หน้าปกนวนิยาย วิมานหวาม

วิมานหวาม

9.2 / 10.0
แมทธิวถูกบีบบังคับให้เข้าสู่พิธีวิวาห์กับมะลิ เจ้าสาวที่เขาตราหน้าว่าเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินและจอมวางแผน แม้จะประกาศก้องว่าชิงชังเธอสุดหัวใจพร้อมสาปส่งให้ชีวิตแต่งงานครั้งนี้เป็นเหมือนนรกบนดินที่เขาจะพิพากษาเธอด้วยตัวเอง ทว่าท่ามกลางความโกรธแค้นและคำดูแคลนที่พ่นออกมา ความใกล้ชิดกลับค่อยๆ ทลายกำแพงอคติลง จนท้ายที่สุดชายหนุ่มผู้แข็งกร้าวก็พ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของภรรยาที่ตนเคยรังเกียจ และแปรเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักที่หยั่งรากลึกจนหมดหัวใจ

วิมานหวาม ตอนที่ 1

คฤหาสน์หรูสไตล์โคโลเนียลตั้งอยู่บนอาณาจักรกว้างขวางถึง 15 เอเคอร์ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร คฤหาสน์หลังนี้เป็นคฤหาสน์สีขาวทั้งหลัง ชวนตะลึงด้วยวิวทิวทัศน์ของเมืองลอนดอนและทะเลสาบที่ถูกจำลองขึ้นมาได้อย่างเหมือนจริง ในขณะที่ด้านหน้ามีแม่น้ำเทมส์เป็นที่เปรียบประดุจดั่งสายเลือดของคนอังกฤษไหลผ่าน ด้านข้างมองเห็นลอนดอนอายหรือมิลเลเนียลวีลได้ไม่ยากเย็นนัก ทุกอย่างดูเหมาะสมและลงตัวอย่างที่สุด แต่ทำไมนะ ทำไมมะลิกลับมีความรู้สึกว่ามันยังไม่ถูกต้อง มันยังมีอะไรผิดที่ผิดทางอยู่

ก็ตัวหล่อนยังไงล่ะ หญิงสาวบอกตัวเองอย่างขมขื่น ตัวของหล่อนเองที่ผิดที่ผิดทางมาตลอด ผู้หญิงที่ต่ำยิ่งกว่าเศษขยะในถัง ผู้หญิงที่ไร้ค่าจนแทบไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมองแผ่นฟ้ากว้างได้เต็มตา ผู้หญิงที่สกปรกยิ่งกว่าหนูโสโครกเสียอีก สายตาของแมทธิว บราวน์บอกแบบนั้นทุกครั้งที่จ้องมองมายังหล่อน

ความเจ็บปวดไหลพล่านไปตามกระแสเลือดอย่างรุนแรง น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูซึมออกมาคลอเบ้า พยายามจะไม่ร้องไห้ พยายามจะไม่เสียใจ แต่ก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้เลยจริงๆ เมื่อสายตาของแมทธิวที่มองมานั้นมันตอกย้ำว่าหล่อนควรอยู่ตรงไหน อยู่ตรงไหนในคฤหาสน์หรูแห่งนี้

ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นจ้าวหัวใจของเขาได้ เป็นได้แค่เพียงผู้หญิงไร้ค่าที่เขาไม่มีทางปฏิเสธได้เท่านั้น ผู้หญิงแพศยา ผู้หญิงละโมบ ผู้หญิงที่ร้ายกาจยิ่งกว่าแม่สาวนักขุดทองก็คือหล่อน นี่แหละคือสิ่งที่หล่อนเป็นในสายตาของแมทธิว บราวน์

น้ำตาที่พยายามจะซ่อนเอาไว้ทะลักออกมาลวกแก้มนวลอย่างสุดกลั้น สาวน้อยสะอื้นไห้เบาๆ และก็ต้องรีบยกมือขึ้นป้ายมันทิ้งอย่างลนลานเมื่อเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นด้านหลัง เสียงเท้าหนักๆ แบบนี้ไม่มีทางเป็นใครไปได้นอกจาก...

