หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา

คืนหนึ่งกับเขา

8.2 / 10.0
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน

คืนหนึ่งกับเขา ตอนที่ 1

เขาก้าวเดินอย่างสง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ราวกับทางเดินที่ทอดยาวออกไปยังทางเข้าอาคารหลักของคณะแพทยศาสตร์สร้างขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ เขาสวมชุดยุูนิฟอร์มแบบทางการที่ใช้กันโดยทั่วไปของมหาวิทยาลัย ที่คนสวนใหญ่ใส่กันแล้วดูแสนจะธรรมดา แต่พออยู่บนเรือนร่างเขา เสน่ห์และออร่าก็พวยพุ่งออกมา อย่างไม่อาจปกปิดได้

สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังเขาทุกย่างก้าวราวกับเขาเป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดังที่ทุกคนต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อว่าเขาจะทำอะไรเป็นอันดับต่อไป ความสนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคนรอบข้างที่เฝ้ามองทุกจังหวะการเคลื่อนไหวร่างกายยามเขาก้าวเดิน จังหวะที่แพขนตาหนายาวอันงอนงามสัมผัสกับผิวขาวซีดเมื่อเขากะพริบตา สายลมที่พัดผ่านเส้นผมสีดำขลับดั่งสีหมึก และทุกก้าวเดินของเขาบนพื้นถนนที่ขรุขระ ล้วนสะกดสายตาที่มองมาด้วยความหลงใหล

มือทั้งสองข้างของเขาซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงขณะที่เจ้าตัวเดินทอดน่องท่ามกลางแสงแดดจ้า

ผิวขาวเนียนละเอียดไร้ที่ติของเขาเปล่งประกายต้องแสงอาทิตย์ ขลับให้เขาหล่อเหล่า ราวกับเทพบุตรในจิตนาการ

ใบหน้าหล่อเหลาปราศจากการแสดงออกทางอารมณ์ใด ๆ …จนยากจะอ่านออก ดูนิ่งยิ่งนัก เนื่องด้วยแสงแดดที่สาดจ้า เมื่อเขาหรี่ตาลงทุกคนดูเหมือนจะลืมหายใจ เขาต้องหยิบแว่นกันแดดอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวขึ้นมาสวม ส่งผลให้เหล่าผู้คลั่งไคล้ที่แอบมองอยู่เงียบ ๆ ต่างพากันหวีดร้องราวกับจะสิ้นลมด้วยความลุ่มหลง

ผมสีดำตัดแต่งอย่างเรียบร้อย รับกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่รีดอย่างเรียบกริบได้เป็นอย่างดี

นาฬิกาสีเงินบนข้อมือสาดประกายวิบวับดุจอัญมณีทุกครั้งที่โผล่พ้นกระเป๋ากางเกงออกมา

เขาก้าวเดินด้วยท่าทีราวกับเป็นเจ้าของโลกใบนี้… โดยไม่แยแสต่อสายตาที่เต็มไปด้วยความสนอกสนใจและชื่นชมที่มองมาเลยสักนิด

ต่อให้คนในมหาวิทยาลัยจะชื่นชมในความเพรียบพร้อมของเขา ทว่ากลับไม่มีใครกล้าที่จะเข้าใกล้เขาเลย ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวหรือชายหนุ่มต่างก็อยากเข้ามาสารภาพความในใจกับเขา อยากเอ่ยคำทักทายสั้น ๆ รวมไปถึงการหาเหตุผลง่าย ๆ สักอย่างเพื่อที่จะได้พูดคุยกับเขา

มันอาจฟังดูง่ายที่จะเข้าไปทักทายเขา เข้าไปหาเขา พูดคุยเรื่องทั่วไป หรือแม้แต่ส่งยิ้มให้เขา ทว่าสายตาที่เย็นชาของเขาสามารถทำให้ใครก็ตามลืมเจตนาเดิมของตัวเองไปได้ทันทีที่เขาจ้องมองกลับมา

