หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน

อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน

8.6 / 10.0
ตลอดสามปีในฐานะคู่ชีวิต มาร์ค อัลฟ่าผู้เย็นชาใช้ความบอบบางของฉันเป็นข้ออ้างเพื่อเหินห่าง ในวันครบรอบที่แสนเจ็บปวด เขาเลือกทิ้งฉันไว้กลางสายฝนเพื่อไปหาหญิงอื่นที่เขาบอกรักอย่างเต็มหัวใจ ท่ามกลางพายุที่พัดพาความหวังสุดท้ายให้พังทลาย ฉันกลับพบกับอัลฟ่าลึกลับผู้มีพลังอำนาจเหนือกว่าสามีเก่าอย่างมหาศาล สายตาคมกริบสีเงินคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันด้วยความโหยหา พร้อมคำประกาศกร้าวที่เปลี่ยนโชคชะตาของฉันไปตลอดกาลว่าฉันคือผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียว

อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน ตอนที่ 1

ในวันครบรอบสามปีของการเป็นคู่ชีวิต ฉันเตรียมงานเลี้ยงสุดพิเศษ ตลอดสามปีที่ผ่านมา มาร์ค สามีอัลฟ่าของฉัน ปฏิบัติกับฉันราวกับฉันเป็นแก้วที่พร้อมจะแตกละเอียด เขาใช้ข้ออ้างเรื่องร่างกายที่ ‘บอบบาง’ ของฉันเพื่อปกปิดความเย็นชาของเขา แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังหวังว่าคืนนี้เขาจะมองเห็นฉันเสียที

แต่เขากลับมาบ้านพร้อมกับกลิ่นของหมาป่าตัวเมียคนอื่น เขาเหลือบมองอาหารค่ำวันครบรอบที่ฉันทุ่มเททั้งจิตวิญญาณลงไป โกหกเรื่องการประชุมฝูงด่วน แล้วก็เดินจากไป

หลายวันต่อมา เขาบังคับให้ฉันไปร่วมงานกาลาประจำปีเพื่อ ‘สร้างภาพครอบครัวที่สมบูรณ์’ ระหว่างทาง เขาคุยโทรศัพท์กับผู้หญิงคนนั้น น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีให้ฉัน

“ไม่ต้องห่วงนะซาร่า ผมกำลังไป” เขาพูด “วงจรการตกไข่ของคุณสำคัญที่สุด ผมรักคุณ”

สามคำที่เขาไม่เคยพูดกับฉัน เขาเหยียบเบรกจนตัวโก่ง เปลี่ยนร่างเป็นหมาป่ามหึมา แล้วทิ้งฉันไว้บนถนนที่มืดมิดและเปียกโชกไปด้วยสายฝนเพื่อวิ่งไปหามัน

ฉันโซซัดโซเซออกมาท่ามกลางพายุ ในที่สุดหัวใจของฉันก็แหลกสลาย ฉันไม่ใช่คู่ของเขา ฉันเป็นแค่ตัวแทน เป็นเพียงของประกอบฉากที่พร้อมจะถูกทิ้งเมื่อรักแท้ของเขาเรียกหา

ทันทีที่ฉันภาวนาให้สายฝนชะล้างฉันให้หายไป แสงไฟหน้ารถก็สาดส่องทะลุความมืด รถคันหนึ่งเบรกดังเอี๊ยดจนเกือบจะชนฉันอยู่แล้ว อัลฟ่าคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ พลังอำนาจดิบเถื่อนของเขาทำให้สามีของฉันดูเหมือนเด็กน้อยไปเลย ดวงตาสีเงินคมกริบของเขาล็อกอยู่ที่ฉัน ขณะที่เสียงคำรามอย่างแสดงความเป็นเจ้าของดังก้องอยู่ในอก

เขามองฉันราวกับว่าเขาได้พบศูนย์กลางจักรวาลของเขาแล้ว และเอ่ยคำพูดคำเดียวที่เปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล

“ของข้า”