หญิงสาวหมุนตัวกลับมาแล้วก็พบว่าคนที่ยืนด้านหลังคือแมทธิว บราวน์ ผู้ชายที่ฝังแน่นอยู่ในสมองของหล่อนราวกับถูกติดด้วยกาวตราช้าง ทุกลมหายใจของหล่อนมีแต่เขา มีแต่ผู้ชายหล่อลากไส้แต่สายตาแสนดุดันคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่รู้หรอกว่าหลงรักเขาได้ยังไง หลงรักตั้งแต่เมื่อไหร่ พอมารู้ตัวอีกทีก็มีเขาอยู่เต็มหัวใจเสียแล้ว สลัดยังไงก็ไม่ยอมออก เขาฝังแน่นฝังลึกและกัดกินไปทั้งจิตวิญญาณของหล่อนจนหมดสิ้น ไม่เหลืออะไรให้หล่อนภาคภูมิใจเลยแม้แต่นิดเดียว

“คุณแมทธิว...”

“อย่ามาทำหน้าดีใจแบบนั้น”

น้ำเสียงถือตัวของเขายิ่งตอกย้ำว่าเขานั้นเกลียดชังขยะแขยงในตัวของหล่อนมากแค่ไหน มะลิก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่กำลังจะทะลักออกมาเอาไว้อย่างสุดกำลัง ก่อนจะฝืนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาจนน่าเวทนา

“มะลิไม่ได้ดีใจ...”

“แล้วยิ้มทำไม อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าไอ้เรื่องบ้าๆ นี่เป็นความคิดของใคร...”

ในสายตาของเขาหล่อนไม่มีความดีเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่าง... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหล่อนผิดมาตลอด ผิดตั้งแต่เหยียบย่างมาบนผืนแผ่นดินของอังกฤษแล้วล่ะ ผิด... ที่มาเจอเขาที่นี่ และก็ผิดที่จะต้องกลายเป็นเจ้าสาวนอกหัวใจของเขา

“มะลิขอโทษค่ะ คือมะลิ...”

“หุบปากซะ ฉันไม่อยากฟังคำพูดของผู้หญิงแพศยาแบบเธออีก” เขาจ้องเขม็งมองมาที่หล่อน กระแสความชิงชังพุ่งพล่านออกมาจากดวงตาคมกริบนั้นจนหล่อนต้องเมินหน้าหนี เจ็บปวดจนแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด

“มะลิ... มะลิขอโทษ”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษแล้ว เพราะสิ่งที่เธอต้องทำในตอนนี้ก็คือรองรับอารมณ์เถื่อนของฉันให้สุดความสามารถก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มตวาดใส่หน้าหล่อนเสียงเกรี้ยวกราด ทุกอณูเนื้อของเขาถูกห่อหุ้มด้วยโทสะร้าย เปลวไฟเผาไหม้อยู่ในดวงตาคมกริบ มะลิน้ำตาทะลักออกมาอย่างสุดกลั้น กายสาวสั่นระริกขณะลนลานถอยหลังหนีเมื่อพ่อตัวโตขยับเข้ามาหาด้วยท่าทางคุกคามไม่ผิดจากเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อไร้ทางสู้

“แล้วเธอจะรู้ว่า...มัจจุราชที่ว่าร้ายน่ะ ยังร้ายน้อยกว่าฉันเสียอีก...”