อันที่จริงแล้วเขามีบุคลิกที่ค่อนข้างเป็นมิตร และทุกคนก็เห็นได้ชัดว่าเขามีเสน่ห์น่าคบหาต่อคนรอบข้างเพียงใด แต่คำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกมาและออร่าที่แสนจะเย็นเหยีบที่ปรากฏให้เห็นนั้น กลับทำให้ทุกคนต้องคิดทบทวนอีกครั้งก่อนจะเข้าไปหา หรือแม้แต่จะชวนเขาคุยแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นก็ยังระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้เขา และเพื่อนร่วมสถาบันดูเหมือนจะยำเกรงเขา เขาไม่เคยใช้ความรุนแรงกับใครให้ต้องหวาดกลัว แต่พวกเขาก็รู้สึกประหม่าและระวังตัวเมื่ออยู่ใกล้เขา

เขาไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากเพื่อนสนิทสองคน และดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาแทบจะไม่แคร์เลยสักนิดหากโลกของเขาจะหมุนรอบอยู่กับแค่กองหนังสือ ตารางเรียนอันแสนยุ่งเหยิง งานที่คณะ กรณีศึกษาในโรงพยาบาล และกลุ่มเพื่อนเล็ก ๆ อันประกอบไปด้วยเพื่อนสนิทเพียงสองคน พ่อแม่ และการเดินทางไปกลับระหว่างหอพักกับมหาวิทยาลัยเท่านั้น

เขาคือบุคคลที่ทุกคนต่างอิจฉา เป็นนักศึกษาระดับหัวกะทิ หล่อเหลาอย่างไร้ที่ติ และเป็นทายาทมหาเศรษฐีที่ไม่ได้ร่ำรวยอยู่แค่ในประเทศ แต่ร่ำรวยถึงระดับโลก

“เพื่อให้ได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกับเขาสักมื้อ ฉันนี่ยอมแลกทั้งชีวิตเลยนะขอบอก” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยกระซิบขณะที่ทุกคนกำลังจ้องมองไปยังชายหนุ่มคนนั้น

“คนเรามันจะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ...” อีกคนบ่นพึมพำอย่างขัดใจ

“แม้แต่พื้นที่เขาเหยียบ ฉันยอมกราบเลย”

“เขาเพอร์เฟกต์จริง ๆ อ่ะ มิอาจเอื้มเลย... ไม่มีใครคู่ควรกับเขาหรอก...”

“ผิวของเขาขาวผ่องมาก ทั้งยังไร้ที่ติอย่างกับไข่มุกเม็ดงาม... เขาเพอร์เฟกต์ชะมัดเลย”

“เขาคือเจ้าชายในโลกยุคปัจจุบัน คนอย่างพวกเราเขาไม่ชายตามองหรอก พวกเรามันก็แค่สามัญชน” หญิงสาวคนหนึ่งพูดตามความเป็นจริง ก่อนที่ทุกคนจะถอนหายใจออกมา

ในมหาวิทยาลัยเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน ทุกคนมักจะเฝ้าคอยมองชายหนุ่มที่พวกเขาเรียกว่าเจ้าชาย

ทุก ๆ วัน เหล่านักศึกษาจะรอคอยการมาถึงของเขาที่ลานมหาวิทยาลัย ตั้งแต่จุดที่เขาจอดรถจนกระทั่งเดินเข้าอาคารเรียน ทุกคนจะแอบมองเขาพร้อมกับละเมอเพ้อพกถึงชายในฝันของทุกคนในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นดั่งเจ้าชายขี่ม้าขาวในใจของทุกคน

“อรุณสวัสดิ์ เบลซ” พอลทักทายเขาทันทีที่เขาเดินเข้ามาในห้องเรียน ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ กลับพากันเงียบกริบอย่างน่าแปลกใจ พลางลอบมองเขาด้วยแววตาระแวดระวัง

เขาคือ เบลซ บรายเดน วอห์น หรือที่เรียกกันว่าเจ้าชายน้ำแข็ง และผู้สืบทอดธุรกิจของครอบครัว เขาเป็นที่เลื่องชื่อในเรื่องความงามและความสมบูรณ์แบบ แต่กลับไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้โดยไม่ถูกความเยือกเย็นรอบตัวเขากัดกิน

“อรุณสวัสดิ์พอล” เบลซทักทายตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพตามแบบฉบับของเขา

เบลซไม่ได้เหลือบมองเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ที่รีบกลับไปนั่งที่ของตัวเอง หลังจากเห็นเขาเดินเข้ามาในห้องเรียนเลยแม้แต่แวบเดียว

