หน้าปกนวนิยาย เหยื่อในกับดักบงการใจ

เหยื่อในกับดักบงการใจ

9.7 / 10.0
ตำรวจหญิงที่หวังทลายแก๊งนรกในนิยาย modern เรื่อง เหยื่อในกับดักบงการใจ กลับถูกซ้อนแผนจนกลายเป็นเหยื่อในโกดังค้ามนุษย์ เมื่อพชรบอสใหญ่ผู้กุมความลับแสร้งปั่นหัวเธอให้จนมุม การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดท่ามกลางปริศนาใน mystery story เล่มนี้จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดอ่านไม่ได้ใน read novels online ไม่ได้
เรื่องย่อ เหยื่อในกับดักบงการใจ
เพื่อทลายแก๊งนรก ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเป็นเหยื่อให้คนร้ายลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐานสำคัญ แต่แผนการจับกุมกลับพลิกผัน เมื่อฉันถูกสวมถุงดำคลุมหัวและตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ความจริงสุดสยองปรากฏว่าอาชญากรที่ฉันจับเป็นเพียงตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่หลังม่านคอยเฝ้าดูความทรมานของฉันด้วยความบันเทิง เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้ตัวตนจริง แม้ถูกมีดจ่อคอเขากลับกระซิบอย่างบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงเดินลงนรกที่เขาสร้างขึ้นนั้นเร้าใจกว่าสิ่งใด
อ่านเพิ่มเติม

เหยื่อในกับดักบงการใจ ตอนที่ 1

เพื่อลากคอแก๊งนรกเข้าตาราง ฉันยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมกัดฟันปล่อยให้ไอ้โรคจิตลูบไล้ต้นขาและล้วงมือเข้ามาใต้กระโปรงบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน

ฉันคิดว่าตัวเองเป็น 'ผู้ล่า' ที่กำลังต้อนแกะเข้ากรง แต่ทันทีที่สับกุญแจมือคนร้าย โลกทั้งใบกลับมืดดับลงพร้อมกับถุงดำที่คลุมหัว

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ฉันถึงได้รู้ความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน

ไอ้โง่ที่ฉันจับเป็นแค่เหยื่อล่อ ส่วนบอสใหญ่ตัวจริงคือ 'พชร' ชายหนุ่มมาดดีที่ยืนมองฉันถูกย่ำยีมาตลอดโดยไม่คิดจะช่วย

เขารู้อยู่เต็มอกว่าฉันเป็นตำรวจ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อสนุกกับการปั่นหัวฉันเล่น

วินาทีที่ฉันฉวยโอกาสเอามีดจ่อคอหอยเขา เขากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังยื่นหน้าเข้ามากระซิบด้วยแววตาโรคจิต

"รู้ไหม... การได้มองตำรวจหญิงผู้มั่นใจ ค่อยๆ เดินลงนรกที่ฉันสร้างไว้ มันเร้าใจยิ่งกว่าตอนเห็นเธอถูกลวนลามซะอีก"

บทที่ 1

สารวัตรรวิ (เมีย) POV

มือหยาบกร้านลูบไล้ขึ้นมาตามต้นขาของฉัน สัมผัสเย็นเยือกที่กระตุ้นให้เส้นขนทั่วร่างลุกชัน ความรู้สึกตกใจปะทะเข้ากับฉันอย่างจังจนลมหายใจสะดุด ความหวาดกลัวที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ฉันรู้สึกเหมือนถูกย่ำยี ทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉันพยายามจะขยับตัวออกห่าง แต่กลับไม่รู้ว่าคนที่กำลังลวนลามฉันอยู่คือใคร ความรู้สึกไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา ความวิตกกังวลทำให้หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ฉันตัวสั่นเทาไปหมดราวกับใบไม้ที่ถูกลมพายุพัดแรงๆ

เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างหู "อย่าร้องนะคนสวย ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคม" คำขู่นั้นเย็นชาจนฉันรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ความสิ้นหวังกัดกินจิตใจฉันอย่างโหดร้าย และลางร้ายที่น่ากลัวก็ฉายชัดขึ้นมาในสมอง

อากาศในรถเมล์ร้อนอบอ้าวและชื้นราวกับป่าดงดิบ มันทำให้ฉันอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมและซอกคอ

ฉันเพิ่งจะขึ้นรถเมล์มาทั้งที่เสื้อผ้ายังเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนที่เพิ่งจะซาไปเมื่อไม่นานมานี้ ความเหนอะหนะของเสื้อผ้าที่ติดผิวทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่แรก

กลิ่นอับของเหงื่อไคลผสมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ลอยอบอวลไปทั่วรถเมล์ ฉันยืนเบียดเสียดอยู่ตรงกลางรถ โดยมีผู้คนรายล้อมจนแทบไม่มีพื้นที่ส่วนตัว

