
ปรารถนารักหนึ่งเดียว
ตอน 3
“ขะ...ขออภัยค่ะท่าน ดิฉัน... ”
ความคิดหยุดลงฉับพลันเมื่อเสียงหวานของคนในอ้อมกอดเอื้อนเอ่ยคำขอโทษตะกุกตะกัก พร้อมเจ้าของพยายามพาร่างน้อยเคลื่อนย้ายลงจากตัก
ซีอีโอใหญ่นึกขัดใจคนในอ้อมกอดยิ่งนักจึงแกล้งรึงรัดวงแขนแกร่งให้แน่นเข้าจนเจ้าของเรือนร่างอรชรช้อนสายตาขึ้นจ้องมองตื่นตะลึง
“จะทำอะไร ยืนแทบไม่ไหวแล้วยังจะอวดเก่ง”
“แต่ท่านคะ คือ...เอ๊ะ!” ปรารถนาสะบัดเสียงสูงเมื่อจู่ๆ ซีอีโอหนุ่มก็เคลื่อนมือตรงมายังหน้าอกอุ่น มือน้อยคว้าหมับจับข้อแขนยื้อยุดก่อนที่มือนั้นจะถึงเนินอกงาม
“อยู่เฉยๆ เถอะน่า ไม่เห็นหรือไงว่าเสื้อมันเปียกจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วน่ะ”
ปรารถนาหน้าม้านเมื่อได้ยินเสียงกังวานเอื้อนเอ่ยถ้อยคำตำหนิ สาวน้อยรีบคว้าผ้ากันเปื้อนในมือซีอีโอใหญ่มาปกปิดเนินเนื้อให้รอดพ้นสายตา เกิดมาเธอไม่เคยอับอายอะไรขนาดนี้มาก่อน ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากหนีไปให้พ้นหน้า
“ปรารถนา...เธอชื่อปรารถนาใช่ไหม”
สาวน้อยตวัดสายตาขึ้นสอดประสานสบตาเจ้าของคำถามท่ามกลางอาการหวามไหวปนมึนงง เวลานี้ใช่เรื่องที่จะมาถามชื่อกันหรือไง สิ่งที่เจ้านายเธอควรทำคือปล่อยเธอลงจากตัก แล้วให้เธอเริ่มการทดสอบเสียที
“ท่านคะ ปล่อยเถอะค่ะ ดิฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ”
“ฉันถาม เธอไม่ได้ยินหรือไงฮึ” เดวิโกเสียงฉุนบ่งบอกความหงุดหงิดใจ สาวน้อยคนนี้ถือดีอย่างไรถึงกล้ามาออกคำสั่งเขา อย่าว่าแต่เพียงรั้งเธอไว้บนตักแบบนี้เลย ถ้าเขาจะเชยชมเธอบนเตียงนอนทำไมเขาจะทำไม่ได้ อวดดีนัก! แบบนี้เขาควรสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียดีไหมนะ
“ได้ยินค่ะท่าน แต่นี่ใกล้หมดเวลาทดสอบแล้วนะคะ ได้โปรด...เปิดโอกาสให้ดิฉันได้ทดสอบก่อนเวลาจะหมดลงเถอะค่ะ”
“หึหึ ทดสอบเหรอ ฉันว่า...ทดสอบอย่างอื่นแทนดีกว่านะ อย่างเช่น...” เดวิโกเว้นคำพูดไว้เพียงแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นซีอีโอหนุ่มก็ใช้ภาษากายกับสายตาแทนคำเอื้อนเอ่ย วงแขนแกร่งกระชับรอบเอวคอดรั้งคนในอ้อมกอดให้แนบชิด ใบหน้าคมค่อยๆ โน้มต่ำเข้าใกล้
“กรี๊ดดดด! อย่านะ! ปล่อย!” ปรารถนาหวีดร้องเสียงหลงพร้อมออกแรงผลักกายหนาสุดกำลังก่อนที่ปลายจมูกโด่งจะฝากฝังลงบนพวงแก้มนุ่มนิ่ม ธารน้ำตาปริ่มๆ จะไหลเสียให้ได้ แต่คนรักศักดิ์ศรีก็ฮึดสุดใจไม่ทำตัวอ่อนแอให้ถูกรังแกง่ายๆ
เพียะ!!
