หน้าปกนวนิยาย ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜

ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜

7.9 / 10.0
เมื่อธิดาปักษาผู้มีความลับซ่อนเร้นได้รับความช่วยเหลือจากราชาจิ้งจอกผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี ชีวิตของนางจึงตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเปราะบาง นางตัดสินใจเสี่ยงอันตรายด้วยการหลอกลวงว่าตนเองเป็นเพียงนกธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น ทว่าภายใต้สายตาที่เฉียบคมของจอมราชัน การปิดบังตัวตนที่แท้จริงในครั้งนี้จะนำไปสู่โชคชะตาที่ยากจะคาดเดา หรือบทลงโทษที่นางไม่อาจหลีกหนีได้พ้นในท้ายที่สุด

ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜 ตอนที่ 1

ใต้เวหาเยียบเย็นในเมืองปีศาจ ปักษาที่จมปลักในบ่อโคลน เงยหน้าขึ้นมองหางสีนิลตัดกับสีชาดทั้งเก้าพลิ้วไหวลู่ลมเบื้องหลังร่างสูงกำยำ อาภรณ์สีเดียวกันนั้นปักทอด้วยด้ายทองแลดูสง่างามเยี่ยงบุรุษผู้สูงศักดิ์ รองเท้าผ้าหุ้มด้วยกำมะหยี่ล่องลอยอยู่เหนือพสุธา

“พวกเจ้ากลับไปก่อน ข้ามีธุระต้องจัดการ” เสียงเข้มออกคำสั่ง ลูกสมุนจิ้งจอกทั้งสามพลันอันตรธานไปในพริบตา

ร่างเปื้อนโคลนกะพริบปริบปรือนัยน์ตาอ่อนล้าด้วยท่าทางน่าเวทนา หลังจากที่พยายามดิ้นรน ส่งเสียงร้องโวยวายจนหมดสิ้นฤทธิ์แรง ไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม้มองเห็นตัวอะไรสักอย่างขยับดิ้นขลุกขลัก สำลักดินขมบาดคอ น้ำโคลนกระเด็นเข้าตาจนเหลือการมองเห็นเพียงดวงตาข้างซ้ายข้างเดียว

“เจ้าปักษาตัวน้อยมาติดอยู่ในโคลนพิษได้ยังไงกัน?”

ใบหน้าหล่อเหลาแลดูฉงนสงสัย ‘ฮุ่ยเฟิน’ เพียงพลิกฝ่ามือเบา ๆ ปรากฏไอหยินครอบคลุมผืนโคลน เขาดึงร่างปักษาเล็กเท่าฝ่ามือขึ้นมาจับกุม กรงเล็บสีนิลจิกลงบนขนคอเปรอะเปื้อนดินโคลน จนโลหิตไหลซึม

ร่างปักษาลอบกลืนน้ำลายลงคอ ขณะสบมองนัยน์ตาทอประกายใต้แสงจันทราสีชาด ทั้งเขี้ยวขาวคมตรงมุมปากหนาหยักได้รูป รอยยิ้มเล่ห์ร้ายบนใบหน้าหล่อเหลาทำให้ตระหนักรู้ได้ว่าโอกาสรอดชีวิตช่างริบหรี่

ต่อให้รอดพ้นจากการจมลงไปในโคลนพิษ น่าจะกลายเป็นอาหารมื้อค่ำของจิ้งจอกอยู่ดี

ปักษาผู้น่าสงสารมิได้ล่วงรู้ว่าบุรุษจิ้งจอกกำลังให้ความสนใจแววตาหวาดหวั่นพรั่นพรึงของนาง ด้วยความคิดเป็นตรงกันข้าม เขาว่านางน่าสนใจนัก

“เจ้าตัวนี้น่าเอ็นดู ปีกสีขาวสะอาด นัยน์ตาสีมรกต ชั่วชีวิตข้ามิเคยพบเห็นปักษางดงามเช่นนี้มาก่อน” ในน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ฮุ่ยเฟินสะบัดมือซ้ายตีลงบนอากาศ กลุ่มเมฆาสีนิลห้อมล้อมรอบกาย นำพาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เดินทางสู่สถานที่ห่างไกลในชั่วอึดใจ

