หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ

ทาสรักเจ้าหัวใจ

9.5 / 10.0
รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์

ทาสรักเจ้าหัวใจ ตอนที่ 1

"เจ๊ มา ๆ ทางนี้ ทางนี้"

เสียงเพื่อนรุ่นน้องในที่ทำงานส่งเสียงตะโกนเรียก เมขลา หรือ เม พร้อมกับกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้าไปหา ทุกคนยืนรอที่หน้าร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งในย่านแหล่งท่องเที่ยว วันนี้ที่แผนกของเธอมีการนัดเลี้ยงสังสรรค์กันประจำไตรมาส ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคราวนี้ถึงพากันมายังสถานที่แบบนี้ด้วย ซึ่งทุกทีก็ไปตามร้านอาหารธรรมดาหรือไม่ก็ร้านหมูกระทะซะมากกว่า จะบอกว่าเธอไม่ค่อยชินกับสถานที่แบบนี้เลยไม่ใช่ไม่ชอบนะแค่ไม่ชิน

"โอ้ย กว่าจะถึง ทำไมต้องมาที่แบบนี้ด้วยนะ"

เมขลาโวยเอากับเพื่อน ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย

พี่พัชร สาวใหญ่ใจดี อายุก็เลยหลักสี่ไปหลายแล้วแต่ก็ยังดูสวยใส และอ่อนกว่าวัย ตำแหน่งผู้จัดการแผนก

กระแต สาวน้อยวัยใสเพิ่งจบใหม่ มาทำงานได้สามเดือน

กระเจี๊ยบ สาวสวยประจำแผนกมีหนุ่ม ๆ ตามจีบไม่เว้นแต่ละวันวัยเบญจเพสพอดี

แล้วก็เธอ เมขลา อายุครบ 29 ขวบ เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง

"นี่แล้วเธอแต่งตัวอะไรของเธอ มาเที่ยวผับนะยะ ไม่ได้ไปวัด"

พี่พัชรพูดพร้อมกับกวาดตามองเมขลาตั้งแต่หัวจรดเท้า มองการแต่งตัวของเธอที่สวมกางเกงยีนส์ขายาวทรงบอย กับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวตัวโคร่งติดกระดุมถึงเม็ดสุดท้าย

"พี่พัชรก็พูดเกินไป แบบนี้แหละสวยแล้ว สวยในแบบของหนู เขาไม่ได้กำหนดซะหน่อยว่าต้องแต่งแบบใหน"

เมขลาตอบสาวใหญ่ผู้จัดการแผนกไป

"มิน่าล่ะ เจ๊ถึงไม่มีแฟนสักที"

กระแตพูดขึ้นบ้าง

"การที่จะมีแฟนหรือไม่มีแฟนมันอยู่ที่เบ้าหน้าจ้าไม่ใช่การแต่งตัว เอ็งดูเบ้าหน้าเจ๊แกด้วย"

เมขลาตอบกระแตไป เพราะเธอคิดว่าที่ไม่มีใครมาจีบเธอนั้นเป็นเพราะว่าเธอขี้เหร่

"เข้าไปกันเถอะค่ะเจ๊ ๆ หนูยืนจนปวดขาแล้ว"

กระเจี๊ยบบอกกับทุกคนบ้าง ทั้งสี่คนจึงเดินเข้าไปข้างในร้าน เมื่อเข้ามาแล้วพี่พัชรบอกกับเด็กในร้านว่าจองโต๊ะไว้แล้ว เด็กคนนั้นจึงเดินนำไปยังโต๊ะที่จองไว้

เมขลาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บัญชีของบริษัทขนส่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในส่วนที่เธอทำคือสาขาย่อยไม่ใช่สำนักงานใหญ่ ที่ทำงานของเธออยู่ในเขตลาดกระบัง ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิแผนกเธอมีทั้งหมดสี่คนเป็นสาว ๆ ล้วน ปกติจะมีการสังสรรค์กันทุก ๆ ไตรมาสหรือสามเดือน โดยพี่พัชรให้เหตุผลว่าเพื่อกระชับพื้นที่ เอ้ยไม่ใช่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ แต่เมขลาคิดว่าน่าจะตอบสนองนี้ดของพี่พัชรมากกว่า

