หน้าปกนวนิยาย กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง

กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง

8.8 / 10.0
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่

กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง ตอนที่ 1

20.00 น.

สามสาวที่พึ่งเรียนจบมาฉลองกันอยู่ที่บ้านของหนูดีตอนนี้สองสาวลีน่ากับคะนิ้งเพื่อนรักเพื่อนสนิทของหนูดีกำลังนั่งจัดการกับวัตถุดิบที่จะทำหมูกระทะที่ลานหน้าบ้านมีเพียงแต่หนูดีเท่านั้นที่มัวแต่ง่วนอยู่กับโมเดลในมือเธอตั้งใจทะทำโมเดลรูปแบบบ้านให้เสร็จเพื่อเป็นของขวัญต้อนรับการกลับมาของใครบางคน

หนูดีตอนนี้โตเป็นสาวขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากทรวดทรงองเอวของเธอก็ดูเป็นรูปเป็นทรงมากขึ้นผิวพรรณงามผุดผ่องสะพรั่งเพราะรู้จักดูแลตัวเองมือเรียวงามของเธอยังจดจ่อจับจ้องอยู่กับโมเดลเธอตั้งใจจะทำให้มันเสร็จนานแล้วแต่ติดด้วยเรื่องที่ต้องเรียนหนักเพราะใกล้จบจึงยังค้างๆคาๆไม่เสร็จเสียทีพอมาวันนี้เธอไม่ต้องห่วงเรื่องการเรียนแล้วจึงตั้งใจจะทำให้มันเสร็จเป็นรูปเป็นรางอย่างที่เธอตั้งใจเอาไว้

“เมื่อไรจะเลิกนั่งประดิดประดอยบ้านน้อยของแกเนี่ยห้ะ...มากินก่อน”

คะนิ้งสาวเสียงใสใบหน้ารูปไข่ตาโตผิวขาวอมชมพูปากนิดจมูกหน่อยตัวเล็กไม่ได้มาตรฐานเพราะเธอหญิงไทยเท่าไรสูงเพียง150น้ำหนัก38เสียงแหลมจี๊ดแสบแก้วหูนิดหน่อยเวลาพูดยิ่งตอนนี้ตะโกนเรียกเพื่อนเธอยิ่งแหลมเสมือนกินเข็มหมดไปทั้งแผง

เมื่อเธอกับลีน่าจัดการทุกอย่างจนถึงขั้นตอนที่จะเตรียมกินได้แล้วเพื่อนเธอก็ยังคงง่วนอยู่กับโมเดลบ้านของตัวเองจนเธอต้องส่งเสียงเรียกให้เพื่อนสาวเธอละมือจากตรงนั้นก่อนไม่รู้ว่าจะห่วงอะไรกับโมเดลนั่นนักหนา

“พวกแกกินไปก่อนเลยอีกนิดเดียวฉันก็จะทำเสร็จแล้ว”

หนูดีปรายตามองเพื่อนเธอเล็กน้อยพร้อมบอกให้พวกเธอนั้นกินไปก่อนได้เลยโมเลของเธออีกนิดก็จะเสร็จแล้วเธออยากจะให้มันลุล่วงไปก่อนที่จะทำอย่างอื่น

“เรือนหอแกหรอ”

ลีน่าสาวลูกครึ่งไทยอังกฤษสาวหน้าคมฉบับสายฝรูปร่างดีไม่แพ้นางแบบดังๆนิสัยค่อนข้างห้าวๆเล็กน้อยผิดกับสองสาวเพื่อนของเธอหญิงสาวคีบเนื้อหมูที่พึ่งปิ้งเสร็จใหม่ๆเข้าปากยิ้มกริ่มหันไปแซวหนูดีเล็กน้อยที่ดูจะตั้งใจเสียเหลือเกิน

“จะบ้าหรือไง...ฉันก็แค่ทำเอาไว้ให้พี่เจมส์เท่านั้นเผื่อว่าเค้าจะชอบ”

หนูดีหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อโดนลีน่าแซวพร้อมตอบกลับเพื่อนเธอด้วยท่าทีเคอะเขินเล็กน้อย

“พี่เจมส์..พี่เจมส์...พี่เจมส์...ฉันฟังชื่อนี้จนเอือมละ..จะทำอะไรก็ทำไปเถอะไม่เหลือให้กินแล้วอย่ามาบ่นมีหลังก็แล้วกัน”

