ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เด็กในโอวาท

เด็กในโอวาท

คิง พชร หนุ่มจอมพยศผู้มั่นใจว่าไม่มีใครสยบเขาได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับความบ้าบิ่นและอำนาจมืดของ ภาค พิเภก ชายผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้คิงจะเคยลั่นวาจาว่าเกลียดชังคนอย่างภาคเข้าไส้และขอไม่พบเจอกันอีกตลอดชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจ เมื่อเขากลับต้องวนเวียนมาติดกับและตกเป็นคนในโอวาทของภาคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่บีบคั้นให้คิงต้องหาคำตอบว่าทำไมชีวิตเขาถึงต้องมาสยบอยู่ใต้เงื้อมมือของชายคนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

เจ็บไอ้เหี้ยไอ้ระยำเกิดมาพึ่งเคยเจอคนระยำขนาดนี้ใจมันต้องขนาดไหนวะ รู้ว่าสู้ไม่ได้หน่อยทำกันขนาดนี้เลยเหรอวะ จะบอกว่าไงผมอึ้งอยู่ทั้งเจ็บทั้งจุกของไอ้เหี้ยนั่นไม่ใช่เล็กๆดูเเม่งใส่มาเเต่ละทีโครตเจ็บทำไมต้องเป็นด้วยผมวะไอ้เหี้ยคนอย่างคิงไม่เคยเป็นเมียใครโว้ยย

ผมพยายามลุกขึ้นใส่กางเกงเเบกสังขารตัวเองออกมาจากร้านเเค่เเรงเดินก็เเทบจะไม่มีให้ผมขับรถกลับตอนนี้ผมก็คงขับกลับไม่ไหวเลยได้เเต่เรียกเเท็กซี่ทิ้งรถตัวเองไว้ร้านพี่ไอ้เคน จะว่าไงดีเรียกว่ายืนได้ก็บุญเเล้วเจ็บจนจุกจะเเตกเป็นเสี่ยงเเล้วพึ่งเคยไงไม่อยากยอมรับเลยจริงๆว่าตัวเองจะมาเจออะไรแบบนี้ ผมกลับถึงห้องโดยไม่บอกเพื่อนคนไหนสักคนเพราะดูพวกมันคงสนุกกันอยู่ สิ่งเเรกที่ทำตอนถึงห้องคือเเบกสังขารตัวเองเข้าห้องน้ำผมรีบอาบน้ำล้างทุกอย่างออกจนหมดโดยเฉพาะไอ้คราบที่มันไหลลงตามขาผมไอ้เหี้ยฝากลูกๆเหี้ยไรจะล้างเเม่งให้ตายหมดนี่เเหละไหนจะรอยกัดตามไหล่ที่เห็นเเล้วเเค้นขึ้นมาทันทีมองตัวเองในกระจกก็เเทบจะไม่อยากเชื่อว่าในนั้นมันคือตัวผม ผมพยายามไม่คิดถึงมันเเต่ก็ทำไม่ได้

พออาบน้ำเสร็จผมก็นอนพลิกตัวไปมาเเต่ก็พลิกมากไม่ได้เพราะเสียดเเละเจ็บจนไม่อยากขยับไปไหนด้วยซ้ำนอนไม่หลับเจ็บพูดเลยว่าเจ็บ เจ็บกายไม่เท่าเจ็บใจ ถามว่าใครไม่เจ็บใจบ้างโดนทำแบบนั้นทั้งๆที่เเม่งไม่รู้จักกันเเถมยังโยนใบห่าไรไม่รู้ใส่หน้าผมอีก พูดซะกูเป็นเด็กขายถึงกูเป็นเเม่งกูก็ไม่ให้ไอ้คนนิสัยระยำเอาไม่เลือกเเบบนี้เเน่นอนเจ็บใจชิบหายเลยโว้ยย ไม่รู้ว่าในหัวมันคิดอะไรถึงได้ทำผมซะเดี้ยงแบบนี้ ผมลุกขึ้นค้นกระเป๋าเสื้อตัวเองผมกำกระดาษที่มันโยนมาให้ผมแน่นเเน่นจนมันยับเป็นก้อนเล็กๆผมโยนมันลงบนพื้นพร้อมกับใช้เท้าขยี้ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยออกไปให้ไกลผมยังจดจำใบหน้านั้นได้ดี ก็จะจำไว้

