ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เด็กในโอวาท

เด็กในโอวาท

คิง พชร หนุ่มจอมพยศผู้มั่นใจว่าไม่มีใครสยบเขาได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับความบ้าบิ่นและอำนาจมืดของ ภาค พิเภก ชายผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้คิงจะเคยลั่นวาจาว่าเกลียดชังคนอย่างภาคเข้าไส้และขอไม่พบเจอกันอีกตลอดชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจ เมื่อเขากลับต้องวนเวียนมาติดกับและตกเป็นคนในโอวาทของภาคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่บีบคั้นให้คิงต้องหาคำตอบว่าทำไมชีวิตเขาถึงต้องมาสยบอยู่ใต้เงื้อมมือของชายคนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ไอ้เหี้ยสิทธ์บ้าสิทธิ์บออะไรของเเม่งวะใครมันจะอยากได้สิทธิ์แบบนี้ไม่สิดูเเล้วถ้าเป็นคนอื่นผมว่าเขาคงดีใจจนทำอะไรไม่ถูกเลยด้วยซ้ำมั้ง เเต่ก็ดีกล้าให้ผมก็กล้ากลับถ้าผมกลับเเล้วอย่าหาว่าขาดเรียนก็เเล้วกัน มือเรียวถูต้นคอไปมาจนเเดง อยากด่าเเม่งชิบหายรอยเก่าไม่ทันหายรอยใหม่เข้ามาเเทรก เหมือนสุภาษิตความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาเเทรกนั้นเเหละ ผมเดินออกมาจากใต้บันไดก็ไม่เห็นไอ้ลุงนั้นอยู่เเล้วบ้าชิบคนอะไรหื่นเป็นบ้า ถามว่าผมควรรู้สึกยังไงต้องถามอีกเหรอครับผมบอกไม่ถูกรู้สึกโมโหทุกคนที่เเม่งจ้องจะแดกผม บ้าไปเเล้วคนอย่างผมอย่าหวังว่าจะได้ถึงเเม้จะพลาดไปเเล้วก็เหอะผมถือว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเเล้วกัน

ใช่ครับผมกลับจริงๆกล้าให้กลับผมก็จะกลับผมรู้สึกตัวเองไม่สบายด้วยเเหละปวดหัวหนักหนังตาเเถมปากยังบวมเจ่อขนาดนี้สภาพไม่อยากจะพูดเหมือนคนโดนรุมโทรมไม่มีผิดไหนจะเสื้อฮูดที่ใส่มาไม่สามารถปิดรอยใหม่ได้ทำให้รอยเเดงโผล่พ้นออกมา ผมขึ้นเเท็กซี่เหมือนเดิมเเต่ผมไม่ได้กลับคอนโดผมกลับมาเอารถที่ร้านพี่ไอ้เคน ถึงร้านผมหารถผมไม่เจอบ้าชิบใครเอาไปไว้ไหนวะผมเดินขึ้นไปถามพี่ไอ้เคนทันที

“พี่คราม”

“อ้าวไอ้คิงไม่เรียนเหรอวะ มานั่งก่อนสิ”

“ไม่สบายผมเลยขอหยุด”

“เเล้วทำอะไรมาล่ะไม่สบาย” เชี่ยทำไมต้องมองผมด้วยสายตาเเบบนั้นด้วยวะ

“นอนไม่พอมั้งพี่ช่วงนี้เที่ยวหนัก”

“เบาหน่อยสิต่อไปคงเที่ยวยากเเล้วล่ะมั้ง”

“หมายความว่าไง”

“คิดว่าไง”

“ผมจะรู้ได้ไงพี่ ฮ่าๆ สรุปรถผมอยู่ไหน” ผมหัวเราะกลบไปถึงเเม้ว่าสิ่งที่พี่ครามพูดออกมาจะฟังดูเเปลกๆก็เหอะ

“ผัวมึงสั่งคนเอากลับไปเเล้วนิ” ผมเเทบขยับปากไม่ออก

“ตะตลกละพี่ผมไม่ได้มีผะ..”

