ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิมานหวาม

วิมานหวาม

แมทธิวถูกบีบบังคับให้เข้าสู่พิธีวิวาห์กับมะลิ เจ้าสาวที่เขาตราหน้าว่าเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินและจอมวางแผน แม้จะประกาศก้องว่าชิงชังเธอสุดหัวใจพร้อมสาปส่งให้ชีวิตแต่งงานครั้งนี้เป็นเหมือนนรกบนดินที่เขาจะพิพากษาเธอด้วยตัวเอง ทว่าท่ามกลางความโกรธแค้นและคำดูแคลนที่พ่นออกมา ความใกล้ชิดกลับค่อยๆ ทลายกำแพงอคติลง จนท้ายที่สุดชายหนุ่มผู้แข็งกร้าวก็พ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของภรรยาที่ตนเคยรังเกียจ และแปรเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักที่หยั่งรากลึกจนหมดหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

แทนที่เบื้องหน้าจะเป็นบ้านพักต่างอากาศในบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันตกตอนใต้ของประเทศอังกฤษหรือที่เรียกกันว่า ‘The Cotswolds’ของเดซี่ แต่กลับเป็นตึกสูงระฟ้าแทนเสียนี่ มะลิจ้องมองทะลุกระจกรถออกไปด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยังไม่ทันหาคำตอบให้กับตัวเองได้สำเร็จรถสปอร์ตคันงามที่นั่งอยู่ก็จอดสนิทลงเสียก่อน พร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่สุดสมบูรณ์แบบของแมทธิวที่ก้าวลงไป

หล่อนเห็นเขาหยุดพูดกับผู้ชายแต่งตัวสุภาพคนหนึ่งที่ยืนค้อมศีรษะให้สองสามคำ ก่อนจะหายตัวเข้าไปภายในสิ่งก่อสร้างสุดวิจิตรเบื้องหน้า โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลกลับมามองหล่อนที่นั่งงงงวยอยู่ภายในรถเลยแม้แต่น้อย

นี่ก็บ่งบอกให้รู้แล้วล่ะว่าในสายตาของแมทธิว บราวน์ หล่อนคือตัวอะไร ขยะหรือไม่ก็หนูสกปรกที่เขาแสนจะขยะแขยงยังไงล่ะ ความเจ็บช้ำทำให้ฟันคมๆ ฝังลงบนกลีบปากอิ่มสีระเรื่อเต็มแรง ความทุกข์ทรมานจากความชิงชังของแมทธิว ทำให้หล่อนราวกับถูกผลักลงไปในเหวนรก หล่อนนั่งจมอยู่กับความปวดร้าวทรมานอยู่นานจนเจ้าหน้าที่ของตึกสูงตรงหน้าเข้ามาเคาะประตูเรียกนั่นแหละถึงได้รู้สึกตัว

“คุณผู้หญิงครับ กระผมต้องนำรถไปเก็บครับ”

คำพูดสุภาพจากปากของผู้ชายที่ยืนค้อมตัวอยู่ข้างประตูรถไม่ได้สามารถฉุดมะลิให้ขึ้นมาจากบ่อแห่งความเจ็บปวดได้เลย หล่อนซ่อนน้ำตาเอาไว้สุดความสามารถ หล่อนฝืนยิ้มเศร้าๆ ออกมาขณะรีบก้าวลงจากรถ

“เอ่อ ค่ะ”

ผู้ชายคนนั้นยิ้มให้หล่อนอย่างสุภาพตามมารยาทก่อนจะพารถสปอร์ตของแมทธิวทะยานจากไป ทิ้งให้หล่อนยืนคว้างอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักเพียงลำพัง เวลาคล้ายหมุนเร็วขึ้นเมื่อหล่อนเคลื่อนตัวกวาดมองไปรอบๆ กาย ทุกอย่างดูสับสนไปหมด ผู้คนแปลกหน้าแปลกภาษาที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างจ้องมองหล่อนราวกับหล่อนคือมนุษย์ต่างดาว บ้างก็จับกลุ่มกันซุบซิบบ้างก็มองอย่างเหยียดหยาม

