หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวอสูร.

เจ้าบ่าวอสูร.

9.5 / 10.0
เมื่อความแค้นบดบังใจ รัชชานนท์จึงเริ่มแผนการทำลายล้างเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้แก่ นทิชา หญิงสาวผู้ต้องกลายเป็นหมากในเกมที่ตนไม่ได้ก่อ ทว่าเสน่ห์อันหอมหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาของเขาอย่างไม่คาดคิด แม้สมองจะสั่งให้เกลียด แต่หัวใจกลับโหยหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือได้ รัชชานนท์จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อล่อลวงให้เธอติดอยู่ในหลุมพรางแห่งความรักและความแค้นนี้ตลอดไป โดยที่นทิชาเองก็ยอมตกเป็นเหยื่อเพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว

เจ้าบ่าวอสูร. ตอนที่ 1

ร่างสูงหกฟุตสามนิ้วยืนสงบนิ่งอยู่หน้าเจดีย์ของน้องสาวเพียงคนเดียวที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยสายตาอาลัยเศร้าหมอง ชุดสูทไร้ที่ติกลืนไปกับเส้นผมสีดำสนิทที่ถูกสายลมโชยพัดแผ่วๆ จนปรกหน้าผาก

ไหล่กว้างซ่อนอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวช่วยเน้นให้เห็นกล้ามเนื้อกำยำแสดงถึงความแข็งแรงและมีพละกำลังอย่างน่าทึ่ง แสงตะวันกล้ายามสนธยาที่อาบไร้ลงสู่พื้นเบื้องล่าง ช่วยเน้นรูปหน้าหล่อเข้มคมคายให้คล้ายกับหินสลักที่ไร้ชีวิต

ดวงตาสีนิลถูกห้อมล้อมด้วยขนตาดกดำเป็นประกายดุดันพร้อมจะฟาดฟันกับผู้ที่เป็นศัตรูให้ย่อยยับอย่างไม่ปรานี สันจมูกโด่งตรงช่วยเสริมให้ใบหน้าหล่อกระชากใจนั้นสมบูรณ์แบบราวกับถูกปั้นแต่งโดยจิตรกรเอกของโลก

โหนกแก้มสูงและกรามสี่เหลี่ยมมีไรเคราเขียวครึ้มที่ทำให้เขาดูแกร่งกระด้าง น่ากลัว และต่ำลงไปกว่านั้นคือริมฝีปากหยักสีสดบางได้รูปที่ปราศจากรอยยิ้มแห่งความสุขมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ด้วยการกระทำที่น่ารังเกียจของหญิงชายคู่นั้น

รัชชานนท์ วนิชเจริญกุล ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของโรงแรมหรูห้าดาวในเครือ วนิชกรุ๊ป ชายหนุ่มสูญเสียบิดาและมารดาไปกับอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งตอนนั้นเขาพึ่งจะเรียนจบปริญญาโทจากมหาลัยชื่อดังในอังกฤษใหม่ๆ และเมื่อไม่นานมานี้เอง เขาก็ต้องสูญเสียญาติสนิทที่เหลือเพียงคนเดียวไปอีกคน

รฎาพร วนิชเจริญกุล น้องสาวอันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา ต้องมาตายจากไปอย่างไร้ค่าเพราะความโลเลและสับปลับของผู้ชายคนนั้น

กรามแกร่งขบกันเป็นสันจนเนื้อข้างแก้มกระตุกเป็นริ้ว ดวงตาที่ดุกระด้างจ้องมองรูปหน้าเจดีย์เก็บกระดูกของน้องสาวนิ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มน้อยๆ ให้กับรูปของรฎาพร

“พี่มาแล้ว... พี่มาเยี่ยมพรแล้ว...”

สายพระพายที่พัดแผ่วๆ มาปะทะผิวสีคล้ามแดดไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหนาวสั่นแม้แต่น้อยทั้งๆ ที่อากาศยามเย็นย่ำและใกล้กับชายทะเลแบบนี้จะเหน็บหนาวแค่ไหนก็ตาม

“วันนี้พี่นำของที่พรชอบมาให้พรด้วย ข้าวต้มกุ้ง แล้วก็...”

น้ำเสียงห้าวขาดช่วงไปไม่อาจจะฝืนพูดจนจบได้ เมื่อก้อนสะอื้นมันจุกที่ลำคอ ความเจ็บปวดกับการสูญเสียที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มแปลงร่างเป็นอสูรร้ายเลือดเย็นได้ในทันที และเขาได้เตรียมแผนการทุกอย่างไว้เพื่อชำระแค้นกับศัตรูที่ทำลายชีวิตของน้องสาวให้ย่อยยับคามือ

“พะโล้... องุ่นแดง...น้ำส้มคั้น...”