ทำไมหล่อนจะไม่รู้ล่ะ ทำไมหล่อนจะไม่ซาบซึ้งว่าแมทธิว บราวน์ร้ายกาจแค่ไหน โดยเฉพาะกับหล่อน กับผู้หญิงที่เขาเกลียดเข้าไส้แบบหล่อน มะลิสะอื้นไห้ด้วยความเจ็บช้ำ พลางยกมือขึ้นป้ายน้ำตาทิ้งเมื่อเห็นเดซี่เดินเข้ามาสมทบ

“ทำอะไรน้องอีกล่ะแมทธิว ดูสิตาแดงเชียว”

คนถูกเรียกกระแทกลมหายใจออกมาก่อนจะหันไปตอบมารดาบังเกิดเกล้าของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ทั้งต่ำทั้งลึกบอกให้รู้ว่าข่มโทสะเอาไว้แค่ไหน

สำออย บีบน้ำตา เจ้ามารยา นี่แหละสิ่งที่แม่ดอกมะลิกำลังแสดงอยู่ นึกว่าเขาตามเกมของหล่อนไม่ทันหรือไง พอเห็นแม่ของเขาเดินเข้ามาก็น้ำตาร่วงราวกับนักแสดงเจ้าบทบาท ทุเรศสิ้นดี ผู้หญิงอย่างนี้น่ะหรือจะมาเป็นเมียเป็นแม่ของลูกเขา ไม่มีทาง!

“ผมจะไปทำอะไรลูกสะใภ้คนดีของคุณแม่ได้ล่ะครับ เธอเก่งจะตายไป” แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ละเว้นหล่อน ยังเหยียดหยามเย้ยหยันให้หล่อนต่ำต้อยยิ่งกว่าเศษหญ้าใต้ฝ่าเท้าของเขาเสียอีก มะลิป้ายน้ำตาทิ้งก่อนจะปั้นยิ้มขมขื่นออกมา

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณป้า มะลิแค่... ฝุ่นเข้าตา...”

นึกแล้วเชียวว่าจะต้องแสดงบทนางเอกแบบนี้ ฝุ่นเข้าตา แมทธิวหยันเยาะอยู่ภายในอก มองแม่ดอกมะลิที่ตีบทนางเอกเจ้าน้ำตาแตกกระจุยด้วยความดูแคลน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่นี่จะเล่นละครได้เก่งฉกาจถึงเพียงนี้ เก่งชนิดที่เรียกได้ว่าหากเขาไม่รู้เช่นเห็นชาติของหล่อนเสียก่อน คงเชื่อสนิทใจเลยว่าเจ้าหล่อนเป็นคนดี น่าสงสาร และน่าทะนุถนอม

“โธ่หนูมะลิของป้า... อย่าเสียใจเลยนะเพราะสักวันเจ้าคนที่บอกว่าเกลียดหนูนักเกลียดหนูหนาจะต้องมาคุกเข่าขอความรักจากหนูเชื่อป้าสิ”

เดซี่ดึงร่างอรชรของมะลิเข้ามากอดอย่างรักใคร่ พลางจ้องมองหน้าลูกชายอย่างตำหนิติเตียน แต่พ่อเจ้าประคุณหาสนใจที่ไหน ยังคงแค่นยิ้มหยันออกมาไม่สร่างซา แถมยังปากดีโจมตีลูกสะใภ้ของหล่อนไม่หยุดเสียอีก

“อย่าหวังว่าจะเป็นผมนะครับ เพราะสิ่งใดที่ผมเกลียด... ผมก็จะเกลียดมากขึ้นทุกวินาที ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้”

มะลิเจ็บปวดกับคำพูดบาดลึกของแมทธิวยิ่งนัก แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้นอกจากสะอื้นไห้เงียบๆ กับอกของเดซี่ต่อไป

เดซี่มองมะลิอย่างสงสาร ก่อนจะซัดลูกชายตัวแสบกลับไปอย่างไม่ปรานี “แล้วแม่จะคอยดู จะคอยดูวันที่ลูกแพ้หัวใจตัวเอง และวันนั้นอย่ามาให้แม่ช่วยก็แล้วกัน”

“ผมว่าคุณแม่ขึ้นสวรรค์ไปสักร้อยปีแล้ว เรื่องน่าสะอิดสะเอียนแบบนั้นก็คงไม่มีทางเกิดขึ้น”

ไหล่กว้างทรงพลังของแมทธิวไหวน้อยๆ อย่างไม่แยแส ขณะเดินผิวปากตรงไปยังประตูทางออกห้องรับแขก แต่เหมือนคิดอะไรได้จึงหยุดเดิน

“ผมให้เวลาห้านาทีนะครับ ถ้าลูกสะใภ้คนดีของคุณแม่ยังไม่ไปที่รถ ผมจะไม่รอ...”

