
ปรารถนารักหนึ่งเดียว
ตอน 2
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
“ขออนุญาตค่ะ” สาวน้อยส่งเสียงหวานทักทายเข้าไปเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงชัดถ้อยชัดคำ ก่อนยืนสงบนิ่งรอคอยเสียงตอบรับ เปลือกตาบางหลุบต่ำลงมองรอยต่อระหว่างพื้นห้องกับขอบประตูด้านล่างขณะค่อยๆ นับหนึ่งถึงสามในใจ แต่เพียงแค่นับหนึ่งยังไม่ทันได้นับสอง สาวน้อยก็มีอันต้องสะดุ้งวาบ
“เข้ามา”
ปรารถนากลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อได้ยินเสียงตอบรับดังกังวานมาจากด้านใน ใจดวงน้อยกวัดแกว่งเร่งจังหวะเต้นรัวเร็วและรุนแรงจนอกอุ่นสะเทือนไหว ปลายลิ้นเล็กแตะไล้ริมฝีปากที่แห้งผากแล้วสูดอากาศเข้าปอดอีกรอบ เตรียมพร้อมตั้งรับกับเจ้าของเสียงทรงพลังอำนาจนั้น
“ขออนุญาตนะคะ” สาวน้อยส่งเสียงหวานนำเข้าไปอีกครั้งก่อนที่จะเปิดประตูแทรกกายเข้าไปในห้องพักชั้นเลิศ สองเท้าก้าวเดินตรงไปตามผืนพรมที่ปูลาดสู่ประตูห้องอาหารที่แยกส่วนออกไปอีกด้าน ปรารถนากวาดสายตามองไปทั่วบริเวณห้องด้วยความชื่นชม นับว่าเป็นบุญของเด็กฝึกงานอย่างเธอที่ได้มีโอกาสเข้ามารับการทดสอบในห้องพักระดับท็อปของโรงแรมเช่นนี้
“จะยืนเหม่ออีกนานไหม”
สาวน้อยสะดุ้งเฮือกมือไม้พาลสั่นไปหมดเมื่อจู่ๆ เสียงเข้มดุทรงพลังอำนาจก็ดังกังวานขึ้น ความตกใจทำให้หันขวับไปมองทางต้นเสียงทันควัน แล้วก็ต้องเบิกตากว้างตะลึงงันเมื่อสายตาสบเข้ากับเจ้าของเสียงที่เรือนกายแกร่งอยู่ในชุดสูทเรียบหรู เพียงสบสายตา หัวใจสาวก็เกิดอาการสั่นไหว ดวงหน้าร้อนวูบวาบลุกลามไปจนทั่วเรือนกายคล้ายจะเป็นไข้ดวงตาคู่สวยที่พร่าเลือนด้วยอาการไม่สบายอยู่แล้วยิ่งพร่าเลือนหนักเข้าไปอีก
“ขออภัยค่ะท่าน” เสียงหวานเอ่ยคำขอลุแก่โทษก่อนรีบย้ายเรือนร่างอรชรไปประจำตำแหน่ง แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ลงมือเสิร์ฟอาหารตามลำดับขั้น เสียงเข้มกังวานก็ดังเข้ามารบกวนโสตประสาทให้ได้ตื่นตระหนกอีกครั้ง
“แล้วทำไมมาคนเดียว บัดดี้ของเราไปไหนฮึ”
“ขออภัยค่ะท่าน บัดดี้ดิฉันไม่สบายกะทันหันค่ะ ดิฉันจึงต้องทำหน้าที่เชฟและเสิร์ฟอาหารไปในตัวค่ะ”
“ฉันเป็นลูกค้าวี.ไอ.พี. นะ จะมาทำเป็นเด็กเล่นขายของไม่ได้ ทำไมไม่หาพนักงานเสิร์ฟคนอื่นมาทำหน้าที่แทน”