“อรุณสวัสดิ์เบลซ” คิทเอ่ยทักทายในตอนที่เขาเดินเข้ามาตามหลังเบลซ

“อรุณสวัสดิ์คิท” เบลซตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพแบบเดียวกับที่มอบให้พอลก่อนจะนั่งลงที่ของตน

คิทนั่งลงในที่ของตัวเอง ขณะที่เบลซหยิบหนังสือและสมุดบันทึกขึ้นมาอ่าน ซึ่งเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ก็ทำตามด้วย

ทุกคนต่างทึ่งในความขยันหมั่นเพียรของเบลซที่มีต่อการเรียน มันทำให้พวกเขารู้สึกผิดเพียงแค่ได้มองเบลซอ่านหนังสือ ทายาทแห่งอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ผู้ขยันอ่านหนังสือและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีฐานะทางการเงินที่มั่งคั่งมหาศาล

ไม่มีเวลาไหนเลยที่เบลซจะไม่อ่านหนังสือ โดยเฉพาะในช่วงเวลาว่าง เวลาส่วนใหญ่เขามักจะจดจ่ออยู่กับหนังสือและสมุดบันทึก ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ มักจะเลือกใช้เวลาว่างไปกับการพักผ่อนโดยไม่มีตำราแพทย์เล่มหนาและกรณีศึกษาที่ซับซ้อน

ทุกคนล้วนเกลียดการเรียน แต่เบลซกลับสนุกกับมันในทุกวินาที เขาถึงกับอ่านหนังสือทั้งเล่มจนจบ ทั้งที่มันควรจะใช้เรียนทั้งเทอม เขาคือตัวอย่างที่ชัดเจนของหนอนหนังสือและเด็กเนิร์ดในยุคปัจจุบันที่หล่อเหลาเอาการ

ความรักในการอ่านหนังสือและความกระหายในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ยิ่งเพิ่มพูนภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของเขาในหมู่เพื่อนฝูงและคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย

การเป็นอาจารย์ในคลาสที่เบลซเรียนอยู่นั้น ก็ถือเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง ไม่มีอาจารย์คนไหนกล้าเข้าสอนในห้องของเบลซโดยไม่มีการเตรียมตัว พวกเขาจะต้องอ่านบทเรียนล่วงหน้าหลายบท และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะไม่เข้าสอนเลย

เบลซเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจรายละเอียดมาก จนแม้แต่อาจารย์ยังรู้สึกประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ปกติเขาจะชี้แนะสิ่งต่าง ๆ อย่างสุภาพ แต่มาตรฐานความ ‘สุภาพ’ ของเบลซนั้น... แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยสำหรับมาตรฐานของคนทั่วไป

ทุกครั้งที่เลิกเรียน อาจารย์และนักศึกษาคนอื่น ๆ ต่างก็พากันลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ที่เราหารือกันในวันนี้ มันน่าสนใจมากเลยครับ ศาสตราจารย์ ถ้าครั้งหน้าเรามีการสอบย่อยสักครั้งก็คงจะดีนะครับ เป็นการสอบปากเปล่า หรือจะเป็นสอบข้อเขียนก็ได้นะครับ เบลซเอ่ยขึ้นอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก ศาสตราจารย์ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตาโตแล้วอ้าปากค้าง แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นทุกคนก็ยังอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ พวกเขาเกลียดการสอบเข้าไส้ แต่เบลซกลับร้องขอเสียอย่างนั้น

“เป็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมมากบรายเดน วอห์น ไว้คาบหน้าจะจัดให้ละกันนะ นักศึกษาทุกคนอย่าลืมไปอ่านทวนบทเรียนทั้งหมดที่เราเรียนกันในวันนี้มาด้วยนะ คาบหน้าอาจารย์จะได้จัดสอบย่อย” อาจารย์ประกาศก้อง ทำให้ทุกคนต่างลอบครางออกมาเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิด ใจหนึ่งก็กลัวว่าเบลซจะได้ยิน

“ขอบคุณครับศาสตราจารย์ ผมตั้งตารอเลยครับ” เบลซเอ่ยออกมาอย่างยินดีก่อนจะปิดหนังสือ รอยยิ้มที่ดูพึงพอใจฉายชัดบนใบหน้า อาจารย์เดินออกจากห้องไปแล้ว แต่ไม่มีเพื่อนร่วมชั้นคนไหนของเบลซขยับเขยื้อนเลยสักนิด

