ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิยายรักฉบับสาวคลับ S

นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
ตอน
แชร์

ตอน 1

1

คลับเอส สถานบันเทิงชื่อดังย่านพัฒน์พงศ์ที่มีลูกค้าทั้งชายและหญิงมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพราะที่นี่เป็นสถานบันเทิงครบวงจร แบ่งแยกเป็นสัดส่วนแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า ส่วนผับจะอยู่ชั้นแรกของอาคาร ชั้นที่สองจะเป็นเล้าน์ ชั้นนี้เหมาะสำหรับสาวเปลี่ยว ขี้เหงา แม่ม่ายทั้งหย่าขาดกับสามีและสามีเสียชีวิต หรือแม้แต่สามีไม่ขยันทำการบ้าน ชั้นนี้จะมีหนุ่มโฮสต์หน้าตาดี หุ่นล่ำบึกไว้ให้เหล่าสตรีขี้เหงาเลือกซื้อบริการ ชั้นที่สามจะเป็นอาบอบนวดสวรรค์ของหนุ่มกลัดมันทั้งหลาย ชั้นที่สี่ถึงหกห้องจะเป็นห้องพักไว้สำหรับบริการลูกค้า

ในแต่ละวันคลับเอสต้อนรับลูกค้าทั้งหญิงและชายนับร้อยคน แต่ละคนต่างฐานะและอาชีพ มีรวยมีจนคละเคล้ากันไป นักการเมือง นักธุรกิจแวะเวียนมาใช้บริการไม่ขาดสาย เศรษฐีนีก็มีมาก เม็ดเงินที่เข้ามาในสถานบันเทิงแห่งนี้คืนหนึ่งสูงถึงคืนละครึ่งล้านบาท คลับเอสจึงเป็นที่จับตามองจากคู่แข่งทางธุรกิจในละแวกเดียวกัน ที่มักเข้ามาสืบดูความเคลื่อนไหวเนืองๆ

รถเบนซ์สปอร์ตแล่นมาจอดหน้าประตูอาคารสูงหกชั้น ก่อนที่เจ้าของรถจะก้าวลงมาด้วยมาดนางพญา เด็กรับรถประจำคลับเอสรีบวิ่งไปยังสตรีนางนั้น อำนวยความสะดวกนำรถไปเก็บไว้ให้อย่างเช่นเคย ดุจดารา ม่ายวัยสี่สิบสามปีเดินนวยนาดเข้าไปในคลับเอส และไม่ทันที่เธอจะก้าวผ่านประตู นงเยาว์พนักงานต้อนรับของคลับได้เดินมาทักทายด้วยรอยยิ้มและนอบน้อม

“สวัสดีค่ะคุณดุจ คืนนี้เหมือนเดิมไหมคะ” นงเยาว์ถามอย่างรู้ใจ

“ใช่ เหมือนเดิม” เสียงติดผยองตอบกลับ

“เชิญทางนี้ค่ะ” นงเยาว์ผายมือให้ดุจดารา ก่อนจะพาเดินไปยังลิฟต์โดยสาร พาเธอไปส่งยังชั้นสองของร้าน “ดิฉันจะไปตามเด็กมาให้นะคะ”

“ไม่ต้อง ไปเรียกคุณต้อมมาหาฉันก็พอ”

ดุจดาราหมายถึงมนตรี ผู้จัดการแผนกโฮสต์ ที่ดูแลชั้นนี้ทั้งชั้น รวมถึงหนุ่มหล่อ กล้ามใหญ่ ลีลาเด็ดทั้งหลาย

“ได้ค่ะคุณดุจ นงจะไปทำตามที่คุณดุจต้องการค่ะ”

นงเยาว์ทำตามลูกค้ารายใหญ่ ไม่นานเกินรอคนที่ดุจดาราต้องการพบก็เดินมาหาที่โต๊ะ

“สวัสดีครับคุณดุจ” มนตรีพนมมือไหว้นอบน้อม “วันนี้คุณดุจจะรับแบบไหนครับ”

“ฉันขอชุดเดิม แบบสปอย” ดุจดาราตอบ มนตรีได้ยินแค่นี้ก็เข้าใจความหมาย

“วันนี้มีเด็กใหม่เข้ามาคนหนึ่งครับ หน้าตาดีมากๆ เลย ผมอยากแนะนำให้คุณดุจรู้จักครับ” มนตรีนำเสนอเด็กในสังกัดคนใหม่

