ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
ตอน
แชร์

ตอน 3

3

“นั่นสิ นิเวน่านี่สุดยอดเลยนะ ที่นี่ดีกว่าจริงเหรอ” คำพูดนี้เป็นของหัสดิน

“ฉันก็เลยชวนนายสองคนมาลองไง สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ถ้าดีจริงตามที่ไอ้เนบอกมาก็ถือว่าเราโชคดี แต่ถ้าไม่ ครั้งเดียวเลิก”

นิรัติศัยคิดว่าไม่ลองย่อมไม่รู้ การสนทนาของสามหนุ่มยุติลงชั่วคราว เมื่อนงเยาว์ พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาต้อนรับขับสู้ลูกค้ารายใหม่

“สวัสดีค่ะ มาครั้งแรกใช่ไหมคะ” นางเยาว์เอ่ยถาม ด้วยหน้าที่ทำให้เธอจำลูกค้าได้ทุกคน สามหนุ่มหล่อต่างสไตล์เธอยังไม่เคยเห็นหน้า นั่นหมายความว่าเพิ่งมาเป็นครั้งแรก “ไม่ทราบว่าจะใช้บริการส่วนไหนดีค่ะ ที่นี่มีให้เลือกใช้บริการครบวงจรค่ะ”

“แบบนั่งดื่ม นั่งฟังเพลงและผู้หญิง” นิรัติศัยตอบ

“ได้ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ”

เมื่อรู้ความต้องการของลูกค้า นงเยาว์พาลูกค้าทั้งสามไปยังโซนที่ต้องการ

นงเยาว์พาลูกค้าใหม่เข้ามาในผับหรูที่ตกแต่งอย่างมีระดับ มีความเป็นส่วนตัว และลูกค้าแต่ละคนที่มาใช้บริการส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่กระเป๋าหนักทั้งสิ้น

“เป็นไง โอเคไหมเอ็กซ์” นิรัติศัยถามหัสดินที่กวาดตามองไปรอบผับด้วยสายตาพึงพอใจ

“โอเลย”

หัสดินตอบ สายตายังคงมองไปทั่วผับ ผับนี้ถือว่าหรูมากทีเดียว ตกแต่งอย่างมีระดับเทียบเท่าผับประจำของเขา ถือว่าคิดไม่ผิดที่มาลองของใหม่

“โอกว่าบางที่ที่พวกเราเคยไปอีกนะ ถือว่าผ่าน” กันต์ธีร์พูดขึ้นบ้าง “คราวนี้ก็ต้องมาดูว่า การบริการกับผู้หญิงจะสอบผ่านหรือเปล่า ถ้าผ่านล่ะก็ พวกเราคงมีที่สิงสถิตใหม่”

“สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย คลับเอสยินดีต้อนรับค่ะ” มารศรีผู้จัดการร้านโซนผับเข้ามาต้อนรับขับสู้ลูกค้ารายใหม่ เธอพนมมือไหว้สวยงาม ฉีกยิ้มกว้าง “สั่งเครื่องดื่มก่อนดีไหมคะ จะได้แก้คอแห้ง”

สามหนุ่มสั่งเครื่องดื่มที่ตัวเองต้องการกับพนักงานบริกร เมื่อการสั่งเครื่องดื่มเสร็จสิน มารศรีทำหน้าที่ของตนต่อ

“นอกจากเครื่องดื่มแล้ว คุณผู้ชายรับเพื่อนคุยไหมคะ ที่นี่มีสาวๆ สวยๆ เยอะเลยค่ะ คุยสนุก บริการดีด้วยนะคะ ถ้ารับดิฉันจัดมาให้ค่ะ” มารศรีทำตามหน้าที่

“ผมขอแบบออฟได้” นิรัติศัยบอกความต้องการของตน

“ผมขอด้วย” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น

“แล้วคุณผู้ชายล่ะคะ รับไหมคะ” มารศรีเอ่ยถามหัสดินที่พยักหน้าเป็นคำตอบ

“คุณผู้ชายรอสักครู่นะคะ ดิฉันจะไปตามเด็กมาให้”

