ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียคืนแรม

เมียคืนแรม

สำหรับธราลินแล้ว เธอตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปรัชญ์นั้นห่างไกลจากคำว่ารักที่แสนหวาน เพราะเขาคือชายหนุ่มที่มักจะแสดงความรู้สึกผ่านการกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้งที่มีโอกาส การแสดงออกที่สวนทางกับหัวใจของเขาทำให้เธอไม่กล้าคาดหวังสิ่งใดนอกไปจากการเป็นเพียงผู้หญิงที่ถูกลืมเลือน เหมือนกับดวงจันทร์ในคืนแรมที่ไร้แสงสว่างและไร้ตัวตนในสายตาของเขา ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ในฐานะคนที่ถูกรักด้วยวิธีที่ผิดเพี้ยน
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ปรัชญ์ก็เก่งเหมือนกันละครับแม่ ไม่งั้นจะต่อโทจนจบและได้ทำงานในบริษัทชื่อดังของอเมริกาเหรอครับ เพียงแต่ตอนเรียนปรัชญ์ไม่เอาจริงเท่านั้นเอง แล้วนี่แม่ไม่ได้โทร.บอกปรัชญ์เหรอครับว่าหนูเล็กจะกลับมาวันนี้ ทำไมปรัชญ์ถึงยังไม่กลับบ้าน หรือว่าที่ไซต์งานยุ่ง”

“โทร.สิตาปราณต์ โทร.แต่เช้าแล้วรอบหนึ่ง เมื่อกี้ก็โทร.ไปย้ำอีกรอบ พูดไม่กี่คำก็ตัดสายแม่ทิ้ง ถามว่าอยู่ไหนก็ไม่บอก แต่ไม่ได้อยู่ที่ไซต์งานหรอก เพราะแม่โทร.เช็กกับหัวหน้าคนงานแล้ว เฮ้อ...ถ้าไม่อยู่กับผู้หญิงคนไหนสักคนก็คงอยู่บ้านตาตะวันนั่นละ ช่างเถอะอย่าไปสนใจเลยนะหนูเล็ก พ่อคนนี้ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” แม่เลี้ยงลักษิกาหันไปทางลูกสาวบุญธรรมซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ตน ธรินดาได้แต่เพียงยิ้มบางๆ เพราะไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วว่าปรัชญ์จะต้องให้ความสำคัญกับการไปการมาของเธอ ตั้งแต่เล็กจนโตเขาก็เป็นแบบนี้ ไม่เคยแสดงออกสักครั้งว่าเอ็นดูเธอ หนำซ้ำยังทำท่ารำคาญและตวาดใส่เวลาที่เธอพยายามจะเข้าไปทำดีด้วย เธอจึงไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ขณะเดียวกันตอนนี้คนที่ถูกพูดถึงกำลังนั่งดื่มอยู่กับเพื่อนสนิทที่บ้านของเขา ตะวันหรือรังสิมันต์เป็นทั้งญาติและเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก รังสิมันต์เพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อสี่เดือนก่อนและก็เกิดเรื่องร้ายเกิดขึ้น เพราะภรรยาของรังสิมันต์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ รังสิมันต์จึงอยู่ในภาวะของคนซึมเศร้าและโมโหร้าย ซึ่งคนที่คอยรองรับอารมณ์อันน่ากลัวของรังสิมันต์ตอนนี้ก็คือจันทริกาน้องเมียของรังสิมันต์นั่นเอง

ปรัชญ์ลุกไปรับโทรศัพท์ไม่ถึงห้านาทีก็กลับมานั่งลงที่เดิม และรังสิมันต์ก็พอจะเดาได้ว่าคนที่โทร.มาเป็นใคร เมื่อเห็นปรัชญ์มีสีหน้าเซ็งๆ ตอนที่เดินกลับมานั่ง

“ป้าลักษณ์โทร.มาเหรอ” 

“อือ…โทร.มาตามให้กลับไปกินข้าวที่บ้าน เมื่อเช้าก็โทร.ทีหนึ่งแล้ว นี่ก็โทร.มาอีก เห็นบอกว่าวันนี้ลูกสาวคนเล็กจะกลับมา อยากให้ฉันกลับไปกินข้าวเย็นด้วย” ปรัชญ์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากสีหน้า

“แล้วทำไมแกไม่กลับ ป้าคงอยากให้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา”