บางครั้งหยดน้ำฝนที่กระเซ็นเข้ามาทางหน้าต่างก็ทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบไปชั่วขณะ มันเป็นความรู้สึกผ่อนคลายเพียงชั่วครู่ก่อนที่ความอึดอัดจะกลับมาอีกครั้ง

ฉันพยายามปรับท่าทางเพื่อให้เสื้อผ้าที่เปียกชื้นไม่แนบเนื้อจนเกินไป ความหงุดหงิดแล่นขึ้นมาเล็กน้อยกับความไม่สบายตัวนี้

สายตาของฉันกวาดมองไปรอบๆ รถเมล์อย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงการสัมผัสที่แปลกประหลาด มันเบาบางจนเกือบจะคิดว่าตัวเองคิดไปเอง

ฉันก้มลงมองทันทีที่รู้สึกถึงสัมผัส ซึ่งก็พบว่าเป็นเพียงกระเป๋าถือของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พยายามบอกตัวเองว่าฉันคงจะคิดมากไปเอง

ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เส้นผมที่ยังเปียกชื้นหยดน้ำลงมาที่หน้าผาก ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายตัวอยู่ตลอดเวลา

รถเมล์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ผู้คนยังคงเบียดเสียดกันแน่น ฉันรู้สึกหงุดหงิดกับพื้นที่ที่จำกัด และพยายามขยับตัวถอยหลังให้มีช่องว่างมากขึ้น

แต่การถอยหลังของฉันกลับทำให้เท้าไปเหยียบรองเท้าหนังของใครบางคนเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

ฉันยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็รีบเอ่ยคำขอโทษทันทีด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุด

ทันใดนั้นรถเมล์ก็เบรกกะทันหันอย่างแรงจนตัวฉันเซไปข้างหน้า

ร่างกายของฉันถูกแรงเหวี่ยงเหวี่ยงไปชนกับประตูรถเมล์อย่างแรง จนรู้สึกเจ็บไปหมด

ขณะที่ฉันกำลังจะทรงตัวให้มั่นคงอีกครั้ง มืออุ่นๆ ข้างหนึ่งก็สัมผัสเข้าที่ต้นขาของฉันอย่างจัง ความตกใจแล่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจ

ฉันหันขวับไปมองทันที แต่กลับไม่เห็นมีใครที่น่าสงสัย ผู้คนรอบข้างยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับโลกส่วนตัวของตัวเอง

ฉันพบว่าด้านหลังของฉันมีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เท่านั้น ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ทำให้ฉันเข้าใจผิดว่าปลอดภัยแล้ว

แต่สัมผัสที่ต้นขายังคงอยู่ มือที่หยาบกร้านยังคงลูบไล้ขึ้นลงอย่างช้าๆ จนฉันรู้สึกคันยุบยิบ ความรู้สึกขยะแขยงและความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

หัวใจของฉันเต้นรัวเร็วขึ้นราวกับกลองรบ สัมผัสที่ต้นขาเริ่มรุนแรงขึ้น และฉันก็เริ่มตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง ความหวาดกลัวที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทำให้ร่างกายของฉันเริ่มแข็งทื่อ

ฉันรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกลวนลามบนรถเมล์สาธารณะ ความรู้สึกช็อกทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉันได้ ความโกรธปะทุขึ้นมาในใจอย่างรุนแรง

ฉันพยายามจะปัดมือของอีกฝ่ายออกไป แต่กลับถูกผลักให้แผ่นหลังแนบติดกับประตูรถเมล์อย่างแน่นหนา ฉันรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ข้างหูทำให้ฉันขนลุกซู่ ความรู้สึกขยะแขยงปะปนกับความกลัว ทำให้ท้องของฉันปั่นป่วนไปหมด

"หยุดนะ" ฉันพยายามพูดออกไป แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน

ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ มือของเขาก็สอดเข้ามาใต้กระโปรงของฉันอย่างรวดเร็ว ความตกใจทำให้ฉันตัวแข็งทื่ออีกครั้ง ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจฉันอย่างสมบูรณ์

ฉันพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ถูกมือใหญ่ปิดปากไว้อย่างรวดเร็ว ความตื่นตระหนกทำให้ฉันหายใจไม่ออก

นิ้วของเขากดลงบนริมฝีปากและลิ้นของฉันอย่างแรง ความรู้สึกขยะแขยงทำให้ฉันอยากอาเจียน ฉันรู้สึกไร้ค่าและไร้อำนาจอย่างที่สุด

ฉันไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ชัดเจน มีเพียงเสียงอู้อี้ที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ ความผิดหวังและความสิ้นหวังกัดกินหัวใจฉันอย่างช้าๆ

ฉันมองไม่เห็นหน้าของคนที่กำลังลวนลามฉันอยู่ ทำให้ความกลัวยิ่งทวีคูณ ฉันพยายามมองหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

