ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียคืนแรม

เมียคืนแรม

สำหรับธราลินแล้ว เธอตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปรัชญ์นั้นห่างไกลจากคำว่ารักที่แสนหวาน เพราะเขาคือชายหนุ่มที่มักจะแสดงความรู้สึกผ่านการกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้งที่มีโอกาส การแสดงออกที่สวนทางกับหัวใจของเขาทำให้เธอไม่กล้าคาดหวังสิ่งใดนอกไปจากการเป็นเพียงผู้หญิงที่ถูกลืมเลือน เหมือนกับดวงจันทร์ในคืนแรมที่ไร้แสงสว่างและไร้ตัวตนในสายตาของเขา ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ในฐานะคนที่ถูกรักด้วยวิธีที่ผิดเพี้ยน
ตอน
แชร์

ตอน 1

“รอด้วยค่ะ รอด้วยค่ะ”

ประตูลิฟต์ของหอพักที่กำลังจะปิดลง ทำให้เจ้าของร่างบางในชุดนักศึกษาร้องบอกคนข้างในให้กดปุ่มหยุดค้างเอาไว้ก่อน พร้อมกับเร่งฝีเท้าของตนจนกลายเป็นเดินแกมวิ่งเพื่อที่คนอื่นๆ จะได้ไม่ต้องรอนาน 

“ขอบคุณค่ะ” เสียงอันหวานใสสมตัวที่ปนหอบนิดๆ กล่าวขอบคุณเมื่อคนในนั้นมีน้ำใจกดเปิดรอ ร่างบางขยับไปยืนติดผนังลิฟต์ พลางกระชับสมุดเลกเชอร์และแฟ้มที่เก็บชี้ตอย่างเป็นระเบียบแนบไว้กับอก ขณะเงยหน้าขึ้นมองตัวเลขของลิฟต์ที่เลื่อนมาถึงชั้นห้าในเวลาเพียงไม่ถึงสองนาที

เท้าเล็กๆ ที่รับด้วยรองเท้าหุ้มส้นสีดำก้าวออกจากลิฟต์ตรงไปยังห้องพักของตัวเอง วางกระเป๋า สมุดเลกเชอร์และแฟ้มที่ถืออยู่ในมือลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจเบาๆ อย่างเกือบจะโล่งอก เพราะพรุ่งนี้ก็เป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายในเทอมแรกของการเรียนปีสี่แล้ว 

ความเคร่งเครียดจากการสอบบวกกับความร้อนอบอ้าวที่ต้องนั่งรถเมล์จากมหาวิทยาลัยกลับมายังหอพัก ทำให้หญิงสาวรีบถอดชุดนักศึกษาแล้วพาตัวเองเข้าไปอาบน้ำจึงค่อยรู้สึกสบายตัวขึ้น

หลังจากตากผ้าขนหนูที่เปียกชุ่มจากการซับน้ำไว้ที่ราวตากผ้าเสร็จ ธรินดาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปยืนหวีผม ทาครีมบำรุงก่อนจะทาทับด้วยแป้งฝุ่นกลิ่นหอมอ่อนๆ ลงบนใบหน้าที่นวลเนียนละเอียดราวกับผิวของเด็กก็ไม่ปาน 

ภาพที่สะท้อนออกมาจากกระจกตรงหน้าฟ้องได้ชัดว่า เธอเป็นผู้หญิงที่หน้าตาชวนมองและรูปร่างดีคนหนึ่ง ทว่าธรินดาก็ไม่คิดจะใส่ใจกับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองแต่อย่างใด สิ่งที่เธอสนใจตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการตั้งใจเรียนให้จบ เพื่อไม่ให้คนที่ส่งเสียต้องผิดหวัง ถึงแม้ว่าลักษิกาแม่บุญธรรมของเธอจะร่ำรวยในระดับเศรษฐีนีทางภาคเหนือ หรือที่ใครๆ เรียกว่า ‘แม่เลี้ยง’ แต่ธรินดาก็อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวมาโดยตลอด ด้วยรู้สถานะของตัวเองดีว่าเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกขอมาเลี้ยงเท่านั้น แม่บุญธรรมของเธอส่งเธอเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังและค่าเทอมแพงเอาการในเชียงใหม่  ด้วยตระหนักในข้อนี้ดี เธอจึงตั้งใจเรียนและอ่านหนังสืออย่างมุ่งมั่นจนสามารถสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้ในที่สุด ซึ่งนั่นทำให้แม่เลี้ยงลักษิกาหรือคนที่เธอเรียกว่าแม่ใหญ่ภูมิใจในตัวเธอมาก  

กริ๊ง...กริ๊ง...