นครอันมืดมิดปกคลุมด้วยไอหยิน เรือนสี่ประสานใหญ่โตโอ่อ่าดังพระราชวังบนโลกมนุษย์ ตั้งตระหง่านเหนือพสุธาเขียวชอุ่ม โดยรอบบริเวณเรือนไม้รโหฐานมีสุนัขจิ้งจอกในร่างบุรุษอาภรณ์สีนิลสนิท คอยสลับเปลี่ยนหน้าที่กันเฝ้าเวรยาม บางตนกำลังคาบเหยื่อซึ่งเป็นนกตัวเล็ก ๆ มากัดกินในโพรงหินเล็กแคบ บริเวณสวนหย่อมด้านหลังเรือน ที่พำนักอาศัยระหว่างการทำงาน

ฮุ่ยเฟินไม่ชอบกิริยาเช่นนั้น จึงมักว่ากล่าวตักเตือนบรรดาลูกสมุน มิให้ประพฤติตนเช่นเดรัจฉาน ส่งเสียงดังระหว่างการทำงานด้วยวิสัยเยี่ยงสุนัข ขอให้รักษาเกียรติของการเป็นปีศาจจิ้งจอก ในเมื่อพวกเขาต่างมีร่างของบุรุษสตรี

“ทหาร พวกเจ้าเฝ้าเวรยามให้ดี สถานการณ์นอกเมืองไม่ค่อยสงบนัก” พูดพลางสอดส่องสายตาไปสุดท้องนทีกว้างใหญ่ ซึ่งกั้นกลางระหว่างอาณาเขตปีศาจราตรี ถึงพบเพียงความนิ่งสงบ ไม่อาจไว้วางใจ

การสู้รบระหว่างเผ่าพันธุ์ไม่เคยสงบลงสักราตรีหนึ่ง ด้วยนิสัยของสุนัขจิ้งจอก มักกัดกันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะสิ้นลมหายใจ ปีศาจราตรีและปีศาจอื่น ๆ ไม่ใคร่รักสันติ หากชอบการทะเลาะวิวาทเป็นนิจ

“ขอให้นายท่านไว้วางใจเรื่องความปลอดภัย พวกพ้องของเรามีมากมายเหลือประมาณเทียบเท่ากองทัพราชาแห่งสวรรค์ กำลังพลจิ้งจอกต่างร่วมใจเป็นหนึ่ง รัชสมัยของท่านฮุ่ยเฟินเข้มแข็ง เกรียงไกร!”

ราชาฮุ่ยเฟิน! ราชาฮุ่ยเฟิน! เสียงจิ้งจอกเห่าหอนตามกัน จากตัวหนึ่งไปอีกตัว ราวกับว่าเป็นธรรมเนียมการส่งเสียงของสุนัข ด้วยความเคยชินของพวกเขาชื่นชอบการเยินยอหัวหน้าฝูง จวบจนนายท่านยกฝ่ามือข้างที่เหลืออยู่จากการจับคอปักษาขึ้นปัดป่ายไปมา

“พวกเจ้าอย่าเห่าหอนเสียงดังมากนัก จะเป็นที่เอิกเกริกในยามวิกาล”

“พวกข้าขออภัยที่ทำให้ท่านฮุ่ยเฟินรำคาญใจ” บุรุษร่างกำยำยกมือประสานไว้ข้างหน้าด้วยความเคารพยำเกรง “เพียงแต่การปกครองของเจ้านครปีศาจ ราชาจิ้งจอกผู้รวบรวมดินแดนให้เป็นปึกแผ่นเนิ่นนานนับสามหมื่นปีทำให้ข้าอดใจมิได้ ที่จะยกย่องสรรเสริญท่าน”

“ข้าไม่ถือสา ถึงพวกเจ้าจะส่งเสียงน่ารำคาญหูอยู่เป็นประจำ”

ทหารปีศาจคุ้มกันประตูหินสูงเสียดฟ้าเข้ามาคำนับเจ้าแห่งปีศาจ แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส

โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามนี้บ้านเมืองสงบสุขนัก มิได้เกิดศึกสงครามครั้งใหญ่ มีเพียงการทะเลาะวิวาทของปีศาจทั่วไป

ขณะสายตาหลายคู่เลื่อนมองไปยังปักษาเปื้อนโคลนในกรงเล็บสีนิลทั้งห้า ลมหายใจค่อย ๆ แผ่วเบาลง จะตายแหล่มิตายแหล่ ทหารยามยกมุมปากขึ้น ปรากฏเขี้ยวคมอย่างปีศาจ หางทั้งสามโบกไหวไปมา อีกตนหนึ่งเป็นหัวหน้าทหารยาม นับเป็นจิ้งจอกห้าหาง เจ็ดหาง ปีศาจนับสิบตนถึงกับน้ำลายสอ

“นางไม่ใช่เหยื่อ กินไม่ได้ ครั้นจะยกให้พวกเจ้าไปกัดแทะเล่น ข้าเกรงว่าไม่เหมาะสม...”

เมื่อท่านผู้นำเคยตกลงด้วยวาจาว่าจำต้องรักษากิริยา เหล่าทหารจึงเก็บเขี้ยวเล็บ ขณะที่หางยังโผล่พ้นเฉกเช่นราชาจิ้งจอกผู้มีหางสีนิลสนิทครบทั้งเก้าหาง แลดูสง่างามยิ่งนัก

“หากว่าพวกเจ้าหิว เข้าไปหาอะไรกินในเมือง เจ้าไปบอกสหายของเจ้ามาผลัดเฝ้าประตูเมืองเสีย ข้าอนุญาตให้ได้สักวันหนึ่ง”

“เป็นพระคุณของข้าน้อยขอรับนายท่าน! ข้าจะรีบดับกระหาย รีบกลับมาทำงานขอรับ”

ธรรมดาปีศาจมักหิวกระหายพลังวิญญาณอยู่เสมอ เรื่องปากท้องคงรอนานไม่ได้

ฮุ่ยเฟินตรวจตราประตูเมือง สั่งงานทหารยามจิ้งจอกเรียบร้อยดีแล้วจึงกลับเข้าห้องพักในจวนกว้าง พบองครักษ์เพิ่งปรากฏตนหลังกลุ่มเมฆาสีนิลสงบนิ่ง เหล่าจิ้งจอกล้วนแปลกใจ เหตุใดนายท่านอารมณ์ดีกว่าทุกวัน

“ข้าจะพานางไปอาบน้ำแปรงขน”

สิ้นคำนั้น จางเหว่ย ตงหยาง มองตามปักษาเปื้อนโคลน เนื้อตัวสั่นเทาเหลือกตาลนลานมองกลับไปทางพวกเขา องครักษ์ทั้งสามเป็นผู้ติดตามที่ดี ตามไปดูนายท่านนำถังไม้ใบหนึ่ง พลิกฝ่ามือเรียกน้ำใสสะอาดซึ่งไหลวนจากบ่อมรกตเข้ามาเป็นละอองสาย จุ่มนางลงไปทั้งตัว

อ่านต่อ

สารบัญ ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
เก็บรักมาเฟีย:"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะ
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาอนาคตอย่าหนีไปไหน
8.9
การข้ามถนนที่แสนธรรมดากลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนของหญิงสาว เมื่อเธอเผลอเดินชนเด็กชายตัวน้อยจนเกิดเรื่องน่าอึดอัด แทนที่จะแยกย้าย เด็กคนนั้นกลับเกาะติดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังเรียกร้องความรับผิดชอบด้วยเงื่อนไขสุดประหลาด นั่นคือบังคับให้เธอรับบทบาทมารดาของเขาแต่เพียงผู้เดียว สิ่งนี้สร้างความมึนงงอย่างหนัก เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดเด็กแปลกหน้าจึงยึดมั่นในตัวเธอ ทว่าท่ามกลางความสับสน อุบัติเหตุครั้งนี้ได้ถักทอสายใยผูกพัน นำพาเธอเข้าสู่วังวนความสัมพันธ์ที่ไม่อาจหลีกหนีได้เลย
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์