นงเยาว์เดินจากไปไม่ถึงหนึ่งนาที เธอก็เดินกลับมาพร้อมกับสตรีหน้าตาสวยงามสามคน สามสาวรู้งาน เดินไปนั่งเคียงข้างชายหนุ่มรูปงาม เอาอกเอาใจตามหน้าที่

หัสดิน กันต์ธีร์และนิรัติศัยมีสีหน้าพอใจและมีความสุขกับการท่องราตรีในคืนนี้เป็นอย่างมาก ทั้งสถานที่ถูกใจ เสียงเพลงจากนักร้องทั้งชายและหญิงที่ผลัดเปลี่ยนสร้างความสำราญทางหูก็ไพเราะ ฟังแล้วเคลิบเคลิ้ม บางคนร้องดีกว่าผับประจำของพวกเขาเสียอีก ที่สำคัญที่สุดหญิงสาวข้างกายสวยสมราคาที่จ่ายไป

“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” หัสดินบอกเพื่อน จบคำพูดเขาก็ลุกเดินไปยังจุดหมาย

หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ หัสดินก้าวเดินมาตามทางที่จะกลับเข้าไปในผับ ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้นเสียงมือถือของตนดังขึ้น เขาล้วงมันหยิบขึ้นมารับสาย เดินไปคุยไป ด้วยความไม่ระวังจังหวะที่กำลังเดินเลี้ยวตรงมุมทางเดิน ร่างสูงใหญ่ปะทะกับร่างของใครคนหนึ่งเต็มแรง

“ว้าย!” เจ้าของเสียงกรีดร้องตกใจ ร่างเซจากแรงปะทะ ส่งผลให้เจ้าของเสียงแหงนหงายไปทางด้านหลัง หัสดินใช้ความไว คว้าร่างนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขน

ตาสบตา...

หัสดินมองใบหน้าของสตรีในอ้อมแขนที่อยู่ห่างไม่ถึงหนึ่งฟุตนิ่ง เป็นการมองแบบแช่แข็ง ไม่เคลื่อนไหวสายตาไปที่ใด นอกจากดวงหน้างดงามที่ตราตรึงใจตั้งแต่แรกเห็น นัยน์ตาสาวคู่นี้เหมือนมีพลังบางอย่าง สะกดใจให้ชะงักงัน เขาพบเจอสตรีสวยงามมานับไม่ถ้วน แต่ไม่มีใครเลยที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงประหนึ่งเด็กแรกรุ่นพบสาวถูกใจ

ใช่...เขาถูกใจเธอเหลือเกิน

“ขอโทษนะคะที่ฉันเดินชนคุณ” ฝ่ายหญิงเอ่ยเสียงนุ่ม ใบหน้าแดงระเรื่อจากความใกล้ชิดระหว่างเธอกับชายแปลกหน้า อีกทั้งสายตาของเขาร้อนแรงจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งกาย มือเล็กดันอกกว้างเขาเบาๆ “ขอบคุณนะคะที่รับร่างดิฉันไว้”

“อ๋อครับ” หัสดินได้สติ คลายลำแขนอย่างสุภาพ สายตายังไม่เคลื่อนจากใบหน้าพริ้งเพรา “ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ ผมมัวแต่โทรศัพท์เลยไม่ทันระวังครับ”

“เอาเป็นว่า ต่างคนต่างผิดก็แล้วกันนะคะ” อารยาถอยหลังมาสองสามก้าว น้ำเสียงยังคงนุ่มนวล “ขอตัวนะคะ”

อารยายิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะเบี่ยงเท้าเดินไปยังห้องน้ำ หัสดินกำลังจะก้าวเท้าเดินไปสกัดหน้า เพื่อทำความรู้จักให้มากกว่านี้ ทว่าเสียงมือถือกลับดังขัดจังหวะ เขามองรายชื่อของคนที่โทรศัพท์เข้ามา สลับกับมองร่างอรชรที่เดินจากไป ก่อนจะกดรับสายเพราะบุคคลที่โทรเข้ามาสำคัญกว่าและพลาดการรับสายไม่ได้