เสียงฝ่ามือน้อยกระทบโหนกแก้มสากดังลั่น ก่อนที่ปรารถนาจะถอยออกมายืนตัวสั่นหลังจากที่หลุดรอดจากอ้อมกอดแกร่งได้ สาวน้อยพยายามฝืนทรงตัวเพราะยามนี้ทุกอย่างรอบตัวพร่าเลือนไปหมด ทั้งอาการมึนหัว อาการใจสั่นระรัวชวนให้ซวนเซแทบล้ม
“จำไว้ให้ขึ้นใจด้วยค่ะ ดิฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว ที่คุณจะมั่วยังไงก็ได้”
ด้านเดวิโกกัดกรามกรอด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธอ้อมกอดของเขา มีแต่เฝ้าพะเน้าพะนอเอาใจทอดสะพานให้เขาจับขึ้นเตียง แต่สาวน้อยเสียงหวานดวงตาชวนฝันคนนี้กลับกล้าท้าทายเขา ฝ่ามือที่ฟาดลงบนแก้มซีกซ้ายยังไม่กระตุ้นอารมณ์โมโหร้ายให้เขาได้เท่าถ้อยคำอวดดี
กริ๊งงง!! กริ๊งงง!!
เสียงกริ่งบอกหมดเวลาทดสอบดังขึ้นขัดจังหวะก่อนทั้งสองจะปะทะอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างกำลังเดือดพล่านไปมากกว่านี้ เดวิโกเหยียดยิ้มเยาะ เมื่อเห็นสีหน้าคนหยิ่งทระนงซีดเผือด
ปรารถนาแทบทรุดลงกับพื้น วันนี้ควรเป็นวันที่เธอก้าวออกไปจากโรงแรมแห่งนี้ด้วยความสมหวัง แต่นี่มันอะไรกัน โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเธอเหลือเกิน เปิดทาง เปิดโอกาสให้เธอวาดหวังไกลแสนไกลแล้วฉุดกระชากลากให้เธอดำดิ่งลงสู่หุบเหวลึก หมดสิ้นแล้วซึ่งความหวัง เธอไร้แรงกำลังจะก้าวเดินต่อไปแล้ว
“หมดเวลาแล้ว ออกไปได้”
ปรารถนาช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวโตที่ลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋า ยืดกายตรงมองเธอด้วยสายตาหยามหยัน สาวน้อยสะกดกลั้นความรู้สึกเศร้าเสียใจ สบประสานสายตาคมกล้านั้นอย่างไม่หวาดหวั่น ไม่ผ่านการทดสอบ ไม่ได้รับคัดเลือกก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่ต้องทำงานให้กับคนมักมากเช่นเขา
ปรารถนายืดตัวตรงก่อนสูดลมหายใจแล้วเพียงแค่ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเท่านั้นเป็นการอำลา ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมา ไม่มีการล่ำลากันด้วยมารยาทที่พึงกระทำ เดวิโกเข่นเขี้ยวกับท่าทีถือดีนั้น เธอเป็นใคร เขาเป็นใคร เหตุใดช่างอวดดีไม่คิดนอบน้อมให้เขาเห็นใจ หยามหน้าเขามากเกินไปแล้ว
ปรารถนาหมุนกายกลับเตรียมตัวเดินออกจากห้อง ธารน้ำตาที่ร่ำๆจะไหลนองหน้าเริ่มรื้นขึ้นมาเต็มสองหน่วยตา สองเท้าพยายามก้าวเดินอย่างมั่นคงพยายามทรงตัวไม่ให้อาการง่วงงุนทำพิษ ไม่อย่างนั้นเธอมีสิทธิ์ล้มพับหลับไปตรงนี้แน่นอน
“เดี๋ยว!” เสียงเข้มกังวานดังไล่หลังมา ปรารถนาชะงักฝ่าเท้าที่ก้าวเดิน ยืดตัวตรงก่อนหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงทรงพลังอำนาจนั้น
“อะไรที่ฉันต้องการ ไม่มีคำว่าไม่ได้ แม้แต่ตัวเธอก็เช่นกัน”
ปรารถนาตะลึงงันกับคำประกาศก้อง เธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่มีวันชนะ หากคิดต่อกรเพียงแค่เขากระดิกนิ้วชีวิตเธอก็แทบจะปลิดปลิวเสียแล้วกระมัง แล้วหากเขาต้องการตัวเธออย่างปากว่า เธอจะรอดพ้นเงามืดของเขาไปได้อย่างไร
“จำให้ขึ้นใจล่ะสาวน้อย”
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนที่ทุกสิ่งรอบกายจะดับวูบลง ปรารถนาไม่รู้ว่าตัวเองทรงตัวยืนและเดินออกจากห้องไปได้หรือไม่ เพราะสติรับรู้สุดท้ายของเธอหยุดลงเพียงเท่านั้น...