รัชชานนท์พยายามสะกดกลั้นอารมณ์เศร้าหมองเอาไว้อย่างที่สุด แม้มันจะผ่านมาปีกว่าแล้ว กับอุบัติเหตุครั้งนั้น อุบัติเหตุที่พรากรฎาพรไปจากเขา แต่เขาก็ไม่อาจจะลบเลือนมันออกไปจากสมองได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

‘พวกเขาหลอกพร... พวกเขาทำร้ายพร พรเกลียดพวกเขา...’

รฎาพรคร่ำครวญไปตลอดทางขณะที่ขับรถอยู่ในวันที่เกิดโศกนาฏกรรม ทั้งๆ ที่เขาพยายามหว่านล้อมเพื่อที่จะเป็นคนขับเองหลายต่อหลายครั้ง แต่น้องสาวก็ไม่ยินยอม จนทุกอย่างสายเกินแก้

ภาพที่รฎาพรนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดหลังจากที่รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางยังฝังแน่นอยู่ในสมอง เลือดสดๆ ของน้องสาวไหลออกมาจากปากและจมูก ตอนนั้นกระจกได้บาดดวงตาของเขาทั้งสองข้างจนไม่อาจจะช่วยเหลือน้องสาวได้เลย...

‘พี่นนท์...พร...เจ็บเหลือ..เกิน...พร...เจ็บ...”

แต่คำพูดของเธอยังฝังลึกอยู่ในใจ และเขาก็คงไม่อาจจะลืมมันไปได้ ถ้าความแค้นนี้ยังไม่ได้รับการชำระ เขาจะทำให้พวกมันย่อยยับราวกับตายทั้งเป็น และเมื่อถึงวันนั้นเขาจะลากพวกมันมากราบหลุมศพรฎาพรให้จงได้

“พี่สัญญา ว่าพี่จะทำลายไอ้ผู้ชายคนนั้น และคนที่มันรักทุกคน ให้มันทรมานกว่าที่พรได้รับร้อยเท่าพันเท่า” ชายหนุ่มยิ้มให้รูปอยู่นาน ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ จางลงพร้อมกับแววตากร้าวจัด

“พี่จะให้พวกมันชดใช้ทุกอย่างที่ทำไว้กับพร...!”

ชายหนุ่มเน้นหนักทุกคำพูด พร้อมกับยิ้มให้กับรูปอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเป็นรอยยิ้มที่ดูโหดเหี้ยมและน่ากลัวที่สุด

มือหนาสีแทนตวัดแว่นดำขึ้นปกปิดดวงตาคมกล้าราวกับคมมีดของตนเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากเจดีย์ของรฎาพรออกมาช้าๆ ริมฝีปากหยักสีสดที่บางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำไปข้างหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

เขาจะทำให้ไอ้คนที่ทำลายชีวิตที่กำลังสวยงามของรฎาพรให้มันย่อยยับไม่มีชิ้นดี เขาจะทำให้โลกใบนี้คือบ้านที่ไม่น่าอยู่ของพวกมัน

“อดิเทพ... นทิชา ถึงเวลาแล้วที่พวกแกจะต้องชดใช้...”

เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามเข้ามาใกล้และดับสนิทลงในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที นทิชาพยุงร่างบอบบางที่พึ่งฟื้นไข้ของตนเองถลันมาเกาะขอบหน้าต่างในห้องหอของตนเอง...

ร่างสูงใหญ่ กำยำ น่าเกรงขามของรัชชานนท์ก้าวลงมาจากรถลีมูซีนสีดำเงาวับ หัวใจสาวเต้นระรัวแทบจะกระดอนออกมาจากอก ลมหายใจชะงักติดอยู่แค่ลำคอ จะมองกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขา... รัชชานนท์ก็ยังคงทำให้ร่างกายของเธอมีปฏิกิริยาแปลกประหลาด คลื่นความร้อนเดือดพล่านไปทั่วร่างสาว

เหตุการณ์เมื่อหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมากลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง คล้ายกับสายน้ำเชี่ยวที่ไหลเปลี่ยนทิศทาง มันน่าจะมีแต่ความยินดีไม่ใช่หรือ... หากว่าการแต่งงานในครั้งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความใจร้ายของผู้ชายที่ชื่อ รัชชานนท์

‘อย่าคิดว่าที่ฉันจัดงานแต่งงานในครั้งนี้เพราะฉันรักเธอ...ฉันแค่ต้องการทำให้ไอ้อดิเทพมันรู้เท่านั้นแหละของสิ่งไหนคือของๆ ฉัน และมันไม่มีสิทธิ์แตะต้อง...!’

