หน้าปกนวนิยาย ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]

ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]

9.4 / 10.0
วิรรญาจำต้องยอมรับข้อเสนอขายเรือนร่างเพื่อกอบกู้ธุรกิจครอบครัวที่กำลังล่มสลาย โดยมีปาลิน มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและอดีตชายที่เคยหลอกลวงเธอเป็นผู้กุมชะตาชีวิต แม้บิดาของเขาจะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงโลภที่หวังในทรัพย์สิน แต่ความปรารถนาที่เร่าร้อนระหว่างกันกลับยากจะปฏิเสธ เมื่อเธอต้องตกอยู่ในฐานะภรรยาตามกฎหมายที่ทำหน้าที่เพียงนางบำเรอเพื่อธุรกิจ ความชิงชังในอดีตจึงปะทะกับความรักที่ยังคงซ่อนอยู่ท่ามกลางพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ตลอดกาล

ใต้ร่มสกุณี [Shadiness] ตอนที่ 1

ตอนยอมเพื่อแลกรัก

กลุ่มนักธุรกิจนับร้อยต่างพากันทยอยออกจากห้องจัดงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังนานาชาติและนิทรรศการมันสำปะหลังแห่งชาติประจำปี ในโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพมหานคร ซึ่งประเทศไหนเป็นเจ้าภาพในฐานะผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก

“เต๋อ! จะกลับเลยเหรอ พ่อว่าจะคุยอะไรด้วยหน่อย”

ไกรเดช ไวทยาสกุล หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบสอง ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่เข้าร่วมสัมมนา สาวเท้าเร็วกว่าปกติ เพื่อตามเขยป้ายแดงไปให้ทัน เพราะมีเรื่องจำเป็นจะต้องเปิดปากคุยในทันที แม้สถานที่และเวลาจะไม่อำนวยให้ก็ตาม

“ครับ! พอดีผมมีนัดกับลูกค้ารายใหญ่ไว้ที่โรงแรมใกล้ๆ นี้ อีกห้านาทีจะถึงเวลานัดแล้ว งั้นผมขอตัวก่อน สวัสดีครับคุณพ่อ”

แต่ศตวรรษ ธีระแสงสินไทย นักธุรกิจหนุ่มกลับปฏิเสธพ่อตาทันควัน ก่อนจะยกมือไหว้อย่างนอบน้อมแล้วเดินผละไป โดยไม่สนใจสายตาอันผิดหวังระคนขุ่นเคืองเบื้องหลังสักนิด

“อ้าวเฮียไจ้นั่นเอง ผมก็มองอยู่ตั้ง เมื่อเช้าเห็นแวบๆ ไม่ได้เจอกันนานเลย ไปนั่งดื่มอะไรเย็นๆ ก่อนแล้วค่อยกลับดีมั้ย ผมกำลังรอคนขับรถอีกชั่วโมงถึงจะมา พอดีงานเลิกเร็วกว่าที่คิดไว้ ขี้เกียจโทรไปเปลี่ยนเวลากับมัน”

ประมุข พลชนะชัยชาญ ที่เพิ่งแยกจากกลุ่มเพื่อน เอ่ยทักทายเพื่อนร่วมวงการที่หันมาเห็นพอดิบพอดี

“ได้ครับเฮีย”

ไกรเดชหันไปหาหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบห้าที่เขาเองก็มักจะเรียก ‘เฮียซ้ง’ จนติดปาก แม้ใจจะไม่อยากไปตามคำเชิญสักแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ เพราะประมุขถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่มีอิทธิพลในวงการค้ามันสำปะหลังคนหนึ่ง

ทั้งสองจึงเดินตรงไปยังไวน์ เลานจ์ ในโรงแรมที่เพิ่งบริการสำหรับแขกกระเป๋าหนักๆ ไวน์ขวดละเกือบหมื่นถูกเจ้าภาพสั่งมาอย่างไม่ต้องคิดนาน ยำทูน่า กับปลาดิบและกับแกล้มจานละเป็นพันก็ถูกสั่งอย่างไม่คิดเช่นกัน ไกรเดชอดสังเวชตัวเองไม่ได้ ต้องมาตกอยู่กับสภาพที่การเงินฝืนเคืองจนไม่ได้ลิ้มลองของแพงพวกนี้มานานเป็นปีแล้ว

“เฮียไจ้อยากกินอะไรสั่งตามสบายเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจวันนี้ผมขออนุญาตเป็นเจ้ามือ นานทีปีหนเราจะเจอกัน มีอะไรก็บอกเล่ากันได้ คนกันเองทั้งนั้น เราอยู่ในวงการเดียวกัน รู้ตื้นลึกหนาบางกันดี ไม่ต้องพูดกันหลายคำหรอก”