ภาค พิเภก

9.00 น

กริ้งงงง กริ้งงง

ใช่ครับผมนอนไม่หลับไม่หลับเลยทั้งคืนในหัวหยุดคิดไม่ได้จริงๆผมพยายามไม่ใส่ใจก็เเค่ไอ้เซ็กห่วยๆของมันถือว่าทำบุญทำทานให้หมามันไป เเต่ที่มันยังติดในใจก็เเค่มันเป็นใครถึงกล้าทำเเบบนี้ถ้าได้เจอผมจะอัดให้น่วมเลยไม่สนด้วยซ้ำว่าเเม่งจะใหญ่สักเเค่ไหน

“เออ” ผมกดรับสายไอ้เคนที่โทรเข้ามาคนเเรกเเต่ในไลน์รัวกันมาชิบหายว่าผมหายไปไหนไม่บอก กลับไม่บอก ผมเห็นนะเเต่ผมไม่มีอารมณ์ที่จะตอบพวกมัน

“ไอ้คิงมึงอยู่ไหนวะ”

“ห้องสิวะ”

“ไม่สบายเหรอวะเสียงดูเเหบๆ” ไอ้เหี้ยใช่เรื่องทักไหม

“นิดหน่อยว่ะ”

“กลับตอนไหนไม่บอกพวกกูวะ ตามหามึงทั้งคืนโทรไปก็ไม่รับ มีอะไรเปล่าวะ”

“มีอะไรของมึง”

“เสียงมีพิรุธนะสัด” พิรุธพ่อมึงสิ

“ก็มึงเล่นกลับก่อนเพื่อนจนพวกกูเเปลกใจก็เป็นห่วงสิวะเผื่อไปกระตุกตีนรุ่นใหญ่มา อาจจะโดนจัดหนักมางี้ ฮ่าๆ” ไอ้สัดทักตรงไปอีกผมหน้าหงิกขึ้นทันที

“มึงฟังกูอยู่ไหมวะ ฮัลโหลเพื่อนน”

“เออ”

“สรุปมึงไม่เป็นไรนะ วันนี้อย่าลืมมาเรียนบ่ายมีอาจารย์คนใหม่มาสอน”

“กูว่าจะลา”

“ลาไม่ได้นะเว้ยอาจารย์คนนี้เขาเคร่ง”

“ดูก่อนเเล้วกัน”

“ไม่ต้องดูเเล้วกรุณาหอบสังขารป่วยๆของมึงมาด้วยบ่ายนี้พวกกูรอโขกสับมึงอยู่ กูไปละบาย”

ติ๊ด

มือเรียวยาวนวดขมับทันที เพราะรู้สึกว่าตัวเองน่าจะไม่สบายเเล้วจริงๆเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนเเม้เเต่นิดเดียวไหนจะไอ้ร่างกายที่ไม่เต็มร้อยนี่อีกเเค่เดินก็เสียดเเล้ว เเม่งทำการเดินกูผิดปกติไปอีก ผมอาบน้ำเเต่งตัวออกมาเพราะตั้งใจจะไปเรียนให้มันพ้นๆไปไม่สิต้องพูดว่าตั้งใจไปนอนให้พ้นๆไปมากกว่าเพราะรู้สึกหนักตาจริงๆเหมือนจะหลับตลอดเวลา ผมสำรวจตัวเองอีกครั้งก็ต้องนิ่งชะงักเพราะไอ้รอยห่าเหวพวกนี้ที่มันพ้นคอเสื้อออกมาจนต้องรีบหาฮู้ดมาใส่ทับไม่สนหรอกว่าสภาพอากาศเป็นยังไงสนเเค่ปิดให้พ้นตาไอ้พวกเวรนั้นก็พอไม่งั้นมีถามกันยาว

