ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักไม่ได้ร้าย

รักไม่ได้ร้าย

ตอน
แชร์

ตอน 3

ห้องเสื้อ PPM Studio & Design

‘เมลดา พสุภิรมย์’ ดีไซเนอร์สาวสวยหุ่นแซบ ในวัยยี่สิบหกปี กำลังขะมักเขม้นกับการทำงาน หลังจากจัดแฟชั่นโชว์ไปเมื่อเดือนที่แล้ว กระแสตอบรับดีมากจนเธอ และเพื่อน ๆ ยิ้มแก้มแทบปริ แม้จะเหน็ดเหนื่อยสักหน่อย แต่ก็มีความสุขมาก ในขณะที่มือเรียวกำลังวุ่นกับการทำแพทเทิร์นอยู่นั้น เสียงสมาร์ทโฟนก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องวางมือจากงานการตรงหน้าเพื่อรีบรับสาย

“สวัสดีค่ะยาย”

“เมเปิ้ล เตรียมตัวนะลูก” เสียงคุณยายนิ่มดังมาตามสาย น้ำเสียงหญิงชราเต็มไปด้วยความปีติยินดี

“เตรียมตัว เตรียมตัวอะไรเหรอคะ” เมลดาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้เป็นยายพูดถึงเรื่องอะไร?

“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวน่ะสิ รู้ไหมวันนี้พ่อภีมเขามาสู่ขอหนูกับยายด้วยตัวเองเลยนะ เมเปิ้ลออกแบบตัดชุดสวย ๆ รอเลยนะลูก ยายกับคุณยายปรางกำลังจะไปหาฤกษ์ให้”

“พี่ภีมกลับมาแล้วเหรอคะ แล้วตอนนี้เขาอยู่กับยายรึเปล่า?” เมลดาเอ่ยถามออกไปพร้อมหัวใจที่สั่นไหว ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำคลอหน่วยตา

“เปล่า พ่อภีมเขากลับไปสักพักใหญ่แล้ว ยายงีบหลับกลางวันไป พอตื่นก็รีบโทรมาหาหนูนี่ไง เมเปิ้ลของยายไม่ต้องรอพี่เขาอีกแล้วนะลูก”

“ยายจ๋า พอดีเมติดลูกค้าค่ะ ไว้เมเสร็จธุระจะโทรกลับนะคะ” เธอโกหก เพราะไม่กล้าบอกผู้เป็นยายด้วยซ้ำว่ารู้สึกอย่างไรกับการที่จู่ ๆ เขาก็กลับมา ทั้ง ๆ ที่หายหน้าไปนานถึงสี่ปีเต็ม

“อ้อ งั้นตามสบายนะลูก ยายไม่กวนแล้ว อย่าลืมเตรียมชุดนะ”

เมื่อคุณยายนิ่มวางสายไปแล้ว เมลดาก็เริ่มปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมา ต้องสารเลวขนาดไหน ถึงกล้าไปสู่ขอเธอกับผู้เป็นยาย ทั้งที่ทิ้งเธอไปในสภาพแบบนั้น ถ้ายายรู้ว่าเธอเคยโดนอะไรมาบ้าง ยายคงเสียใจไม่แพ้เธอ เมลดาสูดน้ำมูกแรง ๆ ก่อนจะเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนใบหน้า เธอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นกดต่อสายหาพี่สาวคนสนิท รอไม่นานพริษาก็รับสาย

“เมเปิ้ล ว่าไงจ้ะ”

“พี่แพร พี่ภีมกลับมาแล้วเหรอคะ”

“จ้ะ”

“แล้วตอนนี้พี่ภีมอยู่ไหนคะ”

“อยู่ที่บริษัทกับพี่นี่แหละ เพิ่งกลับมาจากสู่ขอเรา ก็มานั่งทำงานต่อเลย ช่างเป็นรองประธานที่ขยันมากว่าไหม? ว่าแต่คุณยายนิ่มบอกเมแล้วเหรอจ้ะ”

“ค่ะ”

