หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง

ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง

8.1 / 10.0
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง

ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง ตอนที่ 1

“อ๊าย!”

ซูเยว่ซีสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย ร่างกายเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

ยังไม่ทันได้สติดี สาวใช้ชุนถิงก็วิ่งตรงเข้ามาจากข้างนอกด้วยสีหน้าปีติยินดี จนน้ำตาแทบจะไหลออกมา

“คุณหนู! ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว!”

ซูเยว่ซีเห็นชุนถิง ก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

นางคว้าผ้าห่มที่อยู่ใต้ตัว มองสำรวจไปรอบ ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันคือการตกแต่งที่คุ้นหน้าคุ้นตา

ที่นี่คือโลกใต้พิภพ หรือว่า...

นางตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?

“คุณหนู คุณหนูไม่รู้หรอกเจ้าค่ะ ตอนที่ได้ยินว่าคุณหนูกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ฮูหยินตกใจจนเป็นลมไปเลยเจ้าค่ะ พอฟื้นขึ้นมาก็อยู่เฝ้าดูแลคุณหนูอยู่หลายวัน วันนี้ยังไปสวดมนต์ขอพรที่วัดต้าเล่ออีกด้วย ตอนนี้คุณหนูฟื้นขึ้นมาแล้ว น่าจะเป็นเพราะความศรัทธาอันแรงกล้าของฮูหยินที่ทำให้เทพเทวดาดลบันดาลแน่เลยเจ้าค่ะ!”

สายตาของซูเยว่ซีจับจ้องมองไปที่ชุนถิง ความสงสัยผุดขึ้นมาภายในใจ

นี่นาง... กลับชาติมาเกิดงั้นเหรอ?

หากนางไม่ได้ถูกซูโหรวใส่ร้ายจนต้องโทษโดยการจับไปตัดแขนจัดขายัดไว้ในสุ่มเหมือนหมู ตระกูลของท่านตาก็คงไม่ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลเพราะนาง!

ทั้งหมดที่ผ่านมามีโอกาสเริ่มต้นใหม่ได้!

แล้วก็ชุนถิง...

ซูเยว่ซีมองชุนถิง รู้สึกแสบจมูก น้ำตาเกือบจะไหลออกมา

ชาติที่แล้ว ชุนถิงถูกซูโหรวทรมานจนตายเพื่อที่จะช่วยเหลือนาง

ชาตินี้นางจะต้องปกป้องชุนถิงให้ได้

“คุณหนูเป็นอะไรไปเหรอเจ้าคะ?” ชุนถิงเห็นซูเยว่ซีเหม่อลอย ก็ยื่นมือโบกอยู่ตรงหน้าของซูเยว่ซี ก่อนจะพูดพึมพำออกมา “คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ ท่านหมอบอกว่าตราบใดที่คุณหนูฟื้นขึ้นมาก็ไม่เป็นอันใดแล้ว แล้วก็จะไม่มีโรคแทรกซ้อนอันใดด้วยเจ้าค่ะ

คำพูดประโยคเดียวของชุนถิง ดึงอารมณ์ความคิดของซูเยว่ซีกลับมาทันที

ตกน้ำ... ใช่! คือซูโหรว!

ถ้านางจำไม่ผิดล่ะก็ ชาติที่แล้ว ซูโหรวตั้งใจพานางไปล่องเรือชมดอกไม้

จุดประสงค์ก็เพื่อให้นางตกน้ำ จะได้ไม่สามารถไปร่วมงานวันเกิดของท่านตาได้

เช่นนั้นซูโหรวก็จะสามารถใช้บทกวีที่เขียนด้วยอักษรเสี่ยวจ้วนของนาง ไปแสดงฝีมืออวดในงานเลี้ยงจนเฉิดฉายได้

ส่วนนางก็จะถูกซูโหรวจงใจสร้างสถานการณ์ว่านางเป็นหญิงสาวที่ลุ่มหลงในความรัก ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงไปในทะเลสาบ

พอมาคิด ๆ ดูแล้ว เกรงว่าตอนนี้อวิ๋นถังยวี่กับซูโหรวน่าจะมีความสัมพันธ์กันเรียบร้อยแล้ว

ไม่อย่างนั้น ซูโหรวจะฉวยโอกาสจากความไว้ใจที่ตัวเองมีต่อนาง แอบบอกกับนางเป็นนัย ๆ มาโดยตลอดว่าอวิ๋นถังยวี่ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ด้วยเหตุนี้ถึงได้ชักศึกเข้าบ้าน ทำร้ายครอบครัวของท่านตา แล้วก็ทำร้ายตัวเองด้วยอย่างนั้นหรือ!