ผมนั่งเเท็กซี่ไปมหาลัยเหมือนเดิมเพราะรู้สึกขี้เกียจกลับไปเอารถที่ร้าน ถึงกลับไปเอาผมก็คิดว่าตัวเองขับไม่ไหวอยู่ดีก็เล่นไม่นอนทั้งคืนเเบบนี้ พอลงจากรถเท่านั้นเเหละเสียงหมาๆประจำกลุ่มก็ดังขึ้นทันที

“โอ้โหมันมาจริงวะ” ไอ้เคนเปิดขึ้นมาคนเเรก

“มาในสภาพที่โทรมเหี้ย”

“นี่เมืองไทยนะครับไม่ใช่ต่างประเทศใส่มาซะพระอาทิตย์อาย”

“ยุ่งน่า” ผมบอกปัดๆไป

“หนักเหรอมึงเป็นถึงขนาดนี้”

“เออไอ้เคนกูสังเกตุมันเดินมาหาเราเมื่อกี้ ลื่นล้มห้องน้ำเหรอสัดเดินเเปลกๆ” ไอ้เกมส์หรี่ตามองผม

“เออ”

“บันเทิง ไอ้เหี้ยเสือกจริงจี้ชิบหาย ฮ่าๆๆ”

ผมว่าเเล้วไงว่ามันต้องมีอะไรให้พวกมันสังเกตุถามว่าพวกมันรู้ไหมพวกมันไม่รู้กันหรอกกะจะอยากเเซ็วขำๆไงเห็นหน้าผมเเบบนี้มันเลยเล่นเเค่นั้นคิดว่าไม่รู้สันดานพวกมันหรือไงเเซ็วทีกับการเดินเเบบนี้มันคงเเซ็วว่าผมโดนสอยจนได้ผัวไปเเล้วเเน่ๆ คิดเเล้วหนักหัวเลย

“เออเขาว่าอาจารย์คนใหม่โหดเหี้ย” ไอ้เคนเปิดประเด็นใหม่เเต่ก็ยังไม่หยุดพูดถึงอาจารย์คนใหม่

“กูก็ได้ยินมาเเบบนั้น”

“กูว่าหน้าคุ้นๆเหมือนกูเคยเจอที่ไหน เขาบอกว่าเป็นนักธุรกิจด้วย”

“เออมึงไม่ได้ยินเขาพูดกันเหรอวะ เมียหลานชายเขาที่พึ่งจบไปก็เรียนมหาลัยเดียวกับเรา” ไอ้เกมส์พูดเสริมขึ้นมา

“ขี้เสือกนะมึง” ผมพูดเเทรกขึ้นมาเพราะฟังมันพล่ามมันไม่หยุดรำคาญ

“อ้าวไอ้คิง กูเเค่ได้ยินมาครับ”

“เดี๋ยวพวกมึงก็รู้ป่ะวะว่าเเม่งเป็นไง”

“พวกกูอยากรู้ชิบหายเเล้วเหี้ย”

“จะได้เวลาเรียนเเล้ว ไปกันเลยไหมวะเผื่อในห้องจะมีข่าวไรเด็ดๆให้ฟัง” ผมส่ายหน้าไปมากับความขี้เสือกพร้อมกับลุกขึ้นเดินหนี

“ไอ้คิงมึงจะไปไหนวะ ห้องเรียนไปทางนี้” ไอ้เกมส์ตะโกน

“กูจะไปขี้มึงจะไปด้วยไหม” พวกมันทำหน้าอี๋เหมือนชีวิตนี้ไม่เคยขี้กัน

“งั้นเจอกันห้องเรียนนะเว้ย อย่าช้านะสัด”

