ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน

อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน

ตลอดสามปีในฐานะคู่ชีวิต มาร์ค อัลฟ่าผู้เย็นชาใช้ความบอบบางของฉันเป็นข้ออ้างเพื่อเหินห่าง ในวันครบรอบที่แสนเจ็บปวด เขาเลือกทิ้งฉันไว้กลางสายฝนเพื่อไปหาหญิงอื่นที่เขาบอกรักอย่างเต็มหัวใจ ท่ามกลางพายุที่พัดพาความหวังสุดท้ายให้พังทลาย ฉันกลับพบกับอัลฟ่าลึกลับผู้มีพลังอำนาจเหนือกว่าสามีเก่าอย่างมหาศาล สายตาคมกริบสีเงินคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันด้วยความโหยหา พร้อมคำประกาศกร้าวที่เปลี่ยนโชคชะตาของฉันไปตลอดกาลว่าฉันคือผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 2

สองสามวันต่อมาผ่านไปในความเงียบงันที่ว่างเปล่า มาร์คเข้าๆ ออกๆ เหมือนผี การปรากฏตัวของเขาถูกบ่งบอกด้วยกลิ่นจางๆ ของผู้หญิงคนอื่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่และเสียงแก้วกาแฟของเขาในอ่างล้างจานในตอนเช้า เราไม่ได้พูดถึงวันครบรอบ เราไม่ได้พูดถึงอะไรเลย ช่องว่างระหว่างเราได้ขยายตัวเป็นเหวลึก และฉันไม่มีแรงแม้แต่จะพยายามตะโกนข้ามไปอีกต่อไป ฉันใช้เวลาอยู่ในความมึนงง จี้หินจันทรกานต์ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ ความอบอุ่นอ่อนโยนของมันเป็นความสบายใจที่เป็นความลับและต่อเนื่องบนผิวของฉัน

แล้วในเย็นวันพฤหัสบดี สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็เกิดขึ้น

มาร์คพบฉันในห้องสมุด ที่ซึ่งฉันแกล้งทำเป็นอ่านหนังสือ คำพูดต่างๆ ลอยไปมาอย่างไร้ความหมายต่อหน้าต่อตาฉัน กลิ่นกระดาษเก่าและน้ำยาขัดหนังที่เคยทำให้ฉันสงบ บัดนี้กลับรู้สึกอึดอัด

เขายืนอยู่ที่ประตู กอดอก สีหน้าของเขาอ่านไม่ออกเช่นเคย “งานฟูลมูนกาลาประจำปีจะมีขึ้นในวันเสาร์” เขาพูด ไม่ใช่คำถาม

ฉันเงยหน้าขึ้น หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความประหลาดใจ งานกาลาเป็นงานสังคมที่สำคัญที่สุดของปีสำหรับฝูงหมาป่าในกรุงเทพฯ มันเป็นค่ำคืนแห่งการเมืองและการชิงไหวชิงพริบที่แฝงตัวมาในรูปแบบของแชมเปญและดนตรี ฉันไม่เคยไป ปีแรกของเรา เขาบอกว่าฝูงชนจะมากเกินไปสำหรับฉัน ปีที่สอง เขาอ้างว่าฉันจะเบื่อ ปีนี้ฉันไม่ได้คิดที่จะถามด้วยซ้ำ

“ค่ะ” ฉันพูด น้ำเสียงเป็นกลาง ไม่ได้แสดงความหวังที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอกเลย *นี่ใช่ไหม? ในที่สุดเขาก็จะยอมรับฉันแล้วใช่ไหม?*

“ผมต้องการให้คุณไปที่นั่น” เขาพูดต่อ น้ำเสียงห้วนและเป็นทางการ “อัลฟ่าพันธมิตรหลายคนจะเข้าร่วมด้วย มันสำคัญที่เราต้องสร้างภาพครอบครัวที่สมบูรณ์”

สร้างภาพครอบครัวที่สมบูรณ์ ไม่ใช่คู่รักที่รักกัน คำพูดเหล่านั้นเป็นเหมือนน้ำเย็นที่สาดใส่เล็กน้อย แต่มันไม่เพียงพอที่จะดับเปลวไฟเล็กๆ ที่เขาเพิ่งจุดขึ้น มันคือบางสิ่งบางอย่าง มันมากกว่าที่ฉันเคยมีมาหลายปี

“ฉันจะเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ” ฉันพูด พร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ ที่ลังเลใจ

