หน้าปกนวนิยาย เสือร้องไห้

เสือร้องไห้

8.3 / 10.0
มิลก์สาวน้อยจอมซนต้องมาเรียนขับรถกับคุณลุงมาดนิ่ง แต่บรรยากาศในรถกลับปั่นป่วนเมื่อเธอเผลอไปคว้าผิดจุดจนเขาร้องทักด้วยความตกใจ เธอรีบแก้ตัวทันควันว่าพยายามหลบสายตาตามคำสั่งจนเกิดความผิดพลาด พร้อมย้อนถามกลับอย่างแสบสันถึงความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เขากำลังเผชิญอยู่ ทั้งที่เขาเป็นคนอาสามาสอนแท้ๆ แต่กลับคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้จนเกิดสถานการณ์ล่อแหลมที่ชวนให้ใจเต้นแรงเกินกว่าบทเรียนสอนขับรถทั่วไปในวันวาน

เสือร้องไห้ ตอนที่ 1

"ฉันจะไปฝึกงานที่นี่แหละ"

น้ำเสียงใสเอ่ยบอกเพื่อนสาวคนสนิทของตัวเองหลังจากที่ได้รับเอกสารแนะแนวการทำงานของสถานีโทรทัศน์ช่องรันซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์อันดับหนึ่งที่ใครต่างก็เฝ้าฝันอยากจะเข้าไปทำงานด้วย ค่าตอบแทนที่มากกว่าที่อื่น แม้จะทำงานหนักกว่าที่อื่นแต่มันก็คุ้มค่ามากๆ สำหรับเศรษฐกิจแบบนี้

"ฉันไปด้วย"

"มีเธอแล้วจะไม่มีฉันได้ไง"

ฐานิดา และ ธนัสพร ต่างก็พูดขึ้นพวกเธอเรียนอยู่คณะสื่อสารมวลชนด้วยกัน แม้จะเพิ่งรู้จักกันตอนเรียนปีหนึ่งแต่พวกเธอก็สนิทกันอย่างมากในชั้นปีไม่มีใครสนิทกันเท่ากับพวกเธออีกแล้ว

"งั้นเราเขียนใบสมัครกัน อย่างน้อยต้องได้ฝึกงานที่นี่สองปี ถึงจะมีการพิจารณารับเข้าทำงานจริง"

"ว่าแต่ยัยป้ามหาภัยของเธอจะยอมเหรอมิลก์"

มารตี เพียงแค่ยักไหล่ให้เป็นคำตอบเธออยู่กับป้ามาตั้งแต่อยู่ ม.5 เพราะพ่อเธอเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิตกะทันหัน ส่วนแม่เธอก็ไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่เธอเรียนอยู่ ม.2 ทำให้เธอต้องมาอยู่กับป้าที่มีลูกชายโตกว่าเธอหนึ่งปี และลูกสาวรุ่นเดียวกับเธอ แต่ก็นะ อาศัยบ้านเขาอยู่ เขาไม่ทิ้งขว้างเธอก็ดีเท่าไหร่แล้ว

"อย่าไปสนใจเลย"

"ฉันก็ต้องห่วงเธอไหม ดูเธอสิ เธอทั้งเรียบร้อย ทั้งน่ารัก แต่ที่ห่วงมากๆ ก็คือเธอไม่เคยทันคนเลยสักนิด ยังดีหน่อยที่มีนิสัยดื้อด้านอยู่มาก"

"นี่! ยัยนิดาเธอว่าฉันอยู่นะย่ะ!"

"คิก คิก" มารตีทำสีหน้าบูดบึ้งใส่ฐานิดาเพื่อนรักก่อนจะเอียงศีรษะไปซบไหล่ของธนัสพรอ้อนขอความเห็นใจที่ถูกฐานิดากลั่นแกล้ง ธนัสพรใช้มือเรียวลูบศีรษะของมารตีเบาๆ ใบหน้าหวานของทั้งสามคนประดับไปด้วยรอยยิ้มของสาวใสในวัย 21 ปี

ปกติมหา'ลัยจะต้องฝึกงานตอนเทอมสุดท้ายของปีสี่ แต่เนื่องจากนักศึกษาคนไหนก็ตามที่สามารถสัมภาษณ์การฝึกงานผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องรัน ทางมหา'ลัยจะพิจารณาเรื่องการศึกษาให้เป็นพิเศษ เพราะนักศึกษาที่ได้ฝึกงานกับสถานีโทรทัศน์ช่องรันต้องฝึกงานทุกวันตามกฎของสถานีฯ โดยไม่ต้องเข้ามหา'ลัย แต่ให้เข้ามาเพียงแค่ช่วงก่อนสอบหนึ่งสัปดาห์ไปจนถึงหลังสอบเสร็จ แล้วถึงไปฝึกงานต่อได้โดยเริ่มตั้งแต่การศึกษาปีสามไปจนจบหลักสูตร

นั่นหมายความว่าระหว่างที่ฝึกงานอยู่นักศึกษาก็ยังคงต้องเรียนเป็นปกติผ่านทางช่องทางออนไลน์ หากใครรับได้ก็ให้ไปทำเรื่องที่ห้องธุรการของทางมหา'ลัยได้เลย

แปะ!