ผมรู้สึกปวดหัวจริงๆเลยหลบมานั่งคนเดียวสักพักเพราะไอ้พวกนั้นมันพูดไม่หยุดพูดจนผมรู้สึกปวดหัวไปหมด ผมไม่ได้สนว่าอาจารย์คนใหม่จะเป็นใครหน้าตายังไงหรือเเม้เเต่ที่บอกว่าโหดผมก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด ผมล้างหน้าล้างตานิดหน่อยก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนเเต่ก็ลืมไปว่าผมสายไป 5 นาทีเเต่คงไม่เป็นอะไรเพราะอาจารย์ส่วนใหญ่ไม่เคยมีใครเคร่งเรื่องเวลาขนาดนั้นเเละถ้ามันมีอะไรจริงเพื่อนผมคงรัวไลน์ตามผมกันเเล้ว

ผมเดินเข้ามาใกล้ห้องเรียนเเต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรสักนิดนี่เเม่งเรียนกันจริงเปล่าวะหรือเเม่งอาจารย์ใหม่ดีเเตกปล่อยเด็กกลับตั้งเเต่คาบเเรกผมว่าก็คงต้องเป็นอย่างที่สองนั้นเเหละ มือเรียวเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่าทุกคนในห้องนั่งเงียบเเบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทุกคนหยิบชีทขึ้นมาทุกคน ผมสนใจเเต่เพื่อนๆ โดยที่ไม่สนใจอาจารย์คนใหม่ที่กำลังหันหน้าเข้ากระดานรูปร่างสูงใหญ่จนผมรู้สึกกระตุกเพราะคุ้นมากมันก็เเค่คุ้นไม่อยากจะคิดอะไรเยอะเพราะเป็นไปไม่ได้อยู่เเล้ว ผมยืนเหม่ออยู่นานจนสังเกตุเห็นไอ้เกมส์กวักมือเรียกผมไม่หยุดเหมือนกับบอกให้ผมรีบมานั่งเมื่อผมหยุดคิดทุกอย่างขาเรียวก็รีบก้าวเดินเข้าห้องทันทีเเต่กลับมีเสียงเข้มน่าเกรงขามดังขึ้นมาซะก่อน

“คนมาสายยืนรอตรงนั้น”

ผมหายใจไม่ทั่วท้องทันทีเพราะเสียงมันคุ้นมากคุ้นจนผมเเอบกำมือตัวเองเเน่นไม่กล้าคิดไปมากว่านี้

“ผมพูดด้วยต้องมองหน้าผม ไม่มีใครสอนหรือว่ายังสอนไม่พอ?”

ผมกัดปากตัวเองเเน่นคำพูดมันคุ้นมากมากจนผมไม่กล้าหันไปเเต่ก็ต้องจำใจเงยหน้าขึ้นมอง ตัวผมชาวาบหน้าซีดไปหมดขยับขาไม่ออกเเม้เเต่นิดเหงื่อก็ไหลลงมาไม่หยุดมือเรียวกำเข้าหากันเเน่นทั้งสองข้างเพราะพยายามไม่ให้ตัวเองสั่น ผมทั้งโกรธทั้งโมโหอยากจะเดินเข้าไปชกให้หายเเค้น ผมยอมรับว่าเขาดูดีมากๆถึงจะอายุน่าเเก่กว่าผมเป็นรอบก็เหอะเเต่การกระทำมันระยำไง ไอ้เหี้ยเเค้นชิบหายใครก็ได้เอาเก้าอี้มาให้ทีไม่ฟาดหรอกวันนี้ไม่มีเเรงเอามาให้นั่งทีเเม่งขาอ่อนไปหมดเเล้ว

“โอ้ ชื่ออะไรครับ”

คนตัวสูงกอดอกมองผมที่เเสดงสีหน้าโมโหออกมาจนเห็นได้ชัด เสียงน่าเกรงขามทำให้ทุกคนในห้องไม่กล้าเเม้จะเงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ มือใหญ่ชี้ไปที่ปากของตัวเองพร้อมกับพูดเเบบไม่ออกเสียงว่า

เมีย

เเค่นั้นเเหละผมโมโหจนเเทบจะเดินไปชกหน้าเเต่สถานการณ์แบบนี้ก็จำใจให้ผมตอบไป

“พชร”

ผมตอบกลับเสียงห้วนไม่มองหน้าเเม้เเต่นิดเดียว

“คุณมาสายไป 5 นาทีไม่สิ 7 นาทีรวมที่คุณมายืนเหม่อหน้าประตู”

“ครับ”

“ผมต้องเเนะนำตัวกับคุณอีกครั้งไหม?”