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าดังขึ้น ธรินดาจึงวางหวีลงแล้วรีบสาวเท้าไปหยิบเอามากดรับสาย เมื่อเห็นว่าคนที่โทร.มาคือแม่ใหญ่ของเธอนั่นเอง

“สวัสดีค่ะแม่ใหญ่” เสียงหวานกรอกผ่านเครื่องมือสื่อสารนั้นไปอย่างนุ่มนวลสมบุคลิก

“พรุ่งนี้สอบวันสุดท้ายแล้วใช่มั้ยหนูเล็ก” แม่เลี้ยงลักษิกาถามกลับมาอย่างคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของลูกสาวบุญธรรมเป็นอย่างดี เพราะโทร.มาไถ่ถามอยู่แทบจะทุกวัน

“ใช่ค่ะแม่ใหญ่ สอบเสร็จเล็กก็ปิดเทอมเลย”

“งั้นสอบเสร็จหนูเล็กกลับบ้านเราเลยนะลูก เดี๋ยวแม่ใหญ่จะจองตั๋วเครื่องบินไว้ให้”

“เล็กนั่งรถไฟกลับก็ได้นะคะแม่ใหญ่ ค่าเครื่องบินแพงออกค่ะ สิ้นเปลืองเงินเปล่าๆ”

ธรินดาบอกอย่างเกรงใจ แม้แม่ใหญ่ของเธอจะรวยมาก แต่เธอก็ไม่อยากจะรบกวนท่าน แค่ที่ท่านให้ความเมตตาชุบเลี้ยงและส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือ เธอก็ไม่รู้จะตอบแทนพระคุณท่านหมดอย่างไรแล้ว

“เปลืองอะไรกัน มันต่างกันไม่กี่บาทหรอกหนูเล็ก แม่อยากให้หนูเล็กกลับมาถึงบ้านไวๆ หนูเล็กจะได้ไม่เหนื่อย อีกอย่างตอนนี้คุณปรัชญ์ของหนูเล็กก็กลับมาแล้วเหมือนกัน”

ชื่อนั้นทำให้ธรินดาเงียบไปหลายอึดใจ แม่ใหญ่พูดผิดถนัดเลยละ เพราะ ‘คุณปรัชญ์’ ไม่ใช่ของหนูเล็ก เธอหรือจะกล้าคิดว่าเขาเป็นคุณปรัชญ์ของเธอ เธอเป็นแค่ลูกสาวบุญธรรมที่แม่เลี้ยงลักษิกาขอมาเลี้ยงจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าหลังจากที่ผู้เป็นสามีซึ่งเป็นนายทหารระดับนายพลเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก 

ตอนเข้ามาอยู่ที่คุ้มลักษิกาใหม่ๆ เธออายุได้ห้าขวบแล้ว จึงรู้ดีว่าปรัชญ์และปราณต์ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของตน เธอไม่สนิททั้งกับปรัชญ์และปราณต์ เพราะรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร แถมการเรียกขานชื่อของทั้งคู่ก็เรียกไม่เหมือนกัน เธอเรียกคนหนึ่งว่า ‘คุณ’ เรียกอีกคนว่า ‘พี่’ ตามที่ทั้งสองอยากให้เรียก

