
ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว
ตอน 3
“ฮวาเหม่ยหลิง! ทำไมเธอซื้อของหวานกลับมาอีกแล้ว?”
เสียงทุ้มของเจียงอวิ่นเสียนดังขึ้นทันทีที่ภรรยากลับมาถึงบ้าน พร้อมกับถุงใส่ขนมถั่วแดงนึ่งที่เธอซื้อจากแผงลอยหน้าโรงเรียนภาคค่ำ
มันเป็นขนมที่บ้านของคนในโรงเรียนเอาไปขายในตลาดแล้วขายไม่หมด จึงเอามาวางขายให้คนในหมู่บ้านและคนที่มาเรียน นักเรียนที่มาเรียนเป็นบ้านที่พอมีเงินอยู่แล้วเลยขายได้
เธอชะงักมองสามีด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายปนระแวง “ฉันหิว แล้วมันก็แค่นิดเดียวเอง”
เพราะวันนี้กินข้าวเร็วกว่าเดิมทำให้หิว ระหว่างพักจึงไปซื้อและคิดว่าจะกินให้หมด แต่มันหมดเวลาพักก่อนทำให้เธอต้องเอากลับมาด้วย ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าสามีของเธอจะได้บ่น
เจียงอวิ่นเสียนวางหนังสือลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนลุกขึ้นตรงมาหา
“วันนี้ฉันเห็นเธอกินข้าวน้อย แล้วแอบซื้อขนมหวานกลับบ้าน ทั้งที่มันไม่มีประโยชน์อะไร ไม่เหมือนข้าวที่มีประโยชน์!”
“ฉันอยากกินอะไรมันก็เรื่องของฉัน! อีกอย่างเงินนี่ก็เป็นเงินของฉัน!” เหม่ยหลิงตะโกนกลับ ใบหน้าขึ้นสีเพราะความโกรธ
สามีของเธอไม่ได้ให้เงินใช้เพราะข้าวกินที่บ้าน อีกทั้งเวลาไปเรียนมันเป็นโรงเรียนตอนเย็นไม่มีอะไรให้ซื้อ เงินที่มีคือเงินที่เธอเอามาจากบ้านไว้ใช้ในเรื่องจำเป็น ซึ่งเป็นเงินสินสอดที่ทางบ้านแบ่งให้
เงียบ มีเพียงความเงียบเป็นเสียงที่ตอบกลับ เจียงอวิ่นเสียนยืนเงียบ ดวงตานิ่งเฉยของเขาที่มองมาทำให้เธอหัวใจเต้นแรงอย่างแปลกประหลาด
“...”
หลังจากเขาไม่พูด ฮวาเหม่ยหลิงกลับรู้สึกประหลาดใจแทน “ไม่ดุแล้วเหรอ? ไม่ต่อว่าอะไรอีกแล้วใช่ไหม”
เจียงอวิ่นเสียนเดินไปหยิบกระป๋องคูปองอาหารที่วางอยู่บนชั้นไม้เก่า แล้วหยิบถุงขนมจากมือเธอไป
“ถ้าเธอดื้อ ฉันคงต้องยึดคูปองไว้ก่อน”
ฮวาเหม่ยหลิงอ้าปากค้าง “คุณกล้าเหรอ!”
