หน้าปกนวนิยาย ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)

ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)

8.3 / 10.0
เมื่อชายหนุ่มผู้รักความสันโดษหลงยุคกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยและบรรยากาศย้อนยุค เขาได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แต่สถานะคนต่างโลกกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มาพร้อมความลับของดอกลั่นทมซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ เขาต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกปัจจุบันที่จากมา หรือจะยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อครองคู่กับรักแท้ที่เฝ้ารอมานานแสนนานในอดีตแห่งนี้ มาร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักข้ามภพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ

ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย) ตอนที่ 1

ห้องขนาดหนึ่งคูณหนึ่งไม่กว้างมาก พนังสีฟ้าอ่อน เตียงขนาดห้าฟุตชิดกำแพง แสงแดดกับเสียงนกร้องที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเกล็ดหัวเตียงทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้น มือบางควานเข้าไปใต้หมอนหยิบโทรศัพท์สีดำขึ้นมาเปิดดูเวลา

[07.00]

ผมลุกขึ้นนั่งสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดแรงๆ ยกยิ้มให้กับการเริ่มต้นใหม่เหมือนทุกวัน ก่อนลุกหนีออกจากผ้าห่มสีน้ำเงินแสนสบายที่มีรอยขาดเล็กน้อย ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว

ทุกอย่างเรียบร้อยภายในสิบนาที ผมสะพายเป้สีเหลืองสดใสที่สายขาดข้างหนึ่งขึ้นบ่าขวา หยิบกุญแจปิดประตูออกไปขึ้นรถเมล์

ปริ้นๆ

“พี่ยอดหล่อมากเลยอะแก ถ้าฉันรู้ก่อนนะจะยอมซ้ำชั้นเลย ซ้ำชั้นสักปีแลกกับได้มีเพื่อนผู้ชายหล่อๆแบบนี้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม” หญิงสาวผมสีน้ำตาลที่นั่งด้านหน้าผมสองคนคุยกันเสียงดัง

“เดี๋ยว...ช้าๆ ค่อยๆพูด ไหน เอามาดูสิ” เสียงเงียบไปชั่วอึดใจ “นี่รุ่นน้องภาคเราหรือ ทำไมฉันไม่เห็นรู้  ว่าเรามีรุ่นหน้าเบ้าหน้าเทพบุตรแบบนี้”

“ถ้าเป็นรุ่นน้องก็ดีสิแก เนี่ยพี่ยอดปีสองโบราณคดี”

“ก็เป็นน้องสิ แบบนี้แกยอมซ้ำชั้นสิบปีก็เปล่าประโยชน์”

“อย่าหาทำ ใครมองหน้าพี่ยอดแล้วเรียกน้องได้ กูก้มกราบเลยเอ้า งานดีขนาดนี้”

ผมหูผึ่งฟังสองสาวด้านหน้าคุยอย่างออกรสออกชาติ ดูเหมือนพวกเธอจะเป็นนักศึกษามหาลัยเดียวกัน นี่ถ้าไม่อยากเสียมารยาทผมคงตะโกนใส่หูสองคนนั้นด้วยความภูมิใจว่า

ผมนี่แหละที่นอกจากไม่เรียกไอ้ยอดว่าพี่แล้ว เดี๋ยวจะควงแขนไปเที่ยวให้ดูเลย!

“ป้ายหน้ามหาวิทยาลัยเป็ดสวรรค์” กระเป๋ารถเมล์ตะโกนเสียงดัง

ผมกระชับสายเป้สีเหลืองลุกขึ้นยืนเตรียมตัวลงจากรถ ไม่ลืมหันไปมองสองสาวแล้วยิ้มให้อย่างนึกขำในใจ พวกเธอคงเป็นแฟนคลับหน้าใหม่ หารู้ไม่ว่าคนที่เธอชื่นชอบ ความจริงแล้ว...เป็นแค่ คนไม่เอาไหน

