หน้าปกนวนิยาย ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว

ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว

7.9 / 10.0
หลังเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตที่วาดฝันไว้คือความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของผู้หญิงที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาตรากตรำทำนาหรือรับผิดชอบงานล้างจานอันเหน็ดเหนื่อย หน้าที่หลักมีเพียงการปรนนิบัติดูแลสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้านอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการเรียนหนังสือให้วุ่นวายใจอีกต่อไป ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีของเธอไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ อย่างที่เคยหวังไว้

ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว ตอนที่ 1

เสียงฆ้องกลองและเสียงตะโกนของผู้คนดังมาตั้งแต่ไกล บ่งบอกว่าวันนี้มีงานใหญ่เกิดขึ้นที่บ้านของตระกูลฮวา งานมงคลของลูกสาวคนรอง ฮวาเหม่ยหลิง ลูกสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานของบ้าน

หญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ นั่งกอดอกอยู่ข้างหน้าต่างในห้องนอนขนาดเล็ก สีหน้าเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ดวงตาเรียวสวยที่เคยซุกซน ตอนนี้กลายเป็นหม่นหมองเพราะงานมงคลที่ไม่เต็มใจแต่ง

"เหม่ยหลิง แต่งตัวได้หรือยัง? รถลากมารอหน้าบ้านแล้ว!" เสียงตะโกนจากหน้าประตูห้องดังขึ้นอย่างหงุดหงิด

"เสร็จแล้วค่ะ" เสียงตอบรับอันเกียจคร้านทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับถอนหายใจ

ฮวาเหม่ยหลิงกระชับชุดแดงที่สวมเพียงครึ่งเดียวก่อนหยิบหวีไม้ขึ้นมาหวีผมอย่างลวก ๆ เธอมองตัวเองในกระจกด้วยแววตาไม่มีความสุข ทั้งที่เป็นงานมงคลและเธอควรมีความสุขมากที่สุด

‘แต่งงานแล้วจะได้ไม่ต้องลุกแต่เช้าไปล้างจาน ไม่ต้องทำนา ไม่ต้องเรียนหนังสือ แค่นั่งอยู่บ้านเฉย ๆ ตามธรรมเนียมของผู้หญิงที่อยู่บ้านดูแลสามี ดูแลลูก’

นั่นคือความฝันสูงสุดของฮวาเหม่ยหลิงมาตลอด

แต่สิ่งที่คิดเอาไว้มันไม่ใช่ เพราะว่าที่สามีของเธอไม่ใช่คนธรรมดา เขาคือ เจียงอวิ่นเสียน ทหารหนุ่มจากหมู่บ้านที่อยู่ในตำบลเดียวกัน  ว่ากันว่าเขาเป็นคนเคร่งขรึม หน้าตาจริงจัง และบ้าเรียนหนังสือจนเป็นที่เลื่องลือ

‘บ้านนี้ไม่มีคนไม่เรียนหนังสือ!’

นั่นคือคำพูดแรกที่เขาเอ่ยกับเธอหลังตกลงหมั้นหมาย เจียงอวิ่นเสียนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเมื่อรู้ความต้องการของฮวาเหม่ยหลิง

ฮวาเหม่ยหลิงแทบสำลักน้ำชาที่กำลังจิบด้วยความตกใจ “นี่ฉันแต่งงานผิดคนหรือเปล่า!”

การแต่งงานเป็นเรื่องของพ่อแม่ที่จะหาสามีให้ลูกสาว เดิมทีฮวาเหม่ยหลิงควรจะแต่งงานออกไปตั้งหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่ยอมแต่งออกไป จนคนในหมู่บ้านเรียกว่าสาวเทื้อ พ่อแม่ยังบังคับไม่ได้คนอื่นอย่าได้หวัง แต่ครั้งนี้ถ้าไม่แต่งงานออกไปจริง ๆ จะเป็นปัญหาอย่างหนักของตระกูลฮวา

พิธีแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงตะวันอ่อนในฤดูใบไม้ผลิ ฮวาเหม่ยหลิงถูกส่งขึ้นรถลากพร้อมกับของเล็กน้อยจากบ้านเดิม ดวงตาของเธอทอดมองต้นท้อที่กำลังบานเต็มสวนด้วยความรู้สึกหลากหลาย

นี่คือบ้านหลังใหม่ของเธอต่อจากนี้ ความรู้สึกแปลก ๆ มันเกิดขึ้นภายในอก ฮวาเหม่ยหลิงไม่เคยไปอยู่ที่ไหนนาน ๆ ด้วยนิสัยส่วนตัวของตนเอง ยิ่งตอนนี้เธอมีสามีอีกด้วย

