หน้าปกนวนิยาย เมียคืนแรม

เมียคืนแรม

9.7 / 10.0
สำหรับธราลินแล้ว เธอตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปรัชญ์นั้นห่างไกลจากคำว่ารักที่แสนหวาน เพราะเขาคือชายหนุ่มที่มักจะแสดงความรู้สึกผ่านการกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้งที่มีโอกาส การแสดงออกที่สวนทางกับหัวใจของเขาทำให้เธอไม่กล้าคาดหวังสิ่งใดนอกไปจากการเป็นเพียงผู้หญิงที่ถูกลืมเลือน เหมือนกับดวงจันทร์ในคืนแรมที่ไร้แสงสว่างและไร้ตัวตนในสายตาของเขา ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ในฐานะคนที่ถูกรักด้วยวิธีที่ผิดเพี้ยน

เมียคืนแรม ตอนที่ 1

“รอด้วยค่ะ รอด้วยค่ะ”

ประตูลิฟต์ของหอพักที่กำลังจะปิดลง ทำให้เจ้าของร่างบางในชุดนักศึกษาร้องบอกคนข้างในให้กดปุ่มหยุดค้างเอาไว้ก่อน พร้อมกับเร่งฝีเท้าของตนจนกลายเป็นเดินแกมวิ่งเพื่อที่คนอื่นๆ จะได้ไม่ต้องรอนาน 

“ขอบคุณค่ะ” เสียงอันหวานใสสมตัวที่ปนหอบนิดๆ กล่าวขอบคุณเมื่อคนในนั้นมีน้ำใจกดเปิดรอ ร่างบางขยับไปยืนติดผนังลิฟต์ พลางกระชับสมุดเลกเชอร์และแฟ้มที่เก็บชี้ตอย่างเป็นระเบียบแนบไว้กับอก ขณะเงยหน้าขึ้นมองตัวเลขของลิฟต์ที่เลื่อนมาถึงชั้นห้าในเวลาเพียงไม่ถึงสองนาที

เท้าเล็กๆ ที่รับด้วยรองเท้าหุ้มส้นสีดำก้าวออกจากลิฟต์ตรงไปยังห้องพักของตัวเอง วางกระเป๋า สมุดเลกเชอร์และแฟ้มที่ถืออยู่ในมือลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจเบาๆ อย่างเกือบจะโล่งอก เพราะพรุ่งนี้ก็เป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายในเทอมแรกของการเรียนปีสี่แล้ว 

ความเคร่งเครียดจากการสอบบวกกับความร้อนอบอ้าวที่ต้องนั่งรถเมล์จากมหาวิทยาลัยกลับมายังหอพัก ทำให้หญิงสาวรีบถอดชุดนักศึกษาแล้วพาตัวเองเข้าไปอาบน้ำจึงค่อยรู้สึกสบายตัวขึ้น

หลังจากตากผ้าขนหนูที่เปียกชุ่มจากการซับน้ำไว้ที่ราวตากผ้าเสร็จ ธรินดาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปยืนหวีผม ทาครีมบำรุงก่อนจะทาทับด้วยแป้งฝุ่นกลิ่นหอมอ่อนๆ ลงบนใบหน้าที่นวลเนียนละเอียดราวกับผิวของเด็กก็ไม่ปาน 

ภาพที่สะท้อนออกมาจากกระจกตรงหน้าฟ้องได้ชัดว่า เธอเป็นผู้หญิงที่หน้าตาชวนมองและรูปร่างดีคนหนึ่ง ทว่าธรินดาก็ไม่คิดจะใส่ใจกับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองแต่อย่างใด สิ่งที่เธอสนใจตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการตั้งใจเรียนให้จบ เพื่อไม่ให้คนที่ส่งเสียต้องผิดหวัง ถึงแม้ว่าลักษิกาแม่บุญธรรมของเธอจะร่ำรวยในระดับเศรษฐีนีทางภาคเหนือ หรือที่ใครๆ เรียกว่า ‘แม่เลี้ยง’ แต่ธรินดาก็อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวมาโดยตลอด ด้วยรู้สถานะของตัวเองดีว่าเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกขอมาเลี้ยงเท่านั้น แม่บุญธรรมของเธอส่งเธอเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังและค่าเทอมแพงเอาการในเชียงใหม่  ด้วยตระหนักในข้อนี้ดี เธอจึงตั้งใจเรียนและอ่านหนังสืออย่างมุ่งมั่นจนสามารถสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้ในที่สุด ซึ่งนั่นทำให้แม่เลี้ยงลักษิกาหรือคนที่เธอเรียกว่าแม่ใหญ่ภูมิใจในตัวเธอมาก  

กริ๊ง...กริ๊ง...