บทที่ 1

กลิ่นโรสแมรี่และกระเทียมลอยอบอวลอยู่ในบ้านที่เงียบเชียบและเย็นชาของเรา ฉันใช้เวลาตลอดบ่ายอย่างพิถีพิถันในการเตรียมสเต๊กเนื้อแกะย่าง ของโปรดของมาร์ค จัดมันฝรั่งอบและหน่อไม้ฝรั่งลงบนจานกระเบื้องที่ดีที่สุดของเรา เหมือนทหารที่เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่สิ้นหวัง สามปีแล้ว นี่คือวันครบรอบการเป็นคู่ชีวิตปีที่สามของเรา และความหวังอันน่าสมเพชและดื้อรั้นก้อนหนึ่งก็มาจุกอยู่ที่ลำคอของฉัน ไม่ยอมให้กลืนลงไป บางทีคืนนี้ บางทีคืนนี้เขาอาจจะมองมาที่ฉัน *เห็น* ฉันเสียที

มือของฉันที่มักจะรู้สึกว่าเล็กและบอบบางเกินไปสั่นเล็กน้อยขณะที่ฉันลูบผ้าปูโต๊ะผ้าลินินเป็นครั้งที่สิบ เนื้อผ้าเย็นและเรียบกริบใต้ปลายนิ้วของฉัน ช่างแตกต่างจากความร้อนรุ่มที่ขดตัวอยู่ในท้องของฉันอย่างสิ้นเชิง ข้างนอก พลบค่ำของกรุงเทพฯ แต่งแต้มท้องฟ้าด้วยเฉดสีม่วงช้ำและเทาอ่อน แสงไฟในเมืองเริ่มส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่น แต่ข้างใน แสงสว่างเพียงอย่างเดียวมาจากเทียนสีขาวบริสุทธิ์สองเล่มที่ฉันตั้งไว้กลางโต๊ะ เปลวไฟของมันสั่นไหวอย่างประหม่า สะท้อนจังหวะการเต้นของหัวใจฉันเอง

*เขาจะกลับบ้าน เขาจะเห็นความพยายาม เขาจะจำได้* มันเป็นบทสวดที่คุ้นเคย เป็นคำอธิษฐานที่เก่าคร่ำคร่าที่ฉันท่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวันเกิด วันหยุด และค่ำคืนที่อ้างว้างนับไม่ถ้วน

เสียงกุญแจไขที่ประตูหน้าคมกริบและเป็นโลหะ ทำให้ฉันสะดุ้ง ฉันรีบจุดเทียน หัวใจเต้นรัวอยู่ในอก ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ที่สับสนวุ่นวาย *ยิ้มสิจันทร์เจ้า ทำตัวให้มีความสุข อย่าดูน่าสมเพช*

มาร์คก้าวเข้ามาในโถงทางเข้า ไหล่กว้างของเขาเต็มกรอบประตู เขาคืออัลฟ่าผู้ทรงพลังทุกกระเบียดนิ้วตามที่ใครๆ กล่าวขาน เขาสูง แต่งตัวไร้ที่ติในชุดสูทสีเข้มที่น่าจะแพงกว่ารถของฉันทั้งคัน พร้อมด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่สามารถทำให้คนอื่นหวั่นเกรงได้ แต่สิ่งแรกที่ปะทะฉันไม่ใช่พลังของเขา มันคือกลิ่นของเขา

ภายใต้กลิ่นดินและสนที่คุ้นเคยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขา มีกลิ่นอื่นปะปนอยู่ด้วย กลิ่นน้ำหอมดอกไม้ที่ฉุนเฉียว เจือด้วยกลิ่นมัสก์อันเป็นเอกลักษณ์ของหมาป่าตัวเมียคนอื่น มันเป็นกลิ่นที่ฉันเริ่มหวาดกลัว กลิ่นที่บ่งบอกถึงการประชุมที่เลิกดึกและความร่วมมือทางธุรกิจล้วนๆ อย่างที่เขาอ้าง

