ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

ความสุขสมที่ดุจดาราได้รับจากชายหนุ่มทั้งสามล้นปรี่ เธอเปรียบเสมือนเจ้าหญิงที่ถูกปรนเปรออย่างทะนุถนอม ให้เธอได้รับรู้ถึงความกระสันที่ค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่วกาย ทว่าจะสุขมากกว่านี้ หากดุจดาราได้รับการเติมเต็มจากความแข็งแรงของเอกบุรี รสชาติใหม่ที่เธออยากลิ้มลอง

“ฉันทนไม่ไหวแล้ว...ใส่ทีเถอะ”

ดุจดาราเว้าวอนเสียงพร่า ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง เอกบุรีเหมือนรู้หน้าที่ เขาถอยห่างใจกลางร่างเธอ ขยับตัวยืนด้วยเข่า เอื้อมมือไปหยิบกล่องถุงยางอนามัยที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เปิดฝากล่องออกแล้วหยิบอุปกรณ์ป้องกันทางเพศออกมาสวมใส่ความเป็นชาย จากนั้นก็ตั้งท่าฝังกายผสานรวมเป็นหนึ่งกับร่างขาวละออ

“อืม...” ดุจดาราครางรับท่อนเนื้อชายที่ถูกดันเข้ามาในร่างตน ขนาดของมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและพอใจไปในที

เอกบุรีเริ่มขยับโยกเอวดันสุดพละกำลัง เพื่อให้ดุจดาราพอใจ และดูเหมือนว่าเธอจะพอใจตามที่เขาต้องการจริงๆ ฟังได้จากเสียงครางกระเส่าที่ดังไม่ขาดสาย ไม่ใช่ว่าเอกบุรีจะทำงานบนร่างกายดุจดาราเพียงคนเดียว ไม้ยังคงใช้ปากครอบงับปลายถัน โดยมีลิ้นสากระคายคอยเลียไล้ไปด้วย ส่วนยศก็ลากลิ้น จูบซับไปทุกสัดส่วนของดุจดารา

“อ๊าาาา...อืม...อืม...ดีมากเลย...โอ้ววว”

เสียงเธอสั่นเหลือเกิน สั่นตามร่างกายที่กระเพื่อมไหวไปตามแรงจังหวะของเอกบุรี เขาสอดร่างลึกล้ำ หนักหน่วง เร็วรี่ ระหว่างที่จุดเชื่อมต่อทำงานเสมือนลูกสูบ นิ้วมือของเอกบุรีสะกิดจุดกระสันของเธอไปด้วย ยิ่งทำให้เสียงครางดังมากกว่าเก่า ความสุขแทบทะลัก

“โอ้ว...เสียวเหลือเกิน...อ๊าาาาา...ไม่ไหวแล้ว...อืม”

เอกบุรีเป็นผู้ชายแรงดี ทุกการขับเคลื่อนทำให้ดุจดาราเกิดความพอใจ รู้สึกดีที่ท่อนเอ็นใหญ่อยู่ในกายตน ยิ่งเขากระแทกเข้ามาแรงๆ และลึกสุดทาง เธอยิ่งชอบใจ ยกสะโพกรับความเป็นชาย

“คุณพี่อยากมีความสุขมากกว่านี้ไหมครับ” เอกบุรีถาม ขณะผ่อนแรง

“ยังไงล่ะ” ดุจดาราถามกลับด้วยความอยากรู้ คนถามจึงตอบกลับไป “เอาสิ ลองดู”

ด้วยความอยากรู้อยากลอง และมีความปรารถนาเป็นแรงฉุด ส่งผลให้ดุจดาราตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด เอกบุรีพยักหน้าให้ยศ ที่รู้ว่าตนเองต้องทำอย่างไร เขาลุกขึ้นยืนริมเตียง หยิบถุงยางอนามัยมาสวมใส่ เปิดลิ้นชักหยิบเจลหล่อลื่นที่ทุกห้องต้องมีออกมาชโลมตรงความเป็นบุรุษเพศ จากนั้นก็ก้าวขึ้นไปนั่งคุกเข่าบนเตียง

เอกบุรีหยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราว ดึงร่างสวยขึ้นมาในขณะที่ตนเองนอนหงายบนเตียง ทำให้เวลานี้ดุจดาราอยู่บนร่างกายของตน

“พี่กลัว พี่ไม่เคย”

ดุจดาราพูดเสียงสั่นกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น นึกหวั่นกับความแปลกใหม่ที่ไม่เคยลิ้มลอง