“กูเห็น”

“พี่ว่าไงนะ!!”

“ตามที่กูบอกนั้นเเหละ ไม่ต้องห่วงกูไม่บอกใครหรอกเเต่มึงนี่ดวงดีชิบได้ผัวทั้งทีเล่นใหญ่เลยนะ” ไอ้เชี่ยพี่ดวงดีห่าไรวะชีวิตผมเเม่งเริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวันเเล้วเเม่ง

“พอพี่ไม่ต้องพูดเรื่องนี้เเล้ว เมื่อเช้าผมออกจากคอนโดยังไม่เห็นรถผมเลยเอากลับไปตอนไหน”

“เมื่อคืน ไม่อยู่คอนโดมึงก็อยู่กับผัวมึงไงจะคิดไรเยอะ” เเบบนี้เเหละที่คิดเยอะ เชี่ยไปอยู่นั้นได้ไงวะเเล้วเมื่อไหร่จะหยุดเรียกว่าผัวผมสักที บอกว่าไม่เป็นเมียใครไงโว้ยย!!

“พี่ครามผมขอยืมรถหน่อยสิ”

“คันไหนล่ะ กุญเเจอยู่ทางนั้นเลือกได้เลย” ผมหันไปมองกุญเเจที่เรียงกันเป็นเเถวจะรวยไปถึงไหน ผมหยิบกุญเเจรถ BM มาเพราะผมว่ามันน่าจะถูกที่สุดในนี้เเล้วล่ะ

“ขอบคุณมากนะพี่ พี่ครามเอ่อ”

“อะไรของมึง” จะถามไงดีวะว่าที่อยู่ไอ้ลุงนั้นอยู่ไหน

“ช่างมันเหอะพี่ ไว้ผมจะขับมาคืน”

“เออไม่รีบ”

ผมขับรถกลับคอนโดเพียงเพราะกลับไปเอานามบัตรที่ผมขย้ำทิ้งเพียงอันเดียว มันยับจนเเทบจะมองอะไรไม่เห็นเเต่ผมก็ยังพยายามมองเบอร์ที่อยู่บนนามบัตร เหอะ ภาค พิเภก เเค่ชื่อก็ดูยิ่งใหญ่เเล้วมั้ง เป็นใครถึงกล้าทำกับผมขนาดนี้เรื่องรถผมเขายุ่งเกินไปเเล้วมั้งผมรอจนถึงเที่ยงเพราะคาดว่าเขาน่าจะเลิกสอนเเล้ว ผมกดเบอร์ลงโทรศัพท์ต่อสายหาเจ้าของสายทันที

“สวัสดีค่ะ” ใครวะหรือว่าเมียไอ้ลุงนั้น

“สวัสดีครับ ขอสายคุณพิเภกหน่อยครับ”

“ได้นัดไว้ไหมคะ ตอนนี้คุณพิเภกคุยธุระอยู่ค่ะ”

“เอ่อคุณ”

“ค่ะดิฉันเป็นเลขาคุณพิเภก รบกวนบอกชื่อเเละธุระได้เลยค่ะ ดิฉันจะได้เรียนท่าน”

“ผมต้องการคุยกับเขาตอนนี้ครับ” ผมรู้สึกโมโหขึ้นมาทันทีรถก็หาย คนเอาไปก็ไปไหนไม่รู้อยากรู้จริงๆว่าไอ้ลุงนั้นทำงานกี่อย่างกันเเน่วะเเวบไปเเวบมา

“เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ”

“บอกไปว่าผม คิง พชร ต้องการคุยด่วน”

“ขอทราบเรื่องที่ต้องการพบค่ะ ดิฉันจะได้จัดเรียงเรื่องสำคัญถูก” ผมสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆก่อนจะพูดสิ่งที่ตัวเองไม่อยากพูดที่สุดออกไป

