หน้าปกนวนิยาย จุมพิตสีกุหลาบ

จุมพิตสีกุหลาบ

8.6 / 10.0
แพรดาวตกใจสุดขีดเมื่อถูกเดรกขโมยหอมแก้มจนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันขึ้น ทว่าอุบัติเหตุกลับทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงบนเตียงในท่าทางที่ชวนใจสั่น เมื่อสาวน้อยพยายามขัดขืนและผลักไสแผงอกแกร่งที่ขวางกั้นไว้ ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อยมือแต่เลือกที่จะกักขังเธอไว้ใต้ร่างพร้อมประกาศกร้าวว่าจะสั่งสอนคนปากดีด้วยจุมพิต แม้เธอจะพยายามยกมือขึ้นบังริมฝีปากไว้ แต่สายตาคมกริบที่จ้องมองมากลับทำให้แพรดาวต้องรู้สึกร้อนหนาวด้วยความหวั่นใจในรสสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น

จุมพิตสีกุหลาบ ตอนที่ 1

เสียงรถยนต์ที่แล่นมาจอดหน้าบ้านหลังเล็กๆ นอกชานเมืองของกรุงเทพมหานครทำให้แพรดาว ศิรประภา หญิงสาววัยยี่สิบออกมาดูด้วยความสงสัย เธอเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ใส่ชุดดำเปิดประตูรถลงมาเป็นโขยง แต่ละคนหน้าตาเหี้ยมโหดแลดูน่ากลัวแทบทั้งสิ้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกว่าเธอห้ามเปิดประตูรับคนกลุ่มนี้เข้ามาอย่างเด็ดขาด

โครม!!! มันคือเสียงประตูที่ถล่มลงมาต่อหน้าต่อตาของเธอเพราะแรงบาทาของผู้มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย บ่งบอกถึงความเถื่อนทรามอย่างชัดเจน

แพรดาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้กรีดร้องออกมา ทั้งหวาดกลัวและตกใจ เธอรวบรวมสติอันน้อยนิดเพื่อหนีออกทางประตูหลัง แต่ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้ว

“โอ๊ย!!!” ร่างเล็กของเธอลงไปกองอยู่กับพื้น เมื่อวิ่งหนีสุดแรงก็ปะทะกับร่างใหญ่ยักษ์ที่เดินมาขวางทางเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ แพรดาวเบิกตากว้างเมื่อเห็นปืนในมือของมัน เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น ขากรรไกรค้างจนเอ่ยอะไรออกมาไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว แม้แต่การร้องขอชีวิต เสียงเจ้า บิวตี้สุนัขตัวโปรดที่เธอร้องเอาไว้ร้องเสียงดัง แต่มันอยู่ในกรงขัง เธอสวดมนต์ขอให้มันปลอดภัย อย่าให้พวกมันหันไปสนใจหรือทำร้ายเจ้าบิวตี้เลย

“พี่ชายสารเลวของเธออยู่ไหน” เสียงเหี้ยมของกัมปนาทลูกน้องคู่ใจของสุริยันต์ หัวหน้าแก๊งอิทธิพลมือตะคอกถามอย่างดุดัน

“พะ... พี่พัฒน์ไม่อยู่ค่ะ” แพรดาวเสียงสั่น เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหลุดประโยคนั้นออกไปได้อย่างไรกัน

“มันไปไหน”

“มะ... ไม่รู้ พี่พัฒน์ไม่กลับบ้านนานแล้ว”

“ไม่เชื่อ บอกมาพี่ชายของเธออยู่ไหน ถ้าไม่อยากตาย” กัมปนาทดึงมีดออกมา นั่งยองๆ ลงตรงหน้าหญิงสาว แพรดาวหวาดกลัวจับใจ เธอนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองเธอด้วย เพราะเวลานี้โอกาสรอดของเธอน้อยเต็มที

ปัง ปัง ปัง.... เสียงปืนที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณทำให้กัมปนาทดีดตัวลุกขึ้นอย่างระแวดระวังเพื่อเตรียมรับศึก เผลอผละออกจากร่างเล็กที่รีบม้วนตัวหนีอย่างรวดเร็ว เธอวิ่งหนีไม่คิดชีวิต