“ไม่ละ ขาดฉันสักคนคงไม่ถึงกับกลืนข้าวกันไม่ลงละมั้ง”

“ไอ้บ้า! แกนี่มันก็ปากเสียไม่เลิกจริงๆ แขวะได้ไม่เว้นแม้กระทั่งกับแม่ตัวเอง” รังสิมันต์ส่ายหัวนิดๆ กับพฤติกรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนของปรัชญ์ในเรื่องชอบงัดข้อกับผู้ป็นแม่ แต่เขาก็ชินกับนิสัยแบบนี้ของเพื่อนสนิทเสียแล้ว เพราะปรัชญ์เป็นคนไม่ยอมคนและไม่ชอบกฎเกณฑ์ใดๆ มาตั้งแต่เด็ก จึงมักมีเรื่องชกต่อยและถูกเชิญผู้ปกครองไปที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำ บางทีก็พ่วงเขาไปด้วย 

“ทำไงได้ ขัดใจใครก็ไม่สนุกเท่ากับขัดใจแม่เลี้ยงลักษิกานี่หว่า”

“แกมันไอ้โรคจิต ชอบแกล้งแม่ตัวเอง”

“แล้วแกล่ะ ทำใจได้หรือยังเรื่องเมียแก” 

สีหน้าและแววตาของรังสิมันต์เคร่งขรึมลงไปทันทีเมื่อถูกถามเช่นนั้น มือจับแก้วเหล้าสาดลงคอ ก่อนจะเค้นเสียงต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยไฟแค้นที่ยังสุมอก ไม่ว่าเวลาจะค่อยๆ ผ่านไปวันแล้ววันเล่าก็ตาม เขาก็ไม่มีวันลืมเหตุการณ์ร้ายๆ ในวันนั้นได้ง่ายๆ

“ไม่มีทางหรอกปรัชญ์ ฉันไม่ได้เสียแค่เมียแต่ยังเสียลูกด้วย และคนที่ทำให้ฉันสูญเสียก็ต้องเจ็บแบบตายทั้งเป็นพอกัน”

“แกใจเย็นๆ นะ เวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง” 

มือใหญ่แข็งแรงของปรัชญ์ตบลงบนบ่าของรังสิมันต์เบาๆ เป็นการปลอบใจที่ทำได้ดีที่สุดในเวลานั้น เขาเองก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียเช่นกัน ตอนที่พ่อเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุเขาก็แทบจะคลั่ง เพราะพ่อคือคนที่เขารักมากที่สุด ในขณะที่กับแม่นั้นเขาไม่ค่อยจะลงรอยด้วยสักเท่าไหร่ เพราะแม่ชอบขีดเส้นให้เขาเดิน และเขาก็ต่อต้านด้วยการเดินออกจากเส้นที่แม่ขีดไว้ให้เสมอ

การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงบวกกับการต้องทำรายงานและทบทวนตำราเรียน ทำให้ธรินดานอนดึกเกือบเที่ยงคืนเป็นประจำ ดังนั้นพอกลับมาอยู่บ้านในวันแรกร่างกายจึงยังปรับตัวไม่ได้ เธอเลยต้องพาตัวเองออกมาเดินเล่นในสวนที่จัดตกแต่งได้อย่างสวยงามและกลมกลืนกับธรรมชาติที่อยู่ติดกับตัวบ้านเช่นนี้