“พามาสิ” เธอไม่ปฏิเสธ มนตรีโค้งศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะไปตามเด็กใหม่มาพบลูกค้าพิเศษของคลับ

“คุณดุจครับมาแล้วครับ” ดุจดาราเงยหน้ามอง ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีที่ไม่สวมเสื้อ สวมแต่กางเกงรัดติ้ว เห็นกายแกร่งขึ้นเป็นลำด้วยรอยยิ้มพอใจ ผู้ชายคนนี้มีความหล่อเหลามาก มากกว่าหนุ่มโฮสต์คนอื่นๆ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนทำให้เธอครั่นเนื้อครั่นตัว ร้อนผ่าวได้อย่างเหลือเชื่อ

“ชื่ออะไร” ดุจดาราถามชายร่างบึกบึน ยกไวน์ขึ้นจิบ ทว่าสายตาไม่ละจากใบหน้าของเขา

“ชื่อเอกครับ” เอกบุรีตอบ

“ไม่ทราบว่าคุณดุจจะรับโฮสต์เพิ่มสักคนไหมครับ” ผู้จัดการโฮสต์ถาม

“ได้สิ ไม่มีปัญหา” ดุจดาราตอบขณะที่ลุกขึ้นยืน “ฉันจะขึ้นไปรอที่ห้องนะ”

“ได้ครับ ผมจะให้เด็กพาไปนะครับ”

มนตรีเดินนำดุจดาราที่ช้อนตามองเอกบุรีด้วยประกายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา ซึ่งเอกบุรีก็ได้ส่งสายตาหวานฉ่ำกลับ วินาทีนั้นดุจดาราแทบอยากจะกระชากร่างเอกบุรีมากอดจูบ แต่เธอต้องไว้ลาย เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า นางก็จะได้สมหวังในอารมณ์

ดุจดาราที่ล่วงหน้ามาห้องพิเศษของคลับ เธอได้ตระเตรียมความพร้อมสำหรับเกมกามาด้วยการอาบน้ำ พอก้าวออกมาจากห้องน้ำก็พบว่า หนุ่มโฮสต์ทั้งสามที่เธอเลือกไว้ ตอนนี้กำลังนอนร่างเปลือยเปล่ารอเธอบนเตียง ดุจดารามองความเป็นชายของเอกบุรีด้วยความพอใจ หน้าร้อนผ่าวโดยไม่รู้ตัว เธอยิ้มก่อนจะปลดผ้าขนหนูออกจากกาย แล้วก้าวขึ้นเตียงไปนอนบนที่นอน ไร้ซึ่งความเหนียมอายสักนิดเดียว มีแต่อาการครั่นเนื้อครั่นตัว ปรารถนาให้ชายทั้งสามแตะต้องสัมผัสร่างของตน

“คุณพี่จะเอาแบบไหนครับ” ยศถาม

“แบบสปอย ให้เอกสอดใส่”

ดุจดาราตอบ แบบสปอยหมายถึง หนุ่มโฮสต์ที่ซื้อมาจะปรนเปรอความสุขให้เธอด้วยการโอ้โลมทุกสัดส่วนของร่างกาย แต่จะมีเพียงคนเดียวที่เธอเลือกให้ครอบครองเรือนร่าง โยกโยนบนร่างกาย แล้ววันนี้เธอก็เลือกเอกบุรี ชายหนุ่มถูกใจตั้งแต่แรกเห็น

“ได้ครับ” ยศทำตามที่ลูกค้าวีไอพีต้องการ เขาประกบปากจูบดุจดารา แลกรัดปลายลิ้นอย่างช่ำชอง ซึ่งเธอเองก็โต้ตอบจุมพิตอย่างถึงใจ ในขณะที่ไม้ก้มหน้าอ้าปากงับยอดถันสีกุหลาบ มือเขาประคองบีบอกอวบอีกข้างไปด้วย หมุนปลายถันเล่นไปในที เธอถึงกับร่างสั่น เกิดเสียงครางเบาๆ ในลำคอ

และดูเหมือนว่าเสียงครางจะดังมากขึ้น เมื่อเอกบุรีแนบหน้าลงบนช่อดอกพิกุลที่ยังคงความสวยงาม ไม่บอบช้ำทั้งที่ผ่านการดอมดมมานับครั้งไม่ถ้วน อาจเป็นเพราะดุจดาราดูแลสุขภาพร่างกายเป็นอย่างดี ทำให้เรือนร่างของเธอยังคงสวยสด สรีระงดงามไม่ต่างกับหญิงสาววัยสามสิบปี

