ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สลับรักพ่อเลี้ยงร้าย

สลับรักพ่อเลี้ยงร้าย

พิมริสาจำต้องตอบแทนบุญคุณตระกูลของคุณหญิงดวงฤดีที่ชุบเลี้ยงเธอมาด้วยการแต่งงานกับพ่อเลี้ยงหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อนแทนคุณหนูพลอย ทายาทตัวจริงที่ปฏิเสธการวิวาห์เพราะรังเกียจชีวิตในป่าและข่าวลือเรื่องความพิการของเขา คุณหญิงดวงฤดีที่ไม่เคยเต็มใจรับเลี้ยงพิมริสาอยู่แล้วจึงสบโอกาสบังคับให้เธอไปรับกรรมแทนลูกสาวตนเองเพื่อปลดหนี้ตามสัญญา พิมริสาจึงต้องเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่ถูกยัดเยียดให้ในฐานะเจ้าสาวตัวตายตัวแทนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ตอน
แชร์

ตอน 1

18.00 น.

“หม่ำๆ...”

เด็กหญิงวัยหกเดือนกว่าๆที่ตัวขาวจ้ำม่ำนั่งอยู่ในเก้าอี้นั่งทานข้าวของเด็กเมื่อเห็นคนเป็นแม่ถือถ้วยข้าวบดมานั่งอยู่ตรงหน้าก็ใช้ขาที่เป็นปล้องๆของตัวเองดีดดิ้นเพื่อเป็นสัญญาณให้คนเป็นแม่ได้รู้ว่าหนูหิวแล้วนะคะ

“อ้ำๆ...”

น้องเพลงของคุณแม่ทานเก่งจังเลยนะคะดูสิคอลูกสาวแม่จะไม่มีแล้วนะคะขืนถ้ายังทานเยอะอยู่แบบนี้ลูกสาวแม่ต้องกลายเป็นลูกหมูตัวน้อยแน่นอนเลย

“แอร๊....แอร๊ะ!!!”

“ใจเย็นๆสิคะคนเก่ง”

เมื่อผู้เป็นแม่ป้อนข้าวไม่ทันใจเด็กหญิงที่นั่งอยู่เก้าอี้นั่งก็ส่งเสียงดังเพราะความที่แม่ป้อนไม่ทันใจนั่นเองทำให้คนเป็นแม่ต้องปรามบอกกับหนูน้อยว่าให้ใจเย็นๆก็เล่นป้อนข้าวแล้วกลืนหายอย่างเดียวเป็นใครจะป้อนให้ทันใจได้ล่ะ

“แอ้ะ...”

แปะๆๆๆๆ

เด็กหญิงเพียงฟ้าตอนนี้อารมณ์ดีอย่างมากเพราะได้ทานข้าวอิ่มแล้วแถมผู้เป็นแม่ก็พามาอาบน้ำก่อนที่จะพาไปนอนซึ่งการอาบน้ำเป็นอะไรที่เด็กหญิงชอบมาก

“เปียกแม่หมดแล้วค่ะ...แกล้งแม่ใช่มั้ยคะ”

“แอร๊...”

เมื่อพิมริสาป้อนข้าวลูกสาวของเธอเรียบร้อยแล้วเธอจึงพาลูกสาวของเธออาบน้ำเพื่อที่จะได้ป้อนนมแล้วให้ลูกสาวของเธอนอนเพราะมันก็ใกล้เวลานอนของเด็กหญิงแล้วแต่ดูท่าลูกสาวของเธอจะติดลมในการอาบน้ำเสียแล้วจะเป็นแบบนี้ทุกวันไปเธอก็ไม่รู้ว่าลูกสาวของเธอจะชอบเล่นน้ำขนาดนี้

19.30 น.

หลังจากที่หญิงสาวอาบน้ำให้ลูกสาวของเธอเสร็จแล้วเธอจึงพาเด็กหญิงมานอนดูดนมจากเต้าของเธอตอนนี้ก็เป็นเวลาได้สักพักแล้วลูกสาวที่กำลังนอนดูดนมจากอกของเธออยู่ก็หลับตาพริ้มไปแล้วด้วยแต่ปากก็ยังคงมีดูดนมอยู่และทั้งสองมือของหนูน้อยก็ยังคอยโอบเต้างามที่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดไว้อย่างหวงแหน

พิมริสาย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลาปีกว่าแล้วเธอมาเช่าบ้านแถวๆนอกตัวเมืองของจังหวัดตากเพื่ออยู่กับธรรมชาติตอนที่เธอมาอยู่ที่นี่เธอไม่คิดว่าเธอเองจะกำลังมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้องด้วยซ้ำเหตุการณ์ที่มันทำให้เธอต้องย้ายที่อยู่หนีมาอยู่ที่นี่คนเดียวก็เพราะเธอนึกน้อยใจในโชคชะตาและเธอก็ไม่อยากเห็นหน้าคนที่คอยเอาแต่จะทำร้ายและเอาเปรียบเธออีก