“คราวนี้พี่ภีมได้อยู่ไทยยาว ๆ แล้ว เพราะเมเปิ้ลแท้ ๆ พี่ล่ะดีใจจริง ๆ ขอบใจมากนะจ๊ะพี่สะใภ้”

“แค่นี้ก่อนนะคะพี่แพร”

“อ้าว ติดธุระเหรอ พี่ว่าจะนัดวันเข้าไปวัดตัวตัดชุดสักหน่อย”

“ถ้าหมายถึงชุดสำหรับงานแต่งของเมกับพี่ภีม คงไม่ต้องค่ะ เพราะหัวเด็ดตีนขาดยังไง เมก็ไม่แต่งกับพี่ภีมเด็ดขาด”

“เฮ้ย..เม” พริษาไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เมลดาก็วางสายไปเสียดื้อ ๆ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งคู่ นึกว่าข่าวการกลับมาของพี่ชาย จะทำให้เมลดาดีอกดีใจเสียอีก แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ไม่น่าจะใช่

เมลดาวางสายด้วยความกรุ่นโกรธ เธอไม่ได้โกรธพริษา แต่โกรธผู้ชายคนนั้นต่างหาก เขาเอาความมั่นหน้ามาจากไหน มั่นใจได้อย่างไรว่าเธอจะแต่งด้วย เขากล้ามากที่ไปสู่ขอเธอกับผู้เป็นยาย โดยไม่บอกกล่าวเธอสักคำ ด้วยความโมโหทำให้ร่างระหงต้องมายืนอยู่หน้าตึกสูงระฟ้าภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อาคารสำนักงาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ธุรกิจของครอบครัวโดเรนสัน และเขา ‘ภีม โดเรนสัน’ ก็อยู่ที่นี่

หญิงสาวผิวขาว ผมสีน้ำตาลยาวสลวย ขับให้ใบจิ้มลิ้มดูขาวผ่อง หุ่นนาฬิกาทรายในชุดเดรสสั้นสีดำ กำลังเยื้องย่างไปยังจุดหมาย ทุกย่างก้าวทำให้อกอวบอิ่มที่มีมากล้นขยับไหว สอดรับกับเอวคอดกิ่ว และสะโพกผายที่ย้ายไปย้ายมาน่ามอง

แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอจะได้เผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง เธอในเมื่อก่อน ร้องไห้จนเปียกปอนไปตั้งเท่าไร แต่ ‘เมลดา พสุภิรมย์’ ในวันนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว หากต้องแตกหักกับเขาเธอก็จะทำ

“สวัสดีค่ะคุณเมเปิ้ล คุณภีมรออยู่ด้านในแล้วค่ะ” เพียงแค่ก้าวเข้ามาถึงหน้าห้องทำงานของเขา เลขาสาววัยสี่สิบต้น ๆ ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน ก็เข้ามาต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าเธอจะมา

“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยขอบคุณ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้วยใจมาดมั่น ดวงตากลมโตมองภาพชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เขาแต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า กำลังยืนหันหลังทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แค่มองจากด้านหลังยังรู้ว่าเขาดูดีแค่ไหน นั่นล่ะเสน่ห์ของหนุ่มลูกเสี้ยวอย่างภีม ยังมีหน้ามายืนชื่นชมวิวอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ได้สนใจหรือสำเหนียกในสิ่งที่ตัวเองเคยทำเอาไว้ ความรู้สึกที่เธอมีให้เขามันทั้งรักทั้งเกลียด รักเพราะเขาเป็นรักแรก เป็นรักที่ฝังใจ แต่ในตอนนี้เธอพยายามเกลียด เกลียดที่เขาหลอกลวง ทิ้งไป และทำราวกับว่าเธอเป็นตัวสำรองที่จะกลับมาหาเมื่อไรก็ได้ เธอก้าวเดินไปเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าทำให้ชายหนุ่มลูกเสี้ยวต้องหันกลับมามอง

