ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียคืนแรม

เมียคืนแรม

สำหรับธราลินแล้ว เธอตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปรัชญ์นั้นห่างไกลจากคำว่ารักที่แสนหวาน เพราะเขาคือชายหนุ่มที่มักจะแสดงความรู้สึกผ่านการกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้งที่มีโอกาส การแสดงออกที่สวนทางกับหัวใจของเขาทำให้เธอไม่กล้าคาดหวังสิ่งใดนอกไปจากการเป็นเพียงผู้หญิงที่ถูกลืมเลือน เหมือนกับดวงจันทร์ในคืนแรมที่ไร้แสงสว่างและไร้ตัวตนในสายตาของเขา ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ในฐานะคนที่ถูกรักด้วยวิธีที่ผิดเพี้ยน
ตอน
แชร์

ตอน 2

เย็นวันต่อมาหลังจากสอบเสร็จในช่วงบ่าย ธรินดาก็นั่งแท็กซี่ไปยังสนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดเชียงใหม่ตามคำสั่งของผู้เป็นแม่บุญธรรม 

ทันทีที่เครื่องบินภายในประเทศร่อนลงจอดอย่างราบรื่นในเวลาเกือบจะสี่โมงเย็น ร่างบางลุกจากที่นั่งเช่นเดียวกับผู้โดยสารคนอื่นๆ สะพายกระเป๋าใบเดียวตรงเข้ามายังอาคารผู้โดยสารเลย  ธรินดาไม่ได้เอาสัมภาระอะไรมาด้วย เพราะที่บ้านมีของใช้ส่วนตัวครบครันอยู่แล้ว และเข้ามาในอาการผู้โดยสารแล้วก็พบว่าคนที่มายืนรอรับตนอยู่ที่นั่นคือแม่ใหญ่ของเธอกับอินแปงคนขับรถของแม่ใหญ่นั่นเอง 

ร่างบางโผเข้าไปหาอ้อมกอดของคนที่กางแขนรอรับ แม่เลี้ยงลักษิกาหอมแก้มลูกสาวทั้งแก้มซ้ายและแก้มขวาอย่างคิดถึง จากนั้นธรินดาจึงผละจากอ้อมกอดของแม่บุญธรรมตัวเอง แล้วค่อยยกมือขึ้นไหว้อินแปงอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่ชายวัยกลางคนมารอรับ

“สวัสดีค่ะลุงอินแปง”

“สวัสดีครับคุณหนูเล็ก” คนขับรถวัยห้าสิบยกมือขึ้นรับไหว้ พร้อมกับยิ้มให้อย่างอบอุ่นและเอ็นดู เพราะธรินดามักจะไหว้แกเช่นนี้เสมอแม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในฐานะของลูกสาวแม่เลี้ยงลักษิกาซึ่งเป็นเจ้านายก็ตาม

“ลุงอินแปงสบายดีนะคะ”

“ก็สบายดีตามประสาคนแก่ละครับคุณหนู มีเจ็บออดๆ แอดๆ บ้าง ดีว่าอยู่ใกล้หมออย่างคุณปราณต์ก็เลยไม่ลำบากเท่าไหร่”

หลังจากไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันพอสมควรทั้งกับแม่บุญธรรมและคนขับรถ ธรินดาก็ถูกเดินนำไปยังรถคันหรูที่มาจอดรอรับ จากนั้นอินแปงจึงออกรถอย่างนุ่มนวล และพาหญิงทั้งสองที่นั่งอยู่เบาะหลังมุ่งหน้ากลับบ้าน

ธรินดามองความงามโดดเด่นของบ้านสไตล์ล้านนาเก่าแก่อย่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ห้าขวบ ที่แห่งนี้ถูกคนในละแวกนั้นเรียกว่า ‘คุ้ม’ เจ้าของบ้านสืบเชื้อสายจากเจ้าเมืองมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเกือบร้อยปี คุ้มเจ้าแห่งนี้ถูกปรับปรุงและปฏิรูปให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมอันสุดประณีตแบบท้องถิ่นดั้งเดิมจนคนที่ผ่านไปผ่านมาสะดุดตาอยู่เสมอ รอบๆ คุ้มปลูกต้นลีลาวดีสีขาวที่ตอนนี้ออกดอกบานสะพรั่ง แต่ด้านหลังที่เป็นที่ดินแปลงใหญ่ติดกับเนินเขาปลูกดอกกุหลาบเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งธรินดาเดาว่ามันคงจะแข่งกันออกดอกและเบ่งบานเช่นเดียวกับดอกลีลาวดีเพราะได้รับการดูแลอย่างดีเหมือนกัน