“ลองดูสิ ว่าฉันกล้าหรือไม่” เจียงอวิ่นเสียนยิ้มบาง ๆ เหมือนไม่ใช่คนโมโหก่อนหน้านี้
เธออยากจะเถียง แต่ปากกลับพูดไม่ออก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะหัวใจดวงน้อยที่เต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล
สี่โมงเย็นของวันต่อไปเป็นวันที่เจียงอวิ่นเสียนไม่ได้ไปส่งภรรยา แต่ฮวาเหม่ยหลิงเดินไปที่โรงเรียนภาคค่ำเอง บรรยาศกาศในหมู่บ้านของสามีดูสงบสุขดี ไม่เหมือนในหมู่บ้านตระกูลฮวา อาจเป็นเพราะที่นั่นส่วนใหญ่เป็นคนตระกูลฮวา เป็นญาติกันจึงสนิทกัน ไม่เหมือนที่นี่ไม่คุ้นชินและส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านที่คนนอกมาเช่า
ยกตัวอย่างของบ้านสามีที่ตอนแรกเขาเช่าที่ดินสร้างบ้าน ไป ๆ มา ๆ พอประจำการที่นี่ก็ซื้อไปเลย แม้บ้านจะหลังเล็กแต่ก็น่าอยู่
ฮวาเหม่ยหลิงเดินผ่านกลุ่มเพื่อนบ้านที่นั่งล้อมวงกันนินทาคนอื่นอย่างไม่ตั้งใจ และไม่คิดว่าคนที่พวกเขากำลังนินทาจะเป็นตัวเอง
“ภรรยาของทหารท้ายหมู่บ้านของเราที่เพิ่งแต่งเข้ามา ฉันได้ยินว่าสามีต้องลากไปเรียนหนังสือทุกวันเลย” หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
ก่อนหน้านี้นางอยากได้ทหารคนนี้เป็นหลานเขยแต่อีกฝ่ายไม่ชอบหลานสาวของนาง รู้ตัวอีกทีก็แต่งภรรยาเข้าบ้านแล้ว
“ฉันเห็นกับตาว่าเขาตื่นมาทำอาหารตั้งแต่เช้าก่อนออกไปทำงาน ตอนเย็นยังกลับมาทำอาหารให้ภรรยาอีก ผู้หญิงที่เป็นภาระสามีขนาดนี้ใช้ไม่ได้จริง ๆ”
“ฮึ ผู้ชายหน้าตาดีแบบนั้นก็คงไม่อยากได้ภรรยาขี้เกียจหรอกนะ”
แต่ไม่รู้ทำไมเจียงอวิ่นเสียงถึงได้คว้าเอาผู้หญิงคนนั้นไปเป็นภรรยา สู้หลานสาวของนางที่ทำงานในบ้าน งานนอกบ้านได้แบบไม่ตกบกพร่องก็ไม่ได้
ฮวาเหม่ยหลิงขบฟันแน่น หูแดงระเรื่อ ความอายตีขึ้นใบหน้าอย่างรุนแรง มันเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ด้วยซ้ำ มีบ้านไหนด้วยเหรอที่สามีทำอาหารให้ภรรยากิน ไหนจะส่งภรรยาเรียน ส่วนตัวเองทำงานหลังขดหลังแข็ง จะมีใครอีกถ้าไม่ใช่เจียงอวิ่นเสียนสามีของเธอเอง
เธอเดินปึงปังเข้าโรงเรียนแบบไม่ทักใคร ไม่สนว่าซูเสวี่ยอิงจะพาคนอื่นมาแนะนำให้รู้จัก ใบหน้าของเธอบูดบึ้งไม่มีใครเข้าหน้าติด กระทั่งครูลู่ยังมองลูกศิษย์อย่างงุนงง
“เฮ้ เหม่ยหลิงเธอเป็นอะไรน่ะ ไม่เขียนเหรอ?” ซูเสวี่ยอิงเอ่ยทัก
สมุดที่ครูลู่แจกมาว่างเปล่า ฮวาเหม่ยหลิงมองไปข้างหน้านิ่ง ๆ ไม่พูดไม่จา ไม่ตอบกลับ และไม่แม้จะเขียนตามกระดาน
เพื่อนที่นั่งข้างซูเสวี่ยอิงกระซิบถาม “หล่อนเป็นอะไร”
ซูเสวี่ยอิงส่ายหน้าเบา ๆ มือขางซ้ายเคาะโต๊ะไปหนึ่งที “เหม่ยหลิงคงมีเรื่องที่ไม่อยากพูดน่ะ เธอเขียนงานของเธอไปเถอะ”
ใบหน้าของฮวาเหม่ยหลิงทำให้คนหันมามองเป็นระยะ ทั้งสงสัย และกลัวว่าเธอจะระเบิดอารมณ์ออกไป ยิ่งขยับตัวทีซูเสวี่ยอิงสะดุ้งที
กว่าจะหมดเวลาเรียนเป็นเวลาสามทุ่ม ฮวาเหม่ยหลิงคว้ากระเป๋าผ้าแล้วเดินออกจากโรงเรียนไป ไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนในโรงเรียนตะโกนเรียก
“เหม่ยหลิง!”
กลับมาถึงบ้านฮวาเหม่ยหลิงไม่เข้าครัว ไม่แตะอาหารเย็นที่สามีทำเอาไว้ให้ เธอทำเพียงแค่ทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ไม้เก่าหน้าบ้าน ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ประมาณห้าทุ่มเจียงอวิ่นเสียนกลับมาถึงบ้าน เขานำของไปเก็บไว้ตรงจุดที่ต้องเก็บ ก่อนชะงักที่เห็นภรรยานั่งอยู่หน้าบ้านท่ามกลางจันทร์ที่ส่องให้เห็น
เจียงอวิ่นมองภรรยาที่นั่งเหม่อหลังเห็นว่าอาหารเย็นบนโต๊ะยังเหมือนเดิม “เป็นอะไร?”