แกร๊ก....แกร๊ก...แกร๊ก

“ไม่มา ยังไม่มา”

ผมบ่นพึมพำอยู่หน้าประตูห้องเรียนหลังจากยืนรากงอกมาไม่ต่ำกว่าสิบนาทีแล้ว นักศึกษาทยอยกันเข้าห้องเรียนกันหมด ยกเว้น...ผม

หงุดหงิดอะ อยากเข้าไปในห้องก็ทำไม่ได้ ยืนต่อไป อย่างน้อยก็ยังสายไม่ถึงสิบนาที ไม่งั้นเข้าก่อนได้โดนเจ้านั่นบ่นแน่

“ฮ่าๆๆ มารอคนหล่อหรือครับน้อง”

หลงตัวเองไม่เปลี่ยน

ผู้ชายผิวขาวตาสีน้ำตาลผมสีน้ำตาล มองผ่านๆเหมือนพวกเกย์รับด้วยหุ่นทรงนายแบบและดูสำอาง แต่ยังดีที่การแต่งตัวและท่าทางดูแมนเต็มร้อย สาวๆในมหาลัยเลยต่างพากันตั้งฉายาให้ว่า ‘ยอดสายลมแห่งความเจ้าชู้’

ผมยักใหล่เหวี่ยงเป้ให้มาข้างหน้า มือล้วงหยิบสมุดเล็กเชอร์ที่มีตรามหาวิทยาลัยสองเล่มให้อีกคนที่มัวแต่กดโทรศัพท์

“ยอดสมชื่อจริงๆ มาสายไม่พอยังมัวแต่ตอบแชทสาว เอาสมุดคืนไปเลย”

“ฮ่าๆ น้ำเพื่อนรักวันนี้เลิกเรียนเดี๋ยวกูฝากเหมือนเดิมนะ มึงก็รู้ว่ากูไม่มีเป้ มาเรียนก็เจอมึงอยู่ดี ฝากเก็บหน่อยนะเพื่อน”

ผมเป็นเด็กเรียน หน้าตาไม่จัดว่าดีมากแต่อย่างน้อยก็ไร้สิวดูสะอาดไร้หนวดเครา จริงๆเป็นกรรมพันธุ์พ่อผมก็ไม่มีหนวดเครา

ผมพยักหน้าตัดรำคาญ รีบพาตัวเองเข้าห้องเรียน

“เดี๋ยวก่อน”

ผมหันไปมอง มือยังค้างที่ลูกบิดประตู

“มึงไม่ปิดกระเป๋าอีกแล้วนะ เมื่อกี้ตอนยืนรอก็เปิดอ้าซ่า”

“มันมีของสำคัญที่ไหน สงสัยลืมปิดตั้งแต่ตอนควักเงินซื้อตั๋วรถเมล์” ผมฉีกยิ้มให้ “ขอบใจที่เตือน”

.......

ออด!

พรึ่บพรั่บ ฉึบๆ เอี๊ยด

พอเสียงสัญญาณดังบอกเวลานักศึกษาก็พากันลุกขึ้นเก็บข้าวของรีบออกจากห้องไม่เว้นแม้แต่คนข้างๆผมที่นั่งเรียนไปตอบแชทสาวไป

“มึง กูกลับก่อนนะ รีบ อะนี่สมุด อย่าลืมเก็บดีๆปิดกระเป๋าด้วย” คนตัวโตปาดผมหนึ่งทีก่อนจะวางสมุดสองเล่มที่โต๊ะผม

“เฮ้อ เอาเถอะ พรุ่งนี้เจอกันแปดโมง คงไม่สายนะ”

“หา! พรุ่งนี้คนหล่ออย่างกูมีนัดโว้ย”

“ไม่ได้ พรุ่งนี้เราสองคนต้องไปสำรวจโบราณสถานบ้านเรือนไทยมาเขียนรายงาน เทอมนี้มึงก็รู้ว่าใครสอน กูไม่อยากหลุดทุน”