“ไม่ต้อง” ผมพูดออกไปทันทีเพราะไม่อยากได้ยินเเม้เเต่ชื่อด้วยซ้ำ

“พูดไม่มีหางเสียง” ผมเงยหน้ามองตาเขียวทันทีจะอะไรนักหนาวะ

“ครับ”

“เดินออกไปรอข้างนอก”

“?”

“ผมไม่พูดซ้ำ เชิญ”

ผมพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้เย็นที่สุดเเล้วเดินออกมาเเต่ตัวนี่สั่นไปหมดเเล้วเพราะโกรธจนหน้าเเดงไปหมด เออก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเวรกรรมอะไรวะถึงต้องมาเจอกับคนแบบนี้ผมอยากตายจริงๆผมจะทนเรียนกับไอ้โรคจิตนี่ได้ยังไง คำก็เมียสองคำก็เมียตีตราลงเต็มหน้ากูหมดเเล้วไอ้เหี้ย

“เปิดไปหน้า 73 อ่านเเล้วสรุปผมจะฟังพวกคุณทีละคน”

ผมได้ยินเเค่นั้นก็เบะปากทันทีไม่เเปลกเลยสักนิดทีใครๆก็บอกว่าโหดเเละน่ากลัวเพราะน้ำเสียงเเละสีหน้าบ่งบอกว่าเขาไม่ได้มาเล่นๆเขาจริงจังถ้าใครจะเล่นๆก็เชิญออกไปแบบผมนี่ไงเพียงเเค่มาสายเเค่ 5 นาที ถามว่ากลัวไหมตอนนี้บอกเลยว่าไม่มีเเต่คำว่าเกลียดเต็มไปหมดไอ้เหี้ยโครตพ่อโครตเเม่เกลียดเลย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมายังไม่ได้กดเล่นเลยด้วยซ้ำกลับถูกมือใหญ่คว้าไป

“เอามา!”

“ตามมาสิ” ไอ้เหี้ยเกินไปเเล้วจริงๆมึงเเก่กว่ากูก็จริงเเต่ใช่จะทำอะไรก็ได้ป่ะวะ ผมเดินตามคนตัวสูงมาที่ช่องเเคบใต้บันไดไอ้เหี้ยมาทำไมตรงนี้วะ กูหันกลับตอนนี้ทันไหมเริ่มกลัวเเล้วว่ะ

“เอาคืนมาสักทีสิวะ!”

“ฉันให้นายมาเล่นโทรศัพท์?”

“เเล้วยุ่งไรวะก็ให้ออกมาเองป่ะ”

“ระวังปากหน่อย”

“ไม่ได้ปากไปติดบนหน้าใครจะสนทำไม”

“หรืออยากโดนปากติดปาก”

“ก็เหี้ยละอย่าหวังว่ามึงจะได้แบบนั้นอีก!”

“เเน่ใจเหรอเมีย”

“กูไม่ได้เป็นเมียใคร!!”

“พูดจาให้ดีๆหน่อยฉันเเก่กว่านายตั้งเท่าไหร่”

“ทำตัวเเบบนี้ใครเคารพวะ!”

“เมียที่ดีควรเคารพผัว”

“กูบอกว่าไม่ได้เป็นเมียมึงไง!”

“หรือจะให้ทวน?”

“ระยำ อึก!”

