาติๆ ของพ่อและแม่ผลักไสแล้วล่ะ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีอะไรกิน แล้วถามหน่อยเถอะว่าเด็กอายุยังไม่ถึงยี่สิบนี่จะหางานดีๆ เงินเยอะๆ ได้ยังไง การที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นหมาจนตรอกมันทำให้เราสองคนเลือกจะทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อความอยู่รอด

สมบัติของพ่อกับแม่ก็ไม่มี เหลือเพียงแค่บ้านไม้เก่าๆ ไว้ให้ซุกหัวนอนก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว

คติของฉันคือ ‘ไม่เลือกงาน ไม่เลือกจน’ แต่แนะนำว่าอย่าทำแบบฉันเลยดีกว่า ถ้ายังอยากมีชีวิตที่สดใสอยู่น่ะนะ เพราะชีวิตของฉันตอนนี้มันมืดมนจนยากที่จะหาทางออกได้แล้ว

ส่วนคุณสมบัติหลักที่จะมาเป็นเด็กส่งยาได้คือ สกิลเท้าต้องดี พ่อมาเมื่อไหร่ต้องเหยียบให้มิด ไม่งั้นก็จบ…

“จะให้เอาไปส่งที่ไหนล่ะ”

โดยปกติแล้วฉันไม่ได้ไปรับงานจากเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่เองหรอก มีแต่พี่ต้นนี่แหละที่คอยไปเอายามาให้ แล้วให้ฉันเอาไปส่งกับผู้ค้ารายย่อยอีกที หรือบางทีก็ส่งให้กับคนเสพทั่วๆ ไป

แต่ทว่าสิ่งที่อยู่ในมือของฉันตอนนี้เหมือนจะเป็นของผู้ค้ารายย่อยมากกว่า เพราะน้ำหนักของมันที่สัมผัสได้ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว

“ที่ผับพีเอ็นคลับ”

ชื่อผับที่พี่ต้นบอกมาทำให้ฉันพอรู้อยู่บ้างว่ามันอยู่ที่ไหน เมื่อรู้ที่หมายแล้วฉันก็เก็บกล่องนมนั้นยัดใส่กระเป๋าเป้ของตัวเอง ที่สะพายห้อยพาดไหล่เอาไว้แค่สายเดียวอย่างหมิ่นเหม่

“วันนี้มีแค่นี้เหรอพี่” ฉันเงยหน้าขึ้นถามพี่ชายของตัวเองเพื่อความแน่ใจ เพราะถ้าไม่มีอะไรต้องส่งอีกฉันก็จะได้กลับบ้านไปนอนพัก ซึ่งพี่ต้นก็พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนพูดเสริมออกมา

“ระวังตัวด้วยล่ะ รายย่อยคนนี้มันจู้จี้จุกจิก อย่าให้ของหายและอย่าถูกจับเป็นอันขาด”

“อืม”

ประโยคกำชับที่เปล่งออกมาทำให้ฉันตอบรับในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกมาจากตรอกซอยแคบๆ นั้น

พรึบ!...ผลัก!

“เฮ้ย!!” ทว่าเดินออกมาได้เพียงไม่นานกระเป๋าเป้ที่ฉันสะพายเอาไว้ กลับถูกผู้ชายคนหนึ่งกระชากออกไปอย่างง่ายดาย มันผลักตัวฉันจนเซถลาไปด้านข้างเล็กน้อย แต่เมื่อตั้งสติได้เท้าเล็กทั้งสองข้างก็รีบวิ่งตามหลังมันไปทันที

ตึก...ตึก...ตึก…

“หยุดนะ!!” ฉันพยายามตะโกนไล่หลังมันสุดเสียง แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าจะเอ่ยปากขอให้คนแถวนั้นช่วยก็เกรงว่าคนที่จะถูกจับจะกลายเป็นฉันซะเอง

มันน่ะแค่โดนข้อหาวิ่งราว แต่ฉันนี่สิโดนเต็มๆ

และด้วยความที่มันเป็นผู้ชาย เรียวขานั้นจึงยาวกว่าฉันหลายเท่า แถม สกิลเท้ามันยังเหนือกว่าฉันเป็นไหนๆ ดูท่าแล้วน่าจะเป็นมืออาชีพพอสมควร ตำรวจที่เคยวิ่งไล่จับฉันยังไม่สกิลเท้าดีขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

แม่ง...ขโมยอะไรไม่ขโมย เสือกมาขโมยยาบ้า บักปอบ!

“เชี่ยเอ๊ย!” ฉันถึงกับต้องสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อไม่สามารถที่จะวิ่งตามมันได้ทัน

เท้าของฉันจำต้องหยุดชะงัก สองมือท้าวที่เข่าของตัวเองด้วยท่าทีที่เหนื่อยหอบ เหงื่อกายมากมายแตกพลั่กลงมาจนชุ่มตามกรอบหน้าเนียน

ฉันยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อของตัวเองออกลวกๆ และพอจะล่วงรู้ได้เลยว่าถ้ากลับไปต้องเจอกับอะไร

จากที่เวลานี้กำลังปาดเหงื่อ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าฉันอาจจะต้องยกหลังมือขึ้นมาเพื่อปาดเช็ดเลือดของตัวเอง