เขาแค่พยักหน้า สายตาของเขาเหม่อลอยไปแล้ว และเดินจากไป

ความหวังนั้น แม้จะเปราะบางเพียงใด ก็พาฉันผ่านสองวันถัดไป ฉันพบชุดที่ฉันซื้อมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบเมื่อปีที่แล้วและไม่เคยใส่เลย—ชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ส่องประกายราวกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว มันให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมบนผิวของฉัน เป็นเสียงกระซิบของชีวิตที่ฉันน่าจะมีได้ ในเย็นวันเสาร์ ขณะที่ฉันยืนอยู่หน้ากระจก ฉันรู้สึกถึงประกายไฟของผู้หญิงที่ฉันเคยเป็นก่อนที่มาร์คจะลบเธอออกไปอย่างเป็นระบบ

ภาพสะท้อนของฉันแสดงให้เห็นคนแปลกหน้าที่มีดวงตาที่หมองเศร้า แต่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นประกายแห่งการท้าทายในดวงตาเหล่านั้น มือของฉันเลื่อนไปที่หน้าอก และฉันดึงจี้ของคุณยายออกมา หินจันทรกานต์ส่องแสงนวลตาในแสงไฟ ฉันติดสร้อยเงินรอบคอ หินนั้นวางตัวอยู่ในร่องลึกที่คอของฉัน ความอบอุ่นอ่อนโยนของมันแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เป็นความมั่นใจเล็กๆ ที่ฉันไม่ได้รู้สึกมานานหลายปี มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเกราะป้องกัน

มาร์ครอฉันอยู่ที่เชิงบันได เขาดูหล่อเหลาจนน่าใจหายในชุดทักซิโด้สีดำ เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของอัลฟ่า สายตาของเขากวาดมองฉัน เป็นการมองที่ประเมินสั้นๆ

“สีนี้เหมาะกับคุณ” คือทั้งหมดที่เขาพูด มันไม่ใช่คำชม มากกว่าจะเป็นการบอกความจริง แต่ฉันยึดติดกับมันเหมือนคนหิวโหยที่ได้รับเศษขนมปัง

การเดินทางเงียบสงบ รถสีดำเงาวิ่งผ่านถนนที่เปียกโชกไปด้วยสายฝนของกรุงเทพฯ เสียงที่ปัดน้ำฝนเป็นจังหวะเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน ฉันนั่งตัวตรงบนเบาะหนังนุ่ม กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงของเขาอบอวลอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ฉันพยายามชวนคุย ถามเกี่ยวกับงานกาลา เกี่ยวกับว่าใครจะไปบ้าง แต่คำตอบของเขาสั้นและห้วน เหวลึกกลับมาอีกครั้ง กว้างกว่าเดิม

ความหวังที่เปราะบางของฉันเริ่มสั่นคลอน *นี่เป็นความผิดพลาด เขาแค่ใช้ฉันเป็นเครื่องมือ สร้างภาพครอบครัวที่สมบูรณ์*

เราอยู่บนถนนที่มืดและคดเคี้ยวซึ่งนำไปสู่คฤหาสน์อันเงียบสงบที่จัดงานกาลาเมื่อโทรศัพท์ของเขาสั่น เขามองไปที่หน้าจอ และท่าทีทั้งหมดของเขาก็เปลี่ยนไป หน้ากากแห่งความเฉยเมยที่เย็นชาแตกสลาย ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่ดิบและเปิดเผย

เขารับสาย น้ำเสียงของเขารีบร้อน “มีอะไรเหรอ? คุณโอเคไหม?”

ฉันไม่ได้ยินเสียงคนปลายสาย แต่ฉันไม่จำเป็นต้องได้ยิน ฉันรู้

“ไม่ต้องห่วงนะซาร่า ผมกำลังไป” เขาพูด น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความอ่อนโยนและความรักที่เขาไม่เคย ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว แสดงให้ฉันเห็น “วงจรการตกไข่ของคุณสำคัญที่สุด แค่ใจเย็นๆ ผมรักคุณ”

*ผมรักคุณ*

สามคำที่เขาไม่เคยพูดกับฉันเป็นเหมือนคมมีดที่แทงเข้ามาที่หัวใจของฉันแล้วบิด โลกเอียง เสียงต่างๆ จางหายไปเป็นเสียงหึ่งๆ ในหูของฉัน เขารักมัน เขาทิ้งวันครบรอบของเราเพื่อมัน เขาทิ้งงานกาลา—โอกาสเดียวที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันในที่สาธารณะ—เพื่อมัน เพราะวงจรของมัน ‘สำคัญที่สุด’ ฉันไม่ใช่

