หน้าปกนวนิยาย หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

9.2 / 10.0
หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน เมื่อไป๋ชิงตัดสินใจจบชีวิตคู่ที่ขมขื่นกับลู่เฉินเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะหญิงหม้ายผู้มั่งคั่ง เป้าหมายเดียวของนางคือการหาสามีใหม่และพิสูจน์ค่าของตนเองท่ามกลางอุปสรรคใน fantasy romance novel เรื่องนี้ พบกับภารกิจทิ้งอดีตที่เต็มไปด้วยความแค้นใน web novel สุดเข้มข้น
เรื่องย่อ หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน
เมื่อความภักดีที่ไป๋ชิงมีให้ลู่เฉินถูกตอบแทนด้วยความเฉยเมยและการรับอนุเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า นางจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ด้วยการหย่าขาด แม้ลู่เฉินจะยินยอมปล่อยไปอย่างง่ายดายในตอนแรก แต่ไม่นานเขากลับตามตื๊อขอคืนดีอย่างน่าประหลาดใจ ทว่าหัวใจที่บอบช้ำของไป๋ชิงไม่มีวันหวนกลับ นางตั้งมั่นจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าหาคู่ชีวิตคนใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมพิสูจน์ให้คนทั้งใต้หล้าได้เห็นว่าหญิงหม้ายเช่นนางก็สามารถเริ่มต้นชีวิตรักครั้งใหม่ที่รุ่งโรจน์ได้โดยไม่ต้องง้ออดีตสามี
อ่านเพิ่มเติม

หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน ตอนที่ 1

กิ่งต้นหลิวกำลังถูกสายฝนพัดจนใบไม้ปลิวลงไปตามสายลม จนกระทั่งกิ่งโยกเอนขยับไปมาราวกับเสียงร้องในใจนางในตอนนี้ อนงค์ร่างบางอรชร ใบหน้าเรียวรูปไข่ขับรับกับดวงตาหงส์ คิ้วเรียวดัง กิ่งหลิว ริมฝีปากดั่งดอกบัวแรกแย้ม

ดวงตานางหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า สามปีที่ผ่านมาสำหรับนางแล้วเหมือนสามสิบปี ตั้งแต่ก้าวเข้ามาสกุลลู่ ในใจนางแต่ละวันล้วนไม่ได้อยู่สงบสุข

ประตูใหญ่ด้านหน้าไหว้ฟ้าดินรับนางเข้ามา

หากแต่ประตูเล็กกลับรับอนุมาเช่นกัน

ในคืนเข้าหอที่ควรเป็นของนาง แต่อนุที่ต่ำกว่ากลับช่วงชิงไปได้ ชีวิตรักที่จะสงบก็ไม่เคยมีนับตั้งแต่นั้น นางคิดว่าหากนางทำตัวเป็นภรรยาที่มีความเมตตาต่อภรรยาคนอื่นๆ ของสามี ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี สามีนางก็คงจะยกย่องนางและให้ความเคารพบ้าง แต่สามปีที่ผ่านมา นางเหมือนตกอยู่ในนรกไม่เว้นวัน

เขาเอาแต่สร้างเรื่องเอาอนุเข้าเรือนไม่เว้นแต่ละวัน อย่างที่เขาบอกว่ามีหนึ่งก็ต้องมีสอง มีสองก็ต้องมีสาม ในเมื่อนางเป็นหนึ่ง นางก็ปล่อยให้อนุพวกนั้นตบตีกันเอง

ตบตีกันไปมา ในที่สุดสามปีนางก็เหลืออนุที่ผ่านสนามรบพวกนั้น และแยกย้ายต่างคนต่างอยู่เพียงสองคน ถึงสองคน แต่สำหรับนางแล้ว ก็ไม่ต่างจากนรกเหมือนเคย

ทุกวันผ่านไปอย่างยากลำบาก เจ็ดวันต้องแบ่งไปให้อนุแล้วสี่วัน เหลือให้นางเพียงสามวัน หากแต่สามวันนั้นสำหรับนางนั้น...