แสงไฟนวลตาที่ลอดผ่านโคมสีขาวซึ่งตั้งประดับประดาอยู่ในสวนหย่อม ทำให้บรรยากาศในยามค่ำคืนของคุ้มลักษิกางดงามไม่น้อยไปกว่าตอนกลางวันแต่อย่างใด เท้าเล็กๆ ก้าวย่างไปตามพื้นหญ้าสีเขียวสุดนุ่มเท้า มือทั้งสองไพล่ประสานกันอยู่ด้านหลัง ตามองไปยังดอกลีลาวดีสีขาวที่ตอนนี้กำลังบานสะพรั่งเต็มต้น และส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาพร้อมกับดอกแก้วที่ปลูกอยู่ตามมุมต่างๆ ของสวน ทำให้ยิ่งอยากดื่มด่ำกับความสวยเย็นตาเย็นใจของธรรมชาตินั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าความรื่นรมย์ของอารมณ์ที่กำลังทอดไปนั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเข้ามาพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าจากหน้ารถที่สาดเข้ามาปะทะยังเธอเต็มๆ ทำให้ร่างบางซึ่งกำลังเดินเล่นอยู่ต้องยกมือเล็กขึ้นป้องสายตาจากแสงอันเจิดจ้า ซึ่งมีผลกระทบทำให้ตาถึงกับพร่ามัวไปชั่วขณะ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FHL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FHL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย พิศวาสล่ามรัก
8.2
เมื่อดลประสบอุบัติเหตุ มีนาจึงก้าวเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาลึกซึ้ง จนทั้งสองยอมมอบกายและใจให้แก่กันอย่างเร่าร้อน แม้มีนาจะไร้เดียงสาแต่เธอก็พร้อมพิสูจน์ความรักที่มีให้เขา ทว่าความสุขกลับพังทลายลงเมื่อคู่หมั้นที่หายสาบสูญไปนานถึงห้าปีปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อทวงถามสัญญาแต่งงานที่เคยให้ไว้ กลายเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและพันธะในอดีตที่ยากจะตัดขาด
หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวอสูร.
9.5
เมื่อความแค้นบดบังใจ รัชชานนท์จึงเริ่มแผนการทำลายล้างเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้แก่ นทิชา หญิงสาวผู้ต้องกลายเป็นหมากในเกมที่ตนไม่ได้ก่อ ทว่าเสน่ห์อันหอมหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาของเขาอย่างไม่คาดคิด แม้สมองจะสั่งให้เกลียด แต่หัวใจกลับโหยหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือได้ รัชชานนท์จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อล่อลวงให้เธอติดอยู่ในหลุมพรางแห่งความรักและความแค้นนี้ตลอดไป โดยที่นทิชาเองก็ยอมตกเป็นเหยื่อเพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
หน้าปกนวนิยาย ความเหยียดหยามของพี่สาวต่างแม่, คำลวงของคนรัก
9.5
ไอริน นักไวโอลินเด็กทุนต้องเผชิญกับฝันร้ายกลางงานกาล่า เมื่อวิดีโอลับส่วนตัวถูกแฉต่อหน้าสังคมชั้นสูง โดยมีธามแฟนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและศิรินพี่สาวต่างแม่ร่วมมือกันทำลายเธอเพื่อความบันเทิง ความรักที่เคยเชื่อมั่นกลายเป็นการหักหลังที่แสนสาหัส ไอรินถูกทารุณกรรมอย่างทารุณทั้งร่างกายและจิตใจตามคำสั่งของธามที่ต้องการกำจัดเธอให้สิ้นซาก ท่ามกลางความเจ็บปวดและรอยแค้นที่สลักลึก เธอตัดสินใจที่จะละทิ้งอดีตที่พังทลายเพื่อหนีจากเงื้อมมือปีศาจและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นอิสระจากคนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย คุณอาขา (อัญญาณี)
8.9
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีพยายามเบียดกายเข้าหาโจนาธาน ผู้ปกครองหนุ่มเพื่อขอไออุ่น แม้เธอจะสวมเสื้อโค้ทหนาเตอะแต่ความเย็นก็ยังทำให้ขนลุกชัน การใกล้ชิดอย่างไม่เดียงสาของเด็กในปกครองกลับกลายเป็นการจุดไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง ยิ่งสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นเบียดเสียดแขนกำยำ โจนาธานยิ่งต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบอย่างหนักหน่วง เขาเฝ้าถามตัวเองว่าจะทนต่อความปรารถนาที่มีต่อสาวน้อยผู้นี้ได้นานแค่ไหนก่อนที่ตบะจะแตกซ่าน
หน้าปกนวนิยาย รอยเสน่หาเทพบุตรเถื่อน
9.1
นิโคไล มหาเศรษฐีเพลย์บอยผู้รักอิสระต้องเผชิญกับความอัปยศกลางฝูงชน เมื่อสาวแปลกหน้าอย่างไอลดาทำร้ายเขาเพราะความเข้าใจผิดในคืนเร่าร้อน เขาจึงตามล่าตัวสาวหัวรั้นมากักขังเพื่อเค้นคำขอโทษผ่านข้อตกลงดินเนอร์มรณะ ด้านไอลดาที่หนีกลับไทยพร้อมรอยรักและความลับเรื่องลูกในท้อง ต้องพยายามปกปิดความจริงสุดชีวิตเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงเขากลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทานระหว่างพ่อของลูกกับผู้หญิงที่เขาต้องการสยบ