“แม่นั่นไงที่มากับคุณแมทธิว แต่ถูกทิ้ง”

เสียงเหยียดหยันของสตรีคนหนึ่งดังมาเข้าหู ยิ่งตอกย้ำความขมขื่นให้เพิ่มทวีขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มะลิก้มหน้าซ่อนน้ำตาเอาไว้ ขณะฝืนใจก้าวเท้าเดินผ่านกลุ่มผู้หญิงที่กำลังนินทาหล่อนอยู่แต่หูไม่รักดีก็ยังซึมซับคำพูดเราะร้ายนั้นไม่หยุด

“สมควรแล้วล่ะที่ถูกทิ้ง จืดชืดราวกับแกงจืดแบบนี้”

“ใช่ อย่างคุณแมทธิวนะต้องแกงเผ็ด ยิ่งร้อนก็ยิ่งดี”

“นี่เธอรู้ได้ยังไงน่ะ เคยนอนกับคุณแมทธิวหรือ”

คำสนทนานี้ทำให้เท้าบอบบางที่กำลังจะก้าวพ้นจากสองสาวที่ยืนนินทาหล่อนอยู่พ้นแล้วต้องหยุดชะงักลง รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีสิทธิ์แต่หัวใจก็ยังอดเจ็บปวดไม่ได้

“ถ้าเคยก็ดีน่ะสิ...”

“แล้วเธอรู้ได้ยัง”

“ได้ยินคนเขาพูดกันต่อๆ มาน่ะ”

มะลิกัดปากแน่นกับสิ่งที่ได้ยิน แมทธิวเป็นผู้ชายที่สาวๆ เกือบค่อนโลกใฝ่ฝันอยากร่วมเตียงด้วย เขาสมบูรณ์แบบ หล่อเหลาและรวยล้นฟ้า ในขณะที่หล่อนต่ำต้อยราวกับมาจากนอกโลก จืดชืดเหมือนแกงจืดค้างคืน แถมยังเป็นคนที่เขาเกลียดสุดหัวใจเสียอีก จะคาดหวังให้แมทธิวมามีใจตอบนั้นคงไม่มีวันเป็นจริงไปได้ แม้แต่ในฝันก็ยังไม่คู่ควรเลย

“เอ่อ คุณมะลิใช่ไหมคะ”

เสียงเรียกสุภาพจากสุภาพสตรีคนหนึ่งดังขึ้นเบาๆ และนั่นก็ทำให้มะลิหลุดจากวังวนแห่งความโศกาได้ชั่วขณะ หญิงสาวฝืนยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้ารับน้อยๆ

“ค่ะ”

“คุณแมทธิวให้ดิฉันมาพาคุณขึ้นไปหาเธอค่ะ”

แล้วผู้หญิงคนนั้นที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ประจำตึกระฟ้านี้ก็เดินนำหล่อนตรงไปยังลิฟท์ตัวใหญ่ ใช้เวลาไม่นานหล่อนก็สามารถขึ้นมายืนอยู่ยอดตึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ หญิงสาวก้าวออกจากลิฟท์เดินตามคู่สนทนาไปด้วยความหวาดหวั่น ระหว่างทางก็อดมองไปรอบๆ อาณาจักรของแมทธิว บราวน์ไม่ได้

“ที่นี่เป็นเพ้นต์เฮ้าส์คุณแมทธิวค่ะ หรือจะเรียกว่าบ้านหลังที่สองของคุณแมทธิวก็ได้ค่ะ เพราะเธอจะมาพักที่นี่บ่อยมากอาทิตย์ล่ะสองสามวันเลยทีเดียวค่ะ” คู่สนทนาที่เดินนำหน้าอยู่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม

“เอ่อ ค่ะ...”