หึ นางเค้นหัวเราะกับชะตาที่ตัวเองได้รับ เฉกเช่นวันนี้ที่ต้องพบกับความจริงที่แสนเจ็บปวด สายฝนยังคงกระหน่ำเทลงมา นางทอดมองไปยังเรือนฝั่งตรงข้ามที่มีแสงเทียนดวงเล็กจุดอยู่ ทำให้เห็นเงาด้านในนั้น

สองคนนั้นกำลังเล่นรักโดยมิกลัวฟ้ากลัวสวรรค์จักลงโทษ คนหนึ่งนั้นคือคนที่นางต้องทนมาตลอดสามปี สามีนาง “ลู่เฉิน” ส่วนคนที่สองนั้นนางเคยเห็นเป็นดั่งน้องสาวที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ สาวใช้ของนาง “จางจิ้ง”

มือบางกำแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อจนเลือดไหลออกมา หากแต่มันกลับไม่ได้เจ็บเลยสักนิด สามปีนี้สำหรับนาง สิ่งที่ทั้งสองกระทำนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ จนในที่สุดตอนนี้หัวใจนางก็ตายไปแล้ว

นางเฝ้ารอสองคนที่นางรักทำกิจจนเสร็จ รอจนกระทั่งสายฝนที่พัดกระหน่ำหลงเหลือเพียงแค่หยดน้ำบนหลังคา มือนางยกขึ้นไปรองรับน้ำฝนที่ตกลงมา แล้วน้ำตาของนางก็หยดลงบนแก้ม

ถึงเวลาแล้วที่นางควรจะรักตัวเองมิใช่คนอื่น ควรจะเลือกหนทาง ที่ถูกต้อง เมื่อคิดได้ก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แล้วก้าวเท้าผ่านหลังคาที่หลบฝน หยดฝนที่โปรยปรายเหลือเพียงน้อยนิดนั้น ตกลงมากระทบกับเรือนผม ที่ยาวจนถึงสะโพก ยามเท้าย่างกรายไปนั้นก็พัดเอนไปมาราวกับลิ่วลม ฝีเท้านางยามก้าวไปนั้นคล้ายกับต้นไผ่ที่ไม่อาจสู้แรงต้นหลิวที่มั่นคงได้

แต่ละก้าวเต็มไปด้วยบาดแผลในใจ ยามที่ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากในนั้นราวคมมีดกรีดลงลึกไป

“พวกท่านใจร้ายกับข้าเกินไปแล้ว”

นั่นน่ะหรือน้องสาวที่ข้ารัก นั่นนะหรือสามีที่รักภักดี เหยียบย่ำกันพอหรือยัง

ไป๋ชิงหยุดฝีเท้ายืนอยู่หน้าประตู หากแต่นางกลับไม่กล้าที่จะเคาะเรียกสองคนนั้นออกมาให้บาดตาบาดใจ แต่แล้วก็มีเสียงสนทนาดังออกมาจากด้านในราวกับว่าจงใจให้นางได้ยิน

“คุณชาย หากคุณหนูรู้เข้า คุณหนูจักต้องเสียใจแน่”

จางจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงขวยเขิน พลางออดอ้อนซบแผ่นอกลู่เฉินโดยไม่มีท่าทีที่จะเสียใจอย่างคำพูดสักนิด

ส่วนลู่เฉินนั้นก็หัวเราะในลำคอ “ชิงเอ๋อร์จะเสียใจเยี่ยงไรกันเล่า ในเมื่อต่อไปข้าย่อมต้องมาเยือนเรือนของนางทุกวันอยู่แล้ว ข้าได้กับเจ้า ก็ดีกว่านำอนุนอกเรือนเข้ามาเป็นไหนๆ”

จางจิ้งได้ยินแบบนั้นก็ผละออกจากอก แล้วกำหมัดตีแผ่นอกเบาๆ “คุณชายมิคิดจริงจังกับข้าใช่หรือไม่ เห็นข้าเป็นเพียงสาวใช้เท่านั้น”

มือหนาเขานั้นจับกุมมือจางจิ้งที่กำลังทุบตีอกเอาไว้ แล้วดึงนางมากอดเช่นเคย “ในใจข้าไม่ได้มองเจ้าเป็นเช่นนั้น แต่รอหน่อย ให้พ้นวันเกิดท่านแม่ก่อน ข้าจะขอเจ้าเป็นอนุคนที่สาม ไม่ให้เจ้าเป็นสาวใช้ตลอดไปแน่ แต่เจ้าต้องรับปากข้าว่าจะดูแลไป๋ชิงเช่นเดิม”

จางจิ้งได้ยินชื่อก็แค้นในใจ ตั้งแต่เล็กก็เติบโตมาพร้อมกับคุณหนูไป๋ชิง หากแต่ตนคือสาวใช้ ส่วนนางก็คือบุตรีของบัณฑิตสกุลเหว่ย อาจารย์ที่เป็นที่นับถือของเหล่าบัณฑิตในเมืองนี้