ประมุขมักจะไม่ได้เอ่ยสิ่งที่ตัวเองรู้ออกมาอย่างโจ่งแจ้ง แต่ก็อยากจะสื่อให้รุ่นรู้ว่า ปัญหาภายในที่ไกรเดชพยายามเก็บงำเอาไว้นั้น หาได้รอดหูรอดตาเขาไปได้แม้แต่น้อย และคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีจะโอ้อวดหรือปิดบังต่อคนตรงหน้า

“ขอบคุณครับเฮีย ผมเองก็พยายามจะแก้ปัญหาด้วยตัวเองอยู่ครับ แต่มันก็ยากไม่น้อย”

ประมุขพยักหน้ารับน้อยๆ

“ผมเข้าใจครับเฮีย ถึงได้ออกปากชวนเฮียมานั่งคุยกันไงครับ ยังไงก็อย่าเห็นผมเป็นคนอื่นคนไกลนะ มีอะไรก็บอกได้ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรผมยินดีเสมอ”

ประมุขส่งยิ้มน้อยๆ และส่งแววตาอย่างเห็นอกเห็นใจไปให้ประหนึ่งมีจิตอยากช่วยเหลือจริงๆ ทว่าไกรเดชก็ยังพอจะอ่านออกว่าจะต้องเอาอะไรมาแลกกับความช่วยเหลือจากเสี่ยเงินหนารายนี้

“คุณพ่อสวัสดีค่ะ”

ดาราวดี ธีระแสงสินไทย ผู้เป็นลูกสาวคนเล็กรีบยกมือไหว้พ่อที่เดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย

“อ้าว! จะกลับแล้วเหรอ ยังไม่ทันได้คุยอะไรกับพ่อเลย” ไกรเดชพยักหน้ารับไหว้ลูกสาวแล้วต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นรีบเก็บของเข้ากระเป๋าสะพายเหมือนจะกลับ

“ค่ะคุณพ่อ พอดีพี่เต๋อจะพาไปกินข้าวกับลูกค้าน่ะค่ะ แยมไปนะคะคุณแม่คุณพ่อ”

แล้วก็รีบลุกขึ้นยกมือไหว้พ่อแม่ลวกๆ อย่างรีบเร่ง จนคนพ่อต้องตัดสินใจเอ่ยในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะต้องได้เอ่ย

“ตกลงผัวเราว่าไงจะช่วยพ่อหรือเปล่า วันนี้เห็นกันตอนสัมมนาก็บอกว่าจะรีบไปพบลูกค้า เลยไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี พ่อรออยู่นะ แต่งงานมาตั้งสามเดือนแล้วยังไม่เห็นออกปากมาตรงๆ สักครั้ง แยมได้บอกผัวเราให้ช่วยพ่อหรือเปล่า”

ดาราวดีหันมายิ้มแห้งๆ กับพ่อ

“เอ่อ! แยมพูดหลายครั้งแล้วค่ะคุณพ่อ แต่พี่เต๋อกับพ่อพี่เต๋อบอกว่า ตอนนี้การเงินยังฝืดๆ อยู่น่ะค่ะ เลยยังช่วยอะไรคุณพ่อไม่ได้ ไหนจะหมดกับค่าสินสอดค่าจัดงานอีกหลายสิบล้าน แยมเลยไม่รู้จะว่ายังไงค่ะ คุณพ่อลองไปคุยกับพี่เต๋อเองดีกว่านะคะแยมไม่กล้าแล้วล่ะคะ แยมไปนะคะ”

ไกรเดชได้แต่มองตามแผ่นหลังลูกสาวไปอย่างขุ่นเคืองอีกระลอกก่อนจะหันไปหาเมียที่ยืนหน้าแห้งหันมาหาสามีพอดิบพอดี

“ตกลงมันจะไม่ช่วยเราหรือเปล่าวะ”

ไกรเดชโพล่งออกมาดังๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับชุดรับแขกอย่างกลัดกลุ้ม

“ปิ่นก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณพี่ใจเย็นๆ ก่อนดีกว่านะคะ ตอนนี้ทางพ่อเต๋ออาจจะฝืดเคืองอย่างที่ลูกบอกเราก็ได้ งานแต่งกับค่าสินสอดก็หมดเยอะนะคะ”

ดารา ไวทยาสกุล เมียคนที่สองของเขาปลอบใจอย่างคนอารมณ์เย็น

“โอ๊ย! ฝงฝืดอะไรกัน พวกมันมีเป็นพันๆ ล้าน ขอให้ช่วยแค่สี่ซ่าห้าสิบล้านไม่ทำให้ขนหน้าแข้งมันร่วงหรอก เว้นเสียแต่ว่ามันจะไม่อยากช่วยเท่านั้น เธอไม่ต้องมาแก้ตัวแทนมันหน่อยเลย ยัยแยมก็ไม่ได้เรื่อง มีผัวแทนที่จะสั่งได้ดันให้ผัวกดหัวซะอีก ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”