“ดิฉันเข้าใจค่ะท่าน แต่ในสถานการณ์เร่งรีบที่ทุกคนมีภาระหน้าที่กันหมด แล้วหาคนรับหน้าที่แทนไม่ได้ ดิฉันซึ่งเป็นเชฟที่รับผิดชอบดูแลให้บริการลูกค้าวี.ไอ.พี.อย่างท่าน ก็ต้องแก้สถานการณ์ทันด่วนนี้ด้วยการลงมือเอง ดิฉันคงไม่สามารถปล่อยให้ลูกค้ารอคอยได้หรอกค่ะ และท่านโปรดมั่นใจว่าดิฉันจะดูแลอาหารมื้อพิเศษนี้อย่างดีที่สุดค่ะ”
คนฟังนึกชื่นชมในไหวพริบปฏิภาณของสาวน้อยหน้าใส แต่ก็เก็บซ่อนรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจเอาไว้ภายในท่าทางเรียบเฉย บททดสอบนี้ผ่าน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านฉลุยทุกด่านที่เขาเตรียมไว้ทดสอบเธอ
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลย ฉันอยากรู้แล้วล่ะว่าอาหารมื้อนี้จะพิเศษอย่างไร”
“ค่ะท่าน” ปรารถนาค้อมศีรษะรับคำ เตรียมพร้อมปฏิบัติการเสิร์ฟอาหารตามแบบฉบับตะวันตกที่มักนิยมจิบไวน์ก่อนเริ่มมื้ออาหาร แต่เพียงแค่ เงยหน้าขึ้นสาวน้อยก็เกิดอาการวูบคล้ายจะเป็นลมล้มไปเสียอย่างนั้น
อาการยืนโงนเงนตกอยู่ในสายตาคมกริบ เจ้าของคิ้วเข้มทรงดาบนิ่วหน้าจับจ้องคนกำลังพยายามตั้งสติไม่วางตา ท่าทางของคนตรงหน้าคล้ายกำลังไม่สบาย แต่ก็พยายามฝืนตัวเองให้การทดสอบดำเนินต่อไปได้ เดวิโกไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเขาถึงรู้สึกลุ้นเอาใจช่วยเธออย่างไรอย่างนั้น
ปรารถนาฮึดสู้ พยายามไม่กวาดสายตามองไปทางอื่นมากนัก สาวน้อยพยายามโฟกัสเฉพาะจุดที่อยู่ตรงหน้า อาการมึนศีรษะที่ดูจะทวีความรุนแรงขึ้นทำให้เธอไม่ใคร่สบายใจนัก ได้แต่ภาวนาขอให้เธอตั้งมั่นผ่านการทดสอบไปได้ด้วยดี หากวันนี้เธอทำเพียงหน้าที่เชฟมาแนะนำรายการอาหาร อวดอ้างสรรพคุณชี้ชวนลูกค้าให้ดื่มชิม เธอคงไม่หนักใจมาก หากแต่ตอนนี้เธอต้องทำหน้าที่เสิร์ฟด้วยตัวเองไปพร้อมๆกันทำให้เธอหวาดหวั่นเกรงอาการหน้ามืดจนเกือบล้มทั้งยืนจะทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีสักนิด
เดวิโกที่จับจ้องทุกฝีก้าวแอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเมื่อเห็นสาวน้อยประคองตัวเองจนเปิดจุกไวน์ได้เป็นผลสำเร็จ ซีอีโอหนุ่มรู้สึกกลุ้มใจแทนอย่างบอกไม่ถูก ข้อมูลที่รับรู้มาปรารถนาเป็นเด็กฝึกงานที่มีความสามารถหลายด้านทั้งเรื่องฝีมือการทำอาหารและความชำนาญในภาษาซึ่งสาวน้อยสื่อสารได้ถึงสี่ภาษาด้วยกัน ความเก่งกาจของเธอมีมากจนเป็นตัวเก็งที่จะได้รับคัดเลือกให้ไปประจำโรงแรมสาขาที่มัลดีฟส์ แต่อาการคล้ายจะล้มพับแบบนี้ เธอจะพาตัวเองผ่านด่านทดสอบไปได้อย่างไรกัน
“ไวน์ค่ะท่าน อุ๊ย! / เพล้ง!”