ไม่รู้จะตอบว่าอะไรนอกจากพยักหน้าและรับคำสั้นๆ ไม่นานหล่อนก็เดินผ่านสระว่ายน้ำขนาดมหึมามาอยู่ที่หน้าประตูไม้ขนาดใหญ่แทน เจ้าหน้าที่สาววางนิ้วเรียวยาวลงบนปุ่มที่ข้างประตูหนึ่งครั้งจากนั้นไม่นานเจ้าประตูบานใหญ่ก็เลื่อนเปิดออกอย่างง่ายดาย

“ระบบการรักษาความปลอดภัยของที่นี่ถือว่ายอดเยี่ยมติดอันดับโลกค่ะ เพราะไม่มีใครที่จะสามารถเข้าพบคุณแมทธิวได้ หากไม่ได้รับอนุญาต...” คู่สนทนาของหล่อนอธิบายไปพร้อมๆ กับการเดินนำเข้าไปด้านใน

“และเมื่อกี้ก็คือการแสกนนิ้วมือค่ะ”

“เอ่อ ค่ะ”

ตอนนี้คำอธิบายแสนสุภาพของคู่สนทนาจางหายไปจากหูราวกับไม่เคยได้ยินมันมาก่อน เมื่อสายตาของหล่อนรับภาพความโอ่อ่าอลังการของห้องกว้างหรูหราเบื้องหน้าเข้ามาเต็มตา ทุกส่วนถูกตกแต่งด้วยของใช้ที่เรียกได้ว่ามีชิ้นเดียวเพียงในโลก แถมยังถูกวางอย่างเหมาะเจาะลงตัว ทำให้สิ่งที่หล่อนได้เห็นเป็นยิ่งกว่าที่อยู่ของเทพบุตรบนชั้นฟ้าเสียอีก

ไม่หรอก... มันคือที่อยู่ของมัจจุราชจากขุมนรกต่างหาก

เสียงหนึ่งในสมองเถียงขึ้น และมันก็ทำให้สติสตังที่ถูกกลืนกินไปกลับความงดงามตรงหน้ากลับคืนมาอีกครั้ง มะลิเม้มปากแน่น ละสายตาจากโทนสีเข้มลึกลับของห้องกว้างเพื่อมองไปยังสตรีสาวที่เคยยืนอยู่ข้างๆ อีกครั้ง แต่ทุกอย่างที่ได้เห็นในตอนนี้กลับมีแต่เพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ข้างกายของหล่อนอีกแล้วนอกจากความน่าสะพรึงกลัวที่เกิดจากรังสีความอำมหิตของแมทธิว บราวน์

“เก็บไม่มิดเลยนะกับอาการชื่นชมความร่ำรวยของฉันน่ะ”

เสียงกระด้างไม่เป็นมิตรดังขึ้นด้านหลัง ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ดีว่าคนที่จงใจหาเรื่องนั้นคือใคร ก็จะเป็นใครไปได้ล่ะในเมื่อตอนนี้ ภายในห้องกว้างที่กินพื้นที่ทั้งหมดของชั้นบนสุดนี้มีเพียงหล่อนกับเขาเท่านั้น

มะลิค่อยๆ หันกลับไปมอง พยายามบังคับตัวเองให้เข้มแข็ง แต่เพียงแค่ได้สบตากับดวงตาคมกริบที่ทั้งหวานทั้งดุดันในคราวเดียวกันเท่านั้น หัวใจของหล่อน ไม่สิ... ไม่ใช่แค่หัวใจหรอก มันทั้งร่างกายและจิตวิญญาณเลยต่างหากที่สะท้านสะเทือนอย่างรุนแรง หล่อนแทบล้มลงกองกับพื้นเสียให้ได้

