หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์ทะเลทราย

ทัณฑ์ทะเลทราย

7.9 / 10.0
เมื่อรติรสพยายามหนีจากพันธนาการของเดนิม อิสมาอิล พร้อมทั้งขโมยหัวใจเขาไป ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงไม่อาจปล่อยเธอไปได้ ความรักและความแค้นในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทำให้เขาเลือกใช้การลงทัณฑ์อันเร่าร้อนเพื่อสยบหญิงสาว แม้เธอจะด่าทอและรังเกียจสัมผัสของเขาเพียงใด แต่ในสายตาของเดนิมมันคือการสนองความต้องการที่ตกลงกันไว้ เขาไม่สนใจคำว่าเลวเพราะในเกมนี้มีเพียงกำไรและขาดทุนเท่านั้น การปะทะกันระหว่างแรงปรารถนาและอิสรภาพจึงเริ่มต้นขึ้นกลางทะเลทราย

ทัณฑ์ทะเลทราย ตอนที่ 1

ความร้อนวูบๆ วาบๆ ลามเลียไปทั่วใบหน้า คล้ายดังว่าเลือดลมเดินผิดปกติ ทั้งที่ตอนนี้เจ้าของใบหน้านวลเนียนใสนั่งอยู่ในห้องที่เย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้สึกแปลกๆ แบบอธิบายไม่ได้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับร่างกายเลยสักครั้ง หากในยามนี้รติรสกำลังรู้สึกแบบนั้น และเธอเริ่มหงุดหงิดกับอาการแปลกของตัวเองเพราะมันกำลังทำให้เธอไม่มีสมาธิในการฟังรายละเอียดของใครต่อใครที่กำลังถกกันถึงนโยบายการส่งออกและนำเสนอแนวทางการลงทุนในตลาดการลงทุนแห่งใหม่นี้ หญิงสาวตวัดดวงตาคู่งามสานสบกับดวงตาคมกล้า อันเป็นต้นเหตุของที่มาของอาการแปลกประหลาดที่เธอกำลังเป็น เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากัน ดวงตาหวานวาวดุ อย่างจะบอกให้คนมองรู้ว่าเจ้าตัวไม่พอใจ และแทนที่คนมองจะรู้ เจ้าของดวงตาคมกล้ากลับยิ้มกลับมาอย่างไม่รู้สึกรู้สา ราวกับไม่รู้ว่าหญิงสาวกำลังโกรธกับการมองอย่างเสียมารยาทแบบนั้น

รติรสสะบัดหน้าพรืดใส่ อาการนั้นกลับอยู่ในสายตาของไพรัชที่หันมาเห็นเข้าพอดี

“เป็นอะไรไปรส”

“ปละ... เปล่าค่ะลุง”

ผู้เป็นลุงพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วหันไปสนใจกับการสนทนาที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น หญิงสาวถึงกับถอนใจยาวเบาๆ เอ็ดตัวเองในใจ ไม่ให้ทำอะไรที่จะเป็นการขายหน้าตัวเองและลุงอีก เพราะในงานนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับลุงไพรัชเท่านั้น

รอบๆ โต๊ะ ที่จัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยังมีเจ้าหน้าที่จากประเทศเกษตรกรรมหลายประเทศในแถบเอเชีย นักลงทุน นักส่งออก และเจ้าหน้าที่ภาครัฐจากประเทศนั้นๆ ด้วย สำหรับประเทศไทย นอกจากไพรัชและรติรสก็ยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐชื่อบัณฑูร และผู้ค้านักส่งออกอีกหลายรายเข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้ที่ว่าด้วย เรื่องการส่งออกข้าวมายังประเทศในแถบตะวันออกกลาง

นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับประเทศเกษตรกรรม เมื่อประเทศในแถบนี้ต้องการนำเข้าสินค้าทางการเกษตรหลายอย่าง แต่ที่เป็นหัวใจสำคัญคือเรื่องข้าว และมีผลไม้แปรรูปอีกหลายชนิด การประชุมในคราวนี้ถือเป็นบันไดขั้นแรก หากว่าใครหรือประเทศไหนมีข้อเสนอที่ดีก็จะได้รับเลือกให้เป็นผู้ส่งสินค้ามายังกลุ่มประเทศนี้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของหลายประเทศในแถบตะวันออกกลางเข้าร่วมเช่นกัน อาทิ ตัวแทนจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับออมิเรตส์ ดูไบ ตุรกี อียิป และที่สำคัญคือ บันดัร ซึ่งเป็นประธานในการจัดการประชุมในครั้งนี้

บันดัร ประเทศน้องใหม่ที่น่าจับตามอง เพราะแม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่มีธุรกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นกอบเป็นกำอย่างน้ำมันและแร่มีค่า บันดัรเป็นประเทศที่มีส่วนหนึ่งเป็นทะเลทราย และอีกด้านติดกับทะเล เมืองหลวงของบันดัรจึงเป็นเมืองท่าสำคัญในการขนถ่ายสินค้า รติรสพบว่าประเทศนี้เจริญมากๆ อาจจะเรียกได้ว่าดูไบแห่งที่สองกันเลยทีเดียว

