หน้าปกนวนิยาย คลั่ง(รัก)เมียเด็ก

คลั่ง(รัก)เมียเด็ก

9.3 / 10.0
จากความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ควรจะจบลง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธะร้ายเมื่อนักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปีเกิดลุ่มหลงในตัวเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้เธอจะพยายามทวงถามถึงข้อตกลงเดิม แต่เขากลับใช้ทุกวิถีทางเพื่อรั้งเธอไว้ภายใต้การดูแลของตนเอง พร้อมยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธและคำประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีวันหนีเขาพ้น ภามรุกหนักให้เธอเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรักอย่างเอาแต่ใจ โดยไม่สนว่าเธอจะเต็มใจเรียกเขาว่าพี่หรือสามีก็ตาม

คลั่ง(รัก)เมียเด็ก ตอนที่ 1

ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมลงมาจนเห็นแผงอกแน่นนั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่หลังโต๊ะทำงานดีไซน์เรียบหรู แขนทั้งสองวางลงยังที่พักข้างตัวพร้อมกับผ่อนคลายร่างกายตัวเอง สายตาคมกริบมองไปยังหญิงสาวในชุดเดรสสีดำรัดติ้วที่แทรกตัวอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเขาซึ่งเธอกำลังทำหน้าที่ปรนเปรอโดยการใช้ลิ้นนุ่มโลมเลียไปทั่วแกนกายขนาดใหญ่พร้อมกับส่งมันเข้าไปในอุ้งปากร้อนแล้วดันเข้าจนสุดทาง หญิงสาวทำอย่างนั้นสลับไปมาเป็นเวลาหลายนาทีอย่างเอาใจ

อ๊อก อ๊อก!!

กรามของเขาขบเข้าหากันอย่างสะกดกลั้นความกระสันเสียว เธอเห็นดังนั้นก็รีบเร่งจังหวะเข้าออกให้ถี่ขึ้นแล้วผ่อนลงตามการตอบสนองของร่างกายคนที่นั่งอยู่ ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถึงฝั่งฝันในไม่ช้า เขากำมือแน่นแล้วปล่อยอารมณ์ของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ไม่นานร่างของเขาก็กระตุกแล้วฉีดน้ำรักอุ่นร้อนเข้าไปในโพรงปากของเธอจนหมดทุกหยาดหยดพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง

หญิงสาวดูดกลืนมันเข้าไปอย่างรู้งานแล้วเช็ดทำความสะอาดจัดการกางเกงแสล็กสีดำของเขาให้กลับไปเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม

ทว่าใจเธอกลับไม่อยากหยุดแค่นั้น ร่างอวบรีบลุกขึ้นแล้วโน้มใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างหนาเข้าใกล้ใบหน้าหล่อเหลาจนหน้าอกขนาดใหญ่ของเธอทะลักออกมาพ้นเดรสที่สวมอยู่เกือบครึ่งเต้า

“ถ้าคุณต้องการมากกว่านี้...” เธอเอ่ยถามน้ำเสียงกระเส่า สายตายั่วยวนไล่มองใบหน้าของเขาด้วยความหลงใหล เธอแค่อยากเป็นผู้หญิงโชคดีที่ได้ครอบครองร่างกายนี้สักครั้งก็เท่านั้น

“ออกไป”สายตาของเขาเหลือบมองไปทางอื่นด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง

“ฉันสามารถทำได้ทุกอย่าง รับรองว่าคุณจะติดใจ”เธอไม่ลดละความพยายามยังคงพูดโน้มน้าวเขาอีกครั้ง

“บอกว่าให้ออกไป!”ชายหนุ่มรู้สึกทนไม่ไหวกับความน่ารำคาญนี้อีกต่อไป เขาตวาดออกมาเสียงดังลั่นแล้วผลักเธอให้ออกห่างจากตัวอย่างนึกรังเกียจ หญิงสาวซวนเซออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัวและรู้สึกตกใจไม่น้อย เธอไม่คิดว่าผู้ชายที่ดูเงียบแบบนี้พอโกรธขึ้นมาจะน่ากลัวมากเหมือนกัน