เจียงอวิ่นเสียนในชุดเครื่องแบบทหารยืนรอรับภรรยาอยู่หน้าประตูบ้านที่ปลูกอย่างเรียบง่าย เขามองนิ่ง ๆ บอก

"เข้าบ้านเถอะ"

เสียงทุ้มต่ำของเจียงอวิ่นเสียนทำให้ฮวาเหม่ยหลิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษมากกว่าภรรยาของเขา ก่อนแต่งงานเราทั้งสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และเคยเจอหน้ากันวันตกลงหมั้นหมายเท่านั้น

ยิ่งเดินผ่านเข้าไปข้างในบ้านเธอกลั้นหายใจ ฮวาเหม่ยหลิงไม่รู้ว่าชีวิตหลังแต่งงานจะเป็นยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจคือนี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ

คืนแรกของงานมงคลหรือคนทั่วไปเรียกว่าเข้าหอ แต่ฮวาเหม่ยหลิงเข้านอนโดยไม่แม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้า นอนหันหลังให้สามีที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะไม้ในห้องเดียวกัน เสียงพลิกหน้ากระดาษเป็นระยะ ทำให้เธอหงุดหงิด

“ฉันแต่งงานหวังได้รับความสะดวกสบาย แต่ในคืนแต่งงานคุณกลับอ่านหนังสือ สร้างความวุ่นวาย แบบนี้ชีวิตคู่ของเราจะไปกันรอดเหรอ” ฮวาเหม่ยหลิงไม่ได้กลัวใครอยู่แล้ว แม้สามีเป็นทหารแต่เขาคงไม่จัดการเธอหรอก

นี่มันใช่เวลามาอ่านหนังสือหรือเปล่า

“ฉันคงทำให้เธอผิดหวัง” เจียงอวิ่นเสียนตอบภรรยา แต่ไม่ละสายตาจากหนังสือ

“หือ?”

“บ้านนี้ไม่มีคนไม่เรียนหนังสือ แม่ของเธอบอกว่าเธอไม่ได้เรียนหนังสือ พรุ่งนี้ฉันจะพาไปสมัครเรียนที่โรงเรียนภาคค่ำ”

เจียงอวิ่นเสียนตอบภรรยาอีกครั้งและยังไม่ยอมละสายตาจากหนังสือ

ฮวาเหม่ยหลิงลุกพรวดขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่ไป!”

เธอแต่งงานเพราะไม่อยากทำนา ไม่อยากล้างจาน ไม่อยากลำบาก แต่ทำไมสามีที่ควรไม่ให้เธอเรียนเขาถึงได้บังคับเธอเข้าเรียนล่ะ ในเมื่อผู้หญิงคนอื่นหลังแต่งงานมีสามีคนไหนยอมให้ออกจากบ้านบ้าง พวกเขาแต่งผู้หญิงเข้าบ้านเพื่อดูแลสามีและลูกทั้งนั้น เจียงอวิ่นเสียนเป็นใครกันถึงจะมาบังคับกันได้

“เหม่ยหลิงเธอได้ไปแน่นอน และฉันจะไปส่งเธอที่โรงเรียนภาคค่ำเอง”

เจียงอวิ่นเสียนปิดหนังสือลงหันมาเผชิญหน้ากับภรรยาเด็กผู้ดื้นรั้น ก่อนฮวาเหม่ยหลิงจะกลับไปนอนหันหลังให้สามี

พระอาทิตย์ยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า เสียงไก่ขันดังขึ้นเป็นระยะ ฮวาเหม่ยหลิงที่นอนตื่นสายเป็นเรื่องปกติถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงเคาะประตู

"เหม่ยหลิงตื่นได้แล้ว! ฉันจะพาไปส่งโรงเรียน"

"คุณเป็นทหารหรือเป็นครูสอนหนังสือกันแน่!" ฮวาเหม่ยหลิงบ่น

แต่เพราะกลิ่นอาหารบนโต๊ะทำให้เธอต้องยอมลุกออกมากินข้าวทั้ง ๆ ผมที่ชี้ฟู หน้าไม่ได้ล้าง และเสื้อยังไม่ได้เปลี่ยน ไม่เหมือนกับผู้หญิงที่มีหน้าที่ดูแลสามีด้วยซ้ำ

เขายิ้มมุมปากก่อนพูดเสียงเรียบ "เป็นทั้งสองอย่าง เพราะตอนนี้ฉันเป็นสามีของเธอ แม่ของเธอบอกว่าฉันสามารถจัดการเธอได้"

โรงเรียนภาคค่ำอยู่ในตำบล มีตั้งแต่เด็กสาววัยรุ่นจนถึงหญิงชรา มาร่วมกันเรียนรู้พื้นฐานการอ่านเขียน ท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่

ฮวาเหม่ยหลิงนั่งอยู่แถวหลังสุด ก้มหน้าหลบสายตาคนอื่น ตอนเช้าสามีของเธอพามาทำเรื่องสมัครเรียนเอาไว้และกลับมาส่งก่อนหน้านี้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ

นึกถึงคำพูดของแม่ที่เคยบอกไว้ ‘ถ้าไม่อยากทำงานหนัก ก็หาสามีดี ๆ หรือมีฐานะจะได้สบาย’

แล้วนี่คือสบายของเธออย่างนั้นเหรอ?

