หน้าปกนวนิยาย เหยื่อในกับดักบงการใจ

เหยื่อในกับดักบงการใจ

9.7 / 10.0
เพื่อทลายแก๊งนรก ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเป็นเหยื่อให้คนร้ายลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐานสำคัญ แต่แผนการจับกุมกลับพลิกผัน เมื่อฉันถูกสวมถุงดำคลุมหัวและตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ความจริงสุดสยองปรากฏว่าอาชญากรที่ฉันจับเป็นเพียงตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่หลังม่านคอยเฝ้าดูความทรมานของฉันด้วยความบันเทิง เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้ตัวตนจริง แม้ถูกมีดจ่อคอเขากลับกระซิบอย่างบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงเดินลงนรกที่เขาสร้างขึ้นนั้นเร้าใจกว่าสิ่งใด

เหยื่อในกับดักบงการใจ ตอนที่ 1

เพื่อลากคอแก๊งนรกเข้าตาราง ฉันยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมกัดฟันปล่อยให้ไอ้โรคจิตลูบไล้ต้นขาและล้วงมือเข้ามาใต้กระโปรงบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน

ฉันคิดว่าตัวเองเป็น 'ผู้ล่า' ที่กำลังต้อนแกะเข้ากรง แต่ทันทีที่สับกุญแจมือคนร้าย โลกทั้งใบกลับมืดดับลงพร้อมกับถุงดำที่คลุมหัว

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ฉันถึงได้รู้ความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน

ไอ้โง่ที่ฉันจับเป็นแค่เหยื่อล่อ ส่วนบอสใหญ่ตัวจริงคือ 'พชร' ชายหนุ่มมาดดีที่ยืนมองฉันถูกย่ำยีมาตลอดโดยไม่คิดจะช่วย

เขารู้อยู่เต็มอกว่าฉันเป็นตำรวจ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อสนุกกับการปั่นหัวฉันเล่น

วินาทีที่ฉันฉวยโอกาสเอามีดจ่อคอหอยเขา เขากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังยื่นหน้าเข้ามากระซิบด้วยแววตาโรคจิต

"รู้ไหม... การได้มองตำรวจหญิงผู้มั่นใจ ค่อยๆ เดินลงนรกที่ฉันสร้างไว้ มันเร้าใจยิ่งกว่าตอนเห็นเธอถูกลวนลามซะอีก"

บทที่ 1

สารวัตรรวิ (เมีย) POV

มือหยาบกร้านลูบไล้ขึ้นมาตามต้นขาของฉัน สัมผัสเย็นเยือกที่กระตุ้นให้เส้นขนทั่วร่างลุกชัน ความรู้สึกตกใจปะทะเข้ากับฉันอย่างจังจนลมหายใจสะดุด ความหวาดกลัวที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ฉันรู้สึกเหมือนถูกย่ำยี ทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉันพยายามจะขยับตัวออกห่าง แต่กลับไม่รู้ว่าคนที่กำลังลวนลามฉันอยู่คือใคร ความรู้สึกไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา ความวิตกกังวลทำให้หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ฉันตัวสั่นเทาไปหมดราวกับใบไม้ที่ถูกลมพายุพัดแรงๆ

เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างหู "อย่าร้องนะคนสวย ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคม" คำขู่นั้นเย็นชาจนฉันรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ความสิ้นหวังกัดกินจิตใจฉันอย่างโหดร้าย และลางร้ายที่น่ากลัวก็ฉายชัดขึ้นมาในสมอง

อากาศในรถเมล์ร้อนอบอ้าวและชื้นราวกับป่าดงดิบ มันทำให้ฉันอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมและซอกคอ

ฉันเพิ่งจะขึ้นรถเมล์มาทั้งที่เสื้อผ้ายังเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนที่เพิ่งจะซาไปเมื่อไม่นานมานี้ ความเหนอะหนะของเสื้อผ้าที่ติดผิวทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่แรก

กลิ่นอับของเหงื่อไคลผสมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ลอยอบอวลไปทั่วรถเมล์ ฉันยืนเบียดเสียดอยู่ตรงกลางรถ โดยมีผู้คนรายล้อมจนแทบไม่มีพื้นที่ส่วนตัว