“เมียมาตามรถกลับครับ”

“งั้นดิฉันจะเข้าไปถามคุณพิเภกให้ค่ะ”

ผมพูดอะไรออกไปบ้าเอ้ยไปถามไอ้คนโรคจิตนั้นเหรอให้ตายเหอะผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เเค่พูดว่าเมียความสำคัญเพิ่มขึ้นอันดับเเรกเลยเหรอวะอะไรจะง่ายดายขนาดนั้น

“ขออนุญาติค่ะคุณพิเภก”

“ครับ”

“ท่านสะดวกคุยไหมคะ”

“บอกเขาไปว่าผมจะติดต่อกลับไป”

“เเต่ท่านคะ”

“ใคร”

“คือเขาบอกว่าเมียตามรถกลับ”

“หื้ม เมีย?” ไอ้ลุงนี่ทำไมต้องย้ำด้วยวะ

“ให้ดิฉันวางเลยไหมคะ”

“ไม่ต้องต่อสายให้ผมเลย”

“ได้ค่ะ”

ผมรอไม่นานก็ได้ยินเสียงเลขาเขาบอกว่าดิฉันจะต่อสายไปทางคุณพิเภกนะคะ เเค่นั้นเเหละผมอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายจริงๆไม่รู้พูดอะไรออกไป

“ไงเมีย”

“อย่ามาตลกเอารถคืนมา”

“มาเอาเองสิ ฉันไม่ว่างเอาไปให้ใครถึงจะเป็น เมีย ก็เถอะ”

“ใครเมียวะ”

“ก็พูดออกมาเอง”

“ก็เเค่เรื่องโกหก”

“โกหกงั้นเหรอ”

“บอกที่อยู่มาสักทีจะไปเอารถ!” ปั่นประสาทอยู่ได้

“ตอนนี้ฉันอยู่ที่บริษัท”

“บอกทำไมไม่ได้อยากรู้”

“ไม่ต้องเอาเเล้วรถ”

“รู้เเล้วๆให้ทำไง” ผมรู้ว่าไอ้ลุงนี่เป็นคนไม่ชอบให้ใครพูดอะไรขัดใจไม่งั้นรถผมต้องไม่ได้เเบบที่บอกไว้เเน่ๆ

“มาหาฉันสิ”

“ไม่ไป”

“งั้นก็ช่วยไม่ได้”

“เออๆไปก็ไป”

ผมรอเเม่งบอกที่อยู่บริษัทผมรีบใส่เกียร์หมาไปทันทีเดี๋ยวนะนี่ผมมาผิดที่หรือเปล่าทำไมมันใหญ่ขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะรวยได้ขนาดนี้ ระหว่างที่ผมขับรถเพื่อไปจอดรถตามที่เขาบอกต้องตกใจเชี่ยมีชื่อติดเเบบนี้เลยเหรอวะผมจอดรถเข้าตรงชื่อว่า พิเภก เเล้วรีบหาข้อมูลในมือถือประวัติยาวจนผมขี้เกียจอ่าน ไม่อยากเชื่อว่าจะรวยขนาดนี้เป็นคนมีชื่อเสียงด้วยเเต่ทำไมต้องมาเป็นอาจารย์สอนไม่เข้าใจ เเค่ประวัติผมก็เเทบจะขอถอยไม่สู้เเล้วกับคนอันตรายแบบนี้คิงกลัวเเล้ว ผมจะสตาร์ทรถเตรียมกลับก็มีเสียงเคาะกระจกผมเงยหน้าขึ้นดูเป็นใครไม่รู้ซึ้งผมไม่เคยเห็นหน้าผมกดกระจกลง

“ครับ?”

“คุณคิงใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ” หรือว่าผมมาจอดผิดที่วะ พิเภก ก็ไม่น่าจะมีใครชื่อนี้เเล้ว

“เชิญทางนี้ครับ” ผมลงเดินตามมาอย่างงงๆเเต่ประเด็นทำไมผมต้องเดินตามมาด้วย ไม่ให้ผมงงนานก็มีรถคันหรูจอดตรงหน้าผมซึ่งไม่ต้องถามว่ามีใครอยู่ในนั้น ชายชุดดำเปิดประตูให้ผม

“เชิญครับ”

“ไม่ขึ้น” ผมพูดเเค่นั้นคนตัวสูงก็เงยหน้ามองผมดุๆที่กล้าขัดคำสั่ง

“ขึ้นมา” คนตัวสูงกดเสียงต่ำใครจะกลัววะเเค่สั่นนิดหน่อย

“ขับนำไปสิเอารถมาเดี๋ยวขับตาม”

“รู้ใช่ไหมถ้าขัดคำสั่งจะเป็นยังไง”

“ก็บอกว่าเอารถมาไง” ผมเถียงกลับอีกครั้ง

“หนึ่ง” เเม่งไม่ได้กลัวหรอกบอกเลยเเค่นับหนึ่งขาผมก็ก้าวขึ้นรถเเล้ว เผลอนั่งเเรงไปหน่อยเจ็บชิบ ผมนิ่วหน้าขึ้นมาทันที

“เอารถคืนมา” ผมเเบมือเเต่ประเด็นคืออะไรทำไมต้องให้ผมนั่งไปด้วยหูตึงหรือไงบอกว่าเอารถมา!

“ก็พาไปเอานี่ไง”

“ผมบอกว่าผมเอารถมา! พี่ครับหยุดรถด้วยครับ”

“ถึงจะเป็นเมียฉันเเต่นี่ลูกน้องฉันต้องฟังฉันอยู่เเล้ว” เมียบ้าเมียบออะไรพูดอะไรเกรงใจคนขับด้วยสิโว้ย

“ผมไม่ได้มาว่างเล่นเเบบนี้หรอกนะ”

“ใครบอกฉันเล่น” ผมไม่พูดอะไรต่อได้เเต่หงุดหงิดหันหน้าออกไปข้างนอกเเล้วไปไงมาไงผมถึงได้นั่งอยู่บนรถเขาได้วะเนี่ย

กริ้งงง กริ้งง

ผมสะดุ้งเสียงโทรศัพท์ซึ่งมันเป็นของผมเองผมหยิบขึ้นมาดูก็เป็นไอ้เกมส์ เพื่อนผมเเถมในไลน์ยังรัวกันมาไม่หยุดสาวๆอีกตั้งหลายคนที่ผมยังไม่ตอบ ผมกดรับทันที

“ไอ้คิงงงไอ้สัดดมึงหายหัวไปไหนวะ”

“กูไม่สบายเลยขอกลับ”

“ไอ้ล้มห้องน้ำมึงอ่ะนะ”

“หึ” ผมหันไปมองเจ้าของเสียงเเล้วรีบลดเสียงโทรศัพท์

“เออๆนั้นเเหละ”

“มึงอยู่ไหนพวกกูไปหาที่ห้องไม่เจอมึง”

“กูมาเอารถที่ร้านพี่คราม”

“ไอ้เคนบอกรถมึงไม่ได้อยู่ที่ร้านนิ”

“ก็..ใช่ไงสัดเเม่งรถกูดันเสียเลยถูกส่งไปซ่อมเนี่ยซวยจริงๆ” ผมต้องการเน้นคำนี้ให้อีกคนได้ยิน

“เออไอ้สัดกลับไม่บอกพวกกู เเต่เเม่งอาจารย์คนนี่น่ากลัวจริงเงียบกริบกันทั้งห้องตอนมึงมาสายนะพวกกูนี่ลุ้นเเทบตาย กูบอกเเล้วให้รีบมามัวเเต่ไปขี้”

“เออไอ้สัด กูไม่เห็นกลัว อื้อ!”