สายตาคมกริบฉายแววไม่พอใจยังคงจ้องมองเธออยู่อย่างนั้น จนเธอต้องยอมแพ้แล้วหันหลังเตรียมจะเดินออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดกับปฏิกิริยาที่เขาแสดงออกมาว่าไม่สนใจเธอเลย

หญิงสาวที่กำลังเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาชะงักกึก เมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มเปล่งออกมาอีกครั้ง

“เดี๋ยว”

เธอยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะคิดว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจแล้วรีบหันกลับไปมองทันทีด้วยรอยยิ้มหวาน แต่คำพูดที่เขาเปล่งต่อมาทำให้เธอต้องชะงักเท้าที่กำลังจะเดินเข้าไป ริมฝีปากอิ่มหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“รอบหลังไม่ต้องมาแล้วนะ ไม่ได้เรื่อง!”

ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากันแน่นอย่างรู้สึกเสียหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับหันหลังแล้วเดินตึงตังออกไปจากห้องด้วยความรู้สึกอารมณ์เสียอย่างถึงขีดสุด

ภาคินัยหรือภาม นักธุรกิจหนุ่มหล่อวัยสามสิบห้าปี ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับเดินไปหยุดยืน ยังกระจกบานใหญ่ตรงหน้า นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองวิวด้านนอกในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยรถรากำลังสัญจรไปมาอย่างหนาแน่นรวมถึงตึกมากมายที่มีแสงไฟสีทองสาดส่องออกมาและรอบๆ ก็เต็มไปด้วยสถานเริงรมย์ ไนต์คลับและอีกมากมาย

สีหน้าเรียบนิ่งยังคงมองไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกล่องลอยอย่างกับคนไร้ความรู้สึก แต่ลึกๆ แล้วมันกลับไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นแม้แต่น้อย ด้วยบุคลิกภายนอกที่เป็นคนเงียบขรึมจนบางครั้งก็ค่อนไปทางเย็นชาทำให้ใครๆ ต่างคิดว่าเขาเป็นคนไร้หัวใจ ทว่าในทางกลับกันบุคลิกแบบนี้ ทำให้พวกผู้หญิงที่เข้าหาเขารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด

เสียงเคาะประตูเรียกสติที่กำลังล่องลอยออกไปไกลให้กลับมาอีกครั้ง เสียงฝีเท้าของใครบางคนหยุดยืนอยู่ด้านหลังไม่ไกลจากเขานัก ภาคินัยเอ่ยถามขึ้นโดยไม่ได้หันกลับไปมอง เพราะรู้ดีว่าคนที่เข้ามานั้นเป็นใคร

“มีอะไร”

“คุณภีมชวนไปที่คลับ บอกว่าวันนี้มีเครื่องดื่มพิเศษครับ”

อคินหรือคิน เลขาหนุ่มวัยสามสิบสามปีเอ่ยบอกพร้อมกับขยับขาแว่นสายตาเล็กน้อย ใบหน้าที่อยู่ภายใต้กรอบแว่นสีเงินนั้น หล่อเหลาไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้านาย สองคนนี้ไม่ว่าไปที่ไหนก็มักจะมีสายตาของสาวๆ มองมาราวกับต้องมนต์สะกด อคินเป็นเลขาและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ภาคินัยไว้ใจ

“อะไรของมันอีกล่ะ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความสงสัย

“ไปมั้ยครับ ผมจะได้เตรียมรถ” เลขาคนสนิทถามขึ้นอีกครั้งอย่างรอคอยคำตอบ

ภาคินัยยืนใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจพูดออกมา

“ไปเตรียมรถ”

“ครับ”

อคินตอบรับแล้วรีบลงไปเตรียมรถอย่างที่เคยทำพร้อมกับนั่งลงประจำที่คนขับรอผู้เป็นเจ้านาย ไม่นานภาคินัยก็เข้ามานั่งในรถ หลังจากนั้นรถยุโรปคันหรูก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปยังจุดหมายปลายทาง

สักพักรถก็มาจอดยังหน้าคลับที่มีผู้คนกำลังยืนกันอยู่ประปราย ที่นี่เป็นคลับขนาดใหญ่มีพื้นที่แยกออกเป็นหลายส่วนและหลายระดับตามกำลังเงินในกระเป๋าของคนที่มาสังสรรค์ คลับแห่งนี้เป็นธุรกิจของครอบครัวภาคินัยซึ่งมีน้องชายของเขาเป็นผู้ดูแล ส่วนบิดากับมารดานั้นส่งต่อทุกอย่างและหนีไปสวีทกันที่บ้านพักตากอากาศนานหลายเดือนแล้ว

ชายหนุ่มเลือกที่จะเดินเข้าไปทางด้านหลังร้านเพราะเขาไม่ชอบที่แบบนี้มากนัก ครั้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่าน้องชายเพียงคนเดียวกำลังนั่งคลอเคลียอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งอย่างเมามันบริเวณโต๊ะทำงาน ซึ่งเป็นภาพปกติที่เขาเห็นจนชินตา ชายหนุ่มกับอคินจึงเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง

“มาเร็วจัง”

ภรัณยูหรือภีม หันมาพูดกับพี่ชายพร้อมกระซิบบอกให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปก่อน ชายหนุ่มวัยสามสิบสองปียืนขึ้นแล้วรูดซิบกางเกงยีนสีซีดของตัวเองพร้อมกับเดินมานั่งลงตรงข้ามผู้เป็นพี่ ภรัณญูเป็นคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขามักจะชอบสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนขาดๆ เส้นผมของเขาถูกย้อมให้เป็นโทนสีเทาจนดูมีออร่า ติ่งหูหนาใส่จิวเพชรเพียงข้างเดียวดูดีอย่างลงตัว

“วันนี้มีเครื่องดื่มอะไรอีกวะ ภีม” ภาคินัยมองหน้าน้องชายนิ่งพร้อมกับเอียงคออย่างรอคำตอบ

“ก็แค่อยากให้ออกมาเที่ยวสาวบ้าง” ภรัณยูแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“กู กลับละ” ภาคินัยเตรียมจะลุกขึ้น ทว่าน้องชายกลับรีบห้ามไว้พร้อมกับสาธยายสิ่งที่เขาพึ่งคิดค้นได้เมื่อไม่นานมานี้

“เฮ้ย! ล้อเล่น วันนี้มีเครื่องดื่มพิเศษ ดื่มง่ายแถมอร่อย แต่อานุภาพรุนแรงตามระดับ”

“เลยมาให้กูชิม”

“ก็ชิมกันหลายๆ คนไง แล้ววันนี้มีสาวๆคนใหม่มาด้วย เผื่อพี่สนใจ”

“ไม่” ภาคินัยปฏิเสธเสียงแข็งกร้าว

“ปฏิเสธเร็วจริงๆ พี่ทำให้ผมคิดว่านกเขาพี่มันไม่ขันแล้ว” ภรัณยูมองหน้าพี่ชายอย่างจับผิด

“ก็แค่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ แล้วก็ไม่อยากนอนกับใครมั่วๆ” เขาย้ำคำหลังแล้วมองหน้าภรัณยูพร้อมกับแค่นหัวเราะออกมา

“ผมคัดคนนะคร๊าบ ไม่ได้มั่วอย่างที่พี่คิด”

“...”

"ถ้าพี่ยังไม่เลิกมองผมแบบนั้น.."

"ทำไม?"

"เปล๊าาา"ภรัณยูยักไหล่แล้วหันไปมองทางอื่น ทว่าในใจของเขากลับคิดอะไรสนุกๆออก

อ่านต่อ

สารบัญ คลั่ง(รัก)เมียเด็ก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
To save her family from bankruptcy and debt, young Pichaya is forced into a humiliating contract as a plaything for Poramet, a billionaire diamond tycoon. Though he views her as a mere commodity with no right to be the mother of his children, Pichaya must endure his cold cruelty and savage desires. Trapped in a cycle of submission until she graduates, she realizes that the man the world admires is a heartless predator who will never grant her freedom as long as he remains unsatisfied.
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
ตอน
อ่านเลย
แชร์