หน้าปกนวนิยาย ร้อยหัวใจอุ่นไอรัก

ร้อยหัวใจอุ่นไอรัก

9.7 / 10.0
ปิ่นปักพยายามรักษาระยะห่างจากเมฆาด้วยความเจียมตัวในฐานะที่ต้อยต่ำ แม้จะรู้สึกน้อยใจจนอยากเดินหนีไปจากชีวิตเขา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เมฆาใช้กำลังบังคับดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่นในอ้อมอกเพื่อรั้งไม่ให้เธอจากไป ท่ามกลางความสับสนในใจของปิ่นปักที่มองว่าตนเองเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการ เมฆากลับแสดงท่าทีคุกคามและหวงแหนอย่างชัดเจนจนเธอไม่สามารถดิ้นรนหลุดพ้นจากพันธนาการที่แสนอบอุ่นแต่บีบคั้นนี้ได้เลย

ร้อยหัวใจอุ่นไอรัก ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

นิ้วเรียวยาวยกขึ้นกดกริ่งเตือนให้รถหยุด เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการ

หญิงสาวร่างสูงโปร่งเดินลงจากรถสองแถวอย่างไม่มั่นใจ แต่ก็ต้องฮึดสู้ เพื่อในสิ่งที่ตั้งใจมาในคราวนี้ให้สำเร็จ

มือเรียวปัดเศษฝุ่นบนตัวเสื้อและกระโปรง รวมไปถึงยกมือสางผมให้เข้าที่เข้าทาง นิ้วชี้ดันแว่นให้เข้าที่เข้าทาง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นสายตาสีดำใหญ่มีทั้งตื่นเต้นและแอบหวังเล็กน้อย เธอจะได้งานจากการมาสมัครในครั้งนี้

ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงอมชมพูขบเม้มจนแบนราบเรียบ ขณะสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างช้าๆ เพื่อเรียกกำลังใจ

เบื้องหน้าคืออาคารพาณิชย์ใหญ่ขนาดสามคูหา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท เมฆินทร์การยาง ด้านหน้าอาคารมีป้ายไม้สี่เหลี่ยมขนาดหนึ่งคูณหนึ่งเมตร ความสูงพอกับสายตาตั้งห่างจากประตูทางเข้าประมาณสองสามเมตร บอกให้รู้ว่าเธอมาไม่ผิดที่

บริษัทเมฆินทร์การยางเป็นบริษัทใหญ่อันดับหนึ่งของจังหวัดในภาคใต้แห่งนี้ เจ้าของเป็นคนกว้างขวางและมีอิทธิพล ตอนนี้ผู้ก่อนตั้งบริษัทได้โยนภาระการบริหารงานให้ลูกชายคนเดียว ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มหล่อมาดเข้มและเคร่งขรึม แต่ก็มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ

เธอไม่เคยเห็นหรอกว่า ‘นายหัวเมฆ เมฆา ปรุระวงศ์’ ที่สาวน้อยสาวใหญ่คลั่งไคล้กันทั่วเมืองมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร เคยได้ยินแต่กิตติศัพท์ที่ว่า

เขาเป็นคนหน้ากลัว เมื่อต้องการสิ่งใดแล้วก็จะต้องเอาให้ได้ ไม่มีใครสามารถขัดขวางความต้องการได้ กระทั่งบิดาที่ขึ้นชื่อว่าทั้งน่ากลัวและน่าเกรงขาม ก็ยังต้องยอมให้

ตอนนี้ชายหนุ่มมีลูกติดเป็นสาวน้อยอายุเก้าขวบ ทั้งแก่นเซี้ยวและแสบซ่าและดื้อรั้นอย่าบอกใคร ที่สำคัญคือหวงพ่อเป็นที่สุด ถ้าหากมีสาวคนใดอยากจะร่วมเรียงเคียงหมอนกับเมฆา จะต้องผ่านการพิจารณาจากบุตรสาวก่อนเป็นคนแรก เท่าที่ได้ยินมาก็ไม่เคยมีหญิงสาวคนใดทำสำเร็จเลยสักราย

ปิ่นปักส่ายศีรษะ พลางกลอกตาไปมาอย่างอิดหนาระอาใจ

เธอเป็นอะไรไป ทำไมถึงได้คิดฟุ้งซ่านถึงคนที่ไม่เคยพบเคยเห็น เขายังเป็นถึงเจ้าของบริษัทที่เธอตั้งใจมาสมัครงานด้วย มือเรียวยกขึ้นตบใบหน้าเบาๆ เรียกสติกลับคืนมา เพียงแค่คิดถึงการสมัครงานในครั้งนี้หญิงสาวก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เมื่อคิดถึงผู้เป็นเพื่อนแสนดีที่ลึก ๆ ในใจเธอก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับตนเอง

แม้ไม่ได้หล่อเหลาจนเห็นแล้วสะดุดตาและต้องเหลียวมอง แต่ก็ถือได้ว่าเพื่อนรักของเธอเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ธวัชชัยยังจะเป็นชายหนุ่มที่แสนใจดี อบอุ่นและขยันขันแข็ง ใครได้เป็นแฟนคงจะโชคดีเป็นที่สุด ที่เธอก็เฝ้าภาวนาให้ผู้เป็นเพื่อนได้เจอกับผู้หญิงที่แสนดี เหมาะสมและรักใคร่ในตัวธวัชชัยอย่างจริงใจโดยเร็วที่สุด

ธวัชชัยบอกมาว่า ถึงงานของบริษัทแห่งนี้จะเหนื่อยสักหน่อย แต่เงินเดือนดี สวัสดิการอะไรก็ดี ถ้าต้องไปอยู่ต่างอำเภอก็ยังมีบ้านพักให้ด้วย มีการรับสมัครเมื่อไหร่จะบอกให้เธอรู้

“ปิ่นไม่มั่นใจว่าจะผ่านนะสิชัย บริษัทใหญ่ มีสวัสดิการดีๆ แบบนี้ ใครๆ ก็อยากจะไปทำงานด้วย คงมีคนแห่ไปสมัครกันเยอะแยะแน่เลย” ปิ่นปักโอดครวญเสียงใสแกมเศร้า ปัจจุบันที่การงานหายาก ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือใหญ่ จะต้องมีการเส้นสาย จึงจะสามารถผ่านเข้าไปทำได้ ซึ่งเธอไม่รู้จักใครเลยนอกจากธวัชชัยที่ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตพอจะฝากฝังได้ด้วย

“ไม่ต้องห่วง ที่นี่ไม่มีระบบเส้นสาย จะเข้าทำงานที่นี่ได้ ต้องพึ่งความสามารถของตนเองเท่านั้น ที่ปิ่นมีพร้อม...ทั้งเฉลียวฉลาด มีไหวพริบและประสบการณ์”

“แต่ปิ่นก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี” หญิงสาวเอ่ย ด้วยเคยเจอกับตัวเองเมื่อครั้นไปสมัครงานที่ยังไม่ทันจะได้กรอกรายละเอียดก็ต้องส่งเอกสารกลับ เพราะสายตาเหยียดหยาม กับคำพูดหมิ่นแคลนจากเจ้าหน้าที่รับสมัคร

‘มาสมัครงานจะต้องแต่งตัวให้ดูดี สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น แต่นี่อะไร...เหมือนกับยายป้าหลุดมาจากป่าลึก หาความเจริญหูเจริญตาไม่ได้เลย คงได้หรอกน่ะ งานนะ’

“จะไปแคร์ปากคนอื่นทำไม ก็รู้อยู่ ไม่มีใครต้องการเห็นคนอื่นได้ดีกว่าตัวเอง อีกอย่าง...ปิ่นแต่งแบบสุภาพเรียบร้อยอย่างนั้นแหละดีแล้ว คนที่รับสมัครเขาจะได้เชื่อว่า ถ้าตัดสินใจรับเข้าไปแล้ว เราจะตั้งใจทำงาน ไม่ใช่ใช้งานบังหน้า แต่ใจจริงอยากเป็นเมียนายหัว”

บางทีเห็นแล้วก็อดสงสารเหล่าสาวๆ หลายคนที่ไม่สนใจหน้าที่การงาน เอาแต่วาดคิ้ว เขียนตา ทาปาก ผัดแป้งให้หน้านวล ตั้งหน้าตั้งตารอยคอย ‘นายหัวเมฆ’ จนคอยืดคอยาว

หลายคำพูดให้กำลังใจที่ได้รับแต่ก็ไม่เท่ากับการตัดสินใจของตนเอง ทำแล้วไม่ได้ ยังดีกว่ามีโอกาสแล้วไม่ได้ทำ อีกอย่างธวัชชัยก็บอกว่า เขารับสมัครเพียงแค่สามวันเท่านั้นเองและวันนี้ก็เป็นวันที่สามที่ทางบริษัทได้ปิดป้ายประกาศไว้ด้วย

ปิ่นปักอมยิ้มเมื่อนึกถึงคำบอกที่ว่าให้เธอเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เพราะถ้ามีตำแหน่งตรงกับที่เธอจบมา จะได้จัดการให้เรียบร้อยในทันที ไม่ต้องวิ่งกลับไปกลับมา ให้เสียเวลาและเปลืองเงิน แต่ถ้าไม่ตรงก็ไม่เป็นไรเขียนใบสมัครทิ้งๆ ไว้ มีตำแหน่งว่างเมื่อไหร่เขาก็จะเรียกสัมภาษณ์เองแหละ