รติรสละจากความคิดเมื่อเสียงทุ้มๆ ของประธานในที่ประชุมเอ่ยขึ้นทางหัวโต๊ะ ร่างสูงสง่าในชุดประจำชาติดูโดดเด่น ใบหน้าคมเข้มครึ้มเครา ศีรษะคลุมด้วยผ้าคลุมสีขาวและมีรัดเกล้าสีน้ำตาลเข้มสวมทับไว้อีกชั้น เรือนร่างใหญ่ภายใต้เสื้อดิชดาชาสีขาวคลุมทับด้วยบริชด์สีดำสนิท สาบเสื้อเป็นผ้าปักลายสีทอง ตรงแขนมีดิ้นทองเล็กๆ ยาวจรดข้อมือ ชีคเบนจามิน อิลยาส มูฮัมดาน ซาอิด ชีคหนุ่มรัชทายาทของบันดัร ซึ่งประเทศนี้ยังปกครองในแบบระบอบกษัตริย์ดังเช่นหลายประเทศในตะวันออกกลาง พอมองไปทางประธานในที่ประชุมแล้ว รติรสก็อดมองไปทางซ้ายมือไม่ได้ ร่างผึ่งผายของใครอีกคน เจ้าของดวงตาที่สร้างความรู้สึกแปลกๆ ให้กับตัวเธอ ครั้งนี้หญิงสาวพบว่าเขาไม่ได้มองมาที่เธอ แต่กวาดตามองผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ขณะที่เขากำลังกล่าวต่อจากชีคเบนจามิน

จากข้อมูลที่เธอศึกษาก่อนเดินทางมาบันดัรบอกว่า ชายผู้นี้เป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของที่นี่ หญิงสาวลอบมองใบหน้าที่รกครึ้มด้วยหนวดและเครา เขาก็เหมือนชายชาวทะเลทรายคนอื่นๆ แต่งชุดคลุมยาวสีขาว ซึ่งมีชื่อเรียกต่างๆ กันออกไป เช่นในแถบอาหรับเหนือเรียกว่าดิชดาชา (dishdasha) ยูเออีเรียก กันดูร่า (Kandura) ส่วนในซาอุดีอาระเบียเรียก โต๊ป (Thobe) ส่วนที่บันดัรเรียกว่าดิชดาชาและเรียกเสื้อคลุมสีดำว่าบริชด์ นั่นเพราะแต่แรกเริ่มเดิมที ผู้สร้างหรือผู้สถาปนาประเทศนี้อพยพมาจากแถบอาหรับเหนือจึงยังยึดถือปฏิบัติและเรียกขานเสื้อผ้าอย่างที่เคยเรียก แม้นว่าบันดัรจะอยู่ต่ำลงมาทางอ่าวเปอร์เซีย มีผ้าคลุมศีรษะ คาดทับด้วยรัดเกล้า เผยให้เห็นเพียงใบหน้าและดวงตาคมกล้าคู่นั้น

และโดยไม่คาดฝัน ดวงตาคู่นั้นหันมาสบตากับเธออีกครั้ง รติรสหน้าร้อนวาบ เมื่อถูกจับได้ว่าเป็นฝ่ายแอบมองเขา แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนัก เวลานี้เขาเป็นผู้อภิปราย ผู้ฟังทุกคนก็ย่อมต้องจับจ้องไปที่คนพูดอยู่แล้ว ทว่า... ดวงตายิ้มๆ คู่นั้นสิ ที่มันทำให้เธอรู้สึกเสียหน้า และหงุดหงิดใจ ภาวนาให้การประชุมเสวนาครั้งนี้จบลงเร็วๆ เสียที

“ข้อเสนอของเราดูมีภาษีมากกว่าประเทศอื่น งานนี้เรามีลุ้นแล้วและเพื่อน” บัณฑูร รัฐมนตรีช่วยด้านการส่งเสริมการส่งออกพูดยิ้มๆ พร้อมตบไหล่ไพรัชเบาๆ อย่างสนิทสนม คนทั้งสองนั้นเป็นเพื่อนที่รู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีมานาน การประชุมจบลงด้วยดี คราวนี้รอเพียงสัญญาณตอบรับจากประเทศโลกในแถบตะวันออกกลางว่าจะตัดสินใจเลือกนำเข้าสินค้าจากประเทศใด

ไพรัชยิ้มกว้าง เขาเองก็พอมองเห็นความสดใสในเส้นทางนี้ คุณภาพข้าวของไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดโลก ถึงแม้คู่แข่งอย่างเวียดนามจะตีคู่ขึ้นมาเรื่อยๆ ทว่าคุณภาพนั้นยังสู้ไทยไม่ได้

“ฉันก็หวังว่าเราจะได้รับข่าวดีในเร็ววันนี้”

“แน่นอนไพรัช นายเองก็เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ แล้วงานนี้เราไม่ได้ค้าขายแค่ข้าว หรือสินค้าทางการเกษตร แต่ยังมี อัญมณี กับพวกชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์อีก”

รติรสยืนสำรวมอยู่ห่างๆ พอควร ได้ยินการสนทนาแว่วๆ ระหว่างลุงของเธอกับบัณฑูร ขณะที่คนอื่นๆ ต่างทยอยกันกลับที่พัก เพื่อเตรียมตัวไปงานเลี้ยงเย็นนี้ที่พระราชวังของชีคเบนจามิน หลังการประชุมเสวนาเสร็จสิ้น พวกเธอยังมีกำหนดพักอยู่ที่บันดัรอีกหลายวัน ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทย รติรสตั้งใจว่าจะออกตระเวนเที่ยวรอบๆ เมืองนี้ให้หนำใจ ที่นี่สวยงามไม่แพ้ดูไบที่เคยเห็นทางทีวี หญิงสาวคิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้ทำงานกับไพรัช ซึ่งเป็นลุงแท้ๆ ของเธอเอง หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ไพรัชรับเธอมาอุปการะ ตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยปีที่หนึ่ง พอเรียนจบได้ทำงานเป็นเลขาของลุงที่บริษัท ทำให้ไม่ต้องไปดิ้นรนหางานทำเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ

อ่านต่อ

สารบัญ ทัณฑ์ทะเลทราย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
ตอน
อ่านเลย
แชร์