หน้าตาของเขายังหล่อเหลาเหมือนเดิม ร่างสูงสมาร์ตกว่าร้อยแปดสิบห้า ใบหน้าเรียวรีมีจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาสีสนิมอันเป็นเอกลักษณ์ ริมฝีปากหยักดูสุขภาพดี รวม ๆ แล้วช่างหล่อจนน่าหลงใหล แต่เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะหลงรูปลักษณ์เหล่านั้นอีกแล้ว

“เมเปิ้ล พี่กลับมาแล้วค่ะ” เขาเร่งฝีเท้าเข้ามาหา พร้อมอ้าแขนกว้างราวกับรอให้เธอโผเข้าไปกอด แต่เมลดากลับยืนนิ่ง มองเขาด้วยแววตาเฉยชา

“กล้าดียังไงไปสู่ขอเม” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยท่าทางเอาเรื่อง สองมือกำหมัดแน่น

“ก็เราหมั้นกันแล้วนี่ค่ะ ถ้าพี่ไม่ไปขอสิแปลก” คนพี่ได้แต่ยิ้ม ยิ่งเมื่อเห็นแววตาขุ่นเขียวของคนตรงหน้า เธอโกรธ เขารู้

“ยังไงเมก็ไม่แต่งกับพี่ภีมค่ะ”

“เพราะอะไรคะ” คนหน้าหล่อเอียงคอถาม คิ้วหนาขมวดมุ่น ทำราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“เพราะเมไม่ได้รัก และไม่ได้อยากจะแต่งงานกับพี่ภีมอีกแล้ว นับจากนี้ เมกับพี่ภีมจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก ต่างคนต่างอยู่เหมือนสี่ปีที่ผ่านมาเถอะค่ะ” เมลดาพูดพร้อมกับหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของเขา แววตาเธอสั่นไหวเล็กน้อย

ชายหนุ่มหยิบกล่องขึ้นมาเปิดออกดู สิ่งที่อยู่ด้านในคือแหวนเพชรเม็ดงามที่เขาเคยใช้หมั้นหมายเธอไว้เมื่อสีปีก่อน ริมฝีปากหยักเผยยิ้ม ก่อนจะยกมือข้างซ้ายขึ้นมาให้เธอเห็น แหวนทองคำขาววงเกลี้ยงยังอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขาเสมอ “พี่ไม่เคยถอดเลยนะคะ และที่กลับมาก็เพราะตั้งใจจะแต่งกับเม พี่ว่าพี่จองเมไว้นานเกินไปแล้ว”

ขณะที่พูด ภีมดูใจเย็น และดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก อาจเป็นเพราะปีนี้เขาอายุสามสิบสองแล้ว ต่างกับเธอ ที่ใจร้อนบ้างเป็นบางเวลา โดยเฉพาะเวลานี้ เธอรู้สึกอยากใช้กำปั้นชกหน้าเขาให้หนำใจ แล้วกรีดร้องออกมาดัง ๆ เพื่อระบายความคับแค้นใจที่อัดอั้นมาแสนนาน “หึ ยังไงเมก็ไม่แต่งค่ะ ไม่แต่งกับพี่ภีมเด็ดขาด”

“แล้วเมจะแต่งกับใครคะ” คนถามขยับเข้ามาใกล้ แม้ในท่าทีจะไม่ได้ดูเป็นการคุกคาม แต่ก็ทำให้เมลดารู้สึกหายใจไม่ค่อยคล่องนัก

“เมจะแต่งกับคนที่เมรัก และเขาก็รักเมเท่านั้นค่ะ”

“งั้นเมก็ต้องแต่งกับพี่ค่ะ เพราะพี่น่ะทั้งรัก และคิดถึงเมมากกว่าใคร”

“คนสารเลว กล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง” สองมือบางผลักอกแกร่งอย่างแรง พร้อมตะคอกใส่หน้าเขาเสียงดัง เพียงแค่ได้ยินคำว่ารัก และคิดถึงจากปากหยัก ทำให้เมลดาถึงกับฟิวส์ขาด รักประสาอะไร คิดถึงประสาอะไร ในช่วงเวลาแบบนั้น ถึงทิ้งกันไปหน้าตาเฉย เขาช่างใจดำกับเธอเหลือเกิน