ร่างกายของฉันสั่นเทิ้มไปหมดด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง ความตกใจทำให้ฉันแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

น้ำตาแห่งความอับอายไหลอาบแก้มอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ร่างกายยังคงสั่นเทาไม่หยุด ฉันปรารถนาให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด

ในใจของฉันเต็มไปด้วยความสับสน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉันได้

สายตาของฉันกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างรถเมล์ ผู้คนที่เดินอยู่บนถนนดูเหมือนจะจ้องมองมาที่ฉันอย่างตัดสิน ฉันรู้สึกอับอายราวกับถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชน

ขาของฉันสั่นจนแทบจะยืนไม่ไหว ความอับอายที่รุนแรงทำให้ฉันอยากจะหลบซ่อนตัวจากสายตาของทุกคน

ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ มันเหมือนฝันร้ายที่กลายเป็นจริง และความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตของฉันก็ถูกทำลายลงในพริบตา

ทันใดนั้นสายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากฉัน พริบตาหนึ่งฉันรู้สึกถึงความหวัง

ฉันพยายามใช้สายตาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เขากลับผิวปากอย่างไม่สนใจ แล้วหันหน้าหนีไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกถูกหักหลังและความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง

ผู้โดยสารทุกคนในรถเมล์ต่างถอยห่างจากฉันไปหนึ่งก้าว ราวกับว่าฉันเป็นตัวประหลาดที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้ง

ฉันรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างพิจารณา ราวกับว่าพวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ความอับอายทำให้ฉันอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้

ฉันส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง ความรู้สึกไร้ที่พึ่งทำให้ฉันยอมจำนนต่อสถานการณ์

"ฉันจะทำตามทุกอย่างที่นายต้องการ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ" ฉันเอ่ยเสียงเบาอย่างสิ้นหวัง มันเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิตใจที่แตกร้าว

ทันทีที่ฉันพูดจบ รถเมล์ก็ชะลอความเร็วลงและค่อยๆ จอดสนิท

ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่น่ากลัว

ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับว่าวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว

เสียงของผู้โดยสารที่อยู่ด้านหลังเร่งให้ฉันลงจากรถ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำซ้ำเติม

จิตใจของฉันว่างเปล่า เสียงหึ่งๆ ยังคงดังก้องอยู่ในหู คำขู่ของเขาที่กระซิบข้างหูก่อนจากไปยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง

"อย่าลืมนะคนสวย ถ้าไม่อยากให้รูปเธอว่อนเน็ต พรุ่งนี้ฉันจะรอเธออยู่ที่เดิม" คำขู่นั้นยิ่งทำให้ความสิ้นหวังของฉันลึกซึ้งขึ้น มันเป็นคำขู่ที่ทำให้ฉันรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ

อ่านต่อ

สารบัญ เหยื่อในกับดักบงการใจ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ยิ่งกว่าหลงคุณ
8.2
เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนจบลงด้วยความพยายามที่จะเดินจากไปของหญิงสาว เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อฝ่ายชายอย่างพี่ไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ เขาตัดสินใจทวงถามความรับผิดชอบจากหนูชื่นด้วยประโยคที่ทำเอาคนฟังต้องอึ้งว่าเธอจะฟันแล้วทิ้งเขาไปเฉยๆ ไม่ได้ เพราะเขารู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายเสียหายในเหตุการณ์นี้ บทสรุปความรักที่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายและการเรียกร้องสิทธิ์ของหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายโรแมนติกเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย กลรัก เกมปรารถนา
9.2
กานต์มาดา นักเขียนสาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจใช้เสน่ห์ล่อลวง อัลฟอนโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มพ่อลูกอ่อนชาวสเปน เพื่อเก็บข้อมูลมาแต่งนิยายเรื่องใหม่ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์เริ่มถลำลึกเกินควบคุม เธอจึงพยายามตัดจบเกมนี้ลง แต่มีหรือที่ผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาจะยอมถูกหลอกใช้หัวใจฟรีๆ อัลฟอนโซ่จึงเริ่มเดินเกมรุกเพื่อสั่งสอนบทเรียนให้เธอรู้ซึ้งถึงผลของการล้อเล่นกับความรู้สึก ท่ามกลางการเอาคืนที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา สุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะในกลรักที่ผูกมัดใจทั้งคู่ไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย ยาโอเมก้าที่อัลฟ่าไม่ต้องการ
9.4
ตลอดสามปี ฉันคือยาลับที่คอยบรรเทาพิษในกายของอัลฟ่าคีรินทร์ เขาให้คำสัญญาว่าจะเลือกฉันหากยังไม่พบคู่แท้ แต่เมื่อถึงกำหนด เขากลับพาผู้หญิงคนใหม่มาแทนที่พร้อมโยนเงินจ้างอย่างเย็นชา ลิตาคนรักใหม่ของเขาจงใจใส่ร้ายจนฉันถูกคีรินทร์ทำร้ายและดูหมิ่นสารพัด เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงในวันที่เขาพยายามขืนใจและกล่าวโทษฉัน ฉันจึงตัดสินใจตัดสัมพันธ์เพื่อหนีไปหาเพื่อนในวัยเด็กผู้เป็นคู่แท้ลำดับที่สองซึ่งรอฉันอยู่ในฝูงศัตรู
หน้าปกนวนิยาย หลังจากแต่งงานแล้ว ฉันจึงรู้ว่าฉันคือแสงจันทร์สีขาวของเจ้านาย
9.0
หลังจากแต่งงานแล้ว ฉันจึงรู้ว่าฉันคือแสงจันทร์สีขาวของเจ้านาย:แปดปีก่อน วินเซียนเล่อเป็นคุณหนูจากตระกูลร่ำรวยที่ไม่เคยต้องทำงานบ้าน หยิ่งยโสและเอาแต่ใจ; ส่วนซางซือซวี่เป็นหนุ่มจากครอบครัวยากจนที่ถูกคุณหนูเลี้ยงดู ชีวิตลำบากแต่มีความเย็นชาและสง่างาม แปดปีต่อมา วินเซียนเล่อกลับกลายเป็นคุณหนูที่สูญเสียทุกสิ่ง ชีวิตถูกคนอื่นควบคุมและต้องทนทุกข์อย่างโดดเดี่ยว; ในขณะที่ซางซือซวี่กลายเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจที่ไม่มีใครกล้าหาเรื่อง เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เขามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธที่ข้างหูของเธอ พูดด้วยความโกรธว่า "เพราะความเกลียดชังที่มีต่อคุณวินเท่านั้นที่ทำให้มีซางซือซวี่ในวันนี้" เธออดกลั้นน้ำตาและยิ้มอย่างไม่หวั่นไหว "ถ้าเช่นนั้นฉันก็คงเป็นผู้ที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จ คุณจะตอบแทนฉันอย่างไรดี ?" ในคืนฝนตกต่อมา เขากลับมาดันเธอที่ประตูห้องน้ำด้วยความโกรธและโมโห "วินเซียนเล่อ คุณห้ามแต่งงานและมีลูกกับคนอื่น! คุณเป็นของฉันคนเดียว!" เรื่องราวเริ่มต้นจากชีวิตที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยรอยร้าวของความสัมพันธ์และความลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ ตัวเอกต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งทำให้ชีวิตของเธอ/เขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อความจริงค่อย ๆ ถูกเปิดเผย ความไว้ใจถูกทำลาย ความรักกลายเป็นพันธนาการ และความแค้นเริ่มก่อตัวขึ้น ทุกตัวละครต่างมีแรงจูงใจของตนเองที่ผลักดันให้เรื่องราวดำเนินไปสู่จุดแตกหัก ท่ามกลางความขัดแย้ง ตัวเอกต้องเติบโตและเลือกเส้นทางของตนเอง ระหว่างการให้อภัยหรือการล้างแค้น ระหว่างการยึดติดอดีตหรือการเริ่มต้นใหม่ เรื่องราวเต็มไปด้วยการหักมุม การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ซึ่งค่อย ๆ คลี่คลายไปพร้อมกับแรงกดดันท
หน้าปกนวนิยาย เมียลับCEO
8.1
จากความใจดีที่เลี้ยงบะหมี่ชายแปลกหน้าในคืนนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึง เมื่อเขาคนนั้นไม่ใช่แค่คนรักธรรมดา แต่คือซีอีโอเจ้าของบริษัทที่เธอเพิ่งเริ่มงานได้เพียงสองสัปดาห์ เธอจึงต้องพยายามปกปิดสถานะความลับนี้ไว้อย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ตนเองผ่านช่วงทดลองงานไปได้อย่างราบรื่นท่ามกลางความกดดันและความใกล้ชิดที่ยากจะต้านทานไหวในออฟฟิศแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย พ่อบุญทุ่ม
9.0
ผู้อำนวยการหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้หวงแหนความโสดและใช้เงินซื้อทุกความต้องการ ต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ปฏิเสธความร่ำรวยของเขาอย่างสิ้นเชิง แม้เขาจะทุ่มเงินมหาศาลเพียงใดก็ไม่อาจครอบครองหัวใจเธอได้เลย ความพยายามที่จะเอาชนะกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันที่เขาไม่ทันตั้งตัว จากเดิมที่หวังเพียงแค่ชัยชนะเหนือผู้หญิงคนหนึ่ง กลับกลายเป็นความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเพลย์บอยผู้เย็นชาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
ตอน
อ่านเลย
แชร์