ฟ้าเบื้องบนเห็นใจ ให้นางได้กลับมาเกิดใหม่อีกชาติ ชาตินี้เกรงว่าซูโหรวจะไม่มีโอกาสดีเช่นนั้นได้อีกต่อไปเสียแล้ว

ของที่เป็นของนาง นางจะแย่งชิงกลับมาทั้งหมด

ชุนถิงมองคุณหนูของตัวเองนั่งอยู่บนเตียง ไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น ไม่รู้ว่าคุณหนูกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ จึงเอ่ยปากถามออกไปตรง ๆ

“คุณหนูไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ ฮูหยินบอกเอาไว้แล้วว่าถ้าคุณหนูฟื้นขึ้นมา จะไม่บีบบังคับให้คุณหนูตัดความสัมพันธ์กับถังยวี่ซื่อจื่ออีกเจ้าค่ะ”

ซูเยว่ซีสะบัดหัว กำลังจะพูดอะไร แต่ก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอกเสียก่อน “น้องหญิง... น้องหญิงไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?”

หลังจากได้ยินเสียงนี้ ร่างกายของซูเยว่ซีก็แข็งชะงักทันที ทั้งยังสั่นเทาเล็กน้อย

สาเหตุที่สั่นไม่ได้มาจากความหวาดกลัวภายในใจ แต่เนื่องจากว่าตื่นตัวเกินไป นางจะไม่มีวันลืมเสียงนี้ตราบชั่วชีวิตของนาง

เสียงของซูโหรว

ชุนถิงยังไม่ทันได้พูด ซูโหรวก็พุ่งตัวเข้ามาก่อน ควงแขนของซูเยว่ซีทันที

ความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดจากความเกลียดชังแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ ซูเยว่ซีแทบจะกัดลิ้นตัวเองถึงจะสามารถฝืนไม่ให้ตัวเองแสดงความเกลียดชังอันแรงกล้าออกมา

ซูโหรวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่หวานจับใจ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่อง “น้องหญิง ดูเหมือนน้องหญิงจะดีขึ้นไม่น้อยแล้ว ตอนที่น้องหญิงตกลงไปในทะเลสาบเมื่อหลายวันก่อน ข้ารู้สึกเป็นกงวลแทบแย่”

ซูเยว่ซีมองซูโหรวอย่างเงียบ ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก

ตอนที่ซูโหรวเพิ่งจะเข้าจวนซูมา ตอนนั้นซูหยวนจิ้นผู้เป็นบิดาโกหกว่าซูโหรวเป็นลูกสาวของครอบครัวสายรองตระกูลซู เนื่องจากหลายปีก่อนตั้งใจเล่าเรียนอย่างยากลำบาก ทำให้ได้รับการดูแลจาก ‘บิดา’ ของซูโหรว ตอนนี้ ‘บิดา’ ของซูโหรวเสียชีวิตไปแล้ว ซูหยวนจิ้นจึงพาสองแม่ลูกมาดูแลที่เมืองจิง

เหตุการณ์ตกน้ำในครั้งนี้ ซูโหรวไม่เพียงแต่จะช่วยเหลือนาง ยังคอยมาดูแลนางอย่างสม่ำเสมอ การดูแลเอาใจใส่แบบนี้ ทำให้ท่านแม่รู้สึกซาบซึ้งใจมาก เห็นด้วยกับเรื่องที่ท่านพ่อจะรับนางมาเป็นลูกบุญธรรม

หลังจากนั้นมา ชีวิตความเป็นอยู่ของซูโหรวก็ไม่ต่างอะไรจากซูเยว่ซี

คนที่ไม่รู้ก็คิดว่าซูโหรวต่างหากที่เป็นบุตรีของฮูหยินเอกแห่งจวนซู

เมื่อชาติที่แล้ว ซูเยว่ซีก็ดีกับซูโหรวแบบนี้เหมือนกัน ไม่ระแวดระวังเลยแม้แต่น้อย มันถึงได้เป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะ ส่งผลทำให้ครอบครัวท่านตาต้องมีอันเป็นไป ตัวเองก็ถูกตัดแขนตัดขา กลายเป็นคนพิการ!

ชาตินี้นางจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งเป็นแน่

เมื่อคิดแบบนี้ ซูเยว่ซีก็ปัดมือของซูโหรวที่วางอยู่บนหลังมือของตัวเองออกไป ก่อนจะพูดขึ้นอย่างยิ้ม ๆ “ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว พี่ซูโหรวไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”

ท่าทีที่เย็นชาและเหินห่างของซูเยว่ซีทำให้ซูโหรวอึ้งไปทันที

หลังจากนั้นก็แสดงสีหน้าท่าทางโทษตัวเองออกมา

“น้องหญิง พี่ผิดเอง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าท่านพ่อบุญธรรมไม่เต็มใจให้น้องกับพี่ถังยวี่คบหากัน แต่กลับแอบส่งจดหมายให้กับพวกเจ้าทั้งสอง แถมยังขอให้เขามาพบน้องอีก ทำให้น้องตกลงไปในทะเลสาบ ถ้าน้องเป็นอันใดขึ้นมา...”

เพียะ!

ซูโหรวยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงตบหน้าดังขึ้นมาอย่างชัดแจ๋ว

ซูโหรวเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ รอยฝ่ามือประทับบนใบหน้าอย่างชัดเจน ถามขึ้นด้วยความตกใจ “น้องหญิง นี่เจ้าทำอันใด”

นังชั้นต่ำซูเยว่ซีนี่กล้ามาตบหน้านางงั้นเหรอ?

อ่านต่อ

สารบัญ ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
ตอน
อ่านเลย
แชร์