ตอนนี้ที่หญิงสาวใช้ชีวิตอยู่กับลูกของเธอที่นี่เพียงแค่สองคนนับว่าเป็นเรื่องที่เธอมีความสุขมากแล้วเพราะตลอดเวลาที่เธอโตมาเธอเองก็ไม่เคยรู้สึกเป็นอิสระแบบนี้มาก่อนเพราะตั้งแต่ที่เธอเกิดมาบ้านของเธอก็เอาตัวของเธอไปขายให้เป็นลูกบุญธรรมคนอื่นถึงคนที่รับอุปการะเธอจะเป็นคนรวยมีชาติตระกูลก็เถอะแต่ตั้งแต่เธอเด็กๆเธอไม่เคยรับรู้เลยว่าคำว่ากินอิ่มนอนหลับมันเป็นยังไงเพราะคนที่บ้านนั้นเลี้ยงเธอไม่ต่างจากคนรับใช้ในบ้านมีแค่พ่อบุญธรรมของเธอคนเดียวเท่านั้นที่ดีกับเธอแต่เขาก็ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ดูแลเธอสักเท่าไรแถมเธอยังถูกบังคับให้แต่งงานกับคนป่าเถื่อนอีกต่างหากเรื่องนี้เธอนั้นอยากจะลืมๆมันไปเสียจนสิ้น

เรื่องราวในอดีต

2ปีที่แล้ว

“คุณแม่คะพลอยไม่แต่งนะคะ...ก็ให้นังพิมมันไปแต่งแทนสิคะคุณแม่”

“เอ่อ...ไม่นะคะคุณแม่...พิมไม่แต่งกับคนที่ไม่รู้จักนะคะ”

ตอนนี้ทั้งคุณหญิงดวงฤดีคุณหนูพลอยและพิมริสาต่างก็กำลังนั่งสีหน้าเคร่งเครียดกันอยู่เพราะคุณหญิงดวงฤดีได้รับจดหมายจากอินธรเจ้าหนี้ที่เธอไปกู้ยืมมาเพื่อพยุงให้บริษัทอยู่รอดหลังจากที่สามีของเธอจากไปแล้วว่าต้องรีบหาเงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุดหรือไม่อย่างนั้นทางเจ้าหนี้ก็มีข้อเสนอมาให้ว่าถ้าหากไม่ใช้หนี้ในเวลาสองเดือนจะต้องส่งลูกสาวมาแต่งงานกับลูกชายของเขาที่อยู่ต่างจังหวัดแต่คุณหนูพลอยลูกสาวแท้ๆคนเดียวของบ้านยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ยอมแถมยังสั่งให้พิมริสาไปแต่งงานแทนอีก

พิมริสาเองคิดว่าเธอคงไม่มีความสุขแน่ถ้าหากไปแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รักแถมยังไม่เคยเห็นหน้าอีกต่างหากเธอไม่ได้รังเกียจที่รู้ว่าชายหนุ่มพิการหรืออยู่ในป่าในดงแต่เธอไม่อยากแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รักจริงๆ

“แกต้องแต่งฉันไม่ปล่อยให้ลูกสาวฉันต้องไปตกระกำลำบากอยู่ในป่าในดงหรอกนะ”

คุณหญิงดวงฤดีเห็นว่าทางออกของลูกสาวเธอเป็นความคิดที่ดีโดยการส่งลูกเลี้ยงไปแต่งงานแทนเพราะเธอเองก็คงทนดูลูกสาวของเธอที่กำลังจะมีอนาคตที่ดีต้องไปแต่งงานกับพ่อเลี้ยงพิการอยู่แต่ในไร่ในป่าอะไรนั่นไม่ได้หรอก

“ไหนๆฉันก็เลี้ยงเธอจนโตมาป่านนี้แล้วถือซะว่าตอบแทนบุญคุณของฉันก็แล้วกันนะพรุ่งนี้เตรียมตัวเก็บกระเป๋าแล้วเดินทางไปที่ไร่พงษ์พิทักษ์ได้”

คุณหญิงดวงฤดีเห็นทีจึงต้องวางท่าเป็นการทวงบุญคุณกับหญิงสาวทั้งที่เธอก็ไม่ได้อยากจะเลี้ยงหญิงสาวมากนักหรอกและเธอก็เห็นว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เธอจะได้เฉดหัวหญิงสาวออกจากบ้านไปด้วยไหนๆสามีของเธอก็เสียไปแล้วเธอก็คงไม่ต้องให้หญิงสาวอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปก็ได้

“ค่ะ..คุณแม่”

ในเมื่อแม่บุญธรรมของเธอยกเรื่องบุญคุณมาพูดกับเธอพิมริสาจึงต้องยอมทั้งน้ำตาเธอรู้ว่าเธอคงเลี่ยงอะไรไม่ได้เธอไม่รู้ว่าต่อจากนี้เธอจะเจออะไรบ้างเลย

เช้าวันต่อมา

07.00 น.

“ฉันไม่ไปส่งนะเธอไปเองได้ใช่มั้ย”

“ค่ะคุณแม่...”