ปิ่นปักอ่านป้ายประกาศด้วยความละเอียดและรอบคอบ ก่อนดวงตาคู่สวยภายใต้แว่นคันใหญ่จะเปล่งประกายวามวาวด้วยสุขสมใจขึ้นมาแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าตำแหน่งที่ประกาศอยู่นั้นตรงกับคุณวุฒิของเธอ ไหนจะประสบการณ์ที่ได้ช่วยเหลือครูอาจารย์ขณะกำลังเรียนอยู่ จบมาแล้วก็ยังรับทำบัญชีให้กับร้านขายของชำแถวบ้าน รายได้ถึงจะไม่มากแต่ก็พอเลี้ยงดูตัวเองได้ เมื่อมีโอกาสได้หน้าที่การงานที่มั่นคง มีความเจริญก้าวหน้าเธอก็ไม่อยากที่ละทิ้ง

“ถอยไม่ได้แล้ว สู้นะปิ่นปัก!” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความมั่นใจในตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเมฆินทร์การยางในทันที

โครม!

“โอ้ย!”

ยังไม่ทันจะถึงประตูกระจกใส ปิ่นปักรู้สึกถึงแรงปะทะที่ทำให้ร่างโปร่งกระเด็นหงายไปด้านหลัง ดีว่าได้แขนแข็งแรงคู่หนึ่งคว้าเอวไว้ ไม่เช่นนั้นเธอคงจะต้องล้มไปกองอยู่บนพื้นคอนกรีตให้ได้ทั้งเจ็บตัวและอายผู้คนที่มองมา

แว่นสายตาคันโตเอียงกระเท่เร่ ขาแว่นด้านหนึ่งหลุดจากใบหู ทำให้คนช่วยถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะหนึ่ง

ดวงตากลมโตที่สุกสกาวราวกับตากวาง ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน ใบหน้ารูปไข่เนียนเรียบ จมูกเล็กโด่ง ปากรูปกระจับ ผมยาวสลวยปล่อยสยายถึงกลางหลัง ดำสนิทเป็นเงางามและ...กลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้รู้สึกแปลกๆ ในทรวง

ดวงตาคมปราบที่มองกราดไปทั่วร่าง ก่อความหวั่นไหวทำให้หัวใจดวงน้อยถึงกับเต้นระรัวจนเกือบจะทะลุออก เหมือนพื้นที่ยืนอยู่จะสั่นสะเทือน เพราะความร้อนจากฝ่ามือที่อยู่บนแผ่นหลัง

ดวงตาเข้มมีพลังลึกลับชวนให้หวาดหวั่น ที่เธออยากจะหลบเลี่ยงไม่สบด้วยแต่เพราะความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นจึงทำอย่างที่คิดไม่ได้

มือเรียวสั่นระริกและเย็นจัดราวกับน้ำแข็งยกขึ้นเพื่อดึงเอาแขนแกร่งที่โอบเอวออก ขณะยกอีกข้างขึ้นผลักอกกว้างให้รีบถอยห่างจากตัวกาย แต่ไม่ว่าจะออกแรงมากเท่าไหร่ เมื่อชายหนุ่มไม่ยินยอมให้เป็นอิสระ เธอก็ไม่อาจทำอะไรได้

“ปล่อย...ปล่อยค่ะ” ชวนให้ปิ่นปักตกใจมิใช่น้อยกับสำเนียงเสียงที่ดังจากปาก ทำไมถึงได้แห้งและแผ่วเบาอย่างนี้ก็ไม่รู้

เสียงแผ่วเบาใสฟังแล้วเย็นชุ่มฉ่ำใจ ไหนกลิ่นหอมที่เชื้อเชิญให้ดมดอม มีอำนาจเกินกว่าเขาจะยับยั้งชั่งใจได้

“เธอพูดอะไรนะ ฉันฟังไม่ค่อยชัด พูดใหม่อีกครั้งได้ไหม” ก็รู้นะ เธอพูดอะไร แต่เขายังไม่อยากทำตามและยังถือโอกาสนี้ดึงร่างโปร่งเข้ามาหา พลางก้มหน้าลงสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ได้กลิ่นแล้วสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

เขาเกือบจะกดจมูกโด่งลงไปบนแก้มนวลใสซับสีเลือดฝาด แต่นึกได้ว่า สถานที่ไม่เหมาะสม

“จะเดินเหินให้มันระวังหน่อยนะ ล้มลงไปจะเจ็บตัวและอายคนที่เขามองมา...น้องเอ๋อ” กระซิบเสียงนุ่มทุ้มก่อนจะปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ อย่างไม่ค่อยพึงพอใจสักเท่าไหร่

อ่านต่อ

สารบัญ ร้อยหัวใจอุ่นไอรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
ตอน
อ่านเลย
แชร์