หน้าปกนวนิยาย เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย

เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย

9.3 / 10.0
“ทำไมต้องเป็นหนูคะ” “ก็เห็นเธอแล้วมันเสี้ยนปาก ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือ ถูกใจตั้งแต่แรกพบ เห็นแล้วเงี่ยน เธอหน้าสวย หุ่นเอ็กซ์ ทั้ง ๆ ที่อายุเท่านี้ เห็นแล้วอยากเอาจนเอ็นแข็ง ยื่นข้อเสนอไปแล้วเธอกลับปฏิเสธ มันก็เลยยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เหตุผลมีแค่นี้ ส่วนเธอจะยอมหรือไม่ก็แล้วแต่ ตัดสินใจเองฉันไม่บังคับอยู่แล้ว” “โอ้เอ้เล่นตัวคิดจะเรียกเงินเพิ่มหรือไง รู้หรือเปล่าว่าหนี้น้องชายเธอเท่าไหร่ เกือบล้านเชียวนะ เงินจำนวนนี้สำหรับฉันมันแค่ขี้เล็บ แต่กับเธอที่มีแม่ป่วยติดเตียงก็คงไม่ใช่เรื่องเล็ก” “ฉันยอมค่ะ เมื่อไหร่คะ ที่ฉันต้องทำ” เขายิ้มมุมปากคล้ายสมใจ “หมายถึงทำอะไรล่ะ” ผักบุ้งก้มหน้า พูดเสียงเบา “ทะ ทำเรื่องนั้น ขายตัวให้คุณ” “ตอนนี้” “ห๊า ตอนนี้เหรอคะ” “จะ ทำอะไรหนูคะ” “อย่าถามมาก เงียบ!” เขาเอาแต่จ้องมองนมใหญ่ของเธอแล้วอุ้มเธอมาที่เตียง "สวยดีนี่...นมใหญ่ชิบ" เคย์ไม่ได้สนใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยสักนิด มือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบรุนแรงจนแดงช้ำไปหมด "อื้อ อา....เจ็บ!.." "จำไว้ตั้งแต่วินาทีนี้หนูคือเด็กของเฮียเคย์ ยินดีกับตำแหน่งนี้ด้วย ปกติเฮียค่อนข้างเลือกเด็ก หนูถูกใจเฮียถือว่าโชคดีมาก"

เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย ตอนที่ 1

@ไนต์คลับ

"ผักบุ้ง!!"

เสียงตะโกนเรียกโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นไม่ขาดสาย ก่อนสาวน้อยร่างเล็กเจ้าของชื่อ ผักบุ้ง จะขานรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ถึงแม้ภายในใจจะเหนื่อยแสนเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม

"ขา เจ้!!"

หญิงสาวใบหน้าทรงเสน่ห์ วัย 22ปี เดินมาหา เจ้นก ผู้จัดการของไนต์คลับชื่อดังที่เธอทำงานอยู่ด้วยท่าทางขะมักเขม้น

"ผักบุ้งคนสวย นางฟ้าของเจ้! มาหาเจ้เร็วๆ"

เจ้นกกวักมือเรียกเด็กสาวให้รีบเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางรีบร้อน ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู

"มีอะไรหรือเปล่าคะ ยิ้มหวานเชียว"

ผักบุ้งเอ่ยถามอย่างสงสัย ท่าทางของอีกฝ่ายเริ่มไม่น่าไว้วางใจจริงๆ

"วันนี้มีแขกSUPER V.I.P มาหลายคนเลย รวย ๆ กันทั้งนั้น เขามาจองชั้นบนไว้ทั้งชั้นเลยนะ"

เจ้นกพูดไปพลางทำหน้าเพ้อฝันอย่างมีความสุข แตกต่างจากผักบุ้งที่ยังงงงวยกับอีกฝ่าย คิดว่าจะมีเรื่องอะไรสำคัญเสียอีก

"ค่ะ...แล้วเจ้เรียกหนูมาทำไมคะ"

"วันนี้เด็กที่ร้านมีไม่พอ เจ้ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ" เจ้นกพูดพลางมองเด็กสาวตาหวานอย่างมีเลศนัย

"แต่เจ้คะ บุ้งไม่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่านะ เราคุยกันไว้แล้ว"

ผักบุ้งเริ่มโอดครวญเมื่อเริ่มจะเข้าใจความต้องการของอีกฝ่าย

"แค่ขึ้นไปชงเหล้าให้แขกเฉยๆน่า ไม่มีการแตะตัว ไม่มีเรื่องเกินเลย แนนกับปอยก็อยู่ เจ้ไม่ได้ให้บุ้งอยู่คนเดียว นะหนูนะ ช่วยเจ้เหอะ"

"แต่เจ้....."