“คนเรามีครั้งแรกเสมอครับพี่ แต่รับรองว่าพี่จะติดใจ”

เอกบุรีปลอบ โน้มตัวเธอให้แนบชิดกับอกกว้าง จูบเธอให้หายหวาดกลัว ยศขยับตัวมาประกบบั้นท้ายขาว เทเจลหล่อลื่นตรงร่องกลางก้น ก่อนจะนำท่อนเนื้อชายจดจ่อตรงปากประตูหลัง ค่อยๆ ดันทีละนิดไม่รีบร้อน

“อืม...โอ๊ย” ความไม่เคยร่วมรักช่องทางหลัง ความเจ็บปวดจึงเกิดขึ้น ทว่ายศที่เจนจัดเรื่องนี้ดี รู้ดีว่าจะทำอย่างไรให้เธอคลายความเจ็บปวด เขาจึงเทเจลหล่อลื่นลงไปอีก เพื่อความคล่องตัว ไม้เป็นตัวช่วยที่ดีคนหนึ่ง เขาสอดมือตะปบเต้าอวบอัด บีบเคล้น แล้วก้มหน้าเลียแผ่นหลังชื้นเหงื่อของเธอ ความเจ็บเวลานี้ทุเลา ความเสียวกระสันรับความแปลกใหม่เข้ามาแทนที่

“ดีขึ้นไหมครับ” เอกบุรีถามเสียงนุ่ม จูบปากดุจดาราเบาๆ

“อืม...ดีขึ้นแล้ว”

“งั้นเต็มที่นะครับ”

สิ้นเสียงเอกบุรี ยศเดินเกมพิศวาสเต็มรูปแบบทันที ยศค่อยๆ ขยับกายแกร่งเนิบช้า ราวกับว่าให้เธอคุ้นเคยกับบทรักฉบับใหม่ เอกบุรีก็ขยับตัวร่วมด้วย สองชายประสานจังหวะอย่างลงตัว เล่นเอาดุจดาราร่างสั่นคลอน ความเสียวกระสันที่ได้รับมากมายที่สุดเท่าที่ลิ้มรสมา เสียงครางรัญจวนดังไม่ขาดปาก แน่นอนที่ความสุขประดังเข้าใส่ชนิดที่ว่า แทบจะสำลัก

“อ๊าาาา...อ๊า...ดีจริงๆ...ไม่เคยดีอย่างนี้มาก่อนเลย...อา...อืม” เธอครางอย่างสุขสม ใบหน้าบ่งบอกถึงความรู้สึก

“ยังมีอีกทางนะคุณพี่ ที่คุณพี่น่าจะลอง” เอกบุรีบอก

“ทะ...ทางไหน”

“ปากของคุณพี่ไงครับ”

ดุจดาราไม่ใช่สาวไร้ประสบการณ์ถึงไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ช่องทางนี้เธอเองก็ไม่เคยลองเช่นกัน ไหนๆ ก็ลองทางประตูหลังแล้ว จะลองทางปากก็คงไม่เสียหายอะไร

“ได้สิ” อารมณ์ดุจดาราเวลานี้ เอกบุรีให้ลองทำอะไร เธอไม่ปฏิเสธ กลับอยากรู้อยากเห็นและอยากลอง อึดใจต่อมาไม้ก็ยืนย่อตัวอยู่ตรงหน้าดุจดารา จับคางเธอให้เชิดสูง ก่อนจะนำความแข็งแกร่งสอดเข้าไปโพรงปากสาว ขยับเอวเข้าออก

“อือ...อา...อือ”

ม่ายสาวครางในลำคอ เมื่อถูกชายหนุ่มแรงม้าปรนเปรอความสุขให้ เป็นความสุขอันแสนแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน พอได้ลิ้มลองดุจดาราชักติดใจ เพราะมันทำให้เธอลืมโลกทั้งใบ ลืมความทุกข์ ความเหนื่อยและความเครียดจากงาน ได้ปลดปล่อยทุกอารมณ์ออกจากจิตใจ

เอกบุรี ไม้และยศยังคงขับเคลื่อนความเป็นตัวตนในทั้งสามช่องทางต่อไป และสามารถควบคุมการหลั่งความสุขได้แบบพร้อมเพรียง ไม้พ่นน้ำสวาทออกจากร่างกาย ดันลึกสุดลำคอสาว ทำให้เธอจำต้องกลืนน้ำนั้นไปโดยปริยาย แต่น่าแปลกที่เธอไม่นึกขยะแขยง กลับรู้สึกพอใจกับกลิ่นและรสของมัน

