หน้าปกนวนิยาย เสน่หาหญ้าอ่อน

เสน่หาหญ้าอ่อน

9.3 / 10.0
อีวาน ชายหนุ่มผู้เจนโลกกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับ ขิง สาวน้อยไร้เดียงสาที่กุมหัวใจเขาไว้เพียงผู้เดียว เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเสนอจ้างเธอต่อในฐานะผู้หญิงส่วนตัวจนนำไปสู่การปะทะอารมณ์อย่างรุนแรง แม้เธอจะพยายามขัดขืนและยืนยันว่าตนเองมาทำงานไม่ใช่มาขายตัว แต่ในอ้อมกอดบนเกาะที่ห่างไกลนี้ อีวานที่สูญเสียการมองเห็นชั่วคราวกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขายืนหยัดที่จะใช้สัมผัสส่วนอื่นพิสูจน์อำนาจเหนือร่างกายเธอ แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขออิสรภาพมากเพียงใดก็ตาม

เสน่หาหญ้าอ่อน ตอนที่ 1

สายคู่สวยมองประกาศรับสมัครงานที่เพื่อนส่งต่อมาในกลุ่มไลน์ คิ้วเรียงตัวเป็นระเบียบขมวดเข้าหากันจนชิด ริมฝีปากบางเม้มอย่างใช้ความคิด คุณสมบัติของผู้สมัครนั้นก็ไม่ต่างจากงานทั่วไปนัก แต่มีสองข้อที่ทำให้คนกำลังต้องการใช้เงิน หยุดอ่านด้วยความสนใจ

ห้ามพกโทรศัพท์และห้ามติดต่อกับคนภายนอกยกเว้นเป็นคำสั่งของนายจ้างหรือได้รับอนุญาตจากนายจ้างก่อนแล้วเท่านั้น ข้อนี้เธอคิดว่าคงไม่มีปัญหาเพราะถ้าจำเป็นที่จะต้องติดต่อกับคนอื่นเธอก็แค่ขออนุญาตคงไม่ยากเท่าไหร่ เงินเดือนจ่ายล่วงหน้า 50 % ข้อนี้น่าสนใจที่สุด นาทีนี้อะไรก็ตามที่ทำแล้วได้เงินหญิงสาวก็ยินดีจะทำ

“สนใจเหรอขิง” เสียงของเพื่อนทำให้ขิงหรือธันยมัยรีบกดออกจากแอปพลิเคชันไลน์ทันที หญิงสาวไม่อยากให้ใครรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังต้องการใช้เงินอย่างด่วนที่สุด ถ้าเธอไม่มีเงินมาจ่ายทางมหาวิทยาลัยจะไม่ให้เข้าสอบปลายภาคที่กำลังจะมีในอีก 2 วันข้างหน้า

“เปล่าหรอกแพร ก็แค่เห็นว่าเงื่อนไขมันแปลกๆ”

“ก็จริงนะขิง แพรก็เห็นในกลุ่ม ไม่น่าไว้ใจเลย ไม่ให้เราพกโทรศัพท์ถ้าเกิดพาเราไปขายล่ะ บรึ๋ย..ไม่อยากจะคิด” แพรพลอยส่ายหัว

“นั้นสิ ขิงก็ว่าอย่างนั้นแหละ” เธอเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน แต่พอรูมเมทเดินออกจากห้องไปหญิงสาวก็กลับมาอ่านประกาศนั้นอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจโทรศัพท์ไปตามเบอร์ที่ผู้ว่าจ้างลงไว้ในข้อความประกาศ

ร้านกาแฟเล็กๆ ห่างจากมหาวิทยาลัยถึง 20 กิโลเมตรคือสถานที่นัดหมายธันยมัยมาถึงก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เธอมีอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะกลัวว่าจะถูกนายจ้างปฏิเสธกับข้อเรียกร้องของเธอ

ผู้ชายชาวต่างชาติคนหนึ่งความสูงไม่น่าจะต่ำกว่า 185 ซม. เขากำลังเดินเข้ามาในร้านซึ่งตอนนี้มีเพียงเธอเป็นลูกค้าเพียงคนเดียว หญิงสาวเงยหน้ามองแล้วก็ส่งยิ้ม เขาคงเป็นคนที่ลงประกาศรับสมัครงาน

“สวัสดีค่ะ” ธันยมัยกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้ เพราะดูแล้วคงจะอายุมากกว่าเธออยู่หลายปี

“สวัสดีครับ” หนุ่มใหญ่ยกมือรับไหว้ก่อนเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ “คุณธันยมัยใช่ไหมครับ”