หัสดินเดินกลับมานั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนในเวลาต่อมา สีหน้าเขาไม่ได้เหมือนตอนลุกไปเข้าห้องน้ำ ต่างกันจนเพื่อนซี้อีกสองคนสงสัย เป็นเพราะหัสดินทำหน้าราวกับว่ากำลังมีเรื่องขบคิด

ใช่...เขากำลังคิด คิดถึงหญิงสาวที่เพิ่งเดินชนเมื่อสักครู่นี้ ตอนนั้นเขาไม่ทันคิดอะไรบางอย่าง เพราะมัวแต่ตะลึงกับภาพใบหน้าอันงดงาม ที่ปิดทับด้วยเครื่องสำอางบางเบา ไม่จัดจ้านจนรู้สึกอึดอัด รอยยิ้มของเธอทำให้หัสดินเคลิบเคลิ้ม หัวใจเต้นถี่แรงกับความหวานบนใบหน้าสาวที่มีเพิ่มมากขึ้น หลงลืมคิดไปอย่างหนึ่งว่า เธอมาทำอะไรในผับแห่งนี้ จะเป็นนักเที่ยวหรือว่าทำงานในคลับเอส หากเป็นข้อแรกเขาโล่งใจ แต่หากเป็นข้อสอง คำถามต่อมาคือ เธอทำงานหน้าที่ใด จากการแต่งกายทำให้เขาคิดว่า เธอน่าจะทำงานที่นี่มากกว่า และทำงานในตำแหน่งที่เขาไม่อยากคาดเดา

แค่คิดว่า สาวถูกใจเป็นผู้หญิงบริการที่นี่ ใจเขาสั่นไหวขึ้นมาแปลกๆ ในความรู้สึก เขาไม่อยากให้ชายใดแตะต้องร่างกายเธอ อยากจะอัดหน้าชายเหล่านั้นอกจากเขาเพียงคนเดียว หัสดินเกิดหวงแหนเธอขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“เอ็กซ์เป็นไรหรือเปล่าวะ ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะ” นิรัติศัยอดถามไม่ได้

“เปล่าไม่มีไร” หัสดินตอบเสียงห้วน ปัดมือสาวสวยที่นำมือมาลูบแผ่นอกออก สีหน้าบอกถึงความรำคาญ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขายังพออกพอใจกับการเอาใจของเธอ

“ฉันไม่เชื่อว่าไม่มีอะไร บอกมาซะดีดีว่ามีอะไรในใจ”

อากัปกิริยาของหัสดิน ทำให้คนขี้สงสัยอย่างนิรัติศัยไม่เชื่อ เขาคาดคั้นถามทั้งน้ำเสียงและสายตา

“ไม่มีอะไรจริงๆ” หัสดินปรับใบหน้าให้เป็นปกติ หยิบแก้วบรั่นดีมาดื่ม

“แต่หน้านายบอกฉันสองคนว่า มันมีนะ” นิรัติศัยคาดคั้นต่อ

“เมื่อกี้ฉันได้รับโทรศัพท์จากอลัน เขาโทรมาเลื่อนนัดการเซ็นสัญญาในวันมะรืนเป็นอาทิตย์หน้า ฉันกังวลเรื่องนี้แหละ ถ้าหากเลื่อนนัดเซ็นสัญญาไปเรื่อยๆ งานมันก็จะไม่เดิน กลัวไม่ทันวันเปิดโครงการ” หัสดินจำต้องหาคำตอบให้เพื่อน เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะถูกถามจนกว่าจะได้รับคำตอบ

“น่าจะทันอยู่นะ อีกตั้งเดือนนึง นายอย่ากังวลไปเลย” กันต์ธีร์ปลอบเพื่อน

“นายเก่งอยู่แล้ว ปัญหาอะไรก็แก้ได้หมด ฉันว่าเรามาพักผ่อนสมองกันต่อเถอะ”