ชะตาของฉันมันกำลังจะขาด…

อ่านต่อ

สารบัญ ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทางรักแบบภัยพิบัติ
9.6
ภาพชีวิตคู่สามปีที่แสนสมบูรณ์แบบแท้จริงแล้วปราศจากความรัก ชายผู้เป็นสามีได้จัดฉากและควบคุมทุกจังหวะก้าวมาตั้งแต่เริ่มเข้าพิธีวิวาห์ เขาใช้ความสัมพันธ์จอมปลอมบังหน้าเพื่อซ่อนเร้นจุดประสงค์บางอย่าง ทุกเหตุการณ์ล้วนเป็นหมากที่เขาเดินไว้อย่างรัดกุม เมื่อเจตนาซึ่งถูกเก็บงำมาตลอดถึงคราวต้องเปิดเผย ชีวิตคู่ที่เคยสงบสุขจึงต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย มันจะเปลี่ยนเส้นทางรักให้กลายเป็นภัยพิบัติที่พร้อมพังทลายทุกสิ่ง และนำไปสู่บทสรุปที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าจุดจบจะลงเอยเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย เปลวไฟแห่งรุ่งอรุณใหม่
8.0
ในวาระสุดท้ายของชีวิตที่แสนยาวนาน หญิงสาวคาดหวังคำบอกรักจากสามีผู้ซื่อสัตย์ แต่เขากลับถอนหายใจพลางสารภาพความในใจว่าเขารู้สึกเหนื่อยล้ากับการครองคู่ครั้งนี้ และโหยหาชีวิตเรียบง่ายกับหญิงสาวชาวประมงในอดีต ผู้ที่เคยช่วยชีวิตและหลอกว่าเป็นภรรยาของเขา แม้ในวันที่เขาจำความได้จะเลือกทิ้งผู้หญิงคนนั้นเพื่อกลับมาหาภรรยาตัวจริงและจัดงานแต่งที่ยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะจากไป เขากลับเอ่ยว่าเสียดายช่วงเวลาที่ไม่ได้เป็นเพียงชาวประมงนิรนาม
หน้าปกนวนิยาย ต้องทำเช่นใดให้พวกท่านลุ่มหลง
8.5
เมื่อน้องชายวัยสี่ขวบขึ้นครองบัลลังก์ องค์หญิงรั่วเสียนจึงต้องรับภาระปกป้องอำนาจจากศัตรูรอบทิศ หนทางเดียวคือการผูกมัดใจเสนาบดีกัวผู้ทรงอิทธิพล ทว่าเขากลับปฏิเสธการแต่งงานและพยายามหาชายอื่นมาให้แทน นางจึงต้องงัดกลเม็ดการยั่วยวนทุกวิถีทางเพื่อสยบเขาให้ได้ แต่แล้วรั่วเสียนกลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเสนาบดีกัวไม่ได้มีเพียงคนเดียว! เรื่องราวความรักสุดเร่าร้อนในรั้ววังที่ต้องใช้เสน่ห์แลกกับการรักษาบัลลังก์ท่ามกลางความลับที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักสีรุ้ง
8.1
สายรุ้งตัดสินใจเผชิญหน้ากับสามีด้วยความอัดอั้นตันใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด หล่อนเอ่ยปากถามพี่กรอย่างประชดประชันถึงเหตุผลที่เขาไม่ยอมหย่าขาดจากกัน เพียงเพราะยังกอบโกยผลประโยชน์ไม่พอใจใช่หรือไม่ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกรแสดงท่าทีตกใจและคุกคามด้วยการกระชากกระเป๋าเดินทางของหล่อนทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วพื้นห้อง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แตกสลายและหัวใจที่บอบช้ำจนเกินจะเยียวยาต่อไปได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ขย่มรักร้ายนายรูมเมทสุดหล่อ
9.2
เพราะงบน้อยทำให้ฉันต้องจำใจเช่าบ้านราคาถูกร่วมกับรูมเมทหนุ่มหล่อผู้ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงด้วยการพาผู้หญิงมานอนไม่ซ้ำหน้า จนกระทั่งคืนหนึ่งความสัมพันธ์ของเรากลับล้ำเส้น เมื่อเขาเลือกที่จะไม่ป้องกันเพียงเพราะเห็นว่าฉันยังไร้เดียงสา แม้ฉันจะโต้แย้งด้วยความกังวลในความเจ้าชู้ของเขา แต่เขากลับยืนยันอย่างมั่นใจว่าที่ผ่านมาเขาระมัดระวังตัวกับคนอื่นเสมอ ยกเว้นแค่กับฉันคนเดียวเท่านั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากความใกล้ชิดในบ้านเช่าจึงปะทุขึ้นอย่างไม่อาจเลี่ยง
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์คู่รักข้างรั้ว
8.9
มะนาว ครูสอนโยคะผู้รักความเงียบสงบย้ายเข้าสู่บ้านหลังใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตที่เรียบง่าย แต่ความฝันนั้นกลับถูกรบกวนโดย ภูผา วิศวกรหนุ่มจอมป่วนข้างบ้านที่สร้างเสียงดังและเรื่องน่าหงุดหงิดให้เธอไม่เว้นวัน แม้เธอจะพยายามปิดกั้นตัวเองจากความวุ่นวายของเขาเพียงใด แต่เมื่อเสียงเหล่านั้นเงียบหายไป หัวใจเธอกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างน่าประหลาด รั้วที่เคยแบ่งเขตบ้านอาจตั้งตระหง่านอยู่เช่นเดิม แต่กลับไม่อาจขวางกั้นความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาได้เลย
ตอน
อ่านเลย
แชร์