“ไม่เชื่อเหรอคะ” คนตัวโตยังกล้าเอ่ยถาม

“พี่ภีมกรุณาอย่าพูดคำว่ารักหรือคิดถึงอีกเลยนะคะ ฟังแล้วเมจะอ้วก”

“หือ แค่สบตาก็แพ้ท้องแล้วเหรอคะ งั้นคงต้องรีบแต่งแล้วหล่ะ” ภีมยังหยอกเย้า ยังคิดว่าการปรับความเข้าใจกับคนตรงหน้าคงไม่ใช่เรื่องยาก

“พี่ภีมทำแบบนี้ทำไม ไม่ละอายใจบ้างเหรอคะ” เมลดาเริ่มปากคอสั่น เธอกำลังจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ปากจิ้มลิ้มอยากผรุสวาทคำร้าย ๆ ออกมาให้สาสมกับที่เขาเคยทำเลว ๆ เอาไว้

“เราจะพูดจากันดี ๆ ได้ไหมคะ หายโกรธพี่เถอะนะ ที่ผ่านมาพี่อยากกลับมาหาเมใจจะขาด แต่กลับมาไม่ได้จริง ๆ ค่ะ”

“กลับมาไม่ได้ หรือไม่ได้อยากจะกลับกันแน่ เลิกหลอกเมสักที” เธอเจ็บแล้วจำ และไม่อยากเจ็บซ้ำ ๆ อย่างคนโง่

“พูดกับผัวให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหมคะ เมคนดีคนเดิม คนที่เคยมีเหตุผลหายไปไหนแล้ว ตอนนี้พี่เห็นแต่คนดื้อ แบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องไหม” เขาจับต้นแขนทั้งสองข้าง จ้องมองสบตาเธอนิ่ง

“พูดดี ๆ มีเหตุผลเหรอ ได้.. ไอ้เลว ไอ้คนสารเลว หน้าด้าน ทุเรศ ไปตายซะ”

“ด่าเก่ง พี่ชักอยากรู้แล้วว่า ถ้าคุณยายนิ่มรู้ ว่าเราสองคนเป็นผัวเมียกันมาตั้งนานแล้ว ท่านจะยอมให้เมเลิกกับพี่ไหม?”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” เมลดาแหวเสียงดัง

“พี่จะพูดค่ะ เมก็รู้ว่าเราไม่ใช่แค่คู่หมั้น”

