ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

หยุนม่านชิงบุตรสาวตัวจริงของจวนโหวหวยอันถูกสลับตัวไปเติบโตในชนบท เมื่อกลับสู่ครอบครัวนางหวังได้รับความรัก แต่กลับถูกหยุนโหรวเจียบุตรสาวตัวปลอมและคู่หมั้นทรยศจนต้องจบชีวิตในฐานะอนุภรรยาที่ถูกข่มเหง เมื่อได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงตื่นขึ้นเพื่อทวงคืนทุกสิ่งและเปิดโปงโฉมหน้าคนลวงโลก ม่านชิงเลิกโหยหาความเมตตาที่ไร้ค่าและมุ่งมั่นทำลายภาพลวงตาเหล่านั้น ทว่าในวันที่นางตัดสินใจตัดขาดจากตระกูล คนในจวนที่เคยทอดทิ้งกลับคุกเข่าอ้อนวอนไม่ให้นางจากไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

หลังจากประหลาดใจไปชั่วขณะ หัวใจของหยุนม่านชิงพลันเอ่อล้นไปด้วยความปิติยินดี

มู่ถิงจือเป็นพระโอรสเพียงพระองค์เดียวของมู่หวนอี้รัชทายาทผู้ล่วงลับไปแล้ว องค์รัชทายาททรงสิ้นพระชนม์ไปแล้วถึงหกปี ทว่าฮ่องเต้กลับยังมิได้พระราชทานบรรดาศักดิ์องค์รัชทายาทพระองค์ใหม่ขึ้นมา ทำให้ฐานันดรในฐานะพระนัดดาของฮ่องเต้ยังคงทรงเกียรติยิ่ง

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ พระนัดดาของฮ่องเต้พระองค์นี้ยังคงหนุ่มแน่นและมีแววอันโดดเด่น หาใช่เพียงมีพรสวรรค์อันล้ำเลิศเท่านั้น หากแต่ยังมีวรยุทธ์อันแกร่งกล้า อีกทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้อย่างยิ่ง

ติดตรงที่เขาเป็นคนเย็นชามาตั้งแต่เกิด แล้วก็ไม่เป็นมิตรกับผู้ใดทั้งสิ้น

บนเส้นทางการล้างแค้นของหยุนม่านชิง นอกเหนือจากหยุนโหรวเจียและทุกคนในจวนท่านโหวแล้ว ยังมีผู้ที่ทรงอำนาจอย่างเหลือล้นในราชวงศ์อีกด้วย

หากเข้าหาพระนัดดาของฮ่องเต้สำเร็จ ทุกอย่างน่าจะง่ายดายขึ้นมากทีเดียว ด้วยเหตุนี้ นางจึงตัดสินใจในทันทีว่าจะช่วยเขา “ท่านถูกวางยาพิษ ข้าช่วยถอนพิษให้ท่านได้นะเจ้าคะ”

ทันทีที่จบประโยคดังกล่าว มู่ถิงจือก็เบือนหน้าหนี ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งที่แฝงไปด้วยความไม่ไยดีว่า “มิต้อง”

ช่างเป็นการปฏิเสธที่กระชับรวบรัดเสียเหลือเกิน

สำหรับบุคคลนี้ หยุนม่านชิงตั้งใจแล้วว่าจะช่วยให้จงได้

นางดูออกว่า มู่ถิงจือไม่ได้โดนวางยาปลุกกำหนัดเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังถูกผสมยาพิษชนิดอื่นเข้าไปด้วย ร่างกายของเขาอ่อนเปลี้ยจนใช้กำลังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นางจะทำเยี่ยงไรก็ได้มิใช่หรือ?

หยุนม่านชิงหาได้สนใจคำปฏิเสธของเขาไม่ นางช้อนตัวมู่ถิงจือขึ้นมาทันที

โชคดีที่นางมักจะเดินทางข้ามน้ำข้ามเขาไปเก็บสมุนไพรอยู่บ่อยครั้ง จึงมีพละกำลังอย่างเหลือล้น มิฉะนั้น ด้วยรูปร่างสูงใหญ่กำยำของมู่ถิงจือ นางคงมิอาจพยุงเขาเพียงลำพังได้

ทันทีที่ร่างกายของทั้งสองคนสัมผัสกัน เสียงครางที่ยากจะข่มเอาไว้ได้ก็ดังมาจากลำคอของมู่ถิงจือ

ทันใดนั้น ใบหน้าอันหล่อเหลาเหลือเกินนั้นถึงกับแดงก่ำ เขาหันหน้าหนีด้วยความอับอาย ในระหว่างที่หอบหายใจ เขาก็ยังฝืนใจปฏิเสธว่า “อย่า!”

เขาจะยอมมีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับสตรีแปลกหน้าเพราะถูกวางยาได้เยี่ยงไรกัน?

ครั้นเห็นสีหน้าท่าทีเย็นชาและกระอักกระอ่วนของเขา หยุนม่านชิงที่พอจะเดาความคิดของเขาออกก็ได้ส่งเสียงหึออกมา ก่อนจะพูดว่า “ยาปลุกกำหนัดในตัวท่านมิใช่สิ่งที่อดทนแล้วจะหายไปเองหรอกนะเจ้าคะ”

“หากไม่รีบขจัดทิ้งโดยเร็วที่สุด ภายในหนึ่งชั่วยามนี้ เส้นเอ็นจะต้องฉีกขาดเป็นแน่ วางใจได้เลย ข้าไม่ลวนลามท่านแน่”

นางไม่ได้มียาถอนพิษที่ตรงกับอาการอยู่ในมือ มีเพียงเข็มเงินที่นำกลับมาจากชนบทเท่านั้น

การฝังเข็มต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเห็นผล หากในระหว่างนี้ มู่ถิงจือควบคุมตัวเองมิได้ ทุกอย่างจะเป็นอันจบสิ้น

บังเอิญเหลือเกินที่หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายตอนตกน้ำแล้ว อ่างอาบน้ำที่อยู่ในห้องยังมีน้ำเย็นเหลืออยู่ ซึ่งสามารถบรรเทาอาการร้อนรุ่มและกระสับกระส่ายของเขาได้ชั่วคราว

มู่ถิงจือสูงกว่านางมากนัก น้ำหนักตัวทั้งหมดที่ทิ้งไปกับร่างกายของนาง บวกกับลมหายใจอันร้อนผ่าวที่ถูกพ่นลงทั่วศีรษะของนาง ทำให้เกิดอาการจั๊กจี้เล็กน้อย

ย่างก้าวของทั้งสองคนพันกันไปมา จนกระทั่งลากเขาอ้อมฉากกั้นมาจนถึงอ่างอาบน้ำได้อย่างทุลักทุเลแล้ว จากนั้นหยุนม่านชิงก็หลับตาลงเพื่อทำการเปลื้องเสื้อผ้าของมู่ถิงจืออย่างลวกๆ

มือของนางอ่อนนุ่มอย่างมาก เนื่องจากหลับตาและมองไม่เห็น การสัมผัสแบบสุ่มสี่สุ่มห้าจึงเหมือนกับการจุดชนวนให้กับร่างกาย ราวกับเป็นการทรมานในอีกรูปแบบหนึ่งเสียมากกว่า

“บังอาจ!” มู่ถิงจือกลืนน้ำลายลงไป เขาขัดขืนพลางตะโกนโวยวายออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งที่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “เจ้ากล้าดีเยี่ยงไร……”

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงของเขาก็ได้ถูกจังหวะการหอบหายใจที่รุนแรงจากความอดทนอดกลั้นกลบเอาไว้เสียแล้ว

“ข้าก็มิได้อยากทำนักหรอกเจ้าค่ะ” หยุนม่านชิงรีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกและเสื้อชั้นในของเขาออกอย่างว่องไว ก่อนจะคลำหาเข็มขัดของเขา “ที่นี่ไม่มียาถอนพิษ ทำได้แค่ฝังเข็มระบายพิษเท่านั้น หากท่านยังสวมเสื้อผ้าอยู่ แล้วข้าจะฝังเข็มให้ท่านเยี่ยงไรเล่า?”

นางเองก็ไม่กล้าเปลื้องผ้าออกทั้งหมดเช่นกัน ฉะนั้นแล้ว หลังจากเปลื้องผ้าจนเหลือเพียงกางเกงชั้นใน นางก็หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งและผลักเขาลงไปในน้ำทั้งอย่างนั้น

ทว่าจังหวะที่กำลังจะตกน้ำ ไม่รู้ว่ามู่ถิงจือไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน อยู่ดีๆ เขากลับจับข้อมือของนางเอาไว้เสียอย่างนั้น

โลกหมุนคว้าง สายน้ำเย็นกระเซ็นไปทั่ว หยุนม่านชิงที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถูกเขาฉุดลงอ่างอาบน้ำด้วยกันเฉยเลย!