“ค่ะ คุณคงเป็นคุณเซบาสเตียน” เธอได้คุยกับเขาทางโทรศัพท์มาแล้วครั้งหนึ่ง แม้จะเป็นชาวต่างชาติแต่เขาก็ใช้ภาษาไทยได้ดีเลยทีเดียว แต่ถ้าจะสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษหญิงสาวก็ไม่ขัดข้องเพราะเธอนั้นใช้ภาษาอังกฤษได้ดีพอกับภาษาไทยที่ใช้เป็นประจำ

“ครับ ผมเข้าเรื่องเลยนะครับ”

“ค่ะ”

เซบาสเตียนเริ่มสอบถามอีกฝ่ายถึงแรงจูงใจในการสมัครงานครั้งนี้ อันที่จริงจะเรียกว่าสอบสวนก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะเขาถามทุกอย่างเกี่ยวกับเธอจนแทบจะรู้ไส้รู้พุง และด้วยความที่กลัวตัวเองจะไม่ได้งานธันยมัยก็บอกเขาไปทุกอย่างแม้กระทั่งสาเหตุที่ตัวเองต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน

“คุณคิดไว้หรือยังว่าจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่”

“คะ?” ใบหน้างามไม่เข้าใจกับคำถาม

“ผมให้คุณเรียกมาเลยว่าอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ ผมจะจ่ายได้เท่าที่จ่ายไหวนะครับ” เขาหัวเราะในลำคอ แม้ว่าจะกำหนดค่าจ้างมาแล้วแต่ก็อยากฟังอีกฝ่ายเสนอมาก่อน

“ฉันไม่รู้ว่าจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ เพราะลักษณะงานมันจะว่าเป็นเลขาฯ ก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นคนดูแลผู้ป่วยก็ไม่แน่ใจเพราะฉันยังไม่เจอคนที่จะต้องไปทำงานด้วย เอาเป็นว่าฉันขอเงินล่วงหน้าคุณ 4 หมื่นก่อนได้ไหม ส่วนเงินที่เหลือก็แล้วแต่คุณจะให้” เงินจำนวนนี้เธอจะนำไปเป็นค่าเทอมและค่าหอพักที่แชร์กันกับเพื่อน แม้ช่วง 2 เดือนนี้เธอจะไม่อยู่แต่ก็ยังคงต้องจ่ายค่าเช่า

“คุณไม่กลัวว่าถ้าครบกำหนด 2 เดือนแล้วผมจะไม่จ่ายที่เหลือเหรอครับ”

“ก็ฉันไม่มีทางเลือก ถ้าถึงตอนนั้นคุณจะโกงก็ค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้ฉันต้องการเงินมาจ่ายค่าเทอมก่อน”

“แล้วคุณจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่”

“คุณจะจ้างฉันใช่ไหม” เสียงนั้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ตามนั้น ผมเป็นคนชอบคนที่พูดตรงๆ”

“ฉันก็เหมือนกัน ฉันพร้อมไปทำงานทันทีที่ออกจากห้องสอบวิชาสุดท้าย ถ้าคุณกลัวฉันจะหนีคุณไปรอที่หน้าห้องสอบได้เลย” แล้วเธอก็ส่งตารางสอบให้กับเขาทางไลน์

เซบาสเตียนยิ้มอย่างพอใจ ผู้หญิงคนนี้รูปร่างหน้าตาก็จัดว่าสวยกว่าที่คิดไว้ แถมยังฉลาดและมีไหวพริบ รู้จักต่อรอง ถ้าได้ไปทำงานกับเจ้านายเขาคงช่วยทางนั้นได้มาก อีกทั้งเธอยังใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เห็นอย่างนี้ชายหนุ่มก็เบาใจ

ธันยมัยอ่านสัญญาจ้างงานอย่างละเอียดก่อนจะเซ็นชื่อลงไป ยื่นให้เขาหนึ่งฉบับและเก็บไว้กับตัวเองอีกหนึ่งฉบับ หลังจากนั้นชายตรงหน้าก็โอนเงินให้ตามเลขบัญชีที่แจ้ง

เธอมองตัวเลขในบัญชีสลับกับมองหน้าเซบาสเตียนอย่างสงสัยเพราะตัวเลขที่ต้องการกับจำนวนเงินเขาโอนเข้ามานั้นไม่ตรงกัน

“ทำไมเยอะจังคะ”

“4 หมื่นสำหรับค่าจ้างล่วงหน้าตามที่คุณขอ ส่วนอีก 4 หมื่นเอาไว้ให้คุณซื้อของใช้ที่จำเป็นของผู้หญิง สำหรับการเดินทางไปทำงานอยู่ที่เกาะ 2 เดือน”