“ฮ่าๆ เด็กเรียนอย่างมึงๆไม่หลุดทุนหรอกน่า ไว้วันหลังนะ พรุ่งนี้กูนัดสาวไว้ ไปช้าสักก็ได้”

“ไม่ได้ อย่ามาต่อรอง”

“งั้นมึงไปหาซื้อเสื้อใหม่ไหม อย่าใช้แต่ของมือสอง เสื้อมึงเนี่ยเหลืองจนจะเน่าอยู่แล้ว กูไม่กล้าเดินด้วย เดี๋ยวสาวหนี”

เฮ้อ....มันยังใส่ได้จะซื้อทำไม

ผมลุกขึ้นยืนเมินคนที่ชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูด ไม่ได้โกรธอะไรนะครับ แต่เพราะเป็นเพื่อนกันไงเลยรู้ว่าถ้าคุยต่อต้องลงท้ายด้วยการเทนัดผมแน่ๆ

.......

“ที่นี่ดู...ไม่เหมือนบ้านเรือนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เลยนะ ปูพวกนนี้มันมาจากไหน ไม่ใช่ว่าถูกบูรณะก่อนขึ้นทะเบียนหรอกนะ”

บ้านเรียนไทยสองชั้นทรงตัวที่ด้านหน้าเป็นบันไดสองข้างเทลงตรงกลางใต้บันไดปีกซ้ายเป็นซุ้นประตูเข้าไปยังห้องด้านใน ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านทรงตะวันตกที่ทำจากไม้เสียมากกว่า ผมพยายามชะเง้อคอมองเข้าไปในตัวบ้าน โดยเฉพาะห้องชั้น 1 เสียดายที่ข้างในมันมืด แถมยังมีรั้วกั้นเขตสงวนห้ามเข้าอีก

ดั้นด้นมายี่สิบกิโล สงสัยจะไม่คุ้ม

“ฮ่าๆๆ มาน้อง เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง”

ผมละสายตาจากบ้านหลังโตตั้งตระหง่านมามองคนข้างๆ ทำหน้าเชิดดูภูมิอกภูมิใจมเสียเหลือเกิน เฮ้อ..เกินเยียวยา

“สมัยรัชกาลที่ 5 รับอิทธิพลหลายอย่างมาจากทางยุโรป ไม่ใช่แค่ปูนนะ จะอิฐ คอนกรีตหรือเสริมเหล็กทำหลังคารูปโดมก็ไม่แปลกหรอก”

“...”

นี่ผมหูฝาดไปไหมเนี่ย เพื่อนผมรู้เรื่องอื่นนอกจากเรื่องหญิงด้วยหรือ เหลือเชื่อจริงๆ สงสัยผมต้องมองเขาใหม่เสียแล้ว

“ทำไมมองกูงั้น? หึ หลงในความหล่อของกูแล้วล่ะสิ ฮ่าๆๆๆ”

“ก่อนหน้านี้ใครๆก็บอกว่ามึงเรียนผิดคณะ กูเองยังเห็นด้วย...เอ่อ นิดหนึ่ง ก็เห็นเข้ายิมน่าจะเหมาะไปเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬามากกว่า”

ปึก

ยอดเข้ามาตบไหล่ผมฉาดหนึ่ง หัวเราะจนไหล่สั่น

“ฮ่าๆ หลงเสน่ห์ในมัดกล้ามของกูสินะ”

“เอ่อ คือว่า...เริ่มสำรวจกันดีกว่า เดี๋ยวจะเที่ยง”

“ฮ่าๆๆ ดีๆ เผื่อเสร็จไว กูจะได้ไปหาสาวไวขึ้น”