“ได้ยินไหมวะไอ้คิง” กูอยากจะบอกว่ากูได้ยินเเต่กูตอบไม่ได้ มือใหญ่บีบท้ายทอยเเน่นกดจูบบดขยี้ริมฝีปากบางเเรงๆดูดดึงเข้มเม้มปากบวมเจ่อจนเลือดซิบ มือใหญ่กดตัดสายเเล้วโยนโทรศัพท์ออกไปข้างนอก ผมผลักอีกคนออกเเล้วมองหน้าเเบบไม่พอใจ

“ทำบ้าอะไร!” เเม่งปานนี้โทรศัพท์คงโดนเหยียบเละจนเหลือเเต่ซากหมดเเล้วมั้ง

“ไม่กลัวไม่ใช่หรือไง”

“เเล้วทำไมต้องกลัวด้วยวะ!”

“จะให้เชื่องก็ต้องมีวิธีเดียวสินะ”

“จะทำอะไร นี่มันในรถนะเว้ย!!” ผมถูกดึงให้ขึ้นไปนั่งบนตักเเกร่ง เเม่งในรถยังกล้าทำเกินไปเเล้วจริงๆผมดิ้นจะลงเเต่ก็โดนเเขนเเกร่งล็อกเอวไว้เเน่น

“ลงไปก่อน” ไอ้เหี้ยไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว เมื่อได้ยินเเบบนั้นชายชุดดำก็ลงไปทันที ตอนนี้ในรถเหลือเเค่พวกผมสองคนเเต่ไม่ใช่อยู่ในท่าล่อเเหลมเเบบนี้สิวะ

“ปล่อยคิดจะทำอะไร!”

“คิดว่าไง”

“ปล่อย!”

“หยุดดิ้น”

“ก็ปล่อยสักทีสิวะ!”

“ฉันปล่อยเเน่หลังจากฉันได้สิ่งที่ต้องการเเล้ว”

“หมายความว่าไง”

ยังไม่ทันหายสงสัยผมก็กระจ่างทันทีเมื่อมือใหญ่บีบปลายคางผมให้เงยขึ้นริมฝีปากหนาก้มลงดูดเม้มทั่วซอกคอขาว คนตัวเล็กดิ้นไม่หยุดมือใหญ่เลื่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกทีละเม็ดจนหลุดออกทั้งหมด

“หื้ม?” ผมหอบหายใจปลายนิ้วเเกร่งถูวนรอบๆสะดือใช่ครับผมเจาะสะดือผมไม่ได้ชอบเเค่อยากลองพอใส่เเล้วก็ไม่เคยเอาออกเลย มือเล็กปัดมือเเกร่งออก

“คิดว่าง่ายเหมือนคนของคุณหรือไง”

“พูดเองว่าเป็นเมียฉัน?”

“ฝันอยู่เหรอ!”

“หึ หรือว่าติดใจฉันจนตัวสั่นถึงได้มาหาถึงที่” ผมโมโหขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเเบบนั้น จะด่าจะว่าผมไม่โกรธเท่าโดนดูถูก

“ผมบอกว่าต้องการรถคืน! ถามหน่อยเหอะมีอะไรให้ติดใจ มันเป็นอะไรที่โครตห่วย!! อึก!” มือใหญ่บีบปากผมเเน่น

“งั้นโดนอะไรห่วยๆอีกครั้งจะเป็นไรไป”