“เป็นไงครับคุณพี่ มีความสุขไหมครับ” เอกบุรีถามเจ้าของเรือนร่างสวยที่ซบลงบนอกของตน

“มากเลยแหละ” เธอตอบเสียงเบา ลมหายใจขาดห้วง มีความหอบเข้ามาปะปน

“คุณพี่อาบน้ำก่อนไหมครับ”

“เอกอาบกับพี่นะ” ดุจดาราบอกชายหนุ่มรูปหล่อ จูบแก้มเขาเบาๆ แล้วยันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเปิด “รางวัลของเธอสองคน เอาไปแบ่งกัน”

ยศกับไม้พนมมือไหว้เจ้าของเงิน และรู้ดีว่า การที่เธอให้เงินค่าน้ำใจเป็นการยุติการทำงานของตน สองหนุ่มจึงใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปจากห้อง

“คืนนี้พี่เหมาเอกนะ”

“ได้ครับคุณพี่”

เอกบุรียิ้มบาดใจให้ม่ายสาว ขยับตัวไปใกล้ร่างระหง ช้อนอุ้มแล้วพาเธอไปยังห้องน้ำ สวรรค์บนดินที่เขาจะมอบให้เธอเป็นลำดับต่อไป

พนักงานรับรถรีบวิ่งมาต้อนรับเจ้าของรถนต์สุดหรูคันหนึ่งที่แล่นมาจอดหน้าคลับเอส พอรถจอดสนิทคนที่อยู่ในรถก็ก้าวลงมา รูปร่างหน้าตาของพวกเขาเป็นที่ดึงดูดใจให้กับคนพบเห็น โดยเฉพาะสาวๆ ที่พากันมองตาปรอย ไม่แปลกที่พวกเขาตกเป็นเป้าสายตา เพราะความหล่อ สมาร์ถ ดูดี แต่ต่างสไตล์เป็นแรงดึงดูดใจได้มากทีเดียว

หนุ่มคนแรกนามว่าหัสดิน ดำรงรัษ์ ทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบรนด์คิวโต ด้วยเม็ดเงินที่มีมาก การออกแบบอาคารที่โดดเด่น เน้นเป็นกลุ่มเฉพาะ เข้าถึงทุกระดับชั้น ทำให้คิวโตก้าวเข้ามาอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ ก้าวแซงรายอื่นชนิดที่ว่า ไม่เห็นฝุ่น เรือนกายสูงใหญ่ ใบหน้าคมหล่อ เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาสีนิลคือเสน่ห์อันน่าหลงใหล สาวใดได้สบตาร่างกายคล้ายจะละลาย เขาจึงเป็นที่หมายปองของสตรีครึ่งประเทศที่พร้อมพลีกายให้เชยชม

หนุ่มคนที่สองกันต์ธีร์ จิระพันธ์ เจ้าของเรือเดินสินค้าให้เช่า รูปร่างหน้าตาไม่แพ้หัสดิน แต่มีความต่างตรงที่ว่า เขาเป็นชายอบอุ่น หน้าตาชวนเพ้อฝัน มีรอยยิ้มเป็นอาวุธพิฆาตใจสาว

หนุ่มคนที่สามนิรัติศัย แซ่อัง ทายาทเจ้าของร้านทองชื่อว่าเส็งเฮงหลี ร้านทองที่ใหญ่ที่สุดในเยาวราช และเป็นเจ้าของตึกให้เช่าในย่านดังกล่าวร่วมยี่สิบอาคาร รูปร่างเขาสูงโปร่ง หน้าตาหล่อตี๋เหมือนหนุ่มเกาหลี แต่ความเจ้าชู้กินขาดเพื่อนอีกสองคน โดยเฉพาะความทะเล้นที่มีมากกว่าสิบเท่า รักชีวิตโสด หวงยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก

“นายแน่ใจนะโฮป ว่าที่นี่มันเวิร์กจริงๆ”

หัสดินถามนิรัติศัยอย่างไม่แน่ใจ เพราะปกติคนถามจะไปเที่ยวผับประจำมากกว่า และไม่ชอบเที่ยวในที่ที่ไม่เคยไป แต่ที่ยอมมาเที่ยวผับแห่งใหม่เพราะคำชวนของคนที่ตนถาม

“ไม่เคยลองกับตัว แต่ไอ้เนบอกว่าดี ดีกว่านิเวน่า ผู้หญิงก็สะอาด ฉันก็เลยชวนนายสองคนมาลองไงล่ะ” นิรัติศัยตอบ