เฮ้อ ผมก็อยากไปว่ายน้ำเล่นที่สระว่ายน้ำมหาลัยเหมือนกัน

ผมเดินสำรวจรวบตัวอาคารอยู่พักใหญ่ บริเวณรอบตัวบ้านบางส่วนถูกกั้นและติดป้ายห้ามถ่ายรูปเนื่องจากบ้านหลังนี้มีอายุมากกว่า160ปี ด้านล่างมีความเป็นปูน เสียดายที่เข้าไปสำรวจห้องชั้นล่างไม่ได้เลยไม่รู้ว่าเป็นห้องอะไร หลังสำรวจรอบตัวบ้านเรียบร้อย ผมก็เดินขึ้นชั้นสองที่เป็นโซนไม้เรือนไทย ด้านบนนี้ยังมีสถาปัตย์กรรมและร่องรอยการตกแต่งแบบไทยเดิม

“ทำไมเย็นดีจัง อากาศแบบนี้ มีขนมไทยตั้งโต๊ะสักชุดคงเข้ากับบรรยากาศ แต่เห็นฝุ่นแล้วก็...ฮ่าๆๆ เอ๊ะ ห้องนั้นห้ามเข้า” ผมเดินเข้าไปใกล้ๆห้องทางปีกขวาของเรือน ประตูเปิดอ้าอยู่ ด้านในเหมือนจะเป็นห้องพระเก่า เพราะยังมีพวกโต๊ะหมู่บูชาผุๆตั้งให้เห็นที่ปลายหางตา วินาทีนั้นผมได้ยินเสียงตึ้งมาจากในห้อง เกือบจะก้าวเท้าไปดูแต่ยั้งตัวเองทัน

“สงสัยเป็นพวกหนูละมั้ง”

ฟิ้ว

“กลิ่นอะไรหอมจัง”

สายลมเย็นเตะกลิ่นหอมๆโชยเข้าจมูก ผมเดินตามกลิ่นลงมาถึงชั้นล่าง ด้านหลังเรือนพบต้นลีลาวดีต้นหนึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาและผลิดอกส่งกลิ่นรัญจวน กลิ่นของมันบวกอากาศยามเย็นที่นี่ทำให้ผมวางเป้สีเหลืองโปรดลงข้างๆเอนหลังพิงอย่างช่วยไม่ได้ เปลือกตาหนักๆเริ่มปิดลง ในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่สติจะดับวูบ ผมได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งพูดอะไรบางอย่าง

“มาสิ”

เสียงทุ้มๆเย็นๆของชายปริศนาดังระยะใกล้เสียดายที่กำลังงุนงงจนไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร

…….โปรดติดตามตอนต่อไป…….

อ่านต่อ

สารบัญ ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย 7Leaders เกมรักปิดฉากนายคาสโนว่า เล่มที่ 3 ของซีรี่ย์
8.9
ชีวิตโสดที่แสนอิสระของเพลย์บอยหนุ่มต้องสั่นคลอนเมื่อเขาได้พบกับ ‘มิริน’ สาวสวยผู้เย็นชาและแข็งกร้าว แม้เธอจะมีคนในใจอยู่แล้ว แต่เขากลับยิ่งอยากเอาชนะใจราชินีน้ำแข็งคนนี้ให้ได้ เขาจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมท้าทายจนเธอตอบตกลงเข้าสู่ ‘เกมจีบ’ ที่บีบให้เธอต้องยอมมาเป็นแฟนของเขา ท่ามกลางความใกล้ชิดที่เริ่มลึกซึ้งเกินกว่าแค่เกมเดิมพัน เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนความหลงใหลให้กลายเป็นการครอบครองทั้งตัวและหัวใจของเธอเพียงผู้เดียว แม้ว่าในใจของมิรินจะยังมีเงาของชายคนอื่นอยู่ก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานสามปี พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้เธอจะตั้งครรภ์แต่เขากลับบีบบังคับให้หย่าและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย อภิเดชยังหูเบาเชื่อคำโกหกของศศิกานต์ที่กลั่นแกล้งเธอในที่ทำงานจนพรกมลตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง เธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีตที่แสนโหดร้ายอีกเลย
ตอน
อ่านเลย
แชร์