คะนิ้งบุ้ยปากหมั่นไส้ที่เพื่อนเธอให้ความสำคัญกับผู้มีพระคุณของเธอเสียเหลือเกินตลอดเวลาที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่งเธอกับลีน่าจะได้ฟังชื่อนี้มาตลอดแต่ก็ไม่เคยได้เห็นหน้าเสียทีว่าพี่เจมส์ที่หนูดีพูดถึงนักหนาหน้าตาจะเป็นแบบไหน

“แกว่าที่หนูดีมันไม่ยอมเป็นแฟนกับใครเลยทั้งที่มีคนจีบตั้งเยอะเพราะอีพี่เจมส์อะไรนี่หรือป่าววะ”

คะนิ้งอิงแอบกระซิบกับลีน่าด้วยความสงสัยและคาใจทานานเรื่องหนูดีเพื่อนเธอที่ตกลงแล้วคิดยังไงกับพี่เจมส์อะไรของนางกันแน่เพราะตั้งแต่เรียนด้วยกันมาเห็นผู้ชายมาจีบหนูดีไม่เว้นว่างแต่มายักจะเห็นเพื่อนเธอสนใจเลยแม้แต่น้อย

“ฉันก็สังเกตมาหลายทีแล้วเหมือนกันแกดูเวลามันพูดถึงพี่เจมส์อะไรนั่นดีตาเยิ้มมดจะขึ้นอยู่แล้วแต่แค่ไม่ได้อยากพูดอะไรออกมาเพราะเดี๋ยวแกว่าฉันคิดไปเอง”

ลีน่าก้มลงกระซิบกระซาบกับคะนิ้งในเรื่องที่เธอคิดเหมือนกันและความสงสัยนี้เธอเองก็สงสัยมานานแล้วด้วยแค่ไม่กล้าที่จะพูดออกมาเท่านั้น

“ฉันก็สงสัยมานานเหมือนกัน”

ยิ่งเพื่อนเธอมีความเห็นตรงกันแบบนี้คะนิ้งเองก็อดที่จะคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงไปไม่ได้

“สงสัยอะไรหรอ”

หนูดีเดินเข้ามาหมายจะร่วมวงกับเพื่อนเธอแต่ดันได้ยินเพื่อนทั้งสองของเธอกำลังสงสัยอะไรบางอย่างจึงอยากจะรู้บ้าง

“อ่อ..ป่าวนี่แค่สงสัยว่าหมูมันทำไมไหม้ง่ายจัง”

ลีน่าเหลือบสายตาพร้อมชี้ไปที่กระทะที่ตอนนี้หมูทั้งกระทะมันจะไหม้หมดแล้วเพราะพวกเธอมัวแต่สงสัยกันกับเรื่องเมื่อครู่

“เอ้า..ก็พวกแกไม่ได้ดูถ่านเลยหรือไงไฟแรงขนาดนี้ทำไมไม่เอาถ่านออกบ้าง”

หนูดีรีบหาผ้ามายกกระทะขึ้นพร้อมคีบถ่านออกส่ายหัวเล็กน้อยที่เพื่อนเธอทั้งสองไม่ได้ใส่ใจดูไฟที่กำลังเผาไหม้ลุกโชนอยู่ตอนนี้เลย

“อ่อ..เออเนอะพวกฉันก็ไม่ทันดูน่ะ..แฮร่ๆ”

คะนิ้งทำสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเล็กน้อยดีที่ลีน่าหาข้อแก้ตัวทันในเรื่องที่คุยกันเมื่อครู่

22.30 น.

“กลับก่อนนะแก”

คะนิ้งส่งเสียงแหลมบอกหนูดีพร้อมยิ้มหวานโบกไม้โบกมือก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถยี่ห้อหรูของลีน่า

“บาย..”

“กลับดีๆล่ะ”

ลีน่าสะพายกระเป๋าผ้าของเธอยืนยกมือบ้ายบายเพื่อนเธอตามสไตล์สาวห้าวก่อนจะเปิดประตูไปนั่งฝั่งคนขับแล้วขับออกไปหลังจากที่ร่ำลากับหนูดีกันเสร็จแล้ว

“เฮ้อ..”