**************************************
ดวงตาคู่หวานเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถทัวร์ที่กำลังเคลื่อนออกจากเมืองหลวงมุ่งสู่จังหวัดจันทบุรีเมืองท่องเที่ยวแห่งภาคตะวันออกอีกจังหวัดหนึ่ง ตึกสูงระฟ้าเรียงรายเด่นตระหง่านตลอดสองข้างทางที่รถเคลื่อนผ่านดูจะไม่อยู่ในสายตาของสาวน้อยสักนิด เพราะยามนี้เจ้าของปล่อยให้ใจล่องลอยไปในความเวิ้งว้างของห้วงความคิดคำนึง
ปรารถนารู้สึกหน่วงๆ ในอกอย่างบอกไม่ถูก แสนเสียดายโอกาสงามที่ยามนี้ตกเป็นของภัทรียาซึ่งแม้เธอจะยินดีกับความสำเร็จของเพื่อนที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ช่วยเชฟและได้ไปประจำที่โรงแรมสาขามัลดีฟส์ แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหัวใจของเธอมันเจ็บปวดรวดร้าวจนไม่อาจทนอยู่ในกรุงเทพมหานครฯ เพื่อรอส่งเพื่อนเดินทางไปทำงานได้
ดังนั้นเมื่อได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนรักสมัยมัธยมต้นซึ่งไม่ได้เจอกันนาน โทรมาชวนให้เธอไปเที่ยวบ้านสวนที่จังหวัดจันทบุรี และขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่ครัวพิเศษดูแลอาหารสำหรับงานเลี้ยงรับรองหลานชายของผู้เป็นพ่อ ปรารถนาจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เธอขอปลีกตัวไปพักใจขอเวลาให้เธอได้ตั้งหลักก่อนที่จะก้าวเดินต่อไปในเส้นทางชีวิตใหม่หลังจากพลาดหวังตำแหน่งงานที่หมายปอง
หากเธอได้มีโอกาสแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เธอจะไม่เศร้าเสียใจมากขนาดนี้ แต่นี่อย่าว่าแต่โชว์ฝีมือเลย เพียงแค่ก้าวลงสนามเธอก็พลาดท่าจนยากที่จะรับได้ ใครจะคาดคิดว่าจู่ๆ เธอจะเกิดไม่สบายจนถึงขั้นเป็นลมล้มพับไปในวันทดสอบ ยิ่งกว่านั้นเธอช่างหาญกล้าตบหน้าซีอีโอใหญ่ทายาทเจ้าของโรงแรมดัง แล้วแบบนี้จะมีความหวังอะไรให้เขาคัดเลือกเข้าทำงาน แค่เขาไม่จับเธอโยนออกมาในวันนั้นก็นับว่าบุญของเธอแล้ว
แต่นั่นจะโทษเธอฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายคุกคามเธอก่อน เธอก็ต้องป้องกันเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้เขาข่มเหงตามใจชอบแล้วพินอบพิเทากราบกรานแทบเท้า เธอแค่แสดงจุดยืนให้มหาเศรษฐีอย่างเขา ได้รู้ว่าอำนาจเงินตราไม่อาจซื้อทุกสิ่งอย่างตามที่เขาต้องการได้ แม้เขาจะประกาศก้องอย่างแสดงจุดยืนของตัวเองว่า หากเขาต้องการอะไรเป็นต้องได้ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเธอ แต่เธอก็จะทำให้เขารู้ว่า...มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น!!
คิดถึงตรงนี้คิ้วเรียวสวยก็ขมวดมุ่นเมื่อดวงหน้าคมเข้มดวงตาสีเหล็กที่ดูดุดันเต็มไปด้วยพลังอำนาจลอยเด่นขึ้นมาในห้วงความคิด สาวน้อยสลัดศีรษะขับไล่เจ้าของวาจาและท่าทางอหังการ์นั้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมภาพของเขาถึงเด่นชัดในความทรงจำ
“ฮึ! คนบ้าอำนาจอย่างคุณ ชาตินี้ขออย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย”สิ้นคำสบถเสียงขุ่นสาวน้อยก็หยิบเครื่องเล่นเพลงแบบพกพามาเปิดเพลงฟังพยายามดึงตัวเองออกมาจากภาพเหตุการณ์ชวนหวามไหวในวันนั้น เธอจะต้องลบเลือนผู้ชายมาดร้ายที่ตั้งท่าคุกคามเธอให้จงได้!
คุณอาจจะชอบ