“ไปกินมื้อเที่ยงกันไหม?” เบลซเอ่ยถามลอย ๆ ขณะเก็บกระเป๋า โดยไม่หันไปมองเพื่อน ๆ เลย

“ได้... ไปกันเถอะ” พอลตอบรับอย่างสบาย ๆ ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินออกจากห้องเรียนไป ทิ้งเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยังคงฟุบตัวลงกับโต๊ะด้วยความหงุดหงิดไว้เบื้องหลัง

“สอบปากเปล่าหรือข้อเขียนอาทิตย์หน้าเนี่ยนะ!” เมื่อทั้งสามคนเดินจากไปจนพ้นระยะแล้ว ใครบางคนก็โพล่งออกมาอย่างหัวเสีย

“ก่อนหน้านี้เราก็มีสอบข้อเขียนของวิชาอื่นที่เบลซขอไปด้วย สรุปคือคาบหน้าวันเดียวกันเรามีสอบถึงสองวิชา” เพื่อนร่วมชั้นอีกคนเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวัง

“นี่มันฆ่าตัวตายชัด ๆ วิชาหลักสองวิชาในวันเดียว บทเรียนวิชาละสามถึงสี่บท” หญิงสาวอีกคนร้องโอดครวญทั้งน้ำตา พลางเอามือกุมหน้า

“ช่วงบ่ายนี้เรายังมีเรียนอีกวิชานะ ใครจะหยุดเบลซไม่ให้ขอสอบเพิ่มในคาบหน้าได้ พวกเราตายกันหมดแน่ถ้ามีสอบเพิ่มมาอีกในวันนั้น” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจบ่นพึมพำขึ้นมา ทำให้ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง

ใครเล่าจะกล้าพอที่จะหยุด เบลซ วอห์น? ความกระหายในความรู้ของเขาส่งผลกระทบต่อเพื่อนร่วมชั้นทุกคนที่ไม่ได้กระตือรือร้นเท่าเขา

“นี่หัวหน้าห้อง นายช่วยห้ามเขาหน่อยได้ไหม?” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถามหัวหน้าห้องที่ได้แต่อ้าปากค้างใส่เธอ ก่อนที่เขาจะมองเพื่อนร่วมชั้นรอบ ๆ ด้วยสีหน้าจริงจังหากแต่สงบนิ่ง

“ฉันยอมไม่เป็นหัวหน้าห้องซะยังจะดีกว่า” หัวหน้าห้องเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทิ้งให้สถานการณ์ของวิชาถัดไปมืดมนไร้หนทาง

“เอาละ พวกเราไปกินมื้อเที่ยงกันเถอะ จะได้เริ่มอ่านหนังสือทั้งสามวิชาสักที เรามีเวลาไม่มากที่จะอ่านให้ครบทุกบทหรอกนะ” ใครบางคนตะโกนขึ้นมาเสียงดังหลังลุกจากที่นั่งและเดินไปทางประตู ทำให้ทุกคนต่างพากันรีบก้าวเท้าตามไปอย่างเร่งรีบ

****😉😉****

อ่านต่อ

สารบัญ คืนหนึ่งกับเขา

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ชีค หัวใจทระนง
9.4
ชีคกาเบรียนต้องการครูสอนภาษาไทยให้ลูกสาว แต่กลับได้กฤติกา สาวแก่นเซี้ยวมาเป็นผู้สอนแทน ความซนที่พาเจ้าหญิงน้อยปีนป่ายต้นไม้ทำให้คนในวังปวดหัว แต่ความสดใสนี้กลับชนะใจท่านชีคได้อย่างไม่คาดคิด ทว่าท่ามกลางสงครามแบ่งแยกดินแดน กฤติกาถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองดินแดน แม้หน้าที่กษัตริย์จะค้ำคอ แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมสูญเสียคนรักเหมือนในอดีต ชีคหนุ่มจึงตัดสินใจลอบออกจากวังเพื่อบุกไปช่วยเหลือเธอด้วยหยาดเหงื่อและคมดาบของตนเอง
ตอน
อ่านเลย
แชร์