"โอ๊ยยย! คิน"

อาคิน เพื่อนชายเพียงคนเดียวของกลุ่มใช้ม้วนกระดาษตีเข้าที่หน้าผากมนของมารตีเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะยื่นเอกสารการสมัครฝึกงานให้กับเพื่อนสาวทั้งสามของตัวเอง

"ไปเอามาได้ไงอะ เห็นว่าใบสมัครหมดแล้วไม่ใช่เหรอ"

"เขียนๆ ไปเถอะน่า ฉันไปเอามาให้พวกเธอได้แล้วกัน"

อาคินลูกชายเพียงคนเดียวของผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ช่องรันแต่เขาปกปิดตัวตนเอาไว้เพราะไม่ชอบให้มีเรื่องวุ่นวายตามมาทีหลังเพื่อนๆ ของเขาไม่มีใครรู้ว่าที่บ้านของอาคินทำธุรกิจอะไร ทุกคนรู้เพียงแค่ทำสื่อโฆษณาการตลาดออนไลน์เท่านั้น

"นายนี่ ฉลาดสุดยอด ว่าแต่จะไปฝึกงานกับพวกเราไหมอ่า~"

"นัส เธอได้ดูเอกสารที่ฉันส่งให้ปะเห็นชื่อฉันอยู่บนหัวกระดาษไหมยัยบื่อ!"

"เอ้า! ใครเขาจะไปดูอะไรละเอียดขนาดนั้นอะ"

"กรอกให้มันเร็วๆ หน่อยฉันหิวจะตายอยู่แล้วจะไปกินไหมสุกี้น่ะ"

อาคินบ่นเข้าให้กับเพื่อนสาวของตัวเองฐานิดา กับธนัสพรไม่เท่าไหร่หรอกแต่ยัยมารตีสมองช้าเนี่ยสิ ทำให้เขาต้องปวดหัวหลายต่อหลายครั้ง

"คุณมารตีครับ ตรงนี้เขาให้เขียนแต่ชื่อไม่ใช่ให้เขียนนามสกุลด้วยครับ"

"อ้าว เราลืมยกมือดูอะ คินนนน~ มีใบใหม่ไหม~"

"จะรอดไหมเนี่ยมิลก์เอ๊ย!"

อาคินบ่นไปเพียงแค่นั้นเขารู้ว่าแม้มารตีจะซื่อบื้อ เรียบร้อย แต่เธอก็ยังมีความดื้อรั้น และฉลาดแฝงอยู่บ้างนิดหน่อย เวลาผ่านไปไม่นานนักทุกคนก็ส่งเอกสารการฝึกงานพร้อมกับเดินออกไปนอกห้องเรียนทันที เรียกง่ายๆ ว่าโดดคาบสุดท้ายเนี่ยแหละ เพราะถ้าชักช้าที่นั่งร้านสุกี้ในห้างฯ ดังก็จะเต็มไงละ

- ร้านสุกี้ชื่อดัง @ห้างสรรพสินค้าxxx–

"เกือบไม่ทันแล้ว มิลก์เร็วหน่อย"

"นี่นัส นิดา อย่าวิ่งสิมันดูไม่ดีนะ"

"โอ๊ย คุณมารตีขา~ ขืนชักช้าได้ยืนกินแน่!"

"อะ! รอเราด้วยสิ"

อาคินเองก็เอากับเขาด้วย วิ่งไปจองที่นั่งก่อนเป็นคนแรก แล้วตามด้วยฐานิดากับธนัสพร ทุกคนต่างหัวเราะคิกคักหยิบเมนูขึ้นสั่งอาหารเพราะรู้ว่ามารตีนั้นเรียบร้อย และชักช้า มันเป็นสิ่งที่พวกเขาและเธอชินกันแล้ว

"ตัวเล็กระวัง!"

มารตีเห็นเด็กผู้ชายตั้งหน้าตั้งตาวิ่งเธอกลัวว่าเด็กคนนั้นจะล้มแล้วเกิดอันตรายจึงรีบวิ่งตามไป สองแขนเรียวตั้งท่าจะคว้าตัวเด็กชายคนนั้นเอาไว้แต่เด็กน้อยก็วิ่งไปไวเหลือเกินทำให้เธอเผลอคว้าเข้าที่แขนแข็งแรงของใครบางคนเข้าอย่างจัง

หมั่บ!

"อ่ะ นี่ตัวเล็ก!"