รอยยิ้มที่ฉันสร้างขึ้นอย่างบรรจงเริ่มจางหาย เสียงในหัวของฉันที่ฉันพยายามอย่างหนักที่จะทำให้มันเงียบลง กรีดร้องใส่ฉัน *เขาอยู่กับมันอีกแล้ว ในวันครบรอบของเรา*

ดวงตาของเขาซึ่งเป็นสีเทาเย็นชา กวาดไปทั่วห้องอาหาร สายตาของเขารับรู้ถึงเทียน โต๊ะที่จัดไว้อย่างสมบูรณ์แบบ และกลิ่นหอมของอาหารที่ฉันทุ่มเททั้งจิตวิญญาณลงไป ไม่มีประกายความอบอุ่น ไม่มีความยินดีใดๆ มีเพียงขากรรไกรที่ขบกันแน่นขึ้นเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น

“จันทร์เจ้า” เขาพูด น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาไม่มีความรักใคร่ เขาคลายเนกไท ผ้าไหมเสียดสีกันในห้องที่เงียบสงบ “นี่มันอะไรกัน?”

“สุขสันต์วันครบรอบค่ะ มาร์ค” ฉันพยายามพูดออกมา น้ำเสียงของฉันฟังดูบางและแหลมในหูของตัวเอง ฉันผายมือไปทางโต๊ะ เป็นท่าทางที่เต็มไปด้วยความหวังอย่างโง่เขลา “ฉันทำของโปรดของคุณไว้”

เขาไม่ขยับเข้ามาใกล้ เขายืนอยู่ข้างประตู เป็นกำแพงที่น่าเกรงขามกั้นระหว่างความหวังอันน่าสมเพชของฉันกับความจริงอันเย็นชาของเขา “ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าหักโหม ร่างกายของคุณ... บอบบาง”

คำพูดเหล่านั้นเป็นเหมือนการตบหน้า เป็นข้ออ้างเดิมๆ ที่เขาใช้มาหลายปี *บอบบาง* มันคือกรงของเขา และเขาขังฉันไว้ในนั้นตั้งแต่วันที่เราผูกพันกัน เขาใช้มันเพื่อหาเหตุผลให้กับความห่างเหินของเขา การปฏิเสธที่จะทำให้การผูกพันของเราสมบูรณ์ และการละเลยทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง เขาโน้มน้าวทุกคน รวมถึงตัวฉันเองในช่วงหนึ่ง ว่าฉันเป็นสิ่งที่บอบบางที่ต้องได้รับการปกป้อง ซึ่งในภาษาของเขาก็คือการถูกเพิกเฉย

ความหวังของฉัน สิ่งที่ดื้อรั้นและโง่เขลานั้น ในที่สุดก็ตายลง มันเหี่ยวเฉาภายใต้สายตาอันเย็นชาของเขา กลายเป็นเถ้าถ่านในอกของฉัน “ฉันแค่อยากจะทำอะไรดีๆ ให้” ฉันกระซิบ คำพูดนั้นมีรสชาติเหมือนความพ่ายแพ้

“ผมมีการประชุมฝูงด่วน” เขาพูด พลางหันหลังกลับไปแล้ว ปฏิเสธฉันและความพยายามของฉันราวกับว่ามันเป็นเพียงความไม่สะดวกเล็กน้อย “ธรณ์กรุ๊ปกำลังจะเคลื่อนไหวในเขตแดนทางใต้ ผมต้องไปจัดการ” เขามองกลับมา สายตาของเขาอ่านไม่ออก “ไม่ต้องรอนะ”

แล้วเขาก็ไป ประตูหน้าปิดลงพร้อมกับเสียงคลิกที่ดังก้องกังวานในความเงียบงันของบ้าน ฉันถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังกับเทียนสองเล่มที่กำลังจะมอดดับ อาหารที่ปรุงอย่างสมบูรณ์แบบกำลังเย็นชืด และกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนอื่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่