“ดีกว่านิเวน่าอีกเหรอ เป็นไปได้ไงวะ”

กันต์ธีร์ถามทันควัน ผับนิเวน่าเป็นผับขึ้นชื่อแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ทั้งบริการและสถานที่หรูหรา ลูกค้าที่ไปใช้บริการเป็นคนกระเป๋าหนักแทบทั้งสิ้น เขาทั้งสามไปใช้บริการผับนี้บ่อยครั้ง ยอมรับว่าดีจริง แต่พอนิรัติศัยบอกว่า คลับเอสดีกว่านิเวน่า สีหน้าของหัสดินกับกันต์ธีร์บอกถึงความแปลกใจชัดเจน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.4
รินรดาตกอยู่ในพันธนาการของพิชญะ เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชดใช้หนี้สินให้บิดา เขาบีบบังคับให้เธอเชื่อฟังแลกกับรางวัลที่น่าพึงพอใจ ทว่าหญิงสาวกลับโต้กลับด้วยการตบหน้าเมื่อเขาจู่โจมด้วยรอยจูบที่ป่าเถื่อน แม้เธอจะยอมทำงานหนักเพื่อล้างหนี้ แต่รินรดาก็ประกาศกร้าวว่าจะรักษาศักดิ์ศรีของตนไว้ให้ได้ การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างคนทั้งคู่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมหัวใจอันร้อนแรง ที่หากใครพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจถูกเพลิงแห่งความปรารถนาแผดเผาจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย โพสต์อิทคือโลกทั้งใบของฉัน
9.2
หญิงสาวผู้สูญเสียความทรงจำต้องใช้ชีวิตผ่านข้อความบนโพสต์อิทที่เป็นเสมือนโลกใบเดียวของเธอ ทว่าชีวิตที่เปราะบางกลับถูกทำลายเมื่อพศิน แฟนเก่าที่เคยถูกทิ้งไปเมื่อเจ็ดปีก่อนหวนกลับมาพร้อมความแค้น เขาและคู่หมั้นใช้เธอเป็นเครื่องมือในรายการเรียลลิตี้เพื่อประจานความผิดที่เธอจำไม่ได้ จนเธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากพิธีชำระบาปอันโหดร้าย แม้แต่พี่ชายที่มาช่วยก็ยังถูกดึงเข้าสู่วังวนนี้ ท่ามกลางสายตาชิงชังของพศิน เธอได้แต่ตั้งคำถามว่าอดีตที่หายไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
หน้าปกนวนิยาย แสนร้ายพ่ายเสน่หา
9.7
มัสรินพยายามร้องขออิสรภาพเมื่อถูกพันธนาการด้วยอ้อมแขนของเหมราช ชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นว่าที่สามีในอนาคตของเธอ ทว่าการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะเหมราชเคยลั่นวาจาประกาศกร้าวไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่ได้พบกันว่า เขาไม่เคยปรารถนาจะให้เธอเข้ามาก้าวก่ายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในชีวิตของเขาเลยแม้แต่น้อย ท่าทีที่แสนเย็นชาและดุดันของเขาจึงกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเอาไว้
หน้าปกนวนิยาย อดีตรัก สามีเก่า
9.4
ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทดูแลยู่จินเฉินในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ แต่ความดีของเธอกลับไม่เคยชนะใจเขาได้ เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูถูกจากสังคมไฮโซที่มองว่าเธอสิ้นหวัง เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะเศรษฐินีที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ยู่จินเฉินที่เห็นอดีตภรรยาถูกห้อมล้อมด้วยหนุ่มหล่อจึงเริ่มหึงหวงและพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวโดยยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอ
หน้าปกนวนิยาย ความลับของอดีตภรรยา
8.4
หลังหย่าขาดจากสามีอย่างหลี้จิงถิง อดีตภรรยาอย่างเธอก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการหมั้นกับศัตรูของเขา พร้อมเดินหน้าแก้แค้นและจัดการมือที่สามอย่างเด็ดขาด ทว่าความลับที่เธอซ่อนไว้กลับค่อยๆ เปิดเผยออกมา ทั้งฐานะนักเปียโนระดับโลก ดีไซเนอร์ชื่อดัง และนักลงทุนผู้ลึกลับ เมื่อหลี้จิงถิงตระหนักถึงตัวตนที่แท้จริงและพยายามจะตามง้อขอคืนดี ปริศนาเบื้องหลังชีวิตของเธอกลับสร้างความเจ็บปวดให้เขาจนหัวใจสลายเกินกว่าจะย้อนคืน