พิมริสาเก็บกระเป๋าเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนเธอเองเก็บไปกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไปเมื่อมาถึงตอนเช้าที่เธอกำลังจะเดินทางไปแล้วแม่บุญธรรมของเธอที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่คนหนึ่งกลับไม่ได้สนใจอะไรเธอสักนิดหญิงสาวจำต้องก้มหน้าเดินทางไปจากที่นี่ด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวตั้งแต่เกิดมาเธอเองยังไม่ได้สัมผัสถึงความรักจากแม่บุญธรรมของเธอเลยสักครั้งแต่ก็แปลกที่เธอรักท่านจนสุดหัวใจ

วันนี้เธอต้องจากบ้านหลังนี้ไปแล้วเธอไม่รู้ว่าไปที่ไร่พงษ์พิทักษ์นั่นเธอจะเจอกับอะไรบ้างตอนนี้หัวใจของหญิงสาวเหมือนมันเคว้งคว้างไปหมดเหมือนเรื่อเล็กที่ลอยอยู่กลางทะเลอย่างไม่มีจุดหมายและไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้มันไปถึงฝั่ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิษรักแฟนเก่า
7.8
เมื่ออดีตคนรักที่เคยฝากบาดแผลลึกไว้ในใจหวนกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรักและความแค้นจึงถูกปลุกขึ้นมาใหม่ เขาเคยถูกเธอทำให้รักจนหมดใจแต่กลับต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ยากจะลบเลือน ในเมื่อเธอเป็นคนเลือกเดินกลับเข้ามาในชีวิตเขาเอง ครั้งนี้เขาจึงพร้อมจะตอบแทนความทรมานนั้นคืนกลับไป เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับความชอกช้ำที่แสนสาหัสและไม่มีวันลืมเลือนได้เช่นเดียวกับที่เขาเคยเผชิญมา
หน้าปกนวนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
หน้าปกนวนิยาย เมียใบ้บำเรอรัก
9.1
ม่านไหมต้องทนรองรับอารมณ์ใคร่ที่รุนแรงจากเจ้านายผู้เป็นเจ้าของชีวิต แม้ร่างกายจะแหลกสลายจากบทรักที่หนักหน่วงเพียงใด เธอกลับไม่อาจห้ามใจไม่ให้รักเขาได้เลย ความพิการที่ทำให้เธอพูดไม่ได้กลายเป็นช่องว่างให้เขาตักตวงความสุขตามอำเภอใจโดยไม่สนความเจ็บปวด สำหรับเขาแล้วเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่มีไว้ตอบสนองตัณหาบนเตียงเท่านั้น ไร้ซึ่งค่า ไร้ความผูกพัน และไม่มีวันได้รับความรักตอบแทนกลับมาแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย ระบำอสูร
9.6
โชคชะตาขีดเส้นให้เกสรสาวเมืองสุดเปรี้ยวมาพบกับศราหนุ่มมาดเถื่อนจากป่าใหญ่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นอสูรร้าย ทว่าเขากลับเข้ามาพัวพันในชีวิตเธอไม่ห่างจนความบังเอิญก้าวไปสู่การแต่งงาน ท่ามกลางบาดแผลในใจและภูมิหลังครอบครัวที่แตกสลายของทั้งคู่ ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ เมื่อสองหัวใจที่แหว่งวิ่นพร้อมจะก้าวเดินและสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ไปด้วยกัน อสูรที่เคยร้ายจึงกลายเป็นเพียงยอดรักผู้เติมเต็มชีวิตให้เกสรตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย นพรัตน์ & ณัชชา
9.1
เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกลายเป็นความลับที่ต้องปิดตาย ณัชชาตัดสินใจขอร้องให้นพรัตน์ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นและยุติความสัมพันธ์ลง เพราะเธอกำลังจะแต่งงานกับธารินทร์ เพื่อนร่วมรุ่นที่เขาเองก็รู้จักดี คำขอที่แสนเย็นชาสร้างความโกรธแค้นให้ชายหนุ่มอย่างรุนแรงจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ นพรัตน์จึงตอบโต้ด้วยถ้อยคำเยาะหยันถึงความไร้เดียงสาของว่าที่เจ้าบ่าว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและไฟริษยาที่แผดเผาใจของเขาอย่างบัดนี้
หน้าปกนวนิยาย ติวสวาท ปิศาจร้อนรัก
9.6
ออสติน เบรเดน ปีศาจหนุ่มผู้ช่ำชองเรื่องกามารมณ์ถึงกับตกตะลึง เมื่อดรัลพร น้องสาวของเพื่อนสนิทบุกมาขอให้เขาเป็นติวเตอร์สอนบทเรียนรักเพื่อเปลี่ยนเธอให้เป็นสาวร้อนแรง แม้เขาจะพยายามหักห้ามใจเพราะแอบหลงรักเธอมาตั้งแต่เด็ก แต่ความไร้เดียงสาที่แสนยั่วยวนทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ เขาจึงตอบรับเป็นครูสอนบทสวาทโดยมีพรหมจรรย์ของเธอเป็นค่าตอบแทน พร้อมบทลงโทษสุดเร่าร้อนด้วยแส้ที่คอยกำราบไม่ให้เธอไปอ่อยชายอื่นนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น