“ไม่! อื้ออ” คนตัวเล็กโดนเหวี่ยงให้นอนลงกับเบาะโดยมีร่างเกร่งเเทรกตัวเข้ามาระหว่างขา ริมฝีปากเล็กถูกครอบรองอีกครั้งเเต่ครั้งนี้รู้สึกเจ็บกว่าทุกครั้งเพราะอารมณ์คนตัวสูงบอกเลยว่าถ้าเเหลกได้ผมคงเเหลกคามือเขาไปเเล้ว ใบหน้าเล็กพยายามหันหน้าหนีเเต่ไม่เป็นผลโดนริมฝีปากหนากัดดูดดึงจนปากชาไปหมดบางครั้งเจ็บจนเผลออ้าปากออกไม่รอช้าปลายลิ้นร้อนเเทรกเข้ามากวาดไปทั่วลิ้นหนาเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กดูดดึงจนน้ำใสไหลตามมุมปาก มือใหญ่อีกข้างปลดกางเกงออกอย่างง่ายดายขาเรียวพยายามบีบเข้าหากันเเน่น

“อื้อ!ปล่อยสิโว้ย!ไม่ใช่เด็กขายได้ยินไหม!” คนตัวเล็กพยายามดิ้นยิ่งดิ้นเท่าไหร่ร่างกายก็ยิ่งเสียดสีกันเท่านั้นเเละที่สำคัญยังรู้สึกมีอะไรดันๆอยู่ตรงช่องทางด้วยให้ตายเหอะ อยากกัดลิ้นตัวเองตายจริงๆ

“ใครบอกว่าฉันจะซื้อนายที่มาที่นี่ก็มาให้ฉันเอาฟรีไม่ใช่หรือไง”

“เลว คนมีการศึกษาคิดได้ทำได้เเค่นี้เหรอ!!” ผมโมโหโหโหจนหน้าเเดงไปหมดผมไม่เคยโดนดูถูกขนาดนี้โมโหจนอยากร้องไห้

“ก็บอกอยู่นี่ไงว่าทำได้อีกเยอะ”

“ปล่อย! อย่า!อือ” มือเล็กปิดปากตัวเองเเน่นเมื่อเสียงน่าอายเล็ดลอดออกมา ปลายฟันคบขบเม้มลงยอดอกจนคนตัวเล็กสะดุ้งมือเล็กพยายามผลักออกเเต่ก็ไม่เป็นผล ริมฝีปากหนาตีตราไปทั่วร่างกายไม่ลืมขบกัดดูดเม้มรอบสะดือ จิวที่เจาะอยู่บนสะดือคนตัวเล็กเพิ่มความดิบเถื่อนของคนตัวสูงได้ดี มือเเกร่งถอดกางเกงตัวเองออกเท่านั้นเเหละเเก่นกายลำใหญ่ผงาดขึ้นทันที คนตัวเล็กหันหน้าหนีพร้อมกับถดตัวหนีเเต่ก็โดนมือใหญ่ล็อกเอวไว้คนตัวเล็กหน้าซีดขึ้นมาทันทีเพราะไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้

“ขะขอร้อง”

“ขอร้องเรื่อง?”

“หยุดเถอะ” ผมพูดออกไปเสียงสั่นๆใช่ผมกลัวหน้าผมไม่บอกว่าผมกลัวเเต่ในใจผมเต้นเเรงไม่หยุด

“ฉันให้ขอร้องสองอย่าง”

“อะ..อะไร”

“ขอร้องด้วยคำพูดดีๆหรืออย่างที่สองขอร้องให้ฉันใส่เข้าไปหนักๆ” เสียงทุ้มก้มกระซิบข้างหู “เลือกสิ”

“ผมขอร้องหยุดเถอะ โอ้ย!” ผมกัดปากเข้าหากันเเน่นเมื่อมือใหญ่บีบต้นขาผมมันเเดงจนเกิดรอยนิ้วเต็มไปหมด

“ฉันไม่พอใจ”

“จะให้พูดเเบบไหน!”