เมื่อนั่งโต๊ะกันเรียบร้อยแล้วก็สั่งเครื่องดื่มกับอาหาร

"เอายำสามกรอบ แป๊ะซะปลาช่อน แล้วก็ต้มยำกุ้ง เครื่องดื่ม เอาสปายคลาสสิคละกันเนาะ"

พี่พัชรกางเมนูแล้วก็สั่งเผื่อทุก ๆ คนไปด้วยเลย เมื่อไม่มีเสียงคัดค้านเธอจึงคืนเมนูให้เด็กเสิร์ฟไป ระหว่างนั่งรออาหารและเครื่องดื่มก็นั่งมองผู้ชายไปพลาง ๆ

"เจ้ ๆ ดูนั่นสิ น่ารักน่าชัง"

กระแตกรี๊ดกร๊าดพลางสะกิดให้เมขลากับกระเจี๊ยบดูหนุ่มหน้าใสนายหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป

"เพื่อนสาวรึเปล่ายัยกระแต"

กระเจี๊ยบเอ่ยปากพูดออกมา

"ใช่ ๆ หน้าใสซะขนาดนั้น"

เมขลาพูดขึ้นบ้าง

ยิ่งดึกก็ยิ่งคึกคักหลังจากอิ่มหนำสำราญจากอาหารการกินแล้ว ทุกคนก็ผลัดกันออกไปดิ้นมีแต่เมขลาเท่านั้นแหละที่นั่งเฝ้าโต๊ะอยู่ โดยเธอให้เหตุผลกับเพื่อน ๆ ว่าไม่สันทัดเต้น ชอบดูมากกว่า

"ตามใจ"

พี่พัชรพูดแค่นั้นก็เดินกลับไปเต้นต่อหลังจากที่พยายามมาลากเมขลาไปแต่เธอไม่ยอมขยับ เมขลาก็นั่งมองอะไรไปเรื่อย ๆ จิบสปายไปพลาง ๆ ซึ่งขวดนี้ก็คือขวดเดียวกับที่สั่งมาตั้งแต่ตอนแรก ๆนั่นแหละ พี่พัชรเปรย ๆ ว่านี่เธอกินหรือดมเอากันแน่ เมขลาได้แต่ยิ้ม ๆ แล้วก็บอกว่าไม่อยากเมาคอยสังเกตุการณ์ดีกว่า เธอมองโน่นมองนี่ไปเรื่อย ๆ แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับโต๊ะ ๆ หนึ่งตรงโซน วีไอพี เธอขยับแว่นสายตา แล้วก็เพ่งมองไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลางขนาบข้างซ้ายขวาด้วยผู้ชายตัวใหญ่ข้างละคน แถมยังมีที่ยืนอยู่รอบ ๆ โต๊ะอีกสองสามคนด้วยน่าจะเป็นบอดี้การ์ด

"โอ้โห สงสัยคงเป็นมาเฟีย เคยเห็นแต่ในละคร ในชีวิตจริงก็มีด้วยแฮะ"

เมขลาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางขยับแว่นสายตาอีกรอบ เธอพิจารณาผู้ชายกลุ่มนั้น ไม่เสียแรงที่มาสถานที่แบบนี้ ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นด้วย แล้วก็หันมาพิจารณาผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงกลางซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้า

"อืม ! มาดก็ดูน่าเกรงขามดี ถึงจะดูหนุ่มไปสักหน่อย นึกว่ามาเฟียจะมีแต่แก่ ๆ ซะอีก แถมยังหน้าตาดีด้วยแฮะ หรือจะไม่ใช่มาเฟีย ดาราหรือเปล่า หรือว่านักการเมือง "

เมขลาพิจารณาเขาคนนั้นพร้อมกับเดาสถานะของเขาไปด้วย แล้วเธอก็ใจหายวูบ เมื่อเขาคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ พร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากพลางชูแก้วในมือเป็นการทักทาย เมขลารีบหลบสายตาเขาทันที เสมองไปทางอื่น ทำทีเป็นก้มมองโทรศัพท์ ทั้งที่ในใจเต้นโครมคราม