‘คุณปรัชญ์’ ตรงข้ามกับ ‘พี่ปราณต์’ ทุกอย่าง เรียกว่าสีดำกับสีขาวเลยก็ได้ พี่ปราณต์เป็นพี่ชายคนโต มีบุคลิกที่อบอุ่น เป็นกันเอง พูดจาสุภาพอ่อนโยน แต่งตัวเนี้ยบ สะอาดสะอ้าน ดูเป็นมิตร และไม่ถือตัว ในขณะที่ปรัชญ์นั้นเป็นผู้ชายแบบเซอร์ๆ ไว้ผมยาว มีนิสัยมุทะลุ กินเหล้า สูบบุหรี่ เจ้าชู้ พูดจาหยาบกระด้าง ชอบงัดข้อกับแม่เป็นประจำ โดยล่าสุดก่อนไปเรียนต่อเขาก็ไปสักที่ต้นแขนด้านซ้าย ทั้งๆ ที่แม่ใหญ่ห้ามเอาไว้แล้วแท้ๆ ถ้าจะมีสิ่งเดียวที่เธอเห็นว่าเป็นความอ่อนโยนซึ่งหาได้ในตัวเขานั่นก็คงมีเพียง แพขนตาอันดกดำงอนยาวน่ามองเสียจนผู้หญิงยังต้องอิจฉาเท่านั้น

ตอนเธอเริ่มเรียนชั้นมัธยม คนที่อยู่ในฐานะพี่ชายต่างก็เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ทั้งสองเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกับที่เธอเรียนอยู่ตอนนี้ เรียกได้ว่าเธอเป็นศิษย์รุ่นน้องก็ไม่ผิด แต่ทั้งสองจบไปก่อนหลายปี โดยปราณต์เรียนแพทย์ ส่วนปรัชญ์เรียนวิศวะ ในยามที่ปรัชญ์กลับมาเยี่ยมบ้าน เขามักจะพูดจาค่อนแขวะอย่างไม่รักษาน้ำใจเธอเสมอว่า เธอทำตัวไม่สมวัยซึ่งให้เขารู้สึกรำคาญสายตาเป็นอย่างมาก บางครั้งก็ว่าเธอทำหน้านิ่งไร้อารมณ์เหมือนพวกรูปปั้นในวิหาร บางครั้งก็ว่าเป็นนางซินที่ชอบขลุกอยู่ในครัว เป็นนางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ชอบเดินชมนกชมไม้อยู่ในสวนดอกไม้บ้าง หนักๆ เข้าก็บอกว่าเธอเป็นนางชีและไล่ให้ไปบวชในวัดเสียให้รู้แล้วรู้รอดเลย ซึ่งเธอก็ได้แต่อดทนให้เขาค่อนแขวะอย่างสบายใจและไม่เคยคิดจะต่อล้อต่อเถียงด้วยสักครั้ง