ความเงียบกดทับฉัน หนาทึบและน่าอึดอัด ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทานอาหารตัวหนึ่ง ไม้ขัดมันเย็นเฉียบกระทบขาของฉัน สายตาของฉันเลื่อนลอยไปรอบๆ ห้อง มองดูชีวิตที่ฉันควรจะมี บ้านหลังใหญ่ที่ว่างเปล่าในย่านที่พิเศษที่สุดของกรุงเทพฯ เฟอร์นิเจอร์ดีไซเนอร์ ชีวิตของคู่ครองอัลฟ่าที่น่าเคารพ ทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง เป็นคำโกหกที่สวยงามแต่กลวงเปล่า

จิตใจของฉันซึ่งเป็นผู้ทรมานที่โหดร้าย ฉายภาพความทรงจำเกี่ยวกับพิธีผูกพันของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันยังคงรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของชุดพิธีการ กลิ่นเครื่องหอมในอากาศ ฉันจำความหวังที่เอ่อล้นในอกได้เมื่อเขายืนอยู่ตรงหน้าฉัน หล่อเหลาและทรงพลัง และสัญญาว่าจะทะนุถนอมและปกป้องฉันไปตลอดชีวิต เขาไม่เคยทำขั้นตอนสุดท้ายของการผูกพันให้สมบูรณ์ ขั้นตอนที่จะเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเราอย่างแท้จริง เขาอ้างว่ามันเป็นเพื่อตัวฉันเอง ความรุนแรงของการผูกพันแบบอัลฟ่าเต็มรูปแบบอาจจะมากเกินไปสำหรับธรรมชาติที่ 'บอบบาง' ของฉัน ฉันเคยเชื่อเขา อยู่พักหนึ่ง

ตอนนี้ ฉันรู้ความจริงแล้ว มันไม่เกี่ยวกับความบอบบางของฉัน มันเกี่ยวกับความไม่คู่ควรของฉัน

นิ้วของฉันคลำหาแท็บเล็ตบนตู้ข้าง ฉันต้องการสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจ อะไรก็ได้ที่จะดึงฉันออกจากวังวนความคิดที่ตกต่ำ ฉันปัดเปิดหน้าจอ แสงสว่างวาบขึ้นมา และนั่นคือมัน ข่าวเด่นจากสยามวูล์ฟ

ภาพหนึ่งปรากฏเด่นหราบนหน้าจอ เป็นภาพมาร์คกำลังยิ้ม ไม่ใช่รอยยิ้มที่เกร็งและควบคุมที่เขามีให้ฉัน แต่เป็นรอยยิ้มที่จริงใจและเปิดเผยซึ่งเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความรักใคร่ ข้างๆ เขา มือของเธอวางอยู่บนแขนของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ คือซาร่า แวนซ์ อัลฟ่าหญิงผู้ทรงพลังของฝูงข้างเคียง พาดหัวข่าวเขียนว่า ‘พันธมิตรใหม่ถือกำเนิด: อัลฟ่ามาร์คและแวนซ์ผนึกข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์กับธรณ์กรุ๊ป’

บทความยกย่องความเป็นหุ้นส่วนของพวกเขา การทำงานร่วมกัน และความแข็งแกร่งที่ผสมผสานกัน มันเป็นการเฉลิมฉลองต่อสาธารณะในสิ่งที่เขาปฏิเสธฉันเป็นการส่วนตัว เขาไม่ได้อยู่ที่การประชุมฝูง เขาอยู่กับมัน คำโกหกนั้นโจ่งแจ้งและโหดร้ายจนแทบจะขโมยอากาศหายใจไปจากปอดของฉัน

คลื่นแห่งความคลื่นไส้และความเจ็บปวดซัดสาดเข้ามา ฉันโซซัดโซเซออกจากโต๊ะอาหาร หนีจากหลักฐานความล้มเหลวของฉัน ฉันต้องหนีไปซ่อนตัว ฉันพบว่าตัวเองอยู่ในห้องโถง ดึงประตูตู้เก็บของที่เต็มไปด้วยฝุ่นใต้บันไดเปิดออก เป็นพื้นที่ที่ฉันไม่ได้เข้าไปมาหลายปีแล้ว