เสียงอุทานพร้อมเสียงแก้วไวน์ตกแตกดังขึ้นแทนคำขอบคุณ เพราะก่อนที่ปรารถนาจะทันได้วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ สาวน้อยก็เกิดอาการวูบจนทำแก้วไวน์พลัดหลุดจากมือตกลงสู่พื้นจนแตกกระจาย
ปรารถนาหน้าซีดเผือดกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อาการตกใจยืนตื่นตะลึงราวถูกตรึงอยู่กับที่ทำให้ไม่ทันใส่ใจน้ำไวน์สีแดงสดที่กระฉอกใส่ตัวเองจนเปียกชุ่มเสื้อเนื้อดีตรงเนินอก แม้จะเป็นผ้าเนื้อหนาแต่พอถูกน้ำก็ทำให้แนบสนิทจนมองเห็นทรวดทรงเนินเนื้อยวนตา
เดวิโกสลัดผ้ากันเปื้อนยกขึ้นหมายส่งให้สาวน้อยใช้ซับน้ำไวน์สีแดงออก แต่อาการตกใจทำให้ปรารถนาปัดป้องด้วยการปัดมือใหญ่ออกไป การเคลื่อนไหวโดยไม่ทันตั้งตัวร่างอรชรจึงเกิดอาการซวนเซ โชคดีที่เดวิโกมือไวคว้าแขนเรียวไว้ได้ทันก่อนที่ร่างอ้อนแอ้นจะล้มพับไปกับพื้น แต่ด้วยความที่ไม่อาจทรงตัวเองให้ยืนหยัดได้ ร่างน้อยจึงซวนเซเปลี่ยนทิศทางกลายเป็นนั่งลงบนตักแกร่งอย่างพอดิบพอดี
ปรารถนาเบิกตากว้างเพราะดวงหน้างามเคลื่อนผ่านปลายจมูกโด่งไปอย่างเฉียดฉิว หัวใจสาวสั่นหวิวเมื่อสบประสานดวงตาคู่คมในระยะกระชั้นชิด ลมหายใจแทบปลิดปลิวเมื่อสัมผัสได้ถึงกระอายอุ่นแห่งลมหายใจของเจ้าของตักแกร่ง สาวน้อยเกิดอาการเกร็งจนตัวแข็ง ตาต่อตา ปลายจมูกแทบชนกัน ใบหน้าห่างกันเพียงปลายนิ้วกั้น ต่างฝ่ายต่างสอดประสานสบตากันเนิ่นนาน
เดวิโกพาลหลุบสายตาต่ำลง จ้องมองตรงริมฝีปากอิ่มที่เผยอแย้มจวนเจียนจะหักห้ามความรู้สึกตื่นตัวภายในไม่ไหว ซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่แทบลืมหายใจ ไม่คิดว่าไม่ฝันว่าสาวน้อยเรือนร่างอ้อนแอ้นในอ้อมกอดจะกระตุกหัวใจเขาได้มากมายเพียงนี้ หัวใจแกร่งร่ำร้องอยากครอบครองกลีบปากสีหวาน อยากลิ้มชิมรสว่าจะล้ำเลิศสักปานใด ไหนจะทรวงอกอุ่นที่ดุนดันอยู่ภายใต้ตัวเสื้อที่เนื้อผ้าบริเวณอกเปียกชุ่มอีกเล่า หากฝากฝังปลายจมูกคลุกเคล้าคลอเคลีย จะชวนให้หวามไหวสักแค่ไหน
คุณอาจจะชอบ