บางครั้งหยดน้ำฝนที่กระเซ็นเข้ามาทางหน้าต่างก็ทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบไปชั่วขณะ มันเป็นความรู้สึกผ่อนคลายเพียงชั่วครู่ก่อนที่ความอึดอัดจะกลับมาอีกครั้ง

ฉันพยายามปรับท่าทางเพื่อให้เสื้อผ้าที่เปียกชื้นไม่แนบเนื้อจนเกินไป ความหงุดหงิดแล่นขึ้นมาเล็กน้อยกับความไม่สบายตัวนี้

สายตาของฉันกวาดมองไปรอบๆ รถเมล์อย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงการสัมผัสที่แปลกประหลาด มันเบาบางจนเกือบจะคิดว่าตัวเองคิดไปเอง

ฉันก้มลงมองทันทีที่รู้สึกถึงสัมผัส ซึ่งก็พบว่าเป็นเพียงกระเป๋าถือของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พยายามบอกตัวเองว่าฉันคงจะคิดมากไปเอง

ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เส้นผมที่ยังเปียกชื้นหยดน้ำลงมาที่หน้าผาก ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายตัวอยู่ตลอดเวลา

รถเมล์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ผู้คนยังคงเบียดเสียดกันแน่น ฉันรู้สึกหงุดหงิดกับพื้นที่ที่จำกัด และพยายามขยับตัวถอยหลังให้มีช่องว่างมากขึ้น

แต่การถอยหลังของฉันกลับทำให้เท้าไปเหยียบรองเท้าหนังของใครบางคนเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

ฉันยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็รีบเอ่ยคำขอโทษทันทีด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุด

ทันใดนั้นรถเมล์ก็เบรกกะทันหันอย่างแรงจนตัวฉันเซไปข้างหน้า

ร่างกายของฉันถูกแรงเหวี่ยงเหวี่ยงไปชนกับประตูรถเมล์อย่างแรง จนรู้สึกเจ็บไปหมด

ขณะที่ฉันกำลังจะทรงตัวให้มั่นคงอีกครั้ง มืออุ่นๆ ข้างหนึ่งก็สัมผัสเข้าที่ต้นขาของฉันอย่างจัง ความตกใจแล่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจ

ฉันหันขวับไปมองทันที แต่กลับไม่เห็นมีใครที่น่าสงสัย ผู้คนรอบข้างยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับโลกส่วนตัวของตัวเอง

ฉันพบว่าด้านหลังของฉันมีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เท่านั้น ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ทำให้ฉันเข้าใจผิดว่าปลอดภัยแล้ว

แต่สัมผัสที่ต้นขายังคงอยู่ มือที่หยาบกร้านยังคงลูบไล้ขึ้นลงอย่างช้าๆ จนฉันรู้สึกคันยุบยิบ ความรู้สึกขยะแขยงและความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

หัวใจของฉันเต้นรัวเร็วขึ้นราวกับกลองรบ สัมผัสที่ต้นขาเริ่มรุนแรงขึ้น และฉันก็เริ่มตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง ความหวาดกลัวที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทำให้ร่างกายของฉันเริ่มแข็งทื่อ

ฉันรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกลวนลามบนรถเมล์สาธารณะ ความรู้สึกช็อกทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉันได้ ความโกรธปะทุขึ้นมาในใจอย่างรุนแรง

ฉันพยายามจะปัดมือของอีกฝ่ายออกไป แต่กลับถูกผลักให้แผ่นหลังแนบติดกับประตูรถเมล์อย่างแน่นหนา ฉันรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ข้างหูทำให้ฉันขนลุกซู่ ความรู้สึกขยะแขยงปะปนกับความกลัว ทำให้ท้องของฉันปั่นป่วนไปหมด

"หยุดนะ" ฉันพยายามพูดออกไป แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน

ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ มือของเขาก็สอดเข้ามาใต้กระโปรงของฉันอย่างรวดเร็ว ความตกใจทำให้ฉันตัวแข็งทื่ออีกครั้ง ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจฉันอย่างสมบูรณ์

ฉันพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ถูกมือใหญ่ปิดปากไว้อย่างรวดเร็ว ความตื่นตระหนกทำให้ฉันหายใจไม่ออก

นิ้วของเขากดลงบนริมฝีปากและลิ้นของฉันอย่างแรง ความรู้สึกขยะแขยงทำให้ฉันอยากอาเจียน ฉันรู้สึกไร้ค่าและไร้อำนาจอย่างที่สุด

ฉันไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ชัดเจน มีเพียงเสียงอู้อี้ที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ ความผิดหวังและความสิ้นหวังกัดกินหัวใจฉันอย่างช้าๆ

ฉันมองไม่เห็นหน้าของคนที่กำลังลวนลามฉันอยู่ ทำให้ความกลัวยิ่งทวีคูณ ฉันพยายามมองหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

ร่างกายของฉันสั่นเทิ้มไปหมดด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง ความตกใจทำให้ฉันแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

น้ำตาแห่งความอับอายไหลอาบแก้มอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ร่างกายยังคงสั่นเทาไม่หยุด ฉันปรารถนาให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด

ในใจของฉันเต็มไปด้วยความสับสน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉันได้

สายตาของฉันกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างรถเมล์ ผู้คนที่เดินอยู่บนถนนดูเหมือนจะจ้องมองมาที่ฉันอย่างตัดสิน ฉันรู้สึกอับอายราวกับถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชน

ขาของฉันสั่นจนแทบจะยืนไม่ไหว ความอับอายที่รุนแรงทำให้ฉันอยากจะหลบซ่อนตัวจากสายตาของทุกคน

ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ มันเหมือนฝันร้ายที่กลายเป็นจริง และความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตของฉันก็ถูกทำลายลงในพริบตา

ทันใดนั้นสายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากฉัน พริบตาหนึ่งฉันรู้สึกถึงความหวัง

ฉันพยายามใช้สายตาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เขากลับผิวปากอย่างไม่สนใจ แล้วหันหน้าหนีไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกถูกหักหลังและความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง

ผู้โดยสารทุกคนในรถเมล์ต่างถอยห่างจากฉันไปหนึ่งก้าว ราวกับว่าฉันเป็นตัวประหลาดที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้ง

ฉันรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างพิจารณา ราวกับว่าพวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ความอับอายทำให้ฉันอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้

ฉันส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง ความรู้สึกไร้ที่พึ่งทำให้ฉันยอมจำนนต่อสถานการณ์

"ฉันจะทำตามทุกอย่างที่นายต้องการ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ" ฉันเอ่ยเสียงเบาอย่างสิ้นหวัง มันเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิตใจที่แตกร้าว

ทันทีที่ฉันพูดจบ รถเมล์ก็ชะลอความเร็วลงและค่อยๆ จอดสนิท

ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่น่ากลัว

ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับว่าวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว

เสียงของผู้โดยสารที่อยู่ด้านหลังเร่งให้ฉันลงจากรถ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำซ้ำเติม

จิตใจของฉันว่างเปล่า เสียงหึ่งๆ ยังคงดังก้องอยู่ในหู คำขู่ของเขาที่กระซิบข้างหูก่อนจากไปยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง

"อย่าลืมนะคนสวย ถ้าไม่อยากให้รูปเธอว่อนเน็ต พรุ่งนี้ฉันจะรอเธออยู่ที่เดิม" คำขู่นั้นยิ่งทำให้ความสิ้นหวังของฉันลึกซึ้งขึ้น มันเป็นคำขู่ที่ทำให้ฉันรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ

อ่านต่อ

สารบัญ เหยื่อในกับดักบงการใจ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคาวโลกีย์
8.1
เมื่อชายหนุ่มผู้หวงแหนชีวิตโสดไม่อยากแต่งงานตามคำสั่งของมารดาที่แสนจู้จี้ เขาจึงต้องเฟ้นหาผู้หญิงที่แซ่บและเร้าใจมาเป็นไม้กันหมาเพื่อคานอำนาจภายในครอบครัว จนได้พบกับณดา สาวมั่นที่เชื่อมั่นว่ามีเงินทองมากมายก็ไม่จำเป็นต้องมีสามี แต่เมื่อเธอตัดสินใจรับงานรับจ้างเป็นเจ้าสาวกำมะลอเพื่อช่วยเขา แผนการตบตาครั้งนี้กลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจที่แสนอันตราย เมื่อเธอต้องเผชิญกับไฟเสน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ไหวในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์จึงแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่แผดเผาทุกสิ่ง
ตอน
อ่านเลย
แชร์