คนตัวสูงดันผมติดผนังมือใหญ่คร่อมร่างโปร่งไว้ไม่ให้หนีมืออีกข้างจับผมคนตัวเล็กกว่าเเรงๆจนใบหน้าเรียวเงยขึ้น

“ฉันบอกว่าไม่ชอบเด็กที่ไม่มีมารยาท”

“ก็ไม่ได้ให้มาชอบเปล่าวะ”

“ได้ไงก็นายดันหลวมตัวโดนฉันเอาไปแล้วนิ”

“ไอ้เหี้ย อื้ออ”

ริมฝีปากหนาบดจูบขยี้ริมฝีปากเล็กเเรงๆดูดดึงขบกัดเเรงๆมือใหญ่บีบปลายคางเเน่นสอดลิ้นเข้าไปดูดดึงเกี่ยวตวัดลิ้นอีกคนมากัดเเรงๆลิ้นหนาเลียตามขอบปากล่างดูดดึงเเรงๆจนเกิดเสียงมือเรียวพยายามดันคนตัวสูงออกเเต่กลับโดนกดจูบหนักกว่าเดิมจนเเทบหายใจไม่ทัน คนตัวสูงผละริมฝีปากออกก่อนจะยกยิ้มยักคิ้วให้อย่างยียวน มือเล็กกำเข้าหากันเเน่นก่อนจะตวัดมือจะชกคนตัวสูงเเต่กลับโดนอีกคนล็อกเเขนไว้อย่างง่ายดาย

“อยากโดนเหมือนเมื่อคืน?”

“ชาตินี้อย่าได้ดีกันเลยไอ้สัด มึงเป็นหมาหรือไงเอาไม่เลือกที่!”

“งั้นนายก็เมียหมาก็พึ่งโดนฉันเอาไม่ใช่ไง?”

“มึงมาเป็นอาจารย์ได้ไงวะสถานที่แบบนี้มึงก็ยังทำระยำได้”

“ทำไมต้องสนเมื่อคืนสถานที่ล่อตาชาวบ้านขนาดนั้นฉันยังกล้าเอานายได้เลย” คนตัวสูงก้มลงกระซิบเบาๆพร้อมกับริมฝีปากหนาที่กดจูบตามลำคอให้คนตัวเล็กกว่าสะดุ้งเล่น ใบหน้าเรียวพยายามหดคอหนีเเต่ก็ไม่เป็นผลใบหน้าหล่อซุกไซ้ตามซอกคอไปมาไม่หยุด

“ปล่อยสิวะ ไอ้อื้อ”

“ชู่ววว์”

ผมเงียบลงทันทีเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆใจผมเต้นเเรงไม่หยุดเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็น ถ้ามีคนมาเห็นจริงๆผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนวะมีเเต่คนประนามว่าผมเป็นเด็กขายให้อาจารย์ ซึ่งขายเหี้ยไรคนโดนกระทำคือกูต่างหากไม่ได้เต็มใจโว้ยยย

“ปล่อยสักทีสิวะ” ผมพูดเสียงเบาๆ

“เเน่ใจว่าจะออกไปตอนนี้ สภาพนี้?” นั้นเพราะใครวะเสื้อผ้ายับยู้ยี่ไปหมด เเละเสียงฝีเท้าก็เริ่มใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงพูด เเต่คนตัวสูงไม่ได้ปล่อยให้ผมตื่นกลัวกลับก้มลงดูดดึงริมฝีปากผมอีกครั้ง มือใหญ่บีบเค้นสะโพกผมหนักๆจนนิ่วหน้าทันทีปากก็เจ็บเพราะโดนดูดกัดไม่หยุด นี่เเม่งจะไม่เเคร์เลยหรือไงคนเดินผ่านไปผ่านมาเเต่ยังกล้ามาจูบกูอีก

“เออเมื่อคืนได้ยินว่าไอ้คิงมีเรื่ิอง” คิ้วผมกระตุกทันทีเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง ริมฝีปากโดนอีกคนบดขยี้ไม่หยุดทั้งเจ็บทั้งเเสบไปหมดเเต่ผมไม่ได้สนใจที่ผมสนคือเรื่องที่พวกเเม่งคุยกันมากกว่า