"จะยิงตรูส์เปล่าวะ ไม่น่าสอดรู้สอดเห็นเลยเรา"

เมขลาบ่นพึมพำในใจ พอดีกับจังหวะที่พวกเพื่อน ๆ เดินกลับมาที่โต๊ะ

"เจ๊ เป็นไรอ้ะ หน้าซีดเชียว เมาเหรอ"

กระแตถามเมื่อเห็นท่าทางเลิ่กลั่กของเมขลา

" เปล่า ๆ ไม่เป็นไร แล้วนี่เลิกเต้นกันแล้วเหรอ"

เมขลาเอ่ยถามเพื่อน ๆ

"นั่งพักก่อน คอแห้ง"

กระเจี๊ยบตอบ แล้วหันไปสั่งสปายเพิ่ม พร้อมกับคะยั้นคะยอให้เมขลาดื่ม เธอจึงยกขวดกระดกรวดเดียวหมดไปเกือบครึ่ง ในใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นผสมความกลัว

"ไปห้องน้ำแป๊บนะ"

บอกเพื่อน ๆ แล้วเมขลาก็รีบเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อทำธุระเสร็จเธอก็มายืนที่หน้ากระจกถอดแว่นตาเอาน้ำลูบหน้าสักหน่อยเพื่อความสดชื่น สำรวจความเรียบร้อยก็เดินออกจากห้องน้ำ ระหว่างเดินก็ก้มหน้าก้มตาเช็ดแว่นไปด้วย จะด้วยเพราะความเมา เพราะความมืด หรือเป็นเพราะไม่ได้สวมแว่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำให้เธอเดินชนกับใครบางคน เธอกระเด้งออกมาทันทีมือลูบหน้าผากป้อย ๆ เนื่องจากความสูงของเธออยู่แค่ระดับหน้าอกเขา อีกอย่างเดินก้มหน้าก้มตาแบบนั้นทำให้ส่วนที่สัมผัสกันคือหน้าอกเขากับหน้าผากเธอ

"ขอโทษค่ะ"

เมื่อตั้งหลักได้ เธอก็เอ่ยปากขอโทษเขาทันทีพร้อมกับรีบเอาแว่นในมือขึ้นมาสวม เมื่อทุกอย่างชัดเจนขึ้นแล้วเมขลาก็หัวใจกระตุกวูบ ดูเหมือนว่ามันจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยแล้วถ้าเป็นไปได้

"ไม่เป็นไร"

เขากล่าวออกมา เหมือนการ์ดเขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติจึงทำท่าจะเดินเข้ามาเพื่อกันเมขลาออก แต่เขากลับส่งสายตาปรามไว้

"แล้วคุณเป็นอะไรหรือเปล่า"

เขาถามเธอ ถ้าหูไม่ฝาดเหมือนเสียงนั้นจะเจือหัวเราะไปด้วย เมขลาขยับแว่นเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพลางคิดในใจ

'ขำอะไรยะ'

แต่ปากตอบออกไป

"ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวนะคะ"

เธอเดินออกมาจากบริเวณนั้นด้วยใจที่เต้นโครมคราม เมื่อมาถึงที่โต๊ะแล้ว ก็เห็นกระแตนั่งอยู่คนเดียว

"พวกพี่ ๆ ล่ะ"

"นู่นนน"

กระแตชี้มือ เมขลามองตามก็เห็นสองสาวสองวัยแด๊นซ์กระจายอยู่กลางฟลอ

"ไม่ไปเต้นล่ะ"

เธอถามเพื่อนรุ่นน้อง

"เหนื่อยแล้ว นั่งอ่อยผู้ชายดีกว่าพี่"

เมขลาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เธอกับกระแตก็จิบสปายต่อ ครู่ใหญ่ ๆ พี่พัชรกับกระเจี๊ยบก็เดินเข้ามา

"ยัย เม แกไปทำอะไรไว้ "

"ทำไมเหรอพี่"

"ก็.."