ตั้งแต่เล็กนางล้วนเห็นว่าคุณหนูดีกว่าตนทุกอย่าง คุณสมบัติของนางที่โดดเด่นเหนือบุรุษ อ่านหนังสือออกตั้งแต่สามขวบ สอบเทียบข้ามรุ่นได้ตั้งแต่เด็ก พิณ ขลุ่ย กลอน โคลงกวีก็ไม่แพ้ใคร ตลอดจนงานบ้าน เย็บปักถักร้อยก็โดดเด่นเสมอ

สำหรับจางจิ้งแล้ว คุณหนูเปรียบเหมือนเทพเซียนที่ลงมาจากสวรรค์ ส่วนนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ยืนอยู่บนดินมิอาจเทียบได้ หากแต่ตอนนี้นางทำสำเร็จแล้ว เมื่อนางมีสามีคนเดียวกับเทพเซียน องค์นั้น

เมื่อคิดได้นางก็ยืดคออีกหน่อย “ให้ข้าเป็นอนุแล้วยังต้องรับใช้นางอีก เช่นนั้นแล้วข้าจะนอนกับท่านเพื่ออันใด ท่านก็หาสาวใช้คนใหม่ มาแทนเถอะ” น้ำเสียงนางแง่งอน ปากนิดปากหน่อยยื่นออกมาราวกับนกแก้วนกขุนทอง

ลู่เฉินรู้สึกสนุกจึงก้มลงจูบริมฝีปากนั้นอย่างเอาใจ ทำให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น

“ไม่จำเป็นต้องหาสาวใช้ให้ข้าใหม่หรอก”

สองคนที่อยู่ในห้องมองหน้ากันแล้วตกใจ จางจิ้งรีบผละออกจากอกของลู่เฉิน จากนั้นก็ควานหาเสื้อผ้ามาใส่ หากแต่เมื่อคิดว่าตอนนี้ นางเป็นใคร ก็พวกเราล้วนใช้สามีคนเดียวกัน แล้วนางจะกลัวไป๋ชิงไปทำไม เมื่อคิดได้ก็ยืนทั้งที่สวมชุดชั้นในชั้นเดียว มองลู่เฉินที่ลงจากเตียงเดินไปเอาผ้าคลุมมาให้นางอย่างเอาใจ

ยิ่งลู่เฉินทำแบบนี้นางก็ยิ่งได้ใจ จึงเชิดหน้าขึ้นแล้วเป็นฝ่ายไปเปิดประตูเอง

เอี๊ยด เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับเสียง เพียะ!!

มือไป๋ชิงตบเข้าที่หน้าจางจิ้งเสียงดัง “คุณ...” หนู คำท้ายนั้น หยุดไปเมื่อคิดได้ว่าตัวเองเป็นใครแล้วตอนนี้ ก่อนลุกขึ้นแล้วหันกลับไปซบคุณชายลู่เฉิน “คุณชายเจ้าคะ ช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”

ท่าทางเช่นนั้นยิ่งทำให้นางรู้สึกเจ็บปวด นี่หรือคนที่เติบโตมาพร้อมกับนาง แล้วมองสามีที่หันมาตวาดใส่

“ฮูหยิน เจ้าอย่าลืมคำว่าสี่คุณธรรมของภรรยาเด็ดขาด กระทำการเช่นนี้ก็เท่ากับไม่ให้เกียรติข้า ประพฤติผิดต่อสามีไม่เท่ากับผิดข้อปฏิบัติ สี่คุณธรรม!!”

“ข้าไม่สนใจสี่คุณธรรมพวกนั้นแล้ว หากท่านเอาสี่คุณธรรมมาอ้าง แล้วท่านเล่า กระทำตัวเป็นสามีที่ดีหรือไม่”

“ไป๋ชิง เจ้าชักจะหาญกล้ามากไปแล้ว” เขาปลดมือของสาวใช้ออก จากนั้นก็เดินมายังหน้าภรรยาตน ยกมือขึ้นแล้วตบ

เพียะ! เสียงนั้นดังสะเทือนจนคนถูกตบล้มลงไปบนพื้น คนถูกกระทำยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง มองสีหน้าสามีที่กำลังแสดงอำนาจ หันมองสาวใช้ตนที่กำลังยิ้มเยาะสะใจ สองมือนางก็กำแน่น ในใจก็คิดว่า