หลังจากนั้น เสียงปืนก็ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ บ้านไม้หลังเล็กๆ แถบชานเมืองพรุนไปหมดทั้งหลัง เกือบพังแทบไม่มีชิ้นดี

“อือๆๆ” แพรดาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกปิดปากลากไปขึ้นรถ เธอดีดดิ้นเพื่อจะไปหาสุนัขตัวโปรด

“พี่เอง” เสียงกระซิบดุดันแสนคุ้นเคยทำให้แพรดาวชะงัก

“พี่เดรก” เธอเรียกเขาอย่างดีใจ ในสถานการณ์เช่นนี้แม้จะไม่ค่อยลงรอยกันนัก แต่เขาก็คือคนที่สำคัญที่สุดที่เธอสามารถพึ่งพิงได้

“ตามมาเร็ว” เขารีบดึงร่างเล็กๆ ขึ้นรถกันกระสุนอย่างรวดเร็ว

“พี่มาได้ยังไง” เธอเอ่ยถาม

“นายพัฒน์ส่งข่าวให้พี่มาช่วยเธอ”

“พี่พัฒน์ติดต่อไปที่พี่เดรกเหรอ ทำไมไม่ติดต่อหาแพรล่ะ” แพรดาวรีบเอ่ยถาม หลายปีมานี้พี่ชายของเธอต้องไปทำงานไกลๆ และหายไปหลายวัน บางทีก็นานนับเดือน เธอเลยไม่ค่อยได้คุยกับพี่ชายสักเท่าไหร่

“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้” เดรกกดเสียงเข้มอย่างระแวดระวัง

“ว้าย!” แพรดาวหวีดร้องสุดเสียงเมื่อลูกน้องของเดรกขับรถอย่างรวดเร็ว แซงซ้ายแซงขวาเรียกว่าหวาดเสียวเพื่อหนีออกจากบ้านหลังเล็กๆ

“ขับรถแบบนี้จะไปตายหรือไง” เธอตะโกนเสียงดัง เพราะไม่ชอบอะไรที่หวาดเสียวแบบนี้เป็นที่สุด

“หุบปากซะยายเด็กดื้อ ไม่เห็นหรือไงว่าพวกมันตามมา” เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ กัมปนาทขับรถตามกวดมาติดๆ ยิงถล่มมาไม่ยั้ง ยังไงก็ต้องเอาตัวเด็กสาวไปให้ได้

“ราล์ฟจัดการมันซะ” สิ้นคำสั่งของเดรก ราฟาเอลหักพวงมาลัยเข้าในซอยทางลัด ในขณะที่คนของกัมปนาทตามมาติดๆ เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง คนที่ไล่ลามาติดๆ เสียหลักพุ่งเข้าชนบ้านร้างข้างทางเต็มแรง

“ยอดเยี่ยมไปเลย” ราฟาเอลหัวเราะอย่างชอบใจขณะหันกลับไปมองสภาพรถทางด้านหลัง

“มันไหมยายเด็กดื้อ” เดรกหันมาถามน้องสาวของเพื่อนที่นั่งหน้าซีดอยู่ข้างๆ แถมยังตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้า

“มันกับบ้าสิพี่เดรก หัวใจจะวายอยู่แล้ว” แพรดาวเหวใส่ แต่เขายังหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขัน เธอไม่ตลกด้วยหรอกนะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เจอแต่เรื่องหวาดเสียวไม่เว้นแต่ละวัน

“เธอต้องโดนพวกมันตามล่าอีกนาน จนกว่าพวกมันจะได้ในสิ่งที่ต้องการ”

“พวกมันเป็นใครแล้วต้องการอะไร พี่พัฒน์ไปเกี่ยวอะไรด้วย”

“พวกมันเป็นแก๊งอิทธิพลมืดที่พี่ชายของเธอไปพัวพันด้วย”