นางที่เปียกโชกไปทั้งตัวพยายามจะฝืนลุกขึ้นมา แต่กลับยังคงไม่กล้าลืมตาเหมือนเก่า ทุกสัมผัสล้วนแต่เป็นร่างกายอันร้อนผ่าวและแข็งแกร่งของเขาทั้งสิ้น

ร่างกายอันร้อนผ่าวของมู่ถิงจือที่สัมผัสกับน้ำเย็นคล้ายจะสงบลงชั่วขณะ เขาฉวยโอกาสคว้ามือนางไว้ แล้วก็ดันนางให้แนบไปกับขอบอ่าง จากนั้นจึงพูดว่า “อย่าขยับ……”

หยุนม่านชิงไม่กล้าขยับอีก

ขนาดของอ่างอาบน้ำไม่ใหญ่มากนัก สามารถจุทั้งสองคนได้เกือบจะพอดี อีกฝั่งหนึ่งของอาภรณ์ชั้นบางๆ นางสัมผัสได้ถึงความแข็งตึงของเขาที่แนบไปกับต้นขาของนางได้อย่างแจ่มชัด……

สมองของมู่ถิงจืออื้ออึงไปหมด ร่างกายที่เกร็งแน่นสูญเสียการควบคุมไปชั่วขณะ สัญชาตญาณบอกให้เขาโน้มตัวเข้าไปข้างหน้า เพื่อจะสัมผัสกับนางให้มากกว่านี้

แววตาของเขาพร่ามัว ร่างกายของเขาสั่นไหวเล็กน้อย หมายจะซุกไซ้เข้าไปใกล้ลำคออันขาวผ่องของนางเสียให้ได้……

ความร้อนผ่าวตามร่างกายของมู่ถิงจือราวกับสามารถส่งต่อกันได้ ขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มีหวังได้เสียการควบคุมจริงๆ เป็นแน่!

หยุนม่านชิงพยายามจะดึงเข็มเงินที่อยู่ในมือออกมา จากนั้นก็จิ้มลงที่จุดเฟิงฝู่ของเขาด้วยความเด็ดขาดทันที

มู่ถิงจือหยุดการกระทำลงโดยพลัน ทั้งสองคนยังคงค้างอยู่ในท่าโอบกอดกันในอ่างอาบน้ำ ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกัน ไม่มีผู้ใดขยับเขยื้อนอันใดต่อเลย

ด้านนอกประตู เสียงของแม่นมฉินที่ค่อยๆ ดังเข้ามาเรื่อยๆ ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและร้อนระอุภายในห้องทันที

“คุณหนูรองเจ้าคะ ทุกคนกำลังช่วยงานกันอยู่ที่เรือนด้านหน้า ไม่รู้ว่ากุญแจคลังอยู่ที่ใด คงต้องสวมเท่าที่มีไปก่อนนะเจ้าคะ”

หัวใจของหยุนม่านชิงจุกอยู่ในลำคอ เนื่องจากกลัวว่าแม่นมฉินจะพรวดพราดเข้ามา จึงพูดขึ้นทันทีว่า “เข้าใจแล้ว ข้าขอชำระร่างกายก่อน แม่นมรออยู่ข้างนอกนั่นแหละ”

เนื่องจากน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อยของนาง ทำให้แม่นมฉินรู้สึกไม่ชอบมาพากล ครั้นมองผ่านฉากกั้นไปก็เห็นสถานการณ์ภายในได้ไม่ชัดนัก จึงถามด้วยความสงสัยว่า “ท่านชำระร่างกายแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ?”

“เหงื่อดันออกอีกแล้วน่ะสิ” หยุนม่านชิงพยายามจะแก้ต่างว่า “อีกเดี๋ยวเดียวก็อาบเสร็จแล้วล่ะ”

โชคดีเหลือเกินที่นับตั้งแต่กลับมาที่นี่ นางไม่เคยให้ผู้ใดช่วยอาบน้ำให้เลย ฉะนั้นแม่นมฉินจึงมิได้สงสัยอันใด “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยจะรอท่านอยู่ข้างนอกนะเจ้าคะ”

หยุนม่านชิงถอนหายใจยาวออกมา จากนั้นจึงค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำ

การเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้เนื้อหนังที่แนบชิดเกิดการเสียดสีกันจนเกิดความรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาโดยพลัน ส่งผลให้มู่ถิงจือเผลอครางเสียงต่ำออกมาตามสัญชาตญาณ