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าดังขึ้น ธรินดาจึงวางหวีลงแล้วรีบสาวเท้าไปหยิบเอามากดรับสาย เมื่อเห็นว่าคนที่โทร.มาคือแม่ใหญ่ของเธอนั่นเอง

“สวัสดีค่ะแม่ใหญ่” เสียงหวานกรอกผ่านเครื่องมือสื่อสารนั้นไปอย่างนุ่มนวลสมบุคลิก

“พรุ่งนี้สอบวันสุดท้ายแล้วใช่มั้ยหนูเล็ก” แม่เลี้ยงลักษิกาถามกลับมาอย่างคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของลูกสาวบุญธรรมเป็นอย่างดี เพราะโทร.มาไถ่ถามอยู่แทบจะทุกวัน

“ใช่ค่ะแม่ใหญ่ สอบเสร็จเล็กก็ปิดเทอมเลย”

“งั้นสอบเสร็จหนูเล็กกลับบ้านเราเลยนะลูก เดี๋ยวแม่ใหญ่จะจองตั๋วเครื่องบินไว้ให้”

“เล็กนั่งรถไฟกลับก็ได้นะคะแม่ใหญ่ ค่าเครื่องบินแพงออกค่ะ สิ้นเปลืองเงินเปล่าๆ”

ธรินดาบอกอย่างเกรงใจ แม้แม่ใหญ่ของเธอจะรวยมาก แต่เธอก็ไม่อยากจะรบกวนท่าน แค่ที่ท่านให้ความเมตตาชุบเลี้ยงและส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือ เธอก็ไม่รู้จะตอบแทนพระคุณท่านหมดอย่างไรแล้ว

“เปลืองอะไรกัน มันต่างกันไม่กี่บาทหรอกหนูเล็ก แม่อยากให้หนูเล็กกลับมาถึงบ้านไวๆ หนูเล็กจะได้ไม่เหนื่อย อีกอย่างตอนนี้คุณปรัชญ์ของหนูเล็กก็กลับมาแล้วเหมือนกัน”

ชื่อนั้นทำให้ธรินดาเงียบไปหลายอึดใจ แม่ใหญ่พูดผิดถนัดเลยละ เพราะ ‘คุณปรัชญ์’ ไม่ใช่ของหนูเล็ก เธอหรือจะกล้าคิดว่าเขาเป็นคุณปรัชญ์ของเธอ เธอเป็นแค่ลูกสาวบุญธรรมที่แม่เลี้ยงลักษิกาขอมาเลี้ยงจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าหลังจากที่ผู้เป็นสามีซึ่งเป็นนายทหารระดับนายพลเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก 

ตอนเข้ามาอยู่ที่คุ้มลักษิกาใหม่ๆ เธออายุได้ห้าขวบแล้ว จึงรู้ดีว่าปรัชญ์และปราณต์ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของตน เธอไม่สนิททั้งกับปรัชญ์และปราณต์ เพราะรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร แถมการเรียกขานชื่อของทั้งคู่ก็เรียกไม่เหมือนกัน เธอเรียกคนหนึ่งว่า ‘คุณ’ เรียกอีกคนว่า ‘พี่’ ตามที่ทั้งสองอยากให้เรียก