หัสดินยิ้มบาง ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ กวาดตามองไปรอบผับคล้ายกับว่ากำลังมองหาใครอยู่ และแล้วเขาก็พบเจอหญิงสาวที่ทำให้หัวใจสั่นไหวตั้งแต่แรกเห็น

เธอกำลังทรุดกายนั่งลงบนโซฟาข้างชายร่างท้วมดูมีฐานะ แต่ไม่ใช่ว่าจะนั่งแนบสนิทเหมือนกับหญิงสาวข้างกายเขาที่นั่งเบียดชิด เธอทิ้งระยะห่างพอสมควร พนมมือไหว้ชายร่างท้วมคนนั้นอย่างนอบน้อม

“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร ฉันอยากได้เธอคนนั้นมานั่งแทนเธอตรงนี้”

หัสดินถามสาวข้างกายที่หันไปตามนิ้วของเขาที่ชี้ไปยังสตรีนางหนึ่งที่นั่งอยู่ห่างไม่จากโต๊ะนี้มากนัก ยุพาตกใจเมื่อเห็นว่า หญิงสาวที่หัสดินต้องการคือใคร

“ผู้หญิงคนนั้นชื่อคุณอารยาหรือคุณเปิ้ลค่ะ แล้วสิ่งที่คุณต้องการก็คงไม่ได้ คุณเปิ้ลไม่ได้เป็นสาวนั่งดริ้งหรือสาวขาย เธอเป็นเจ้าของคลับเอสค่ะ”

หัสดินรู้สึกโล่งใจ เสมือนของหนักถูกยกออกจากอกเมื่อได้ยินคำตอบของยุพา เขาแทบจะไม่เชื่อหูว่า หญิงสาวถูกใจจะเป็นเจ้าของคลับเอส อารยายังดูสาว อายุน่าจะไม่เกินสามสิบปี เจ้าของผับส่วนใหญ่ที่เขารู้จัก อายุมากกว่าสี่สิบปีทั้งสิ้น เขาจึงเแปลกใจไม่น้อยที่รู้เรื่องนี้

“ทำไมเจ้าของผับนี้ยังสาวและสวย ปกติจะมีอายุทั้งนั้น ถ้าฉันไม่ได้ยินกับหูจะไม่เชื่อเด็ดขาด” นิรัติศัยเอ่ยขึ้น

“ใครรู้ก็พูดเหมือนคุณค่ะ เดิมทีผับนี้เป็นของพ่อคุณเปิ้ล แต่พอท่านเสียผับนี้ก็ร้างหลายปี จนคุณเปิ้ลมาทำใหม่ค่ะ คงเสียดายธุรกิจของพ่อ ถ้าทิ้งไปก็เหมือนทิ้งเงิน เพราะรายได้ค่อนข้างมากในแต่ละวัน ถ้ารวมทั้งเดือนก็หลายล้านค่ะ” ยุพาบอกข้อมูลที่รู้มา ถ่ายทอดให้คนตื่นรู้

“ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะทำผับนี้คนเดียวได้เหรอ มันต้องมีเส้นสายหรือคนหนุนหลังนะ ฉันรู้มาว่า เจ้าของผับละแวกนี้เสือสิงห์กระทิงแรดทั้งนั้น โชกโชนการทำธุรกิจกลางคืน หรือว่าคุณเปิ้ลของเธอจะมีแฟนหรือสามีคอยช่วยดูแล” หัสดินหลอกถามข้อมูลที่ตนอยากรู้กลายๆ

“คุณเปิ้ลยังไม่มีแฟนค่ะ เธอทำคนเดียวค่ะ แต่มีเพื่อนอีกสองคนมาช่วยค่ะ ส่วนเรื่องคู่แข่ง มีหลายผับเลยค่ะ แต่คุณเปิ้ลเอาอยู่ ไม่มีใครกล้าแหยมสักคน”

หัสดินยิ้มมุมปากกับคำตอบที่ได้รับ ดวงตามองไปยังใบหน้าสวยของอารยาไม่วางตา ในแววตาของเขามีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ เป็นประกายตาที่ไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนมาก่อนในชีวิต

