หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักจอมบงการ

เพลิงรักจอมบงการ

8.6 / 10.0
มลธิยาเผชิญหน้ากับอาณาฆินทร์อีกครั้งในฐานะคนแปลกหน้า ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากอดีตคนรักที่มองว่าเธอไร้ค่า เธอจึงเลือกสวมรอยเป็นสาวขายบริการเพื่อยั่วโทสะอาริสสา แฟนใหม่ของเขา โดยการป่าวประกาศถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งในอดีตที่แลกมาด้วยเงินมหาศาล แม้คำพูดเหน็บแนมของอาณาฆินทร์จะกรีดลึกจนเธอเจ็บปวดเจียนตาย แต่มลธิยาก็ยังคงท้าทายโชคชะตาและยอมเล่นไปตามเกมทำลายความรู้สึกนี้ให้ถึงที่สุด ท่ามกลางความเข้าใจผิดที่กัดกินใจของทั้งคู่มาอย่างยาวนาน

เพลิงรักจอมบงการ ตอนที่ 1

คืนนี้ที่ผับดังแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงเทพมหานคร เมืองแห่งแสงสีที่ยังไม่หลับใหล ได้ยินเสียงเพลงเบาๆ ปลุกเร้าให้หนุ่มสาวเคลิบเคลิ้มคล้อยตามไปกับเสียงเพลงอันแสนไพเราะจับใจ มลธิยารู้สึกว่าคืนนี้แขกเหรื่อดูจะหนาตามากกว่าหลายคืนที่ผ่านมาเกือบสองเท่า

“อาน่า...วันนี้แต่งตัวสวยเป็นพิเศษเลยนะ สงสัยคืนนี้พี่ว่าแกต้องได้หลายดริ๊งค์และได้ทิปหนักแน่ๆ เลย” รัตติกาลสาวนั่งดริ๊งค์รุ่นพี่เอ่ยถามมลธิยาน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่ผับได้ไม่กี่เดือน

“ขอให้มันได้เยอะๆ อย่างที่พี่อ้อยพูดทีเถอะ...อาน่าจะได้มีเวลาดูแลแม่ที่บ้านบ้างเวลากลางค่ำกลางคืนบ้าง นี่ยังดีนะที่ยังมีป้าสลวยแกยังคอยมานอนเป็นเพื่อนแม่เกือบทุกคืน” ใบหน้าหวานมีสีหน้ากังวลลงทันทีเมื่อเอ่ยถึงมารดาที่กำลังป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล

“เออน่า...อย่าคิดมากยิ้มเข้าไว้สู้ๆ โน่น...หนุ่มๆ มากันแล้ว รีบทำหน้าทำตาให้สวยเข้าไว้น้องรัก ป๊ะ...เรารีบออกไปต้อนรับกันเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันกินพวกยายกุ้งแห้งพวกนั้น” สาวใหญ่ดึงแขนร่างบางเดินเบียดฝูงผีเสื้อราตรีที่มาเที่ยวในผับไปตามทางที่แขกผู้มาใหม่กำลังเดินมา

“สวัสดีค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ สองที่ใช่ไหมคะ” รัตติกาลที่พูดเก่งกว่าเชื้อเชิญสองหนุ่มหล่อที่เธอคิดว่าทั้งคู่หล่อสะดุดตามากๆ ให้เดินตามเธอไป พลางหันไปฝากฝังมลธิยาให้ดูแลลูกค้าหนุ่มอีกคนที่มาด้วยกัน

“อาน่าดูแลพี่คนนี้นะ ส่วนพี่จะดูแลหนุ่มหล่อคนนี้เอง โอเคนะจ้ะ”

ค่ำคืนนี้ ดูครึกครื้นมากเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะว่าช่วงนี้เป็นช่วงเงินเดือนออกและตรงกับกับวันหยุดด้วยกระมัง แต่ละคนจึงมาผ่อนคลายความเครียดหลังจากที่ทำงานหนักมาเป็นแรมเดือนในสถานบันเทิงแห่งนี้ แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่มาเที่ยวที่นี่ด้วยเหตุผลอื่น

อาณาฆินทร์ถูกเพื่อนรักอย่างภานุวัฒน์ชวนแกมบังคับให้มาดื่มเป็นเพื่อน และวันนี้เขาเองก็มีเรื่องหนักสมองอยู่เหมือนกัน จึงไม่ได้ปฏิเสธเพื่อนรักของเขาที่เพิ่งอกหักมาหมาดๆ