“ไม่จริง พี่พัฒน์ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายแน่นอน”

“พี่ชายเธอลักลอบเข้าไปในแก๊งของพวกมันหลายปีแล้ว ตอนนี้พวกมันอยากได้หลักฐานสำคัญที่พี่ชายเธอขโมยมา”

“หลักฐานอะไร”

“หลักฐานเอาผิดพวกมันไง”

“ทำไมพี่รู้ล่ะ”

“ก่อนที่นายพัฒน์จะติดต่อให้มาช่วยเธอ เขาพูดให้ฉันฟังบางส่วน แต่จู่ๆ เขาบอกว่ากำลังโดนตามล่า แล้วข่าวคราวก็เงียบหายไป” เดรกหน้าเครียดจัด เพราะไม่ได้รับข่าวคราวจากเพื่อนเลย

“พี่พัฒน์จะเป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่รู้เหมือนกัน พี่ให้คนออกตามหาแต่ไร้ร่องรอย ไม่มีใครเห็นนายพัฒน์เลย แม้แต่เธอ” เขารู้ว่าเพื่อนไม่ได้กลับมาบ้านเป็นเดือนแล้ว ดังนั้นแพรดาวคงยังไม่เจอกับพี่ชาย

“พี่พัฒน์ไม่ได้ติดต่อมาเลย บอกไปทำงาน โอนเงินเข้าบัญชีมาให้” เธอเจอพี่ชายน้อยมาก อาศัยว่าอยู่บ้านแถบนั้นไม่มีโจรผู้ร้าย และข้างๆ บ้านก็มีน้ำใจ มีอะไรก็ไม่หวาดกลัวเพราะอยู่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เพิ่งเจอเหตุการณ์น่าหวาดเสียว จนแทบเอาชีวิตไม่รอด

“ตอนนี้เธอต้องดรอปเรื่องเรียนไปก่อน”

“ดรอปทำไม”

“อยากตายหรือไง ไอ้พวกนั้นมันต้องการตัวเธอ มันจะเค้นที่อยู่ของนายพัฒน์ และคิดว่านายพัฒน์อาจจะฝากเอกสารสำคัญไว้กับเธอ

“บ้าเหรอไง พี่พัฒน์ไม่เห็นฝากอะไรไว้ เอกสารอะไรก็ไม่มี เจอหน้ายังไม่ได้เจอกันเลย” เธอเสียงดังใส่เดรก อัดอั้นตันใจที่จู่ๆ ก็โดนตามล่าบ้าบออะไรก็ไม่รู้ แพรดาวโวยวาย นึกน้อยใจพี่ชายที่ชอบหายตัวไป แค่ส่งเงินมาให้ เธอเองก็อาศัยอยู่ที่นั่นนานแล้ว จึงไม่ค่อยกลัวอะไรเวลาพี่ชายต้องให้อยู่บ้านคนเดียว

พี่ชายของเธอเป็นคนใจดี ส่งเสียเธอเรียนตั้งแต่พ่อแม่ตาย เธอจึงรักเขามากที่สุดและห่วงใยเขาสุดหัวใจ

“มันไม่เชื่อเธอหรอก ถ้าเธอไม่ดรอปเรียนไว้ก่อนก็เตรียมตัวตายได้เลย”

“อย่ามาขู่กันเลย แพรจะไปแจ้งความ”

“ตำรวจทำอะไรไม่ได้หรอก แล้วจะมีตำรวจหน้าไหนมาเฝ้าเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง บ้านเธอก็ถูกยิงพรุนไปจนหมดแล้ว”

“จริงด้วย เจ้าบิวตี้ล่ะพี่เดรก เจ้าบิวตี้มันยังอยู่บ้าน ไปรับมันก่อน” เธอเขย่าแขนของเขา นึกถึงสุนัขตัวโปรดที่แสนรู้ยิ่งกว่าอะไรก็รีบเขย่าแขนของเดรกทันที เมื่อกี้เธอจะไปเอามันมาด้วย แต่เพราะเดรกชวนคุยเรื่องพี่ชายทำให้เธอลืมไปเสียสนิท