พี่พัชรหันไปมองหน้ากระเจี๊ยบแล้วพูดต่อ

"มีผู้ชาย มาขอเลี้ยงเหล้าพวกเราน่ะสิ"

"เห้ย..แล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นหนูล่ะ อาจจะเป็นยัยกระแตก็ได้"

"จะเป็นยัยกระแตได้ไง ก็เขาระบุว่าอยากเลี้ยงเหล้าแก"

เมื่อพี่พัชรพูดจบกระแตก็ขยับเข้ามาใกล้ ๆ พี่พัชร ทั้งสี่คนหัวสุมกัน

"ผู้ชายที่ใหนกันพี่ ช่างตาถั่ว เอ้ยตาถึง"

กระแตถามพร้อมกับหัวเราะแหะ ๆ พี่พัชรเงยหน้าขึ้นแล้วก็หันหน้าไปทางโซนวีไอพี ตำแหน่งตรงโต๊ะของคนที่เมขลาคิดว่าน่าจะเป็นมาเฟีย ดาราหรืออาจจะเป็นนักการเมืองคนนั้น และหรือคนที่เมขลาเดินชนหน้าห้องน้ำนั่นเอง

"คุณราม หรือ รามสูร เดชณรงค์กุล เขาบอกอยากเลี้ยงเหล้าขอโทษที่เดินชนแกหน้าห้องน้ำ"

เมขลาสตั๊นท์ไปห้าวิ

"เห้ยพี่ เรื่องแค่นี้ถึงกับจะเลี้ยงเหล้ากันเลยเหรอ เขามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า อย่าเอาของเขาเลยพี่ น่ากลัว ดูเขาสิ มาดอย่างกะมาเฟีย"

เมขลาบอกแล้วก็หันไปทางโต๊ะของเขา ซึ่งก็เหมือนว่าเขากำลังมองมาทางกลุ่มของพวกเธออยู่แล้วด้วยเหมือนกัน กระแตกับกระเจี๊ยบพยักหน้าหงึกหงัก เชิงเห็นด้วยกับเมขลา แต่เพราะด้วยน่าจะความงกของพี่พัชร หรืออะไรก็แล้วแต่

"ไม่ทันแล้วย่ะ ฉันรับไมตรีจากเขาไปแล้ว"

แล้วพี่พัชรก็พูดต่อ

"อย่าคิดมากเลยน่า ไม่มีอะไรหรอก"

หันไปส่งยิ้มให้แล้วก็ชูแก้ว ค้อมศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ

"ห๊ะ อะไรนะพี่ เขาชื่อรามสูรเหรอ ทำไมชื่อคล้องกับพี่เมอย่างนี้ล่ะ รามสูร เมขลา อร๊ายยย!เนื้อคู่รึเปล่าเนี่ย"

กระเจี๊ยบโพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ พี่พัชรกับกระแตเหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ จึงพยักหน้าหงึกหงัก

"นั่นน่ะสิ เนื้อคู่แกมาแล้วยัยเมขลาเอ๊ย"

พี่พัชรพูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ เมขลาหน้าแดงทั้งเขินทั้งเคืองที่โดนแซว

"บ้าน่าพี่เนื้อคงเนื้อคู่อะไรกันเล่า"

เมื่อเห็นเหมือนเมขลาจะเขินทุกคนจึงเลิกแซวเธอ ต่างคนต่างนั่งจิบเครื่องดื่ม สลับกับการออกไปแด๊นซ์

อ่านต่อ

สารบัญ ทาสรักเจ้าหัวใจ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ซาตานจอมบงการรัก
9.7
เบลคตั้งแง่รังเกียจอาลียา หญิงสาวผู้อยู่ใต้การดูแลของปู่มาโดยตลอด แต่เมื่อเขาทราบว่าปู่มีแผนจะจับคู่เธอกับเอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นน้องชาย ความหึงหวงที่ซ่อนไว้ก็ปะทุขึ้นจนเขาไม่อาจยอมรับได้ เบลคจึงใช้ความลับเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งมาข่มขู่เพื่อบีบบังคับให้อาลียาออกห่างจากน้องชายของตน เขาพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น และแสดงให้เธอรู้ว่าเขาคือเจ้าของตัวจริงที่เธอไม่มีวันหนีพ้น แม้ต้องใช้วิธีการบงการที่ร้ายกาจเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
ตอน
อ่านเลย
แชร์