มลธิยารินเครื่องดื่มให้กับหนุ่มหล่อข้างกาย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยดื่มสักเท่าไหร่ และเขาก็ยังไม่ค่อยคุยอีกด้วย เป็นคืนแรกที่หญิงสาวรู้สึกประหม่าในการนั่งดื่มกับแขก ก็เพราะแขกคนนี้ของเธอหล่อคมเข้มมากๆ มากเสียจนหญิงสาวไม่ค่อยกล้าสบตาด้วย

อาณาฆินทร์ยอมรับว่าสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา สวยและเซ็กซี่ไม่เบา หญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดที่ค่อนข้างจะโชว์เนื้อหนังมังสามากเหมือนกัน ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ไช่พระอิฐพระปูนที่จะไม่รู้สึกรู้สาอะไร

ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจตนเองเหมือนกัน ที่อยู่ๆ เขาก็รู้สึกอยากขย้ำร่างบางที่นั่งยิ้มยั่วเขาตรงนี้นัก อยากจะลิ้มชิมรสกายสาวให้หนำใจ และดูสาวเจ้าก็เหมือนจะรู้ใจทำเป็นกระแซะเบียดเขามากยิ่งขึ้น

“เฮ้ย...เพื่อน...ดื่มหน่อยสิวะ ปล่อยให้ฉันดื่มอยู่ได้คนเดียว ใช่ไหมจ๊ะคนสวย” เมื่อเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืนภานุวัฒน์ก็เริ่มออกอาการมึนเมา เพราะรัตติกาลขยันรินเหล้าให้เขาดื่มเพื่อหวังจำนวนดริ๊งค์บ่อยเหลือเกิน

“นั่งตั้งนาน ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย พอจะแนะนำชื่อให้พวกเรารู้จักได้ไหมคะ?” สาวสวยข้างกายภานุวัฒน์เอ่ยถามหนุ่มๆ เสียงหวาน และท่าทางหญิงสาวก็ไม่คิดที่จะรู้จักพวกเขาเพียงแค่ชื่อเท่านัน

“ได้สิครับคนสวย เอางี้...ถ้าจะให้พวกพี่แนะนำตัว ให้น้องสาวทั้งสองคนแนะนำตัวเองก่อนแล้วกันนะจ๊ะ” คนเมาเริ่มเสียงอ้อแอ้ ขณะที่อาณาฆินทร์แค่ยิ้มมุมปากนิดๆ

“ได้สิคะ นี่คือ อาน่า ดาวเด่นประจำผับนี้เลยนะคะ ปกติน้องเขาน่าจะรับแขกคนอื่นไปแล้ว แต่บังเอิญวันนี้น้องเขามาช้าน่ะค่ะ ก็เลยได้มานั่งบริการที่โต๊ะนี้” สาวใหญ่แนะนำเพื่อนสาวคนสวยก่อน เพราะรัตติกาลรู้ว่ามลธิยาค่อนข้างเรียบร้อยและพูดจาไม่เก่งเท่าใดนัก

“แล้วคุณล่ะครับ...ชื่ออะไร” ภานุวัฒน์เอ่ยถามสาวใหญ่ข้างกายด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม คืนนี้เขาคงจะขอให้สาวสวยอวบอิ่มคนนี้ปลอบใจเขาเสียแล้วกระมัง

“ชื่ออ้อยค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงหวาน พลางส่งสายตาพราวระยับไปให้

“ผมคิดว่าอ้อย...คงจา...หวาน...ไปทั้งเนื้อทั้งตัวเลย ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่เริ่มเอาแขนโอบไหล่สาวเจ้าเข้ามาแนบชิด มือไม้ก็เริ่มจะกลายเป็นหนวดปลาหมึกเข้าไปทุกที

“ถ้าอยากรู้ว่าอ้อยหวานแค่ไหน ก็ลองชิมดูสิคะ” ร่างอวบอึ๋มทำท่าอ่อยเหยื่อเต็มที่

“ถ้าอย่างนั้น...เราออกไปต่อกัน...ข้างนอกดีไหม” คืนนี้ภานุวัฒน์ตั้งใจจะเที่ยวให้ลืมความเศร้าความผิดหวัง จึงไม่คิดที่จะปฏิเสธหญิงสาวข้างกายที่ทำท่าทอดสะพานให้เขามากเสียขนาดนั้น

“ดีค่ะ งั้น...เราไปกันเถอะค่ะ”

“กาย พรุ่งนี้แกค่อยมารับฉันนะโว้ย โชคดีนะเพื่อน ไปล่ะ” พอพูดจบหนุ่มสาวทั้งคู่ก็โอบเอวกันเดินออกไปจากผับ ทิ้งให้มลธิยากับอาณาฆินทร์นั่งที่โต๊ะกันลำพังเพียงสองคน