หยุนม่านชิงที่มือไวตาไวรีบปิดปากเอาไว้ทันที พร้อมทั้งเตือนว่า “อย่างมากสุดอีกหนึ่งชั่วยามข้าก็กลับมาแล้ว ท่านอย่าได้ไปไหนมาไหนโดยพลการเชียวนะเจ้าคะ”

เมื่อมือที่เรียวเล็กและเย็นเฉียบทาบลงมาบนริมฝีปาก ดวงตาของมู่ถิงจือก็ฉายแววประหลาดออกมา เขาพยักหน้าเล็กน้อย ราวกับเป็นการตอบรับคำพูดของนาง

หยุนม่านชิงไม่กล้าที่จะอยู่ต่ออีก นางลุกขึ้นยืนเตรียมจะถอดเสื้อผ้าออกทันที

ครั้นเมื่อคิดทบทวนดูอีกที ด้วยความที่มู่ถิงจือยังอยู่ที่นี่ นางจึงหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปิดตาเขาเอาไว้ ก่อนจะผูกปมไว้ด้านหลังศีรษะ

หลังจากสายตาถูกปิดกั้น ประสาทการได้ยินจะว่องไวเป็นพิเศษ เมื่อมู่ถิงจือได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันแผ่วเบาเป็นระลอกๆ ลูกกระเดือกที่ลำคอก็ขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว……

โชคดีที่เข็มเงินที่ยังคงปักอยู่ตรงจุดฝังเข็มคอยยับยั้งความกระสับกระส่ายในร่างกายของเขาเอาไว้

หยุนม่านชิงหยิบเสื้อผ้าเก่าๆ ตัวหนึ่งที่หยุนโหรวเจียเคยใส่ออกมาจากตู้เสื้อผ้าอย่างลวกๆ หลังจากสวมเสร็จแล้ว นางก็เปิดประตูออกไปข้างนอก

นางไม่ทันเห็นเลยว่า บริเวณด้านหลัง บุรุษที่อยู่ในอ่างอาบน้ำค่อยๆ ยกมือขึ้นมาถอดผ้าผืนบางที่บดบังสายตาออกเรียบร้อยแล้ว……

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บอดี้การ์ดจ้าวหัวใจ ชุด One Night Stand
8.9
เดวิด อดีตทหารรับจ้างชาวอเมริกันผู้แข็งแกร่งต้องมารับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้พราวพลอย คุณหนูไฮโซผู้มั่งคั่งที่มักถูกสังคมตราหน้าว่าร้ายกาจ ทั้งที่ความจริงเธอคือเหยื่อที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุมเร้า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายสาวกับบอดี้การ์ดหนุ่มกลับทวีความเร่าร้อนเกินห้ามใจ เมื่อพราวพลอยตกอยู่ในบ่วงเสน่หาจนไม่อาจต้านทานการสำรวจอันเร่าร้อนของเดวิดได้ เขาค่อยๆ ครอบครองเธออย่างลึกซึ้งในค่ำคืนที่ความต้องการพุ่งพล่านจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ตำนานตาม่วง
8.1
ยอดนักฝึกสัตว์สาวดวงตาสีม่วงจากศตวรรษที่ 24 กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างหญิงมีครรภ์ที่ถูกทรมานจนเสียศูนย์ ทั้งดวงตาและพลังถูกทำลาย ซ้ำร้ายลูกชายยังถูกชิงตัวไป เธอจึงต้องออกเดินทางพร้อมลูกสาวเพื่อทวงคืนทุกอย่างด้วยเนตรสีม่วงทรงพลังที่สยบสัตว์ร้ายได้ทั่วหล้า จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากับราชาเทพจอมเจ้าเล่ห์ผู้ลักพาตัวลูกชายเธอไปพร้อมข้อเสนอสุดป่วนที่หวังจะครอบครองทั้งตัวเธอและลูกน้อยเอาไว้ในอ้อมกอดเพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนปรารถนา
8.7
ท่ามกลางพงไพรเขียวขจีที่เป็นฉากหลังของการหลบหนีจากการไล่ล่าอันดุเดือด ความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางอันตราย ก่อเกิดเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอย่างเร่าร้อนและรุนแรงในป่าลึก สองร่างกายและหัวใจถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว แม้ภารกิจหนีตายจะสิ้นสุดลงและทั้งคู่ได้ก้าวพ้นชายป่าออกมาแล้วก็ตาม แต่เปลวไฟแห่งความเสน่หาที่โชติช่วงกลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงไปง่ายๆ ตามระยะทางที่ผ่านพ้นมา
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้