“อยู่เกาะ?” ใบหน้าเต็มไปด้วยคำถาม

“ใช่ ครับ”

“ฉันต้องไปทำงานที่เกาะเหรอคะ ในสัญญาไม่เห็นมีเลย”

“ตายจริงผมคงลืมเขียนลงไป” เขายิ้มเจ้าเล่ห์

“คุณวางแผนมาแล้วใช่ไหม ถึงว่าล่ะทำไมยอมจ่ายเงินง่าย ฉันจะโอนเงินคืนคุณทั้งหมด” เธอประกาศกร้าว

“คุณลืมไปหรือเปล่าว่าสัญญาที่คุณพึ่งเซ็นไประบุไว้ว่าถ้าทำผิดสัญญาคุณต้องชดใช้เป็น 10 เท่าของจำนวนเงินที่รับไป คนฉลาดอย่างคุณคงคิดออกว่ามันเป็นเงินเท่าไหร่”

ธันยมัยหน้าซีดไม่คิดว่าตัวเองจะพลาดท่าให้กับเขา เพราะเอาแต่คิดจะหาเงินค่าเทอมจนลืมถามว่าต้องไปทำงานที่ไหน

“ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้”

“ผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดเลย คุณใจร้อนไม่ถามให้ดีก่อน เอาเป็นว่าถึงวันออกเดินทางผมจะให้คนรับนะครับ”

“คุณทำให้ฉันไม่มีทางเลือก” เธอตัดพ้อ

“แต่คุณเลือกเองนะครับ ผมไม่ได้บังคับคุณเลยสักนิด”

“คุณคงไม่คิดพาฉันไปขายใช่ไหม ฉันชักไม่ไว้ใจคุณแล้ว ก่อนไปฉันคงต้องไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนว่าถ้าฉันหายไปเกินเวลาที่กำหนดให้ตำรวจออกตามหา”

“เชิญคุณทำตามที่ต้องการเลย ผมหวังว่าตำรวจคงจะเชื่อหรอกนะ เพราะเท่าที่รู้เหตุยังเกิดแจ้งความไปเท่านั้น”

เซบาสเตียนเดินออกไปแล้วแต่ธันยมัยยังนั่งอยู่ที่เดิม เพราะเธอไม่มีทางเลือกจึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกวางไว้ข้างเตียง มุมในสุดของห้องนอน ห้องนี้เธอกับแพรพลอยช่วยกันจ่ายค่าเช่าคนละครึ่ง แม้ห้องจะไม่ใหญ่มากแต่มันก็เหมาะสมกับราคาที่จ่ายไป ในห้องไม่มีเครื่องใช้อะไรมากนัก มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะหนังสือทุกอย่างมีจำนวนสองชุดตามจำนวนคนเช่า เว้นแต่ห้องน้ำที่ต้องใช้ร่วมกัน แม้จะคับแคบแต่ข้อดีของมันคืออยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมาก ใช้เวลาเดินเพียง 10 นาทีก็ถึง

“แพร ขิงจะไม่อยู่ห้องสัก 2 เดือนนะ” ธันยมัยบอกรูมเมท

“อ้าวแล้วจะไปอยู่ที่ไหน” ปกติทุกปิดเทอมเธอก็ไม่เห็นว่าเพื่อนจะไปไหน

“ขิงว่าจะไปช่วยงานญาติห่างๆ สัก 2 เดือน”

“ขิงมีญาติด้วยเหรอ แพรไม่เห็นรู้เลย”

“ก็ไม่เชิงญาติหรอก เคยรู้จักกันตอนที่พ่อยังอยู่ วันก่อนขิงบังเอิญได้เจอ เขาเลยชวนไปทำงานช่วงปิดเทอม”

“อ๋อ แล้วจะไปเลยเหรอ” เธอมองไปยังกระเป๋าเดินทางของเพื่อน

“จ้ะ สอบเสร็จก็คงไปเลย”

“บอกพี่ซันหรือยัง”

พี่ซันหรือภาสกรเป็นแฟนหนุ่มรุ่นพี่ของธันยมัยทั้งสองคบหากันมาตั้งแต่หญิงสาวเรียนอยู่ปีสอง ตอนนั้นเขากำลังเรียนอยู่ปีสุดท้าย