คืนนี้มลธิยาตั้งใจที่จะหาเหยื่อรวยๆ สักคนที่สามารถซื้อตัวเธอในราคาที่เธอพอใจ หากใครสักคนที่ให้เงินเธอมากพอที่จะนำไปเป็นค่าผ่าตัดเปลี่ยนไตและค่ารักษาตัวให้กับมารดาของเธอได้และท่าทางของเขาน่าจะเป็นคนดีและยังโสด เธอก็ยินดีที่จะมอบสิ่งที่หวงแหนมากที่สุดของเธอให้กับเขาคนนั้น เพื่อแลกกับชีวิตที่มีค่าของคนที่เธอรักมากที่สุดในชีวิต

“แล้วคุณล่ะคะ ไม่คิดที่จะ...ไปต่อเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นใจถามออกไปทั้งๆ ที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก เธอยังรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ อย่างบอกไม่ถูกเมื่อสายตาคมจ้องมองหน้าเธอนิ่งๆ อย่างไม่อาจเดาใจได้

“ก็คิดอยู่เหมือนกันนะ แน่ใจเหรอที่จะออกไปกับฉัน?” ชายหนุ่มเพียงแค่ถามหยั่งเชิงเธอดูเท่านั้น

“นะ...แน่ใจค่ะ ว่าแต่คุณยังโสดใช่ไหมคะ แล้วถ้าคุณ...เอ่อ...ถ้าคุณจะ” ร่างบางพูดได้แค่นั้นเธอก็หยุดพูด แล้วนั่งก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าชายหนุ่ม

ทำไมนะ ผู้ชายคนนี้ถึงทำให้เธอรู้สึกห่วงศักดิ์ศรีตนเองขึ้นมา ทำไมถึงต้องแคร์ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับเธอ

“ผมยังโสด และโอเค...ผมเข้าใจ คุณต้องการเท่าไหร่” ร่างหนาสบตาหญิงสาวอย่างประเมินราคา

“เอ่อ ถือเสียว่าฉันไม่ได้พูดอะไรไม่ได้ถามอะไรก็แล้วกันนะคะ ดื่มต่อดีกว่าค่ะ” สาวน้อยหยุดหัวข้อสนธนาทันที แล้วก็กระดกแก้วเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว เธออยากจะเมาเหลือเกินเพื่อลบความอายลงบ้าง

“ถ้าอย่างนั้น...ออกไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลย รับรอง...เธอจะได้สิ่งที่เธอต้องการแน่นอน” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า แต่ลากแขนหญิงสาวเดินตามเขาไปอย่างถือสิทธิ์ร่างสูงพาเธอออกไปข้างนอกกับเขาทันที

“เดี๋ยว คุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย ฉันยังไม่ได้ตกลงอะไรกับคุณเลยนะ” คนตัวเล็กพยายามขัดขืนในตอนแรกเมื่อสำนึกบางอย่างขึ้นมาได้ แต่พอเห็นแววตาชักชวนแกมบังคับของเขา เธอจึงยอมให้เขาจับแขนเธอไปแต่โดยดีนั่นเพราะเหตุผลที่ว่า ‘เพื่อชีวิตของแม่’ มันแทรกเข้ามาอยู่ในหัวใจอย่างรวดเร็ว จึงจำใจยอมรับโอกาสนี้ไว้ทั้งที่กลัวและหวาดหวั่นในหัวใจอย่างที่สุด

มลธิยานั่งเงียบมาตลอดทาง แต่ในใจของเธอก็ภาวนาสาธุตลอดว่า ถ้าหากฟ้ามีตาก็ขอให้เธอได้พบเจอคนดีๆ บ้าง อย่างน้อยก็ขอให้คนที่เธอนั่งรถมาด้วยตอนนี้เป็นคนดี และที่สำคัญขอให้เขาให้ในสิ่งที่เธอต้องการได้ด้วยเถอะ

“นี่เธอ...เต็มใจมาหรือเปล่าเนี่ย ถ้าเปลี่ยนใจก็ยังทันนะ ฉันไม่อยากโดนข้อหาพรากผู้เยาว์” ชายหนุ่มพูดเสียงเข้มหันไปมองร่างบางข้างๆ อย่างไม่แน่ใจนักว่าหญิงสาวจะเอายังไง แต่ถ้าเธอคิดจะปฏิเสธเขาจริงๆ ชายหนุ่มก็จะไม่บังคับ