นี่คือคำพูดของเขาที่กระซิบแผ่วเบามาที่ใบหูของเธอ และมันก็ทำให้หัวใจที่เบิกบานอยู่เมื่อครู่นี้แฟบลงได้ทันตา หญิงสาวจำได้ว่าต้องฉาบใบหน้าด้วยรอยยิ้มหวานทุกครั้งที่มีแขกเดินเข้ามาในงาน และเมื่อไม่อาจจะทานทนต่อความเจ็บปวดจากคมมีดที่รัชชานนท์จ้วงใส่อกได้อีกต่อไป น้ำตาก็ไหลเอ่อล้นขอบตาจนหล่อนต้องรีบเช็ดมันออกไปอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศภายในงานแต่งที่แขกเหรื่อทุกคนร่วมกันอวยพรให้เขาและเธอมีความสุข แต่ใครจะรู้บ้างเล่าว่าจริงๆ แล้วผู้ชายที่แสร้งทำเป็นยิ้มอบอุ่นให้กับหล่อนนี้จะร้ายกาจราวกับอสูรร้าย

เพราะหลังจากที่ผู้ใหญ่ส่งตัวบ่าวสาวทั้งคู่เข้าหอแล้ว เธอและเขาก็ถูกทิ้งให้อยู่ในห้องหอที่จัดแต่งด้วยสีชมพูทั่วทั้งห้องตามลำพัง กลิ่นดอกกุหลาบหอมละมุนทำให้นทิชาอดเคลิ้มฝันถึงคืนวิวาห์อันแสนโรแมนติกไม่ได้ แต่สำหรับรัชชานนท์มันคงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเพียงไม่นานเขาก็เผยธาตุแท้ออกมา

คำพูดที่เต็มไปด้วยความขยะแขยงชิงชังระดมกันโพยพุ่งออกมาจากริมฝีปากหยักสวยสีสดของเขาไม่ขาดสาย และทุกคำพูดมันก็ทำให้หล่อนได้แต่ปล่อยน้ำตาออกมาด้วยความเจ็บปวด

‘เธอจะต้องอุ้มท้องลูกของฉัน และเมื่อคลอดแล้วเธอก็ต้องไปจากชีวิตฉันกับลูกในทันที...’ น้ำเสียงกระด้างที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของเขาในวันนั้นยังฝังใจไม่คลาย

‘และอย่าได้กลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก เพราะฉันเกลียดเธอ...!’

ลำคอตีบตันรวดร้าวเพราะน้ำตาที่นทิชาพยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้ หล่อนไม่เข้าใจเลยว่าแค่หล่อนติดหนี้เขาเพียงแค่สามแสน ทำไมรัชชานนท์ถึงได้ใจร้ายกับหล่อนมากนัก ทำไมถึงต้องเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันมากมายขนาดนี้

ทั้งๆ ที่ตอนแรกที่เขาเอ่ยปากบอกว่าจะจัดงานแต่งงานให้นั้น หล่อนคิดว่าเขาเริ่มรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ผิดคาด เพราะนอกจากเขาจะตอกย้ำถึงจุดประสงค์ที่จัดงานแต่งแล้ว เขายังทำให้ความฝันของหล่อนที่มีเขาอยู่ในนั้นพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี

หล่อนโง่เองที่หลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ ปิดหูปิดตาไม่สนใจความจริงที่ชายหนุ่มแสดงออกมาอย่างไม่ปิดบังเวลาที่เผชิญหน้ากันว่ารังเกียจและขยะแขยงหล่อนเพียงไหน

นทิชายกหลังมือขึ้นป้ายน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาจากดวงตากลมโตที่ตอนนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำใสๆ ที่มันจะไหลออกมาพร้อมๆ กับความเสียใจเสมอด้วยความรวดร้าว ถึงเวลาแล้วที่หล่อนควรจะต่อต้านเขาเสียที หล่อนจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ชายที่ทั้งตาบอดและหัวใจบอดคนนี้ทำราวกับว่าหล่อนไม่มีหัวใจอีกแล้ว

หญิงสาวตลบผ้าม่านลงอย่างรวดเร็ว เมื่อรับรู้ถึงกระแสสายตาคมกล้าที่ถูกปิดบังด้วยแว่นตาสีดำแหงนเงยขึ้นมายังตำแหน่งที่หล่อนยืนอยู่ แม้เขาจะยังคงมองไม่เห็น แต่กระนั้นอิทธิพลจากเขาก็ทำให้หล่อนสั่นสะท้านได้อย่างง่ายดาย

ระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์หลังจากแต่งงาน หล่อนป่วยเป็นไข้ทับระดูทำให้รัชชานนท์ไม่ทวงสิทธิ์กับร่างกายของหล่อนได้ แต่วันนี้ประจำเดือนก็ได้หมดลงแล้ว และไอ้อาการตัวร้อนจากพิษไข้ก็ทุเลาลงจนแทบจะเรียกได้ว่าหายสนิทแล้ว เนื้อตัวสาวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวขึ้นมาทันที

คืนนี้รัชชานนท์จะใช้สิทธิ์นั้นกับเรือนร่างของหล่อนไหมนะ...