“ไม่มีอะไร…” ฮวาเหม่ยหลิงส่ายหน้า
“ใครทำให้เธอร้องไห้?”
“คุณต่างหาก! คนอื่นเขานินทาว่าฉันเป็นภรรยาขี้เกียจ ต้องให้สามีลากไปเรียน!” เสียงสะอื้นของเธอหลุดออกมาทั้งที่พยายามฝืนไว้
เจียงอวิ่นเสียนค่อย ๆ เดินเข้ามา แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าภรรยา “เหม่ยหลิง เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงอยากให้เธอเรียน?”
ฮวาเหม่ยหลิงสบตาสามีทั้งน้ำตา
“ไม่ใช่เพราะฉันอยากให้เธอฉลาด หรือเป็นใครที่ยิ่งใหญ่” เขาเว้นคำแล้วกล่าวต่อ “แต่เพราะฉันอยากให้เธอเห็นว่าชีวิตของเธอมีค่าขนาดไหน”
เธอน้ำตาคลอ ใจหนึ่งยังดื้อรั้น แต่ใจอีกครึ่งกลับสั่นไหว “ฉัน ฉันไม่อยากให้คุณเหนื่อยเพราะฉัน”
เขายิ้มเล็กน้อย “ฉันเหนื่อยเพราะฉันห่วง ไม่ใช่เพราะเธอดื้อ”
ฮวาเหม่ยหลิงนั่งเงียบ สามีกับเธออายุห่างกันหลายปี ในขณะที่เธอเหมือนเด็กสาวเขากลับทำตัวเป็นผู้ใหญ่เหมือนญาติคนหนึ่ง
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันต่อ ฮวาเหม่ยหลิงถูกไล่ให้ไปกินข้าวเพราะไม่ได้กินข้าวมื้อเย็น กว่าจะเสร็จสามีไปอาบน้ำ ทำให้จานที่ปกติสามีเป็นคนทำความสะอาดเธอต้องไปจัดการเอง
ระหว่างล้างจาน จู่ ๆ ความคิดของเธอกลับนึกถึงคำพูดมากมายของสามี แม้เขาจะดูเหมือนบังคับเธอทุกอย่างแต่ดู ๆ แล้ว มันมีประโยชน์สำหรับเธอไม่ใช่เหรอ
แม้จะปากแข็งแต่หัวใจก็เริ่มยอมแพ้ให้กับน้ำเสียงทุ้มของสามี
“ทำอะไร”
ฮวาเหม่ยหลิงหันไปมองตามทิศของเสียงที่ได้ยิน เป็นสามีของเธอเดินเข้ามาในห้องพร้อมใช้ผ้าเช็ดผมไปด้วย เธอเลยยกสมุดที่เอากลับจากโรงเรียน
“การบ้านที่ครูลู่สั่งเอาไว้ค่ะ”
“อืม ได้ยินว่าก่อนหน้านี้มีการบ้านทุกวัน แต่เธอไม่เคยทำไปส่ง” เขาว่าด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
เธอยักไหล่ “ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้สนใจแล้วก็กลับบ้านก่อนทุกคนด้วย ไม่รู้ว่ามีการบ้านก็ไม่แปลกไหม แต่วันนี้ฉันกำลังทำแล้วไง”
จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากทำหรอก แต่คำพูดของสามีวนเวียนอยู๋ในหัว การเรียนหนังสือเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลาย ๆ คนทำ มันเป็นการยกระดับความรู้ คนที่อ่านหนังสือออกกลายเป็นคนที่ใคร ๆ ก็ต้องการ
สักวันหนึ่งถ้าเกิดเธอกับสามีต้องแยกทางกันขึ้นมา ฮวาเหม่ยหลิงต้องหาทางรอดให้ตัวเอง หลังจากได้ความรู้ต่อจากนี้คงเป็นเรื่องงาน
เจียงอวิ่นเสียนยกยิ้มมุมปาก “เธอเข้าใจไหม”
ฮวาเหม่ยหลิงส่ายหน้า “ครูลู่บอกให้เขียนตามที่มีในหนังสือ”
“เอามาดูสิ”
คนเป็นสามีหยิบหนังสือไปอ่านเพียงแค่กวาดสายตามองเขาก็จดจำเรื่องราวได้ ฮวาเหม่ยหลิงมองสามีของเธออย่างเลื่อนลอยพร้อมคำถามในใจ
ทำไมวันนี้สามีของเธอดูดีจัง?
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/4a6776845001834806831275729/OH5XPzRN5YUA.webp!15491.webp)