เขาเหยียบเบรกอย่างแรง รถกรีดร้องหยุดนิ่ง ยางรถเสียดสีกับแอสฟัลต์ที่เปียก เราจมดิ่งสู่ความเงียบงันที่รุนแรงและกะทันหันข้างถนนที่มืดและเปียกโชกไปด้วยสายฝน ล้อมรอบด้วยป่าทึบที่ชุ่มฉ่ำ

เขาหันมาหาฉัน แต่เขาไม่เห็นฉัน ดวงตาของเขาเบิกโพลง จดจ่ออยู่กับบางสิ่งที่อยู่ไกลออกไป ที่มัน

“รอที่นี่” เขาสั่ง คำพูดนั้นเป็นเหมือนความคิดที่ตามมา เป็นการปัดความรับผิดชอบ

ก่อนที่ฉันจะทันได้ประมวลผล เขาก็ออกจากรถไปแล้ว ในแสงไฟหน้ารถที่สาดผ่าน ฉันเห็นร่างกายของเขาบิดเบี้ยวและเปลี่ยนไป เสียงผ้าขาดและกระดูกหักเป็นเสียงที่น่าขยะแขยงตัดกับเสียงฝนที่ตกกระหน่ำ ในที่ของเขาคือหมาป่าสีเทาตัวมหึมา ดวงตาของมันส่องประกายด้วยความเร่งรีบอย่างดุร้าย แล้วเขาก็หายไป หายเข้าไปในปากที่มืดและชุ่มฉ่ำของป่า

ทิ้งให้ฉันแตกสลายอย่างสิ้นเชิง สมบูรณ์ และในที่สุด

ฉันไม่รู้ว่าฉันนั่งอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน เครื่องยนต์ส่งเสียงติ๊กๆ ขณะที่มันเย็นลง ฝนสาดกระหน่ำหน้าต่าง ความมึนงงเป็นผ้าห่มที่เย็นและหนัก ความเจ็บปวดนั้นใหญ่หลวงจนแทบจะเงียบงัน เป็นความว่างเปล่าที่กว้างใหญ่ไพศาลที่ซึ่งหัวใจของฉันเคยอยู่ หลักฐานสุดท้ายที่ปฏิเสธไม่ได้ของการทรยศของเขาเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจของฉัน *วงจรการตกไข่ของคุณสำคัญที่สุด ผมรักคุณ*

ช้าๆ ราวกับเคลื่อนไหวในน้ำ ฉันผลักประตูรถเปิดออก ฝนที่หนาวเย็นและสาดซัดเข้ามาทันที ทำให้ชุดผ้าไหมของฉันเปียกโชก ผมของฉันแนบไปกับหนังศีรษะ ฉันไม่สนใจ ฉันโซซัดโซเซออกไปบนถนน แอสฟัลต์ที่ขรุขระและไม่เรียบใต้ส้นรองเท้าบางๆ ของฉัน ลมพัดหวีดหวิวผ่านต้นไม้ เป็นเสียงโหยหวนที่เข้ากับความอ้างว้างในจิตวิญญาณของฉัน

ฉันเปียกโชก มึนงงด้วยความเศร้าโศกที่ลึกซึ้งจนรู้สึกเหมือนความตาย ฉันแค่ยืนอยู่ที่นั่น ปล่อยให้พายุพัดผ่าน หวังว่ามันอาจจะชะล้างฉันให้หายไปอย่างสมบูรณ์

แล้ว แสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้น

แสงไฟหน้ารถสาดส่องทะลุสายฝน พุ่งตรงมาที่ฉัน ฉันตัวแข็งทื่อ เหมือนกวางที่ถูกแสงไฟจับจ้อง รถสีดำเงาที่ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าของมาร์ค เบรกดังเอี๊ยดจนเกือบจะชนฉันอยู่แล้ว เสียงยางรถเป็นเสียงกรีดร้องในยามค่ำคืน

ประตูคนขับเปิดออก ร่างหนึ่งปรากฏขึ้น ชายผู้ซึ่งดูเหมือนจะดึงเงาแห่งรัตติกาลทั้งหมดมาสู่ตัวเขา เขาสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างกายของเขาแผ่พลังดิบเถื่อนที่ทำให้อากาศสั่นสะเทือน มันเป็นพลังที่บดบังพลังของมาร์ค ทำให้มันดูเหมือนเป็นการเลียนแบบของเด็ก นี่คืออัลฟ่าที่แท้จริง นักล่าชั้นสูงสุด