“เราติดต่อพี่ซันไม่ได้มาหลายวันแล้ว ที่ไซต์งานคงไม่ค่อยมีสัญญาณ ก็เลยได้แค่ฝากข้อความไว้เดี๋ยวก็คงเห็นเองแหละ” พอคิดถึงแฟนหนุ่มเธอก็เครียดขึ้นมาทันที เพราะครั้งล่าสุดทีเจอกันภาสกรมาขอยืมเงินเธอเพื่อไปเป็นค่ารักษาแม่ของเขาที่อยู่ต่างจังหวัดและบอกว่าจะใช้คืนให้หลังจากเงินเดือนออก แต่ก็ผัดมาเรื่อยจนเธอไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอม

ธันยมัยนั้นต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง เธอทำงานทุกอย่างที่ได้เงิน เพราะหลังจากพ่อของเธอจากไปหญิงสาวก็ไม่เหลือใครให้พึ่งพาอีกแล้ว เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่ได้จากประกันชีวิตของพ่อเธอนำไปซื้อกองทุนเพราะคิดว่าระหว่างนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและเงินจากการทำงานพิเศษก็พอกับการใช้จ่าย แต่เมื่อภาสกรมาหยิบยืมมันเลยทำให้เธอเดือดร้อนอย่างที่เป็นอยู่

“แพร ค่าเช่า 2 เดือนที่ขิงไม่อยู่” เธอยื่นธนบัตรสีเทาจำนวน 4 ใบให้กับเพื่อน

“ขิงไม่อยู่ยังต้องช่วยหารค่าห้องอีก” แต่เธอก็รับเงินไปเพราะถ้าจะให้จ่ายคนเดียวก็คงไม่ไหว

“ก็ขิงกลัวแพรหารูมเมทคนใหม่ มาอยู่แทนขิง”

“แพรจะให้ใครมาอยู่ล่ะ อยู่กับขิงดีที่สุดแล้ว”

“ขิงก็คิดเหมือนกัน ไม่อยากต้องไปรูมเมทใหม่” เธอกับแพรพลอยเรียนอยู่คณะเดียวกันแต่คนละสาขาวิชาพอขึ้นปี 2 ก็เลยชวนกันมาหาหอพักและก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เรื่องที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมนั้นธันยมัยไม่ได้บอกเพื่อนเพราะรู้ว่าเพื่อนของตัวเองก็ลำบากเหมือนกัน แม้ทางบ้านของแพรพลอยจะส่งเงินมาให้บ้างแต่มันก็ไม่มากถึงขั้นจะให้ใครยืม อีกทั้งเพื่อนของเธอก็ทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟในวันหยุดซึ่งค่าแรงก็น้อยนิด ไม่เหมือนกับตัวเองที่รับจ๊อบเป็นพริตตี้ให้กับงานเปิดตัวสินค้าที่มักจะคนมาจ้างอยู่เรื่อยๆ ถึงจะไม่ได้งานทุกวันแต่รวมแล้วก็ยังมากกว่าเงินพิเศษของเพื่อน ถ้าไปขอยืม แพรพลอยก็ต้องสงสัยว่าเงินที่หาได้นั้นมันหายไปไหน ภาสกรกำชับตลอดว่าไม่ให้บอกใครที่ตัวเองมาขอยืมเงินคนซึ่งยังเรียนไม่จบอย่างเธอ หญิงสาวเข้าใจภาสกรเพราะถ้าเธอเป็นเขาก็คงจะอายกับเรื่องนี้เหมือนกัน

พอคิดถึงแฟนหนุ่มธันยมัยก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดู หลายวันแล้วที่พยายามติดต่อภาสกร เพราะนอกจากเรื่องเงินแล้วเธอเองก็เป็นห่วงแฟนอยู่มาก ชายหนุ่มไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ครั้นจะไปหาที่ห้องพักก็กลัวว่าเขาจะไม่พอใจ หญิงสาวไม่อยากให้เขาต้องอึดอัดจนเกินไป

ธันยมัยไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเอาเสียเลย เพราะมีเรื่องต้องคิดมากมาย จนในที่สุดก็ตัดสินใจเก็บหนังสือเข้าชั้นวาง ส่วนแพรพลอยนั้นหลังจากคุยกับเธอเสร็จก็ใส่แอร์พอร์ตแล้วนั่งอ่านหนังสืออย่างเงียบๆ

อ่านต่อ

สารบัญ เสน่หาหญ้าอ่อน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
To save her family from bankruptcy and debt, young Pichaya is forced into a humiliating contract as a plaything for Poramet, a billionaire diamond tycoon. Though he views her as a mere commodity with no right to be the mother of his children, Pichaya must endure his cold cruelty and savage desires. Trapped in a cycle of submission until she graduates, she realizes that the man the world admires is a heartless predator who will never grant her freedom as long as he remains unsatisfied.
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
ตอน
อ่านเลย
แชร์