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.4
รินรดาตกอยู่ในพันธนาการของพิชญะ เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชดใช้หนี้สินให้บิดา เขาบีบบังคับให้เธอเชื่อฟังแลกกับรางวัลที่น่าพึงพอใจ ทว่าหญิงสาวกลับโต้กลับด้วยการตบหน้าเมื่อเขาจู่โจมด้วยรอยจูบที่ป่าเถื่อน แม้เธอจะยอมทำงานหนักเพื่อล้างหนี้ แต่รินรดาก็ประกาศกร้าวว่าจะรักษาศักดิ์ศรีของตนไว้ให้ได้ การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างคนทั้งคู่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมหัวใจอันร้อนแรง ที่หากใครพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจถูกเพลิงแห่งความปรารถนาแผดเผาจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย โพสต์อิทคือโลกทั้งใบของฉัน
9.2
หญิงสาวผู้สูญเสียความทรงจำต้องใช้ชีวิตผ่านข้อความบนโพสต์อิทที่เป็นเสมือนโลกใบเดียวของเธอ ทว่าชีวิตที่เปราะบางกลับถูกทำลายเมื่อพศิน แฟนเก่าที่เคยถูกทิ้งไปเมื่อเจ็ดปีก่อนหวนกลับมาพร้อมความแค้น เขาและคู่หมั้นใช้เธอเป็นเครื่องมือในรายการเรียลลิตี้เพื่อประจานความผิดที่เธอจำไม่ได้ จนเธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากพิธีชำระบาปอันโหดร้าย แม้แต่พี่ชายที่มาช่วยก็ยังถูกดึงเข้าสู่วังวนนี้ ท่ามกลางสายตาชิงชังของพศิน เธอได้แต่ตั้งคำถามว่าอดีตที่หายไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
หน้าปกนวนิยาย แสนร้ายพ่ายเสน่หา
9.7
มัสรินพยายามร้องขออิสรภาพเมื่อถูกพันธนาการด้วยอ้อมแขนของเหมราช ชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นว่าที่สามีในอนาคตของเธอ ทว่าการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะเหมราชเคยลั่นวาจาประกาศกร้าวไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่ได้พบกันว่า เขาไม่เคยปรารถนาจะให้เธอเข้ามาก้าวก่ายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในชีวิตของเขาเลยแม้แต่น้อย ท่าทีที่แสนเย็นชาและดุดันของเขาจึงกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเอาไว้
หน้าปกนวนิยาย อดีตรัก สามีเก่า
9.4
ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทดูแลยู่จินเฉินในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ แต่ความดีของเธอกลับไม่เคยชนะใจเขาได้ เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูถูกจากสังคมไฮโซที่มองว่าเธอสิ้นหวัง เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะเศรษฐินีที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ยู่จินเฉินที่เห็นอดีตภรรยาถูกห้อมล้อมด้วยหนุ่มหล่อจึงเริ่มหึงหวงและพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวโดยยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอ
หน้าปกนวนิยาย ความลับของอดีตภรรยา
8.4
หลังหย่าขาดจากสามีอย่างหลี้จิงถิง อดีตภรรยาอย่างเธอก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการหมั้นกับศัตรูของเขา พร้อมเดินหน้าแก้แค้นและจัดการมือที่สามอย่างเด็ดขาด ทว่าความลับที่เธอซ่อนไว้กลับค่อยๆ เปิดเผยออกมา ทั้งฐานะนักเปียโนระดับโลก ดีไซเนอร์ชื่อดัง และนักลงทุนผู้ลึกลับ เมื่อหลี้จิงถิงตระหนักถึงตัวตนที่แท้จริงและพยายามจะตามง้อขอคืนดี ปริศนาเบื้องหลังชีวิตของเธอกลับสร้างความเจ็บปวดให้เขาจนหัวใจสลายเกินกว่าจะย้อนคืน