ตอนเย็นแบบนี้ฮวาเหม่ยหลิงควรได้กินของอร่อยและนอนอยู่บนเตียงได้แล้ว

ตอนกลางคืนหลังจากเรียนเสร็จ ฮวาเหม่ยหลิงกลับบ้านพร้อมคนในหมู่บ้านที่ไปเรียนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ยิ่งเห็นหน้าของสามียิ่งไม่พอใจมากกว่าเดิม เจียงอวิ่นเสียนจัดเตรียมน้ำให้ภรรยาล้างเท้า ก่อนนำอาหารที่เตรียมไว้ออกมาให้

"เธอคงเหนื่อยสินะ แค่ไปนั่งเรียนหนังสือไม่กี่ชั่วโมง"

ฮวาเหม่ยหลิงรับบะหมี่เนื้อมากินเงียบ ๆ แล้วถามเสียงเบา "ฉันอยากพักบ้าง ไม่ได้เหรอ?"

เขาสบตาเธออย่างแน่วแน่ "เธอจะพักได้ก็ต่อเมื่อเธอเรียนจบ"

ฮวาเหม่ยหลิงเบะปาก “ฉันอายุไม่น้อยแล้ว ไม่เหมาะกับเรียนหนังสือหรอก เรียนไปจะเอาไปทำอะไรได้ สุดท้ายผู้หญิงอย่างฉันก็ต้องดูแลสามีกับลูก”

เจียงอวิ่นเสียนขมวดคิ้วมองหน้าภรรยาที่มีความคิดเดิม ๆ “เธอไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างเลยเหรอ”

ในเวลานี้มีคนไม่น้อยต้องการความเท่าเทียมระหว่างชายหญิง มีผู้หญิงมากมายขวนขวายโอกาสในการเรียนหรือการทำงานเพื่ออนาคตของตนเอง แต่ทำไมภรรยาของเขาที่อายุน้อยกว่ายังมีความคิดเช่นนี้ได้

“ฉันไม่เคยเรียนหนังสือ เรียนไปก็เปล่าประโยชน์”

ตระกูลฮวาเป็นตระกูลชาวนาที่ทำนากันมาตั้งแต่อดีต ไม่มีใครได้เรียนหนังสือหรือทำงานในเมืองเลย เขยหรือสะใภ้ของบ้านก็ยังมีแต่ชาวนา ไม่มีรุ่นไหนได้เรียนหนังสือ

ฮวาเหม่ยหลิงถือว่าเป็นความหวังของบ้าน อาจเป็นเพราะใบหน้าของเธอเด่นที่สุดในบ้านและตระกูลฮวาจึงถูกตามใจ นอกจากงานบ้านเธอก็ไม่ทำงานข้างนอกหรือช่วยครอบครัวหาเงิน มีงานในนาที่ช่วยบ้างเป็นบางวัน

“เฮ้อ นี่มันปีไหนแล้ว เรียนจบมีงานมากมายให้ทำ เธอคงไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ หรอกนะ” เขาถามภรรยาเสียงอ่อน

ดูเหมือนว่าภรรยาที่เขาแต่งเข้าบ้านจะไม่มีความคิดอะไร จริง ๆ ควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้เรียนหนังสือที่หลาย ๆ คน ไม่มีโอกาสได้เรียน

ฮวาเหม่ยหลิงไม่ตอบสามีเธอก้มหน้าก้มตาซดบะหมี่เนื้อเข้าปากอย่างหิวโหย การเรียนแม้ไปนั่งเฉย ๆ มันดึงดูดพลังงานของเธอไปมาก

อ่านต่อ

สารบัญ ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาขีดเส้นให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความบีบบังคับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในเกมกามารมณ์ช่วงแรก แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์และความพยศของเธออย่างราบคาบ เมื่อสาวธรรมดาคนนี้ไม่ยอมสยบให้แก่เขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจดวงนี้กลับคืนมา
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้
ตอน
อ่านเลย
แชร์