หนูดีนั่งถอนหายใจอยู่บนเตียงหลังจากอาบน้ำอาบท่าเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็มานั่งจ้องโมเดลที่เธอพึ่งสร้างเสร็จอย่างไม่ละสายตาเธอไม่รู้ว่าเจมส์จะชอบหรือไม่แต่โมเดลบ้านหลังนี้เป็นแบบที่เธอชอบมากๆเป็นบ้านที่ไม่ใหญ่มากพื้นที่ใช้สอยก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก

เธอรู้ว่าเจมส์ชอบซื้อบ้านและที่ดินหรืออสังหาเก็บเอาไว้ของชิ้นนี้เธอจึงตั้งใจทำให้เขามากๆหวังและในใจก็ว่าสักวันมันจะมีโอกาสเกิดขึ้นเป็นความจริงไม่ใช่แค่โมเดล

หนูดีเป็นเด็กผู้หญิงที่น่าตาน่ารักตอนนี้เธออยู่ตัวคนเดียวที่บ้านของเจมส์แถวนนทบุรีหญิงสาวอยู่ที่นี่ตั้งแต่พึ่งจบมัธยมปลายใหม่ๆด้วยเหตุที่ว่าเธอไม่มีที่ไปนั่นเอง

ตอนนั้นเธอพึ่งอายุ18และจบมัธยมปลายใหม่ๆด้วยว่าทางบ้านของเธอไม่มีเงินใช้หนี้ให้เสี่ยใจโหดเธอจึงถูกนำตัวมาขายเพื่อใช้หนี้ดีที่ตอนนั้นเธอเจอกับแพรวาและแจ็คกับเจมส์พวกเขาช่วยเธอเอาไว้โดยเจมส์นั้นเป็นคนซื้อตัวของเธอมาเองและยังให้ที่อยู่ที่พักพิงและส่งเธอเรียนจนจบอีกด้วยบุญคุณชีวิตครั้งนี้เธอจะตอบแทนยังไงก็ไม่มีทางหมด

อ่านต่อ

สารบัญ กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย มาเฟียลูกติด
8.3
แทนไท มาเฟียหนุ่มวัยยี่สิบเก้ากลายเป็นคนเย็นชาหลังถูกคนรักทิ้งไปหาชายที่รวยกว่าพร้อมลูกชายวัยเพียงหนึ่งเดือน ความแค้นผลักดันให้เขาสร้างอาณาจักรธุรกิจจนมั่งคั่งและมองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ จนกระทั่งเขาได้พบกับพรพระพาย เลขาสาววัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุและต้องสู้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว เธอเข้ามาทำงานในบริษัทของเขาและกลายเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าถึงหัวใจของอาชิ ลูกชายวัยสามขวบผู้มีโลกส่วนตัวสูงและเฉลียวฉลาดให้กลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เกมพิชิตใจหลังแต่งงาน
8.2
ซูลี่หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์แต่มักซ่อนเร้นตัวตนภายใต้ท่าทีเสแสร้ง พยายามใช้คำหวานหว่านล้อมโม่สิงหย่วน ทว่านักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชากลับไม่เคยแยแสต่อลูกไม้ของเธอเลย จนกระทั่งวันที่ซูลี่ตัดสินใจละทิ้งความพยายามและเลิกเอาใจเขา กลับกลายเป็นโม่สิงหย่วนเองที่ทนไม่ได้ เขาถึงขั้นยอมทิ้งความสุขุมเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด พร้อมเสนอแลกทุกสิ่งในชีวิตเพียงเพื่อให้เธอกลับมาสนใจเขาอีกครั้ง ความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้ชายผู้เคยควบคุมทุกอย่างได้ต้องสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย มนต์เสน่ห์เมียเก่า
8.7
นรีรัตน์จำต้องแต่งงานกับชยุดเพื่อรักษาทรัพย์สินทุกอย่างไว้ภายใต้เงื่อนไขการมีทายาทภายในหนึ่งปี แม้จะถูกกลั่นแกล้งสารพัดจนเกือบถอดใจ แต่เธอก็ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเขาจากอุบัติเหตุร้ายแรงก่อนจะตัดสินใจเลือนหายไปจากชีวิตเขาพร้อมลูกในท้อง เมื่อกาลเวลาผ่านไปโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้ง ทว่านรีรัตน์ในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอหรือยอมสละทุกอย่างเพื่อความรักเหมือนเก่าอีกต่อไป เธอพร้อมลุกขึ้นสู้และทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกชายสุดที่รักของเธอเพียงคนเดียว
ตอน
อ่านเลย
แชร์