‘สี่คุณธรรมห่าเหวอันใดเล่า ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น’

อ่านต่อ

สารบัญ หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว
7.9
หลังเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตที่วาดฝันไว้คือความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของผู้หญิงที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาตรากตรำทำนาหรือรับผิดชอบงานล้างจานอันเหน็ดเหนื่อย หน้าที่หลักมีเพียงการปรนนิบัติดูแลสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้านอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการเรียนหนังสือให้วุ่นวายใจอีกต่อไป ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีของเธอไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ อย่างที่เคยหวังไว้
หน้าปกนวนิยาย ฉันจะไม่มีวันพบผู้ชายที่ฉันรักมาหลายปี
8.0
ตลอดเก้าปีที่เธอทุ่มเทดูแลชายผู้พิการบนรถเข็นด้วยความรัก เธอกลับพบความจริงที่น่าตกใจเมื่อเห็นเขาลุกขึ้นยืนได้ปกติและกำลังพร่ำบอกรักหญิงอื่นอย่างเร่าร้อน ชายที่เธอคิดว่าเย็นชาแท้จริงแล้วแกล้งพิการเพียงเพื่อรอคอย ‘จิ๋นจิ๋น’ พี่สะใภ้ม่ายทรงเสน่ห์ของเขาเอง ความทุ่มเททั้งหมดของเธอพังทลายลงทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองเป็นเพียงส่วนเกินในแผนการหลอกลวงเพื่อครอบครองผู้หญิงที่เขาถวิลหามานานนับสิบปีโดยไม่สนความถูกต้องใดๆ
หน้าปกนวนิยาย รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
9.8
ออสตินคือชายหนุ่มที่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าชีวิตของใบพลู เขามักใช้อำนาจกดขี่จนเธอรู้สึกเหมือนคนไร้หัวใจที่ต้องยอมจำนนต่อการเอาเปรียบอยู่เสมอ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเย็นชาและควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเพื่อประชดประชัน แต่ความจริงแล้วการกระทำที่โหดร้ายเหล่านั้นเป็นเพียงวิธีแสดงออกที่ผิดเพี้ยนเพราะเขาอยากใกล้ชิดเธอเพียงเท่านั้น ใบพลูต้องทนทุกข์กับความร้ายกาจนี้โดยไม่อาจล่วงรู้เลยว่า เมื่อไหร่ที่วายร้ายอย่างเขาจะยอมเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเสียที
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ร้อนรักคุณอามาเฟีย
9.8
โศกนาฏกรรมทำให้ คทา มาเฟียหนุ่มวัย 32 ปี ต้องรับดูแล มัสลิน ลูกบุญธรรมของพี่ชายที่ล่วงลับในฐานะคุณอาตามกฎหมาย ทว่าเสน่ห์ของเด็กสาววัย 17 ปีที่โตเกินวัยกลับปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาจนอยากจะครอบครองมากกว่าแค่ผู้ปกครอง แม้มัสลินจะพยายามต่อต้านและยืนยันว่าเธอไม่ใช่หลานแท้ๆ เพื่อหนีจากการควบคุม แต่มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลกลับไม่ยอมปล่อยมือ การปะทะคารมท่ามกลางความตึงเครียดจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมความปรารถนาที่ยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้
หน้าปกนวนิยาย แผนการหย่าร้าง ฉบับเต็มร้อย
9.4
ตลอดสามปีในชีวิตคู่ ฉันเฝ้าบันทึกความร้าวรานลงในสมุดเพื่อหักคะแนนความประพฤติของภาคินัย ทุกครั้งที่เขาเห็นอารยารักแรกสำคัญกว่าเมียตัวเอง จนถึงวันที่คะแนนติดลบเมื่ออุบัติเหตุทำให้ฉันต้องนอนจมกองเลือดพร้อมลูกในครรภ์แปดสัปดาห์ ทว่าสามีที่เป็นถึงศัลยแพทย์มือหนึ่งกลับปฏิเสธการอนุมัติเลือดกรุ๊ปหายากให้คนไข้นิรนามอย่างฉัน เพียงเพราะต้องการสำรองทรัพยากรไว้ให้คนรักเก่าที่เจ็บเพียงเล็กน้อย เขาเลือกทอดทิ้งลมหายใจของลูกเพื่อผู้หญิงคนนั้น ถึงเวลาที่ฉันจะปิดสมุดเล่มนี้และจากไปถาวร
ตอน
อ่านเลย
แชร์