เด็กสาวเริ่มกลัวเธอไว้ใจเจ้นกแต่ไม่ไว้ใจแขกผู้ชายที่นี่เลยสักคน พวกปากว่าตาขยิบเธอไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยแม้แต่น้อย

"โถ่...ผักบุ้ง หนูรู้ไหมว่าหนูเป็นเด็กที่สวยที่สุดที่เจ้เคยเจอมาเลย แต่หนูดันเอาความสวยมาหลบนั่งคิดเงินอยู่หลังคอมนี่นะ เจ้เสียดายแทนเลย เอางี้ พรุ่งนี้มีเรียนใช่ไหม งั้นเจ้ให้ทิปพิเศษสามเท่าเลย ถ้าหนูขึ้นไปดูแลแขก"

"แล้วถ้าเขาลวนลามหนูล่ะคะ"

หญิงสาวเริ่มจิตใจเอนเอียงเมื่อได้ยินค่าตอบแทนที่จะได้รับ แต่ก็ยังไม่วายกล้า ๆ กลัว ๆ เหมือนเดิม

"อืม...งั้น..เอานี่ไป ถ้าพวกมันลวนลามบุ้งเมื่อไหร่ก็เอานี่ไปจี้มันเลย เด็กชงเหล้าของเจ้ ทุกคนรู้ว่าไม่ใช่เด็กเอ็น แค่ชงเหล้าเฉย ๆ ข้างบนก็มีเด็กเอ็นอยู่แล้ว ไม่มีใครแตะเด็กอย่างหนูหรอกมันเป็นมารยาทน่ะ”

เจ้นกทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะวิ่งไปหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าขนาดเล็กในกระเป๋ามาใส่มือหญิงสาว

“นี่อะไรคะ”

“เครื่องช๊อตไฟฟ้า”

“ให้หนูเหรอคะ”

“ใช่ ป้องกันตัว พอใจยัง เจ๊ทำขนาดนี้แล้วนะ”

ผักบุ้งมองของในมืออย่างชั่งใจ ก่อนจะเงยหน้าถามว่า

“ใช้ยังไงคะ”

เจ้นกยิ้ม แปลว่าผักบุ้งตกลงแล้ว เธอจึงสอนวิธีใช้ให้ผักบุ้ง ผักบุ้งตั้งใจฟังและทดสอบเมื่อสามารถใช้เป็นแล้วจึงพูดต่อว่า

"โอเค บุ้งขึ้นไปทำให้ก็ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา"

ผักบุ้งทำสีหน้าขึงขังก่อนจะเตรียมหันหลังเดินขึ้นไปยังชั้นบนของไนต์คลับ

"เดี๋ยว!!...หนูจะไปชุดนี้ไม่ได้ มานี่เลยแม่สาวน้อย"

ผักบุ้งถูกดึงไปยังห้องแต่งตัวก่อนจะถูกจับเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด จากเสื้อยืดกางเกงขายาวธรรมดาๆกลายเป็นชุดพนักงานกระโปรงสั้นมากจนแทบจะเห็นแก้มก้น ดีที่เสื้อยังเป็นเสื้อแขนยาวสีขาว ผูกหูกระต่ายที่คอ ยังต้องสวมที่คาดผมหูกระต่ายเพื่อให้ดูน่ารักเข้ากันกับชุด

ผักบุ้งยืนมองตัวเองในกระจกอย่างอึ้งๆ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุเข้าเลขสองไม่เคยเลยที่จะแต่งตัวแบบนี้ มันดูแปลก ๆ แต่โชคดีที่ขาของเธอสวยจึงดูน่ารักไม่น้อย

"คงไม่มีใครมาจับขาฉันหรอกนะ ทำไมกังวลแบบนี้ฟะ ไม่เอาน่าบุ้งเธอต้องสู้สิวะ"

หญิงสาวตบแก้มตัวเองสองสามครั้งพลางพูดให้กำลังใจตัวเองไปด้วย สำหรับชีวิตเด็กสู้ชีวิตอย่างเธอก็มีแค่นี้แหละ พึ่งพาแต่ตัวเอง เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทน ในเมื่อต้นทุนในชีวิตของคนเรามันไม่เท่ากัน

@ห้อง SUPER V.I.P

กลางห้องขนาดใหญ่ปรากฏมีชายหนุ่มหล่อสี่สองคนที่รูปร่างสูงใบหน้าคมต่างนั่งจ้องหน้ากัน

ในขณะที่รอบๆห้องถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าชายชุดดำเกือบยี่สิบคน ที่ได้แต่ยืนมองเจ้านายของพวกตนอย่างเงียบๆเช่นกัน หญิงสาวสี่ห้าคนที่นั่งขนาบข้างก็ได้แต่อึกอักมือไม้สั่นอย่างหวาดกลัว เพราะเหล่าหนุ่มหล่อแต่ละคนก็ต่างแผ่รังสีอำมหิตออกมาไม่ต่างกัน

"กูคิดว่ามึงจะจัดการมันเงียบๆ"

ชายหนุ่มคนแรกเอ่ยขึ้น

"มันแหกปากเองช่วยไม่ได้"

ชายหนุ่มคนที่สองเอ่ยขึ้น

"มึงก็เลยอัดมันซะเละขนาดนั้น ไอ้ห่าเมฆ"

ตามมาด้วยคนที่สามที่เอ่ยออกมานิ่งๆ

"มันท้าทายยังหาเรื่อง กูไม่คิดจะออมมืออยู่แล้ว"

ชายหนุ่มที่ชื่อ เมฆ ตอบกลับเพื่อนของตนไปอย่างไม่แยแส

"แล้วมึงจะมานั่งกลุ้มทำไมวะ!"