ปภพสามีของแม่เลี้ยงลักษิกาเป็นนายทหารระดับนายพล ส่วนแม่เลี้ยงลักษิกาเป็นเจ้าของโรงแรม รีสอร์ต และโครงการหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ กิจการทั้งหมดนี้ได้ปภพคอยช่วยดูแลและแบ่งเบาภาระอยู่บ้าง แต่หลังจากที่เขาเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก กิจการทั้งหมดก็อยู่ในความดูแลของแม่เลี้ยงลักษิกาคนเดียวมาตลอด และคนที่แม่เลี้ยงลักษิกาหวังให้สืบทอดกิจการก็คือปรัชญ์ลูกชายคนเล็ก เพราะปราณต์นั้นเลือกอาชีพหมอซึ่งคงไม่มีเวลามาดูแลกิจการพวกนี้ ดังนั้นนางจึงทั้งบังคับและขู่เข็ญให้ปรัชญ์กลับจากต่างประเทศมาช่วยงาน แต่กว่าเขาจะยอมกลับมาก็ใช้เวลาหลายปีทีเดียว

บ้านยังคงเงียบเชียบตอนที่ธรินดาลงจากรถ ปราณต์คงยังไม่กลับจากโรงพยาบาล ส่วนปรัชญ์เธอไม่ทราบว่าไปไหน เพราะแม่ใหญ่บอกว่าตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอก เขาก็มักกลับบ้านดึกตลอดหรือบางวันก็ไม่กลับเลย

หญิงสาวขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง เปิดประตูหลังห้องแล้วออกไปยืนที่ระเบียงด้านนอกซึ่งเปิดโล่ง เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์และมองเห็นแปลงกุหลาบที่แยกแปลงไว้ตามสีของมัน ไกลออกไปเป็นวิวอันสวยงามของดอยสุเทพที่ตอนนี้ปกคลุมด้วยสีชมพูอ่อนของดอกพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งคล้ายดอกซากุระ   

ที่โต๊ะอาหารเย็นของคุ้มลักษิกาวันนี้มีสมาชิกนั่งล้อมโต๊ะอยู่สามคน ธรินดาเพิ่งจะได้เจอปราณต์เป็นครั้งแรกหลังจากกลับมาถึงบ้าน ซึ่งตอนนี้พี่ชายคนโตอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดทำงานเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว

“สวัสดีค่ะพี่ปราณต์” 

มือเล็กยกขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม เรียวปากสีชมพูหยักสวยได้รูปที่น้อยครั้งจะยิ้มคลี่แย้มบางๆ ให้กับคนที่ตัวเองไหว้ เพราะถึงแม้จะไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากนักแต่เธอก็รับรู้ได้ว่าเขาเอ็นดูเธอเสมอมา

“กลับมาถึงนานหรือยังหนูเล็ก”

“ถึงก่อนหน้าพี่ปราณต์ประมาณชั่วโมงหนึ่งค่ะ”

“เป็นไงเทอมหน้าก็จบแล้วใช่มั้ย” ปราณต์ถามถึงเรื่องการเรียนของน้องสาวบุญธรรม ขณะที่บัวคำซึ่งเป็นแม่บ้านที่ดูแลโต๊ะอาหารเริ่มทยอยตักข้าวสวยใส่จานให้กับเจ้านาย

“ใช่ค่ะพี่ปราณต์” เสียงหวานตอบสั้นๆ แม่เลี้ยงลักษิกาจึงตอบขยายความให้ต่ออีก

“ไม่ใช่แค่จบอย่างเดียวนะตาปราณต์ แต่ยังจะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหมือนปราณต์ด้วย” ลักษิกาบอกอย่างภูมิใจในตัวเด็กสาวที่ตนเลี้ยงมากับมือ เพราะตั้งแต่เด็กจนโตธรินดาเป็นเด็กดีและว่าง่ายมาตลอด ไม่เคยทำให้แม่บุญธรรมอย่างนางผิดหวังเลยสักครั้ง

“น้องผมก็ต้องเก่งเหมือนผมสิครับแม่” ปราณต์บอกยิ้มๆ ขณะมองน้องสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวเองด้วยสายตาที่อ่อนโยน