อากาศอับชื้น หนาทึบไปด้วยกลิ่นลูกเหม็นและของที่ถูกลืม ฉันไอ สายตาของฉันปรับเข้ากับแสงสลัว ที่ด้านหลังสุด หลังกองผ้าห่มเก่าๆ มีกล่องไม้เล็กๆ กล่องหนึ่งอยู่ มันเป็นของคุณยาย พ่อแม่ของฉันให้มันมาตอนที่ฉันย้ายเข้ามาที่นี่ และในความทุกข์ระทมของชีวิตใหม่ ฉันก็ลืมมันไปเสียสนิท

นิ้วของฉันที่เคลือบด้วยฝุ่นละเอียด ลูบไล้ไปตามฝาที่แกะสลัก ฉันเปิดมันออกพร้อมกับเสียงเอี๊ยดเบาๆ ข้างใน บนผ้ากำมะหยี่ที่ซีดจาง มีจี้อันบอบบางวางอยู่ หินจันทรกานต์ที่ส่องสว่างราวกับหยดน้ำตา ห้อยอยู่บนสร้อยเงิน มันดูเหมือนจะเต้นเป็นจังหวะด้วยแสงนวลตาจากภายใน

ข้างใต้มีกระดาษพาร์ชเมนต์พับอยู่ หมึกจางลงแต่ยังอ่านออก ลายมืออันสง่างามของคุณยายไหลลื่นไปทั่วหน้ากระดาษ

*‘เมื่อจันทราถูกปฏิเสธ ดวงดาราที่แท้จริงจะถือกำเนิด โลหิตของเจ้ามิใช่ความอ่อนแอ หากแต่เป็นกุญแจ’*

ลมหายใจของฉันสะดุด มันหมายความว่าอะไร? ฉันยกจี้ขึ้นมาจากกล่อง หินนั้นเย็นในตอนแรก แต่เมื่อผิวของฉันสัมผัสกับมัน ความอบอุ่นจางๆ ที่ปลอบโยนก็แผ่ซ่านไปทั่วนิ้วมือ ขึ้นไปตามแขน และไปหยุดอยู่ที่หน้าอกของฉัน มันเป็นความร้อนที่อ่อนโยนและผ่อนคลายซึ่งผลักดันความสิ้นหวังอันเยือกเย็นที่หยั่งรากลึกอยู่ในนั้นออกไป

เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยได้ถูกปลูกขึ้น ไม่ใช่เกี่ยวกับมาร์ค หรือความรู้สึกของเขาที่มีต่อฉัน—สิ่งเหล่านั้นชัดเจนจนเจ็บปวด นี่คือความสงสัยเกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับตัวตนที่เขาบังคับให้ฉันเป็น

บอบบาง อ่อนแอ

ขณะที่ฉันกำจี้หินจันทรกานต์ไว้ ความอบอุ่นของมันเป็นเหมือนคำสัญญาที่เงียบงันในฝ่ามือของฉัน ฉันสงสัยว่าเขา และฉัน อาจจะคิดผิดมาโดยตลอด

อ่านต่อ

สารบัญ อ้อมกอดรักอันร้อนแรง และ อดทน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย ความรักจากท้องฟ้า
6.7
สามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เธอต้องทนเจ็บปวดกับข่าวลือเรื่องผู้หญิงของเขา แม้ความจริงจะกระจ่างชัด แต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความรู้สึกและทำตัวราวกับไม่รับรู้ เพียงเพื่อยื้อความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ไว้ ความชอกช้ำที่สุดคือการรู้ว่าตนเองเป็นแค่คู่นอนระยะยาว ไม่เคยมีตัวตนในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้ความผูกพันจะหยั่งรากลึกเพียงใด ท้ายที่สุดเมื่อการพลัดพรากมาถึง เธอกลับพบความจริงอันโหดร้ายว่า ตนเองไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปากบอกเลิกด้วยซ้ำ เพราะสถานะระหว่างทั้งสองนั้นว่างเปล่ามาตั้งแต่จุดเริ่มต้น
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ตอน
อ่านเลย
แชร์