เอกบุรีจูบแผ่วเบาบนช่อดอกไม้งาม ยื่นลิ้นออกจากปากไล้เลียไปตามรูปทรงขึ้นและลง ก่อนจะแทรกลิ้นตรงร่องหลืบสาว ตวัดลิ้นไปมา นิ้วมือซ้ายสะกิดจุดกระสัน นิ้วมือขวาค่อยๆ สอดเข้าไปในรวงผึ้งที่เวลานี้มีน้ำผึ้งเอ่อไหล ทำให้สะดวกในการขับเคลื่อนนิ้ว

“อ๊าาาาา...อืม”

ดุจดาราเบี่ยงหน้า เพื่อให้ตนเองได้ปล่อยเสียงครางอันแสนซาบซ่านผ่านปากได้อย่างสะดวก เพราะเวลานี้ความกระสันอันเกิดจากการเล้าดลมของสามหนุ่มกำลังทำให้เธอขาดใจ แต่ละคนเก่งกาจ รู้จุดของสตรี รู้ว่าทำอย่างไรให้เธอมีความสุขกับการปรนเปรอ

ยศไล่ปากไปตามผิวแก้ม มาหยุดทักทายใบหูของเธอ ห่อลิ้นก่อนจะสอดเข้าไปในส่วนรับฟัง กระดกลิ้นไปมาจนเกิดเสียง แล้วเสียงนั้นก็ทำให้ดุจดาราขนลุก ดวงตาหลับพริ้ม ปากเผยอคราง ยศสร้างความปั่นป่วนทางอารมณ์ให้เธอตรงบริเวณหูชั่วครู่ เขาได้ไต่ปากต่ำลงไปยังลำคอ บ่า และหัวไหล่ ไล่ไปตามลำแขนโดยใช้ปลายลิ้นสะบัดฉวัดเฉวียนไปด้วย ขนแขนขนขาดุจดาราลุกซู่ ร่างกายตอบสนองความใคร่ที่ถูกถ่ายเทเข้าไปในร่างกาย ยศดูดนิ้วเรียวสวยของเธอทีละนิ้ว ดูดเข้าดูดออก ใช้ฟันขบเล็บเบาๆ

อึดใจต่อมาเขาก็เลื่อนใบหน้าไปยังสีข้าง เม้มเพียงนิดให้เธอรู้สึกซ่านเสียว แต่ไม่ทิ้งร่องรอย กัดแผ่วเบาช่วงเอว ไล่ปากไปตามสะโพกงามงอน จูบต่อไปเรื่อยๆ ตามแนวขาจนถึงปลายเท้า แล้วทำเช่นเดียวกันกับนิ้วมือเธอ เขาดูดนิ้วเท้าเธอทีละนิ้ว ปลายลิ้นเน้นสะบัดกลางร่องนิ้วเท้า เธอเสียวซ่านถึงขั้นชักปลายเท้าหนี ทว่ายศจับเท้าดุจดาราไว้มั่น ไม่ให้เธอชักเท้าหนีได้ง่ายๆ

“อ๊าาาา...ดีจัง...อืม”

ดุจดาราครางพอใจ ไม้ยังคงเชยชมดอกบัวเบ่งบาน กอบกุมด้วยมือ บีบเคล้นหนักบ้างเบาบ้างสลับกัน ครอบครองยอดถันทั้งสองข้างเต้าอย่างเท่าเทียม

เอกบุรีก็ทำงานแข็งขัน ละเลงลิ้นแพรวพราวอยู่ตรงปากถ้ำ ประโลมเลียน้ำสวาทที่ไหลเอ่อไม่ขาดสาย สอดลิ้นกระหวัดเข้าไปภายใน ปาดซ้ายปาดขวาไปตามผนังถ้ำฉ่ำหวาน นิ้วมือใหญ่สะกิดเร็วๆ บนทับทิมสวาท เรียกเสียงครางครวญดังต่อเนื่อง เนื้อตัวเธอร้อนแล้วร้อนอีก ประหนึ่งอุณหภูมิในร่างกำลังถึงขีดสุด จวนเจียนจะระเบิดเต็มแก่