สองมือเรียวยังจับท่อนแขนแข็งแรงของใครบางคนอยู่ กลิ่นน้ำหอมของเขามันไม่เหมือนใครมือเรียวเริ่มสั่นเทิ้มเล็กน้อยสายตาสอดส่องหาเด็กน้อยแต่ก็ไม่พบ เธอมองเลยไปข้างหลังของชายหนุ่มกล้ามแน่นคนนี้ เห็นชายชุดดำยืนประกบด้านซ้ายและขวาอย่างน่ากลัว มารตีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนที่จะตัดสินใจค่อยๆ เงยหน้ามองเจ้าของแขนแข็งแรงที่เธอคว้าเอาไว้

"จะปล่อยได้ยัง ฉันไม่ชอบหรอกนะผู้หญิงที่เข้ามาหาฉันแบบนี้อ่ะ"

"ขะ ... ขอโทษค่ะ ขอโทษนะคะ"

มารตีก้มศีรษะลงปลกๆ [1] โดยลืมที่จะปล่อยมือ ผู้ชายคนนี้มีเรือนผมสีทองประกายใบหน้าหล่อตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษเสียอยู่อย่างเดียวปากสุนัขไปสักหน่อย เขามีดวงตาที่สวยราวกับเทพบุตรเพียงแค่ท่อนแขนของเขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อก็ทำให้หญิงสาวอย่างเธอตกใจในความแน่นหนัดนี้

"เออ ... ขะ ... ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ นะคะ"

"เธอก็ ... ดูน่ารักดีนะ เสียดายที่วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์"

มือหนาจับที่ปลายคางมนของคนตัวเล็กตรงหน้า เขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้เธอจนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ มารตีตกใจจนเผลอผลักเข้าที่แผงอกแกร่งของชายหนุ่มแต่เขากลับไม่ขยับเลยสักนิด

กินหิน กินปูนเข้าไปรึไง ตัวถึงได้หนักไม่ไหวติงขนาดนี้ ตาบ้า!

"หึ ไปให้พ้นหน้าฉันซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเจอเธอเป็นครั้งที่สอง"

มารตีรีบหมุนตัวกลับแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหนเลยก็ถูกมือแกร่งของใครบางคนคว้าเอาไว้แล้วรั้งร่างเธอเข้าหาตัว แผ่นหลังบางชิดกับแผงอกแกร่งของเขา เธอตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่อยู่ในห้างดังจำนวนมาก ใบหน้าหวานเริ่มเห่อร้อนเพราะความโมโห แล้วเธอก็ต้องโมโหหนักขึ้นเมื่อคนตัวสูงก้มหน้าลงจูบเข้าที่หน้าผากมนของคนตัวเล็กอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"คะ ... คุณ! ทำอะไรของคุณคะ"

"เธอผลักฉัน ฉันก็ต้องเอาคืนสิ"

"คุณก็ผลักฉันคืนสิคะ ไม่ใช่มา ... เอ่อ ... มา ... "

"มาอะไร ถ้าไม่พูดรอบนี้ไม่ใช่ที่หน้าผากแล้วนะ"

"โรคจิต คุณมันโรคจิตชัดๆ อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย!"

มารตีไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เธอรีบวิ่งออกมาทันทีโดยที่มือเรียวยังถูหน้าผากของเธอซ้ำๆ จนแดงเถือก เธอวิ่งเข้าไปนั่งข้างๆ อาคินที่เว้นที่ว่างเอาไว้ให้เธอหนึ่งที่เป็นประจำ

"ไปไหนมามิลก์ ทำไมนานจัง"

"ฉะ ... ฉันไปเข้าห้องน้ำมาน่ะ"

"อย่าโกหกนะ เธอโกหกไม่เก่งรู้ไหม"

"ไม่ได้โกหกนะ กินกันเถอะฉันหิวแล้ว"

ภายในร้านสุกี้ชื่อดังเป็นกระจกใสทำให้คนที่อยู่ด้านนอกจ้องมองเข้าไปได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มลูกครึ่งดวงตาสีน้ำตาลประกายทองระยิบระยับ เหลือบมองหญิงสาวที่อยู่กับเขาเมื่อครู่ ก่อนจะเดินออกไปด้วยท่าทีเรียบเฉยไร้ความรู้สึก

"นายครับ ผู้หญิงคนนั้น นายต้องการเธอไหมครับ" ปกติแล้วเขาต้องการอะไร เขาต้องได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม

"ไม่ กูยังไม่มีอารมณ์"

"แล้ววันนี้กลับบ้านเลยหรือว่าจะเข้าบริษัทครับ"

"กูว่าจะไปเยี่ยมรัฐมนตรีสักหน่อย มันเลยกำหนดส่งเงินให้กูมาสองชั่วโมงแล้ว"

อ่านต่อ

สารบัญ เสือร้องไห้

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มถูกสิงหาชายหนุ่มรูปงามแต่ใจร้ายจับตัวมาเพราะความเข้าใจผิด เธอต้องเผชิญกับคำพูดทำร้ายจิตใจท่ามกลางความกังวลถึงคนใกล้ชิดที่บาดเจ็บ นุ่มจึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนหลุดพ้นจากอำนาจเถื่อนของเขา พร้อมหวังจะมีชีวิตใหม่ที่รวยทางลัดเพื่อเลิกทำงานกลางคืนและพบสามีที่ดี แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวคนผิดมาและกล่าวขอโทษอย่างหัวเสีย แต่ท่าทีพยศและรอยยิ้มยียวนของหญิงสาวกลับทำให้เขาหมั่นไส้จนสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งวุ่นวาย
ตอน
อ่านเลย
แชร์