“เห็นว่าเเย่งเด็กไอ้ต้น”

“เเย่งไรล่ะไอ้ต้นมันชอบไอ้คิง ไอ้นั่นกะจะเคลมไอ้คิงเป็นเมียไง”

“อย่างไอ้คิงมันจะยอมเป็นเมียใครง่ายๆเหรอวะ” นินทาระยะเผาขนเเถมได้รู้เรื่องที่ไม่อยากรู้อีกเเทบจะเอาขากูยืนไม่อยู่

“เออหยิ่งเหี้ยใครเอามันเป็นเมียได้นี่คือโครตสุด”

“เออก็รอดูต่อไปคนรอสอยมันเยอะเเยะหน้าตาเเม่งล่อตีนเเล้วก็ล่อ...ชิบหาย”

ไอ้เหี้ยยผมถึงกลับรู้สึกโมโหขึ้นมาทันทีเลยกูคิดว่าพวกเเม่งหาเรื่องเเย่งหญิงกับกูทำไมเเม่งเป็นเเบบนี้ไปได้วะ ตัวผมชาวาบจนไร้การตอบโต้จนคนตัวโตดูดปากผมเเรงๆเเล้วผละออก ไม่อยากคิดเลยว่าปากเเม่งจะบวมเจ่อขนาดไหน

“นายสินะคิงที่พวกนั้นพูดถึง”

“เเล้วจะทำไม? ปล่อย!” ผมผลักคนตัวสูงให้ถอยห่าง

“เสื้อนี้ใส่มาทำไม หนาว?”

“ไม่ต้องยุ่ง”

“ปากดีเเบบนี้ไงพวกนั้นถึงได้อยากเอาเป็นเมียกัน”

“...”

“ถอดเสื้อออกสิ”

“ถอดให้โง่เหรอวะ” ผมใช้มือถูริมฝีปากเเรงๆ

“ก็ถอดให้พวกรอสอยนายมันเห็นไงว่าโดนเอาจนมีผัวเเล้ว”

คนตัวสูงก้มลงกระซิบยักคิ้วเดินออกไปทันทีเเต่ผมนี่สิยืนตัวสั่นไปหมดวันนี้เเม่งหลายเรื่ิองเกินเเทบจะไม่มีเเรงเดินเลยสัด พวกเเม่งเป็นไรกันหมดวะคนอื่นมีตั้งเยอะเเยะเสือกมาอยากได้กูกันทำไม

“อ้อ วันนี้นายกลับได้เลยนะฉันให้สิทธิ์สำหรับเมียอาจารย์”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้
9.1
หญิงสาวผู้กำลังจะรับปริญญาต้องย้อนอดีตสู่ยุค 60 ในร่างของคำแก้ว หญิงปัญญาอ่อนผู้ยากไร้และเป็นลูกสาวอดีตโจรพิการ เธอต้องเผชิญกับค่าแรงเพียงน้อยนิดท่ามกลางความอดอยาก ทว่าโชคชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อต้องพบกับศัตรูที่จ้องล้างแค้นครอบครัวของเธอด้วยหัวใจเป็นเดิมพัน แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นลูกโจรและต้องรับมือกับเหล่าร้ายที่ดักปล้น แต่เธอกลับมีความลับและอาวุธที่ไม่มีใครคาดคิด พร้อมจะเอาคืนทุกคนอย่างสาสมเพื่อปกป้องคนในครอบครัวให้มีชีวิตรอด
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
9.4
ลู่จื้อ หญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรคาสิโนยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ตัดสินใจละทิ้งวงการธุรกิจสีเทาที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับ เธอหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการส่งมอบอำนาจทั้งหมดคืนให้แก่เครือญาติของเขา ทว่าความใจกว้างของเธอกลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง เมื่อเหล่าญาติที่โลภโมโทสันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังวางแผนกำจัดเธอให้สิ้นซากเพื่อดับไฟแค้นและปิดปากเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่