“เอ่อ...ไม่เปลี่ยนใจก็ได้ค่ะ” ร่างเล็กหันไปมองเขาอย่างประหม่า

เพื่อแม่ๆ ๆ ๆ หญิงสาวท่องประโยคนี้ในใจไปตลอดทาง จนกระทั่งรถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้าโรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองหลวง

อาณาฆินทร์เดินไปเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่ยังนั่งนิ่งเป็นหุ่นไม่ไหวติง และเมื่อมลธิยาเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มมองเธอด้วยเครื่องหมายคำถาม เธอจึงรีบเดินลงจากรถเพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ทั้งคู่เดินเคียงกันไปยังจุดบริการลูกค้าเพื่อเปิดห้องพัก

เมื่ออยู่กันเพียงลำพังในห้องหรู ชายหนุ่มจึงเซ็นเช็คให้หญิงสาวด้วยตัวเลขที่เขาคิดว่า มันน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับสาวนั่งดริ๊งค์ที่น่าจะผ่านมือชายมาแล้วอย่างเธอ

“แค่นี้น่าจะพอนะ สำหรับคืนนี้”

สาวน้อยหยิบเช็คมาดู นี่หรือค่าความสาวของเธอ เมื่อดูตัวเลขมันอาจจะดูเยอะเมื่อนึกถึงค่าตัวที่เพื่อนสาวที่ทำงานด้วยกันเคยเล่าให้เธอฟัง แต่มันก็ยังไม่พอสำหรับค่าผ่าตัดและค่ารักษาพยาบาลของมารดาเธอเลย

“ดูจากสีหน้า คงยังไม่พอใจสินะ ไหนบอกฉันมาซิ เธอต้องการเท่าไหร่ถึงจะยอมนอนกับฉันคืนนี้” สายตาคมของชายหนุ่มพินิจมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหมือนกำลังประเมินราคาค่าตัวเธออีกครั้งอย่างชั่งใจ

“สามแสนค่ะ” มลธิยากัดฟันข่มกลั้นความอายแล้วบอกออกไปอย่างไม่มีทางเลือก แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากที่เขาจะตอบตกลง แต่เธอก็จะขอเสี่ยงดูสักครั้ง

“ตั้งสามแสน เกินไปมั้ง”

ร่างสูงกำยำเดินเข้ามาหาหญิงสาว เชยคางเล็กขึ้นมาเพื่อสบตากับเขา ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงอาการประหม่าขวยเขินของสาวน้อยที่ดูท่าทางจะไร้เดียงสา เขารู้สึกได้ว่าร่างเล็กตรงหน้ากำลังสั่นเทาน้อยๆ และเมื่อสายตาคมจ้องเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว เขาก็รู้ว่าเธอกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่าง

อาณาฆินทร์กำลังคิดว่าสิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ มันคงเป็นเพียงแค่มารยาหญิงหรือเปล่าแต่มันก็ได้ผล เพราะมันทำให้เขาอยากจะสัมผัสเธอมากขึ้น และอยากจะรู้ว่าเธอมีดีแค่ไหนกันถึงได้เรียกค่าตัวแพงเสียขนาดนั้น

“ตกลง นี่คือเช็คสามแสนตามที่เธอต้องการ และฉันหวังว่าคืนนี้เธอคงจะทำให้ฉันพึงพอใจ สมกับราคาค่าตัวที่เธอได้รับนะ ไปอาบน้ำด้วยกันดีกว่า ฉันต้องการให้เธอถูหลังให้” ชายหนุ่มไม่รอให้หญิงสาวได้ตอบคำถาม แต่ร่างสูงเดินเข้ามาประคองคนที่กล้าๆ กลัวๆ เดินเข้าห้องน้ำไปด้วยกันทันที

อ่านต่อ

สารบัญ เพลิงรักจอมบงการ

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักคือเธอ
8.9
นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าสาวผู้โชคดีได้สมรสกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง ทว่าชีวิตคู่ตลอดสามปีกลับไร้ซึ่งความรัก จนกระทั่งวันที่เธอตั้งครรภ์ สามีกลับขอหย่าเพราะปักใจเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีคนใหม่ แต่ในจังหวะที่ความสัมพันธ์กำลังจะขาดสะบั้น เขากลับเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยเธอไป พร้อมสารภาพความในใจที่ทำให้เธอต้องสับสน ท่ามกลางรอยร้าวและความแค้นที่ปนไปกับความรัก ว่าที่คุณแม่มือใหม่จะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตที่ยากจะคาดเดานี้
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
ตอน
อ่านเลย
แชร์