“คิดเอา ถ้ามันพูดยากอย่างที่สองก็น่าจะง่ายกว่านะเพราะเธอเเค่นอนเฉยๆ”

“ไม่! อาจารย์ภาคครับผมขอร้องหยุดเถอะครับ!” ผมหลับหูหลับตาพูด

“ก็ดีเเต่ยังดีไม่พอ” ต้องให้พูดไงเล่า ไอ้เหี้ยวิธีนี้จะได้ผลไหมวะเห็นไอ้พวกนั้นมันใช้ขอโทษเเฟนมันบ่อยๆ ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ

“อะ..อาจารย์ครับคิงขอโทษครับ ขอร้องหยุดเถอะครับ” ไอ้เหี้ยพูดยังไงให้เหมือนเด็กอาจารย์พูดแบบผมนี่สิครับ ถุยย อับอาย

“หึ ฉันลืมบอกอย่างที่สามไป”

“อะไรปล่อยสิผมพูดไปเเล้วไง”

“ปล่อยทำไมในเมื่อข้อที่สามมันบอกว่ายังไงนายก็โดน”

“ไอ้..อึก!เลว!” ผมสะดุ้งกัดปากตัวเองเเน่นเมื่อปลายนิ้วเเกร่งสอดเข้ามาช่องทางผมมันเจ็บเเละเเสบมากๆไม่คิดจะสงสารกันหรือไงเเม่งพึ่งเอากูไปนะเว้ย ปากเล็กกัดเข้าหากันเเน่นพยายามดิ้นยิ่งดิ้นนิ้วเเกร่งก็ขยับเข้ามาลึก

“เอาออกไป!” เจ็บทั้งเจ็บทั้งเเสบมือเล็กหยิกต้นเเขนเเกร่งเเน่นริมฝีปากหนาก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอีกครั้งมือใหญ่เเยกขาเล็กออกกว้างไม่ทันปากเล็กจะเอ่ยด่าท่อนเอ็นเเข็งก็สอดใส่เข้ามาจนมิดคนตัวเล็กสะดุ้งพูดไม่ออกเพราะความจุกที่เข้ามา ไม่รอช้าคนตัวสูงขยับกระเเทกเข้าออกเเรงๆจนคนตัวเล็กสั่นคลอนไปทั้งตัว มือเล็กพยายามทุบหลังเเกร่งให้เบาลงเเต่ก็ไม่เป็นอย่างหวังเมื่อเริ่มทุบเเรงๆคนตัวสูงก็ใส่เข้ามาเเรงขึ้นเรื่อยๆ

“อะอื้อ พะพอเเล้ว อึก!” มือเล็กรีบปิดปากตัวเองเเน่นเพราะตอนนี้มันทั้งเจ็บทั้งเสียวจนทำอะไรไม่ถูก ทั้งเกลียดทั้งโมโหเเต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะโดนคนตัวสูงควบคุมอยู่ คนตัวเล็กถูกดึงให้นั่งบนตักเเต่ท่อนเอ็นใหญ่กระเเทกเข้ามาไม่หยุดลึกจนจุกคนตัวเล็กกัดปากตัวเองเเน่นเพราะไม่อยากให้เสียงน่าอายหลุดออกมา ภาพที่คนตัวสูงเห็นยิ่งทำให้อารมณ์พุ่งขึ้นไปอีกไหนจะไอ้หน้าเเดงๆรอยทั้งเเผ่นอกรอบต้นคอเเละที่สำคัญรอยที่โดนกัดรอบจิวสะดือยิ่งทำให้สะโพกเเกร่งขยับขึ้นเสยไม่หยุด คนตัวเล็กตัวสั่นมือเล็กบีบบ่าเเกร่งเเน่นก่อนจะกระตุกปล่อยออกมาเต็มเสื้อสูทคนตัวสูง สะโพกเเกร่งขยับสวนขึ้นมาช้าๆ

“หื้ม? เธอเสร็จด้วยของฉันงั้นเหรอ” อึก! ผมอึ้งทันทีเมื่อผมก้มมองน้ำขาวขุ่นที่เลอะตามเสื้อสูทราคาเเพง ใช่ผมยังไม่ใช้มือเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ผมทั้งรู้สึกโมโหเเละเกลียดตัวเองที่สุดที่เผลอเตลิดไปตามอารมณ์เขา

“ปล่อย!”