“คุณแมทธิว...”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แค่อยากให้รักหวนคืน
9.2
พิชาตกอยู่ในบ่วงรักของพิริยะ หมอหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้จะรู้ดีว่าสถานะของเธอเป็นเพียงนางบำเรอที่เขาไม่เคยคิดถนอมน้ำใจ เขามักให้ความสำคัญกับหญิงอื่นและทำตามความต้องการของตัวเองโดยไม่สนความรู้สึกของเธอ แม้คำพูดของเขาจะเย็นชาและตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ไร้ค่า แต่พิชาก็ยังยอมทนอยู่เพื่อรอเศษเสี้ยวความรักจากเขา จนกระทั่งวันที่เธอหายไปจากชีวิตของชายที่มองว่าเธอเป็นของตาย เขาจึงได้เริ่มเรียนรู้ถึงหัวใจตัวเองในวันที่สายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
8.7
เรื่องราวความรักอันร้อนแรงและมืดหม่นเมื่อคุณหนูผู้แสนบริสุทธิ์ต้องเผชิญกับแผนการล่อลวงสุดอันตราย เธอถูกดึงเข้าสู่โลกแห่งกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและรสนิยมแบบซาดิสม์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยฝีมือของคนสวนและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่จ้องจะทำลายความไร้เดียงสาของเธอในการร่วมรักแบบสามคนที่สุดแสนจะเร่าร้อนและดุดัน ทุกสัมผัสที่ได้รับคือบทเรียนสวาทที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลในวังวนแห่งตัณหาที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย อสูรร้อนซ่อนรัก
9.1
สำหรับเธอแล้วเขาคืออสูรร้ายอันตรายที่ไม่ควรเข้าใกล้ ทว่ายิ่งพยายามถอยห่าง เขากลับยิ่งรุกไล่ตามติดประหนึ่งนักล่าที่จ้องตะครุบเหยื่อโอชะ และจะไม่มีวันหยุดจนกว่าจะได้ครอบครองสมใจ เมื่อเผชิญแรงกดดันและสถานการณ์บีบคั้นที่เลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวจึงจำต้องยอมทอดกายเป็นของเล่นชั่วคราวให้เขาเชยชม แต่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่แผดเผา ความผูกพันลึกซึ้งกลับเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งคู่โดยไม่ทันตั้งตัวในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เสน่หาหญ้าอ่อน
9.3
อีวาน ชายหนุ่มผู้เจนโลกกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับ ขิง สาวน้อยไร้เดียงสาที่กุมหัวใจเขาไว้เพียงผู้เดียว เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเสนอจ้างเธอต่อในฐานะผู้หญิงส่วนตัวจนนำไปสู่การปะทะอารมณ์อย่างรุนแรง แม้เธอจะพยายามขัดขืนและยืนยันว่าตนเองมาทำงานไม่ใช่มาขายตัว แต่ในอ้อมกอดบนเกาะที่ห่างไกลนี้ อีวานที่สูญเสียการมองเห็นชั่วคราวกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขายืนหยัดที่จะใช้สัมผัสส่วนอื่นพิสูจน์อำนาจเหนือร่างกายเธอ แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขออิสรภาพมากเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย รักชั่วนิรันดร์
9.0
โฮว่หลิงเฉินมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาออกคำสั่งไล่ตะเพิดและกำจัดหญิงสาวปริศนาอย่างไม่ใยดี จนกระทั่งผู้ช่วยคนสนิทแจ้งความจริงที่น่าตกใจว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาที่เขาไม่เคยใส่ใจ เมื่อความลับถูกเปิดเผย หลิงเฉินจึงเปลี่ยนท่าทีมาเป็นสามีที่คลั่งรักและคอยตามใจเหนียนหย่าเสวียนในทุกเรื่องอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ทว่าท่ามกลางความหวานชื่นและความทะนุถนอมที่เขามอบให้แก่เธอ กลับนำไปสู่จุดจบที่ทุกคนต้องตะลึงนั่นคือการหย่าร้างที่ไม่มีใครเคยคาดฝันมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของท่านประธาน และ ภรรยาคุณหมอ
9.4
ในวันแรกของการเป็นหัวหน้าแพทย์ เอลด้าได้พบความลับอันเจ็บปวดเมื่อคนไข้เด็กวัยสี่ขวบคือลูกลับๆ ของภาคิน สามีที่เธอรัก ท่ามกลางความขัดแย้งในงานเลี้ยง ภาคินทำร้ายเธอจนแท้งลูกเพื่อปกป้องเด็กคนนั้นและเมียน้อยอย่างเลือดเย็น เขาเมินเฉยต่อการสูญเสียของเธอจนความรักห้าปีกลายเป็นเพียงคำลวง หลังรอดชีวิตจากการถูกลอบฆ่าที่หน้าผา เอลด้าตัดสินใจทิ้งอดีตที่แหลกสลายและตัวตนเดิมเพื่อบินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ซูริกโดยไม่หวนกลับมามองอีก