แล้วร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีเขียวขี้ม้าก็ก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องรับแขกกว้าง เดซี่มองตามไปด้วยสายตาอ่อนอกอ่อนใจ

“ไอ้ลูกคนนี้มันปากจัดติดใครนะ”

เดซี่พึมพำก่อนจะดันร่างของมะลิที่สะอื้นเบาๆ กับอกของตัวเองให้ออกห่าง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“หนูมะลิ... เชื่อป้านะว่าสักวัน แมทธิวจะต้องรักหนู...”

มันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีทางเป็นอย่างที่เดซี่กำลังบอกได้ แต่หล่อนก็ไม่มีทางปริปากพูดออกไปให้ผู้มีพระคุณไม่สบายใจหรอก หล่อนยิ้ม ใช่ ต้องยิ้มกว้างเท่านั้น แม้ว่าภายในใจจะรวดร้าวทรมานสักแค่ไหนก็ตาม

“ความดีของหนูจะทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเจ้าแมทธิวมันอ่อนลง เชื่อป้านะ...”

ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก นอกจากพยักหน้ารับน้อยๆ มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็วเมื่อมันทำท่าจะไหลออกมาประจานความเจ็บปวดของหล่อนอีก

“มะลิจะพยายามค่ะ”

“ขอบคุณมากนะหนูมะลิ ถ้าลูกสะใภ้ของป้าคือหนูมะลิ ป้าคงตายตาหลับ”

หญิงสาวได้แต่ฝืนยิ้มแห้งแล้งมอบให้ ก่อนจะก้มหน้าซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายในอกด้วยการมองปลายเท้าของตัวเอง เดซี่ยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยสวยของเด็กสาวตรงหน้า

“ไปเถอะ ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวครั้งนี้นะจ๊ะ”

ความรู้สึกของหล่อนช่างห่างไกลจากคำว่าสนุกเหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถแสดงมันออกไปได้ นอกจากยิ้ม ยิ้มอย่างเดียวเท่านั้น

“ค่ะคุณป้า...”

“งั้นไปเถอะ เดี๋ยวพ่อลูกชายอารมณ์ร้อนของป้าจะอาละวาดใส่ถ้าไปช้า”

และมันก็เป็นอย่างที่เดซี่คาดเดาไว้จริงๆ เมื่อพอหล่อนพาร่างบอบบางของตัวเองก้าวขึ้นมาบนรถเท่านั้นพ่อคุณพ่อทูนหัวก็เริ่มต้นชวนลงสนามสงครามทันที

“คิดว่าเป็นใครกัน ถึงให้ฉันนั่งรอนานขนาดนี้”

“คือมะลิ”

“เลิกติดอ่างได้ไหมเวลาอยู่ต่อหน้าฉันน่ะ ทำไม... บทนางเอกที่เขียนเอาไว้เขาให้แกล้งทำเป็นติดอ่างตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้าว่าที่ผัวหรือไง ใช่ไหม แม่ดอกมะลิ”

เขาหยามหยันเสียงกระด้าง มองหล่อนอย่างชิงชัง มะลิน้ำตาซึมขยับกายชิดประตูฝั่งตัวเองอย่างสุดความสามารถ

“ไม่ใช่นะคะ... มะลิไม่ได้เป็นแบบนั้น...”