“โอ้วววว...วิเศษจัง...อืม...อา”

วันนี้อารมณ์สวาทดุจดารากระเจิดกระเจิง มากกว่าทุกครั้งที่มีชายหนุ่มกลัดมันแตะต้องกาย มันทำให้เธออยากให้ชายทั้งสามมีความสุขร่วมกันกับตน แค่คิด แค่จินตนาการ อารมณ์เธอก็พุ่งทะยาน ปรารถนาจะลองทำตามความคิดสักครั้ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.4
รินรดาตกอยู่ในพันธนาการของพิชญะ เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชดใช้หนี้สินให้บิดา เขาบีบบังคับให้เธอเชื่อฟังแลกกับรางวัลที่น่าพึงพอใจ ทว่าหญิงสาวกลับโต้กลับด้วยการตบหน้าเมื่อเขาจู่โจมด้วยรอยจูบที่ป่าเถื่อน แม้เธอจะยอมทำงานหนักเพื่อล้างหนี้ แต่รินรดาก็ประกาศกร้าวว่าจะรักษาศักดิ์ศรีของตนไว้ให้ได้ การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างคนทั้งคู่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมหัวใจอันร้อนแรง ที่หากใครพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจถูกเพลิงแห่งความปรารถนาแผดเผาจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย โพสต์อิทคือโลกทั้งใบของฉัน
9.2
หญิงสาวผู้สูญเสียความทรงจำต้องใช้ชีวิตผ่านข้อความบนโพสต์อิทที่เป็นเสมือนโลกใบเดียวของเธอ ทว่าชีวิตที่เปราะบางกลับถูกทำลายเมื่อพศิน แฟนเก่าที่เคยถูกทิ้งไปเมื่อเจ็ดปีก่อนหวนกลับมาพร้อมความแค้น เขาและคู่หมั้นใช้เธอเป็นเครื่องมือในรายการเรียลลิตี้เพื่อประจานความผิดที่เธอจำไม่ได้ จนเธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากพิธีชำระบาปอันโหดร้าย แม้แต่พี่ชายที่มาช่วยก็ยังถูกดึงเข้าสู่วังวนนี้ ท่ามกลางสายตาชิงชังของพศิน เธอได้แต่ตั้งคำถามว่าอดีตที่หายไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
หน้าปกนวนิยาย แสนร้ายพ่ายเสน่หา
9.7
มัสรินพยายามร้องขออิสรภาพเมื่อถูกพันธนาการด้วยอ้อมแขนของเหมราช ชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นว่าที่สามีในอนาคตของเธอ ทว่าการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะเหมราชเคยลั่นวาจาประกาศกร้าวไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่ได้พบกันว่า เขาไม่เคยปรารถนาจะให้เธอเข้ามาก้าวก่ายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในชีวิตของเขาเลยแม้แต่น้อย ท่าทีที่แสนเย็นชาและดุดันของเขาจึงกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเอาไว้
หน้าปกนวนิยาย อดีตรัก สามีเก่า
9.4
ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทดูแลยู่จินเฉินในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ แต่ความดีของเธอกลับไม่เคยชนะใจเขาได้ เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูถูกจากสังคมไฮโซที่มองว่าเธอสิ้นหวัง เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะเศรษฐินีที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ยู่จินเฉินที่เห็นอดีตภรรยาถูกห้อมล้อมด้วยหนุ่มหล่อจึงเริ่มหึงหวงและพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวโดยยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอ
หน้าปกนวนิยาย ความลับของอดีตภรรยา
8.4
หลังหย่าขาดจากสามีอย่างหลี้จิงถิง อดีตภรรยาอย่างเธอก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการหมั้นกับศัตรูของเขา พร้อมเดินหน้าแก้แค้นและจัดการมือที่สามอย่างเด็ดขาด ทว่าความลับที่เธอซ่อนไว้กลับค่อยๆ เปิดเผยออกมา ทั้งฐานะนักเปียโนระดับโลก ดีไซเนอร์ชื่อดัง และนักลงทุนผู้ลึกลับ เมื่อหลี้จิงถิงตระหนักถึงตัวตนที่แท้จริงและพยายามจะตามง้อขอคืนดี ปริศนาเบื้องหลังชีวิตของเธอกลับสร้างความเจ็บปวดให้เขาจนหัวใจสลายเกินกว่าจะย้อนคืน