“คนสารเลว เมบอกให้หยุดพูดไง เพี๊ยะ!” เมลดาโกรธจนลืมตัว เธอง้างมือขึ้นสูง ก่อนจะใช้ฝ่ามือบางฟาดลงตรงข้างแก้มของเขาอย่างแรง แล้วก็เป็นเธอเองที่น้ำตาเอ่อคลอ ยิ่งเมื่อเห็นรอยปื้นสีแดงค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นมา น้ำใส ๆ ก็รินไหลออกมาจากสองตาอย่าห้ามไม่ได้ ทำเอง เจ็บเอง เสียใจเอง ให้มันได้อย่างนี้สิ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JRZ” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JRZ
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่ผูกรัก
9.7
เมื่อความรักสี่ปีจบลงด้วยความร้าวราน ธีร์กลับสั่งให้คนรักไปทำแท้งอย่างเลือดเย็นเพียงเพราะเขาไม่ต้องการเด็กและไม่ต้องการเธออีกต่อไป แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาเห็นแก่สายเลือดในครรภ์เพียงใด เขากลับสะบัดรักอย่างไม่ใยดีพร้อมโยนเงินชดเชยใส่หน้าเพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ เธอถึงขั้นก้มกราบแทบเท้าและยื่นคำขาดว่าจะยอมตายไปพร้อมกับลูกหากถูกบังคับ แต่เขากลับตอบกลับมาอย่างไร้หัวใจว่าชีวิตหรือความตายของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย แม่ทูนหัวโคตรเลิศ
8.0
เฉียววานทายาทมหาเศรษฐีผู้ผ่านการฝึกลับจากรัฐบาลล้มเหลวในการหาครอบครัวบุญธรรมถึงสามครั้ง จนกระทั่งตระกูลฮั่วรับเธอไปดูแลพร้อมมอบความรักและทรัพย์สินให้อย่างมหาศาล ท่ามกลางข่าวลือว่าเธอไร้ความสามารถ เฉียววานกลับเผยตัวตนจริงในฐานะศาสตราจารย์อัจฉริยะ บอสใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล และแฮกเกอร์ระดับโลกที่ทุกคนต้องสยบ ขณะที่ความลับถูกเปิดเผย กู้ซือหานหนุ่มทรงอำนาจก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นสามีพร้อมข้อเสนอสุดเย้ายวนใจให้เธอกลับไปสร้างครอบครัวกับเขา
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
8.7
เรื่องราวความรักอันร้อนแรงและมืดหม่นเมื่อคุณหนูผู้แสนบริสุทธิ์ต้องเผชิญกับแผนการล่อลวงสุดอันตราย เธอถูกดึงเข้าสู่โลกแห่งกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและรสนิยมแบบซาดิสม์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยฝีมือของคนสวนและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่จ้องจะทำลายความไร้เดียงสาของเธอในการร่วมรักแบบสามคนที่สุดแสนจะเร่าร้อนและดุดัน ทุกสัมผัสที่ได้รับคือบทเรียนสวาทที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลในวังวนแห่งตัณหาที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)
8.4
ตลอดห้าปีเธอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับลูกน้อย แต่โลกต้องพังทลายเมื่อเด็กถูกลักพาตัวไปอย่างเป็นปริศนา ท่ามกลางความตื่นตระหนก ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจและเผด็จการได้ก้าวเข้ามาพร้อมความจริงที่ทำให้ตกตะลึง เขาประกาศกร้าวว่าเป็นพ่อที่แท้จริงของเด็ก ยิ่งไปกว่านั้น ชายผู้นี้คือประธานบริหารสูงสุดแห่งองค์กรยักษ์ใหญ่ที่มีพนักงานนับหมื่นชีวิต เหตุการณ์ที่พลิกผันราวกับความฝันนี้ ดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย และบังคับให้ต้องรับมือกับสถานะใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตธรรมดาของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
หน้าปกนวนิยาย หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
9.4
ซ่งเซียงทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวให้เหยียนลี่หาน แต่เขากลับทอดทิ้งเธอไปอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีนีจากการรับมรดกและมีชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์พร้อมหนุ่มๆ รุมล้อม เมื่ออดีตเจ้านายผู้โอหังหวนกลับมาพบเธอในงานเลี้ยงและหลงคิดว่าเธอยังโหยหาเขาอยู่ ซ่งเซียงจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอต้องการอีกต่อไป ชีวิตที่เคยถูกเหยียดหยามบัดนี้กลายเป็นความเหนือกว่าที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอยอดรัก
9.6
มกุฎราชกุมารฮิมรานแห่งความาร์จำต้องเดินทางมาเมืองไทยเพื่อพบหน้าว่าที่คู่หมั้นตามคำสั่งของพระมารดา ทว่าเพียงแรกเห็นเขากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ เมื่อพบว่าหญิงสาวที่ดูใสซื่อแท้จริงแล้วกลับใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาในสถานบันเทิงยามค่ำคืน สำหรับเขาแล้วท่าทีไร้เดียงสาเหล่านั้นเป็นเพียงหน้ากากที่น่าสะอิดสะเอียน ฮิมรานเชื่อมั่นว่าผู้หญิงอย่างหล่อนไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นพระชายาเคียงข้างบัลลังก์ ตำแหน่งเดียวที่เขาจะมอบให้เธอได้มีเพียงแค่นางบำเรอไว้ระบายอารมณ์เท่านั้น