“ไม่จริงหรอก ดูอย่างตาปรัชญ์นั่นสิ  จบปริญญาตรีมาแบบเกรดสองนิดๆ แม่ละลุ้นใจหายใจคว่ำ กลัวจะถูกรีไทร์เอาเสียก่อน” ผู้เป็นแม่บ่นไปถึงลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้ยังอยู่ข้างนอก และยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาบ้านแต่อย่างใด และอย่าหวังว่าจะตามเขากลับได้ หากเขาไม่พอใจจะกลับไม่ว่าใครก็บังคับไม่ได้ และคนอย่างปรัชญ์พอถูกบังคับมากๆ เข้าก็มักจะต่อต้านและทำสิ่งตรงข้ามในที่สุด ด้วยรู้ข้อนี้ดีแม่เลี้ยงลักษิกาจึงไม่กล้าเคี่ยวเข็ญอะไรกับปรัชญ์มากนัก อีกทั้งตอนนี้ลูกชายก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย พิศวาสล่ามรัก
8.2
เมื่อดลประสบอุบัติเหตุ มีนาจึงก้าวเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาลึกซึ้ง จนทั้งสองยอมมอบกายและใจให้แก่กันอย่างเร่าร้อน แม้มีนาจะไร้เดียงสาแต่เธอก็พร้อมพิสูจน์ความรักที่มีให้เขา ทว่าความสุขกลับพังทลายลงเมื่อคู่หมั้นที่หายสาบสูญไปนานถึงห้าปีปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อทวงถามสัญญาแต่งงานที่เคยให้ไว้ กลายเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและพันธะในอดีตที่ยากจะตัดขาด
หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวอสูร.
9.5
เมื่อความแค้นบดบังใจ รัชชานนท์จึงเริ่มแผนการทำลายล้างเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้แก่ นทิชา หญิงสาวผู้ต้องกลายเป็นหมากในเกมที่ตนไม่ได้ก่อ ทว่าเสน่ห์อันหอมหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาของเขาอย่างไม่คาดคิด แม้สมองจะสั่งให้เกลียด แต่หัวใจกลับโหยหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือได้ รัชชานนท์จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อล่อลวงให้เธอติดอยู่ในหลุมพรางแห่งความรักและความแค้นนี้ตลอดไป โดยที่นทิชาเองก็ยอมตกเป็นเหยื่อเพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
หน้าปกนวนิยาย ความเหยียดหยามของพี่สาวต่างแม่, คำลวงของคนรัก
9.5
ไอริน นักไวโอลินเด็กทุนต้องเผชิญกับฝันร้ายกลางงานกาล่า เมื่อวิดีโอลับส่วนตัวถูกแฉต่อหน้าสังคมชั้นสูง โดยมีธามแฟนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและศิรินพี่สาวต่างแม่ร่วมมือกันทำลายเธอเพื่อความบันเทิง ความรักที่เคยเชื่อมั่นกลายเป็นการหักหลังที่แสนสาหัส ไอรินถูกทารุณกรรมอย่างทารุณทั้งร่างกายและจิตใจตามคำสั่งของธามที่ต้องการกำจัดเธอให้สิ้นซาก ท่ามกลางความเจ็บปวดและรอยแค้นที่สลักลึก เธอตัดสินใจที่จะละทิ้งอดีตที่พังทลายเพื่อหนีจากเงื้อมมือปีศาจและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นอิสระจากคนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย คุณอาขา (อัญญาณี)
8.9
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีพยายามเบียดกายเข้าหาโจนาธาน ผู้ปกครองหนุ่มเพื่อขอไออุ่น แม้เธอจะสวมเสื้อโค้ทหนาเตอะแต่ความเย็นก็ยังทำให้ขนลุกชัน การใกล้ชิดอย่างไม่เดียงสาของเด็กในปกครองกลับกลายเป็นการจุดไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง ยิ่งสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นเบียดเสียดแขนกำยำ โจนาธานยิ่งต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบอย่างหนักหน่วง เขาเฝ้าถามตัวเองว่าจะทนต่อความปรารถนาที่มีต่อสาวน้อยผู้นี้ได้นานแค่ไหนก่อนที่ตบะจะแตกซ่าน
หน้าปกนวนิยาย รอยเสน่หาเทพบุตรเถื่อน
9.1
นิโคไล มหาเศรษฐีเพลย์บอยผู้รักอิสระต้องเผชิญกับความอัปยศกลางฝูงชน เมื่อสาวแปลกหน้าอย่างไอลดาทำร้ายเขาเพราะความเข้าใจผิดในคืนเร่าร้อน เขาจึงตามล่าตัวสาวหัวรั้นมากักขังเพื่อเค้นคำขอโทษผ่านข้อตกลงดินเนอร์มรณะ ด้านไอลดาที่หนีกลับไทยพร้อมรอยรักและความลับเรื่องลูกในท้อง ต้องพยายามปกปิดความจริงสุดชีวิตเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงเขากลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทานระหว่างพ่อของลูกกับผู้หญิงที่เขาต้องการสยบ