“อยากกลับไปตายหรือไงกัน”

“จะทิ้งเจ้าบิวตี้ได้ยังไงกัน มันจะอดตายนะ” เธอจำได้ว่ามันเคยกัดคนแปลกหน้าทำให้ต้องขังเอาไว้ในกรงตอนกลางวัน ตอนพวกคนร้ายบุกมา นี่ถ้าเจ้าบิวตี้อยู่นอกกรง มันจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายเธอเด็ดขาด

“น่ารำคาญฉิบ เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” เดรกพูดอย่างรำคาญจริงๆ พี่น้องคู่นี้เหมือนกัน รักหมายิ่งกว่าอะไร

“งั้นก็จอดรถเลย แพรจะลงตรงนี้”

“ยายเด็กดื้อ อยากตายนักหรือไงห๊ะ” เดรกสบถอย่างหัวเสีย อยากจะขยี้หัวตัวเองแรงๆ นัก ยายเด็กนี่ดื้อตลอด ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีๆ ก็ดื้อเหลือเกิน

“บ้านเมืองมีเขื่อมีแป แพรจะไปแจ้งตำรวจ และให้ตำรวจหาตัวพี่พัฒน์ให้เจอ กฎหมายมันต้องช่วยเราได้สิ” แม้พูดไปจะไม่ค่อยเชื่อถือนัก แต่อย่างไรเสียก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

อ่านต่อ

สารบัญ จุมพิตสีกุหลาบ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
โชคชะตาเล่นตลกกับความรักของสามคู่ชูชื่นที่มีทั้งสุขและเศร้า หลินสาวน้อยผู้ขยันขันแข็งต้องมาพัวพันกับพีค ซีอีโอเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูที่เปลี่ยนผู้หญิงทุกสัปดาห์ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดหรือความตั้งใจ เมื่อหลินเผลอใจรักชายผู้เห็นเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของแพรวากับกฤษ ภุชงค์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ รวมถึงคู่รักหลากหลายสไตล์ที่ต้องลุ้นว่าใครจะสมหวังในรักแท้ท่ามกลางบททดสอบที่เดิมพันด้วยหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย แสงใต้เงา [ Chance Below Shadow ]
9.1
น้ำแข็งได้รับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่แทนที่หญิงสาวผู้ล่วงลับที่มีหน้าตาเหมือนเธอทุกประการ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญกับไมล์ ชายหนุ่มผู้จมปลักกับรักครั้งแรกที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาปฏิบัติกับเธออย่างร้ายกาจและเห็นเธอเป็นเพียงเงาของคนรักเก่าเท่านั้น น้ำแข็งถูกบังคับให้ร่วมห้องกับเขาเพื่อความสบายใจของมารดาผู้มีพระคุณ แม้เธอจะเริ่มหวั่นไหวกับเสน่ห์ของเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่ความเย็นชาที่ได้รับทำให้เธอต้องเลือกว่าจะทนอยู่ในเงาหรือจะมีใครนำทางเธอไปสู่แสงสว่าง
หน้าปกนวนิยาย เกมพิชิตใจหลังแต่งงาน
8.2
ซูลี่หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์แต่มักซ่อนเร้นตัวตนภายใต้ท่าทีเสแสร้ง พยายามใช้คำหวานหว่านล้อมโม่สิงหย่วน ทว่านักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชากลับไม่เคยแยแสต่อลูกไม้ของเธอเลย จนกระทั่งวันที่ซูลี่ตัดสินใจละทิ้งความพยายามและเลิกเอาใจเขา กลับกลายเป็นโม่สิงหย่วนเองที่ทนไม่ได้ เขาถึงขั้นยอมทิ้งความสุขุมเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด พร้อมเสนอแลกทุกสิ่งในชีวิตเพียงเพื่อให้เธอกลับมาสนใจเขาอีกครั้ง ความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้ชายผู้เคยควบคุมทุกอย่างได้ต้องสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง
ตอน
อ่านเลย
แชร์