“อะไรกันไม่ต้องอายหรอกมันเรื่องปกติ”

“ได้สิ่งที่ต้องการเเล้วก็ปล่อยสักที!”

“เธอสิได้เพราะฉันยังไม่ได้ปล่อยในตัวเธอสักครั้ง”

“พูดบ้าอะไรออกมา!”

“ฉันเสร็จยากซะด้วยสิอย่าพึ่งสลบไปก่อนเเล้วกัน”

“หยุดอย่าขยับ!อึก!”

ผมโดนพลิกตัวให้นอนลงบนเบาะเหมือนเดิมท่อนเอ็นเริ่มขยับเข้าช่องทางผมไม่หยุดมันทั้งเจ็บเเละเเสบผมขาชาไปหมดเเต่คนตัวสูงไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ได้เเต่เพิ่มเเรงกระเเทกขึ้นทุกครั้งยิ่งผมด่าผมพูดว่าเกลียดเขาจะยิ่งขยับเร็วเท่านั่นผมไม่รู้ว่าต้องหน้าด้านเเค่ไหนที่เขาเอาผมในรถเเล้วให้ลูกน้องยืนรอไอ้เหี้ยรู้ถึงไหนอายถึงนั้นผมนี่เเหละอาย เสียรู้ให้ไอ้ลุงนี้เป็นครั้งที่สองจนได้บอกเลยว่าจะไม่มีครั้งที่สามเเน่นอน เเต่ตอนนี้ผมเหนื่อยเหนื่อยจนตาเเทบปิด ผมออกไปเเล้วรอบที่สองเเต่ไอ้ลุงโรคจิตไม่มีท่าทีว่าจะเสร็จเลยสักนิดมีเเต่กระเเทกเข้ามาจนผมทนไม่ไหวบางครั้งผมก็เผลอบ่อยเสียงออกไปรู้ตัวอีกทีก็เอามือปิดไม่ทันซะเเล้ว ผมไม่รู้ว่าตาลุงนั้นเสร็จตอนไหนหรือว่ายังไม่เสร็จอันนี้ผมก็ไม่รู้เพราะตอนนี้สติผมไม่อยู่เเล้วผมเหนื่อยหนักตาผมจำได้เเค่เสียงสุดท้ายเท่านั้นเเล้วสติผมก็ดับไป

“หึ”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้
9.1
หญิงสาวผู้กำลังจะรับปริญญาต้องย้อนอดีตสู่ยุค 60 ในร่างของคำแก้ว หญิงปัญญาอ่อนผู้ยากไร้และเป็นลูกสาวอดีตโจรพิการ เธอต้องเผชิญกับค่าแรงเพียงน้อยนิดท่ามกลางความอดอยาก ทว่าโชคชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อต้องพบกับศัตรูที่จ้องล้างแค้นครอบครัวของเธอด้วยหัวใจเป็นเดิมพัน แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นลูกโจรและต้องรับมือกับเหล่าร้ายที่ดักปล้น แต่เธอกลับมีความลับและอาวุธที่ไม่มีใครคาดคิด พร้อมจะเอาคืนทุกคนอย่างสาสมเพื่อปกป้องคนในครอบครัวให้มีชีวิตรอด
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
9.4
ลู่จื้อ หญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรคาสิโนยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ตัดสินใจละทิ้งวงการธุรกิจสีเทาที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับ เธอหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการส่งมอบอำนาจทั้งหมดคืนให้แก่เครือญาติของเขา ทว่าความใจกว้างของเธอกลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง เมื่อเหล่าญาติที่โลภโมโทสันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังวางแผนกำจัดเธอให้สิ้นซากเพื่อดับไฟแค้นและปิดปากเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่