‘คุณปรัชญ์’ ตรงข้ามกับ ‘พี่ปราณต์’ ทุกอย่าง เรียกว่าสีดำกับสีขาวเลยก็ได้ พี่ปราณต์เป็นพี่ชายคนโต มีบุคลิกที่อบอุ่น เป็นกันเอง พูดจาสุภาพอ่อนโยน แต่งตัวเนี้ยบ สะอาดสะอ้าน ดูเป็นมิตร และไม่ถือตัว ในขณะที่ปรัชญ์นั้นเป็นผู้ชายแบบเซอร์ๆ ไว้ผมยาว มีนิสัยมุทะลุ กินเหล้า สูบบุหรี่ เจ้าชู้ พูดจาหยาบกระด้าง ชอบงัดข้อกับแม่เป็นประจำ โดยล่าสุดก่อนไปเรียนต่อเขาก็ไปสักที่ต้นแขนด้านซ้าย ทั้งๆ ที่แม่ใหญ่ห้ามเอาไว้แล้วแท้ๆ ถ้าจะมีสิ่งเดียวที่เธอเห็นว่าเป็นความอ่อนโยนซึ่งหาได้ในตัวเขานั่นก็คงมีเพียง แพขนตาอันดกดำงอนยาวน่ามองเสียจนผู้หญิงยังต้องอิจฉาเท่านั้น

ตอนเธอเริ่มเรียนชั้นมัธยม คนที่อยู่ในฐานะพี่ชายต่างก็เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ทั้งสองเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกับที่เธอเรียนอยู่ตอนนี้ เรียกได้ว่าเธอเป็นศิษย์รุ่นน้องก็ไม่ผิด แต่ทั้งสองจบไปก่อนหลายปี โดยปราณต์เรียนแพทย์ ส่วนปรัชญ์เรียนวิศวะ ในยามที่ปรัชญ์กลับมาเยี่ยมบ้าน เขามักจะพูดจาค่อนแขวะอย่างไม่รักษาน้ำใจเธอเสมอว่า เธอทำตัวไม่สมวัยซึ่งให้เขารู้สึกรำคาญสายตาเป็นอย่างมาก บางครั้งก็ว่าเธอทำหน้านิ่งไร้อารมณ์เหมือนพวกรูปปั้นในวิหาร บางครั้งก็ว่าเป็นนางซินที่ชอบขลุกอยู่ในครัว เป็นนางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ชอบเดินชมนกชมไม้อยู่ในสวนดอกไม้บ้าง หนักๆ เข้าก็บอกว่าเธอเป็นนางชีและไล่ให้ไปบวชในวัดเสียให้รู้แล้วรู้รอดเลย ซึ่งเธอก็ได้แต่อดทนให้เขาค่อนแขวะอย่างสบายใจและไม่เคยคิดจะต่อล้อต่อเถียงด้วยสักครั้ง

หลังจากเรียนจบ ปราณต์บรรจุเข้าเป็นหมอที่โรงพยาบาลในจังหวัด ส่วนปรัชญ์ไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วอยู่ทำงานที่นั่นเสียหลายปี แทบจะไม่กลับมาบ้าน จนธรินดาคิดว่าเขาอาจจะแต่งงานและตั้งรกรากอยู่ที่นั่นเลย ดังนั้นเมื่อได้ยินจากแม่ใหญ่ว่าปรัชญ์กลับมาแล้ว เธอจึงแปลกใจไม่น้อย

อ่านต่อ

สารบัญ เมียคืนแรม

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย ความรักจากท้องฟ้า
6.7
สามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เธอต้องทนเจ็บปวดกับข่าวลือเรื่องผู้หญิงของเขา แม้ความจริงจะกระจ่างชัด แต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความรู้สึกและทำตัวราวกับไม่รับรู้ เพียงเพื่อยื้อความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ไว้ ความชอกช้ำที่สุดคือการรู้ว่าตนเองเป็นแค่คู่นอนระยะยาว ไม่เคยมีตัวตนในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้ความผูกพันจะหยั่งรากลึกเพียงใด ท้ายที่สุดเมื่อการพลัดพรากมาถึง เธอกลับพบความจริงอันโหดร้ายว่า ตนเองไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปากบอกเลิกด้วยซ้ำ เพราะสถานะระหว่างทั้งสองนั้นว่างเปล่ามาตั้งแต่จุดเริ่มต้น
หน้าปกนวนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้
ตอน
อ่านเลย
แชร์