แล้วถ้าเขาคิดจะใช้สิทธิ์นั้นจริงๆ หล่อนควรจะทำยังไงดี... หล่อนจะทำใจได้แค่ไหนกันกับการที่ต้องปล่อยให้ผู้ชายที่เกลียดหล่อนเต็มหัวใจทำลายสิ่งล้ำค่าของชีวิตผู้หญิง...

แต่หล่อนมีทางเลือกอย่างนั้นหรือ...

เงินจำนวนสามแสนบาทที่หล่อนขอยืมไปจากเขา โดยใช้เรือนร่างของหล่อนและการผลิตลูกให้เขาเป็นเครื่องรับประกัน เขาคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้สิ่งที่หวัง แต่สำหรับหล่อนมันคือฝันร้ายที่คงจะเฝ้าหลอกหลอนไปตลอดชีวิต จนกระทั่งบัดนี้หญิงสาวยังคิดไม่ออกเลยว่าตัวเองจะทิ้งลูกน้อยไว้กับผู้ชายที่เห็นหล่อนเป็นเพียงขยะข้างทางที่ซื้อหาได้ด้วยเงินได้อย่างไร

หล่อนจะใจร้ายถึงขั้นนั้นเลยหรือ... จะทอดทิ้งสายเลือดของตัวได้จริงๆ หรือ...

ยาคุมกำเนิด...!

ทางออกเพียงทางเดียวที่พระเจ้าประทานใส่มือมาให้ ใช่... หากหล่อนไม่ต้องการที่จะเจ็บปวดในอนาคตด้วยการที่ต้องระเห็จไปอยู่ในฐานะแม่ใจร้ายที่ทอดทิ้งลูกน้อยไว้กับพ่อใจยักษ์ล่ะก็ หล่อนก็จะต้องคุมกำเนิด และก็จะให้เขาล่วงรู้ไม่ได้...

และในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน หล่อนก็จะต้องหางานทำ ต้องเก็บเงินมาใช้หนี้รัชชานนท์ให้ครบทั้งต้นและดอก เพื่อชีวิตของหล่อนจะได้หลุดพ้นจากเจ้าบ่าวอสูรอย่างเขาเสียที

“แม้มีนจะรักคุณ แต่มีนก็ยอมทำตามความต้องการของคุณไม่ได้ค่ะ คุณนนท์...”

เมื่อหลุดจากภวังค์สาวน้อยที่แสนจะอาภัพนักอย่างนทิชาก็พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง หัวใจปวดร้าวราวกับถูกกลุ่มเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง

“มีนยอมทิ้งลูกไว้กับคุณไม่ได้ มีนรู้ดีว่าคุณไม่มีทางรักแก พอๆ กับที่คุณไม่เคยรักมีน...”

ยิ่งคิดความเจ็บปวดร้าวลึกก็ทะลวงเข้าไปในหัวใจ หยาดน้ำตาใสๆ เอ่อคลอดวงตากลมโตหวานฉ่ำของหล่อนจนแทบจะมองฝ่าอากาศไปไม่เห็น หญิงสาวพยายามกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปอย่างยากลำบาก ก่อนที่จะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อพยุงกายที่อ่อนล้าให้ลุกขึ้นยืน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับการที่จะต้องเผชิญหน้ากับอสูรร้ายอย่างรัชชานนท์

อ่านต่อ

สารบัญ เจ้าบ่าวอสูร.

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อความปรารถนาในตัวชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบกลายเป็นเป้าหมายหลักที่เธอต้องคว้ามาให้ได้ หญิงสาวจึงต้องเผชิญกับบททดสอบของความอดทนอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดันจากฝ่ายชาย เธอจำเป็นต้องเตรียมใจรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะมอบให้ในทุกค่ำคืน หากเธอตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้มแข็งและทนทานต่อความต้องการอันมหาศาลของเขาเพื่อให้ได้ครอบครองเขาไว้อย่างสมใจ
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
ตอน
อ่านเลย
แชร์