“รู้ไหมว่าไม่มีผู้ชายดีๆ ทีไหนอยากได้เธอเป็นเมียหรอก หากไม่ถูกบังคับน่ะ”

น้ำตาที่ซ่อนเอาไว้ทะลักออกมาอาบแก้ม เขาขยับเข้ามาใกล้ มองอย่างชิงชังจนคนถูกมองหัวใจแทบแหลกสลาย

“น่าขยะแขยงที่สุด...”

“มะลิขอโทษ... มะลิขอโทษ”

“เก็บคำขอโทษของเธอไปใช้กับไอ้หน้าโง่คนอื่นเถอะ เพราะฉันฉลาดพอที่จะรู้ว่าทุกคำพูดที่เล็ดลอดออกมาจากปากของเธอนั้นมันปลิ้นปล้อนแค่ไหน...”

แล้วรถสปอร์ตคันงามก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยร่างเล็กถลาไปด้านหน้าจนศีรษะแทบจะชนกับกระจกหน้ารถ มือบางลนลานคว้าเข็มขัดนิรภัยมารัดรอบกาย ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองค่อยๆ ล่วงลงสู่ก้นเหวแห่งความทุกข์ทรมานอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

เจ็บปวดหรือเกินกับความเกลียดชังที่แมทธิว บราวน์มอบให้ เขาเกลียดหล่อน เกลียดหล่อนยิ่งกิ้งกือไส้เดือนและแน่นอนว่าเขาจะเกลียดหล่อนไปจนวันตาย

อ่านต่อ

สารบัญ วิมานหวาม

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย แสงใต้เงา [ Chance Below Shadow ]
9.1
น้ำแข็งได้รับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่แทนที่หญิงสาวผู้ล่วงลับที่มีหน้าตาเหมือนเธอทุกประการ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญกับไมล์ ชายหนุ่มผู้จมปลักกับรักครั้งแรกที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาปฏิบัติกับเธออย่างร้ายกาจและเห็นเธอเป็นเพียงเงาของคนรักเก่าเท่านั้น น้ำแข็งถูกบังคับให้ร่วมห้องกับเขาเพื่อความสบายใจของมารดาผู้มีพระคุณ แม้เธอจะเริ่มหวั่นไหวกับเสน่ห์ของเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่ความเย็นชาที่ได้รับทำให้เธอต้องเลือกว่าจะทนอยู่ในเงาหรือจะมีใครนำทางเธอไปสู่แสงสว่าง
หน้าปกนวนิยาย เกมพิชิตใจหลังแต่งงาน
8.2
ซูลี่หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์แต่มักซ่อนเร้นตัวตนภายใต้ท่าทีเสแสร้ง พยายามใช้คำหวานหว่านล้อมโม่สิงหย่วน ทว่านักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชากลับไม่เคยแยแสต่อลูกไม้ของเธอเลย จนกระทั่งวันที่ซูลี่ตัดสินใจละทิ้งความพยายามและเลิกเอาใจเขา กลับกลายเป็นโม่สิงหย่วนเองที่ทนไม่ได้ เขาถึงขั้นยอมทิ้งความสุขุมเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด พร้อมเสนอแลกทุกสิ่งในชีวิตเพียงเพื่อให้เธอกลับมาสนใจเขาอีกครั้ง ความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้ชายผู้เคยควบคุมทุกอย่างได้ต้องสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย หัวใจเมียน้อย
8.5
เมื่อหนี้บุญคุณกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หญิงสาวคนหนึ่งจึงต้องยอมสละสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ ครั้งแรกเธอจำต้องแลกด้วยพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์เพื่อชดใช้หนี้สิน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อบุญคุณครั้งที่สองบีบคั้นให้เธอต้องมอบหัวใจทั้งดวงเข้าไปผูกพันในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความรักและความเจ็บปวดในฐานะเมียน้อยที่สังคมตราหน้า เธอจะจัดการกับความรู้สึกที่ถลำลึกนี้ได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
ตอน
อ่านเลย
แชร์