หลังจากเรียนจบ ปราณต์บรรจุเข้าเป็นหมอที่โรงพยาบาลในจังหวัด ส่วนปรัชญ์ไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วอยู่ทำงานที่นั่นเสียหลายปี แทบจะไม่กลับมาบ้าน จนธรินดาคิดว่าเขาอาจจะแต่งงานและตั้งรกรากอยู่ที่นั่นเลย ดังนั้นเมื่อได้ยินจากแม่ใหญ่ว่าปรัชญ์กลับมาแล้ว เธอจึงแปลกใจไม่น้อย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ห้องลับ..ประธานหื่น
8.2
หญิงสาวเฝ้าติดตามหาชายหนุ่มผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อสองปีก่อน จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เธอได้พบกับเขาอีกครั้งในฐานะประธานบริหารสูงสุดของโรงแรมที่เธอเพิ่งเข้าทำงาน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อเธอได้ล่วงรู้ความลับอันเร่าร้อนว่าแท้จริงแล้วเจ้านายหนุ่มผู้นี้คือคนเดียวกับชายปริศนาในห้องลับที่กำลังตามจีบเธอผ่านเซ็กซ์โฟนอย่างหนักหน่วง เรื่องราวความรักและความลับสุดสยิวระหว่างประธานหนุ่มกับพนักงานสาวจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย น้องเมียร่านสวาท
8.2
แก้วตาแอบเฝ้ามองภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนระหว่างพี่เขยและลีนาผู้เป็นพี่สาวผ่านมุมมืดอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางเสียงครางระงมและการร่วมรักที่ดุเดือดปานจะขาดใจ ความชัดเจนของกิจกรรมบนเตียงทำให้หญิงสาวเกิดอารมณ์ร่านสวาทจนร่างกายตอบสนองอย่างรุนแรง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจนน้ำรักไหลอาบชุ่มง่ามขาและกางเกงชั้นใน ยิ่งเห็นพี่เขยกระแทกกระทั้นแก่นกายเข้าใส่พี่สาวอย่างหนักหน่วง แก้วตาก็ยิ่งบิดเร้าด้วยความกระสันอยากที่ไม่อาจต้านทานได้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยกามารมณ์นี้
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจน้ำแข็ง
9.4
เรื่องราวของหญิงสาวผู้มั่นคงในความรัก เธอแอบเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อรุ่นพี่ในรั้วมหาวิทยาลัยมานานนับปีตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เฟรชชี่ จนกระทั่งขึ้นปีสองเธอจึงรวบรวมความกล้าเพื่อสารภาพรักและขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองด้วยการตามจีบเขาเป็นเวลาสามเดือนเต็ม ทว่าความตั้งใจของเธอกลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจากชายหนุ่มผู้มีหัวใจเย็นชาคนนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคในวัยเรียนที่หัวใจกำลังเรียนรู้ความเจ็บปวด
หน้าปกนวนิยาย ลูกเขยจอมราชันย์กลับมาแล้ว
9.5
เมื่อสิบห้าปีก่อน เสี่ยวซวนลี่สังหารพ่อแม่ของเสี่ยวเทียนเพื่อชิงมรดกและรับเขามาเลี้ยงอย่างจอมปลอม จนกระทั่งเสี่ยวเทียนเติบโตและก่อตั้งบริษัทระดับโลก เขากลับถูกลุงแท้ๆ ใส่ร้ายคดีฉาวจนสูญเสียทุกอย่างและต้องหนีไปต่างประเทศ ห้าปีต่อมาเสี่ยวเทียนกลับมาในฐานะผู้นำองค์กรติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลที่สุด พร้อมทรัพย์สินมหาศาลและอำนาจที่แม้แต่นายกเทศมนตรียังต้องก้มหัวให้ ถึงเวลาที่เขาจะกระชากหน้ากากคนชั่วและทำให้ศัตรูที่เคยดูถูกต้องคุกเข่าวิงวอนขอชีวิต
หน้าปกนวนิยาย สายธารรักซาตาน [โลลิคอน/กินเด็ก/ท้องแล้วหนี]
9.7
อสมา พี่ชายคนโตผู้แบกรับความเจ็บปวดในอดีตและล้มเหลวในชีวิตคู่ ต้องเข้ามาพัวพันกับปาลิตา นักศึกษาสาวที่ถูกแม่เลี้ยงขี้เหล้าเอามาขัดดอกเพื่อล้างหนี้ห้าล้านบาท แม้อสมาจะยอมรับข้อเสนอเพราะสงสารและอยากปกป้องเธอจากพ่อเลี้ยงใจบาป โดยมีเงื่อนไขให้เธอรับใช้เขาเพียงสองปี แต่ปาลิตาที่รักอยู่กับสิงหากลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังและมองเขาเป็นซาตานร้าย ท่ามกลางความขัดแย้งและหนี้บุญคุณที่บีบคั้นหัวใจจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดา
หน้าปกนวนิยาย เมื่อดอกรักบาน
8.1
ชาร์ลส์ถูกครอบครัวมัวร์บังคับให้แต่งงานกับสการ์เล็ตต์แทนที่จะเป็นไรลีย์คนรักของเขา ทำให้เขาเย็นชาต่อภรรยามาตลอดสามปี จนกระทั่งไรลีย์ล้มป่วยหนัก เขาจึงเรียกตัวสการ์เล็ตต์กลับมาเพื่อขอหย่าหวังทำตามความปรารถนาสุดท้ายของหญิงคนรัก แม้จะเจ็บปวดแต่สการ์เล็ตต์ก็ยอมเซ็นใบหย่าให้ ทว่าชาร์ลส์กลับเริ่มลังเลและถ่วงเวลาจนเธอสับสน ท่ามกลางพันธะที่ยังไม่จบสิ้น เขาจะกล้าเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้ทันเวลาหรือไม่