เขาก้าวเข้ามาหาฉัน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดอย่างแท้จริง แต่เมื่อเขาเข้ามาใกล้ขึ้น ดวงตาสีเงินคมกริบของเขา—สีของดวงจันทร์ในฤดูหนาว—ก็ล็อกอยู่ที่ฉัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไป ความหงุดหงิดหายไป ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงที่ลึกซึ้งและสั่นสะเทือนโลก

เขาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ใกล้จนฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา เขาหายใจเข้าลึกๆ ศีรษะของเขาเอียงเล็กน้อย ราวกับกำลังลิ้มรสอากาศ ลิ้มรสกลิ่นของฉัน เสียงคำรามต่ำๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของดังก้องอยู่ในอกของเขา เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านฝ่าเท้าของฉันและตรงเข้าไปในกระดูกของฉัน มันไม่ได้คุกคาม มันคือ... การอ้างสิทธิ์

ดวงตาสีเงินของเขาจับจ้องที่ฉัน และเขาเอ่ยคำพูดคำเดียวที่เปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล

“ของข้า”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท
9.1
เมื่อผู้ช่วยแม่ครัวสาวต้องใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจฮ่องเต้หนุ่มรูปงามในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารแสนอร่อย แต่ภารกิจนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิผู้เย็นชาและปากไม่ตรงกับใจ จนนำไปสู่เรื่องราวความเข้าใจผิดสุดชุลมุนที่ชวนให้ลุ้นระทึก ท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่นของการทำอาหาร ความสัมพันธ์ระหว่างสาวใช้ผู้มุ่งมั่นกับเจ้าเหนือหัวสายซึนจะลงเอยอย่างไร ติดตามการเดินทางของรสชาติและความรักที่ผสานกันอย่างลงตัวในรั้ววังเหมันต์
หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เป้าหมายของฉัน คือการได้เป็นภรรยาเจ้าป่า (ฮาเร็ม)
9.1
เซียร่าต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อเธอปรารถนาจะเป็นภรรยาของเจ้าป่าผู้ทรงพลัง ทว่าสัญชาตญาณดิบของสิงโตนั้นไร้ซึ่งฤดูกาลที่แน่นอนและพร้อมจะประทุขึ้นได้ทุกเวลา ร่างกายอันบอบบางของเธอจะสามารถรองรับความต้องการอันมหาศาลและไร้ขีดจำกัดของเขาได้จริงหรือ? ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปรารถนาที่แสนอันตราย เธอต้องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของหัวใจและร่างกายเพื่อยืนหยัดเคียงข้างราชาแห่งพงไพรในฐานะคู่ชีวิตเพียงหนึ่งเดียว
หน้าปกนวนิยาย ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)
8.3
เมื่อชายหนุ่มผู้รักความสันโดษหลงยุคกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยและบรรยากาศย้อนยุค เขาได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แต่สถานะคนต่างโลกกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มาพร้อมความลับของดอกลั่นทมซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ เขาต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกปัจจุบันที่จากมา หรือจะยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อครองคู่กับรักแท้ที่เฝ้ารอมานานแสนนานในอดีตแห่งนี้ มาร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักข้ามภพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ
หน้าปกนวนิยาย ถ้าหากคุณต้องการ  ฉันเป็นนางเอกให้ก็ได้ค่ะ
8.5
ทารีน่าทะลุมิติเข้ามาเป็นตัวร้ายในนิยายที่ตนเองเคยอ่าน แต่โชคร้ายที่ตัวละครโปรดอย่างไคล์กลับเป็นคนที่พยายามกำจัดเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปกป้องนางเอกตามเนื้อเรื่องเดิม การต้องเผชิญหน้ากับเมนตัวเองที่มุ่งหมายจะเอาชีวิตทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทารีน่าจะสามารถแก้ไขโชคชะตาที่ต้องตายด้วยน้ำมือของชายหนุ่มที่เธอหลงรักได้หรือไม่ หรือเธอจะต้องยอมรับจุดจบที่ถูกกำหนดไว้ในฐานะนางร้ายผู้น่าสงสารต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜
7.9
เมื่อธิดาปักษาผู้มีความลับซ่อนเร้นได้รับความช่วยเหลือจากราชาจิ้งจอกผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี ชีวิตของนางจึงตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเปราะบาง นางตัดสินใจเสี่ยงอันตรายด้วยการหลอกลวงว่าตนเองเป็นเพียงนกธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น ทว่าภายใต้สายตาที่เฉียบคมของจอมราชัน การปิดบังตัวตนที่แท้จริงในครั้งนี้จะนำไปสู่โชคชะตาที่ยากจะคาดเดา หรือบทลงโทษที่นางไม่อาจหลีกหนีได้พ้นในท้ายที่สุด