เสียงชายหนุ่มคนแรกหรือ วาทิม เอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

"กูพึ่งรู้ว่าไอ้ห่านั่นเป็นพี่ชายของตัวเล็ก"

"เชี้ยแล้วไงไอ้เมฆ ถ้าตัวเล็กรู้เข้ามึงจบแน่"

ชายหนุ่มคนที่สอง หรือ ฌอน พูดขึ้นอย่างหนักใจแทนเพื่อน

"เออ... แม่ง กูควรทำไงดีวะ"

"กูก็คงช่วยไม่ได้ เรื่องความรักกูขอบาย"วาทิมเอ่ยขึ้นอย่างตัวใครตัวมัน

เมฆได้แต่นั่งหน้าเครียดอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี มืดแปดด้านไปหมด

"อ่อน...!"

เสียงชายหนุ่มคนสุดท้ายเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งเงียบมานาน สายตาเย็นชากวาดมองเพื่อนตัวเองอย่างสมเพช

"แค่ผู้หญิงคนเดียว มึงจำเป็นต้องเรียกพวกกูมาไหม เสียเวลา!"

เคย์พูดขึ้นโดยไม่รักษาน้ำใจใครเลยสักคน

"ถ้าวันไหนมึงมีความรัก มึงจะรู้"

เมฆมองหน้าเพื่อนแล้วทำหน้าหยัน

"เหอะ!..คนอย่างกูไม่เคยง้อผู้หญิงโว้ย"

เคย์แค่นยิ้มร้ายกาจออกมา พลางยกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบตรงนั้น มืออีกข้างก็ยกแก้วไวน์หมุนไปมา พลางจ้องมองเข้าไปในนั้น

คนอย่างเคย์ไม่มีทางหลงงมงายไปกับความรักงี่เง่าจอมปลอมเด็ดขาด

ก๊อก!..ก๊อก!...

"ขออนุญาตเข้าไปนะคะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นก่อนจะผลักประตูเข้าไปช้าๆ

ผักบุ้งถึงกลับผงะ ไม่รู้ว่าตนเองเข้าไปขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า สายตาทุกคู่ถึงได้จ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียว

"ยัยบุ้ง มานี่ๆ"

เสียงหญิงสาวรุ่นพี่กวักมือเรียกให้เดินเข้าไปหา

"ค่ะ พี่แนน"

ร่างบางเดินเข้าไปอย่างเงอะงะ ก้าวขาแทบไม่ออกประหม่าไปหมด

"มานั่งข้างๆคุณเคย์เร็ว"

แนนโยนงานหินให้รุ่นน้องเพราะดูเหมือนว่าชายหนุ่มที่ชื่อเคย์จะโหดที่สุดในบรรดาชายหนุ่มทั้งสี่คนนี้แล้ว

"ค่ะ"

ร่างบางถูกจับให้มานั่งข้างๆชายหนุ่มหน้าโหด อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สายตาหวานกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มก่อนจะถูกสายตาเย็นชาสบกลับมาผักบุ้งถึงกับสะดุ้ง

"อย่านั่งนิ่งสิบุ้ง รินไวน์ให้คุณเขาด้วย"

เสียงรุ่นพี่ที่นั่งข้างๆเอ่ยเรียกสติของเด็กสาวอีกรอบ

"ค่ะๆ"

มือไม้สั่นเทาค่อยๆรินไวน์ใส่แก้วให้ชายหนุ่มอย่างช้าๆ รู้สึกอยากหดร่างกายของตัวเองให้เหลือเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้

"พอแล้ว"

เสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น แทบจะชิดใบหูเล็ก ผักบุ้งถึงกับขนลุกซู่ ย่นคอหนีอย่างหวาดๆ

อ่านต่อ

สารบัญ เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
To save her family from bankruptcy and debt, young Pichaya is forced into a humiliating contract as a plaything for Poramet, a billionaire diamond tycoon. Though he views her as a mere commodity with no right to be the mother of his children, Pichaya must endure his cold cruelty and savage desires. Trapped in a cycle of submission until she graduates, she realizes that the man the world admires is a heartless predator who will never grant her freedom as long as he remains unsatisfied.
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้
ตอน
อ่านเลย
แชร์