อีกครั้งที่เขาโพล่งออกมาด้วยความหัวเสีย เมื่อเห็นเมียพยายามจะเข้าข้างฝ่ายเขย ดาราถึงกับเงียบกริบในทันที ด้วยรู้ดีว่าสามีไม่ชอบให้ใครขัดใจ

“ไม่ช่วยก็อย่าช่วย กูหาทางของกูเองก็ได้วะ แล้วอย่ามาบ่นว่ากูมีสมบัติให้น้อยก็แล้วกัน”

ว่าแล้วเขาก็คว้ามือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาทันควัน

“เฮียซ้งเหรอครับ ผมไจ้นะครับ”

อ่านต่อ

สารบัญ ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แซ่บสยิว
7.8
โชคชะตาของคนทั้งคู่ถูกขีดเส้นเอาไว้ล่วงหน้าด้วยพันธะแห่งการคลุมถุงชน เมื่อเขากับเธอต้องตกอยู่ในสถานะคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยตามความต้องการของผู้ใหญ่ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อผูกมัดในอดีตกำลังจะถูกทดสอบในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันร้อนแรง ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งสองจะจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นและพันธนาการที่ถูกผูกไว้ตั้งแต่เด็กนี้ได้อย่างไรในเส้นทางรักสุดแซ่บ
หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตคู่ที่ควรหอมหวานกลับกลายเป็นความอึดอัดใจ เมื่อเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้วแต่สามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย ท่าทีเย็นชาของเขาทำให้ภรรยาเริ่มสงสัยว่าชายหนุ่มอาจมีความลับหรือปัญหาทางร่างกายปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดกลับถูกทลายลงอย่างราบคาบในค่ำคืนหนึ่ง เมื่อกำแพงความเฉยชาพังทลาย เขาโถมเข้าหาเธอด้วยความปรารถนาอันรุนแรงและเร่าร้อนเกินต้านทาน วงแขนล่ำสันและแรงบีบกระชับที่เอวตอกย้ำให้รู้ว่าเธอประเมินเขาต่ำไป สัมผัสหนักหน่วงถูกปรนเปรออย่างไม่ขาดสายจนแทบสิ้นสติ ปิดฉากด้วยความเร่าร้อนที่เขาเฝ้ารอมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย ความรักจากท้องฟ้า
6.7
สามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เธอต้องทนเจ็บปวดกับข่าวลือเรื่องผู้หญิงของเขา แม้ความจริงจะกระจ่างชัด แต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความรู้สึกและทำตัวราวกับไม่รับรู้ เพียงเพื่อยื้อความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ไว้ ความชอกช้ำที่สุดคือการรู้ว่าตนเองเป็นแค่คู่นอนระยะยาว ไม่เคยมีตัวตนในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้ความผูกพันจะหยั่งรากลึกเพียงใด ท้ายที่สุดเมื่อการพลัดพรากมาถึง เธอกลับพบความจริงอันโหดร้ายว่า ตนเองไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปากบอกเลิกด้วยซ้ำ เพราะสถานะระหว่างทั้งสองนั้นว่างเปล่ามาตั้งแต่จุดเริ่มต้น
หน้าปกนวนิยาย เกมพิชิตใจหลังแต่งงาน
8.2
ซูลี่หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์แต่มักซ่อนเร้นตัวตนภายใต้ท่าทีเสแสร้ง พยายามใช้คำหวานหว่านล้อมโม่สิงหย่วน ทว่านักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชากลับไม่เคยแยแสต่อลูกไม้ของเธอเลย จนกระทั่งวันที่ซูลี่ตัดสินใจละทิ้งความพยายามและเลิกเอาใจเขา กลับกลายเป็นโม่สิงหย่วนเองที่ทนไม่ได้ เขาถึงขั้นยอมทิ้งความสุขุมเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด พร้อมเสนอแลกทุกสิ่งในชีวิตเพียงเพื่อให้เธอกลับมาสนใจเขาอีกครั้ง ความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้ชายผู้เคยควบคุมทุกอย่างได้ต้องสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย หัวใจเมียน้อย
8.5
เมื่อหนี้บุญคุณกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หญิงสาวคนหนึ่งจึงต้องยอมสละสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ ครั้งแรกเธอจำต้องแลกด้วยพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์เพื่อชดใช้หนี้สิน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อบุญคุณครั้งที่สองบีบคั้นให้เธอต้องมอบหัวใจทั้งดวงเข้าไปผูกพันในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความรักและความเจ็บปวดในฐานะเมียน้อยที่สังคมตราหน้า เธอจะจัดการกับความรู้สึกที่ถลำลึกนี้ได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
ตอน
อ่านเลย
แชร์