หน้าปกนวนิยาย รักไม่ได้ร้าย

รักไม่ได้ร้าย

7.9 / 10.0
โปรย : จู่ ๆ คู่หมั้นที่ทอดทิ้งไปนานถึงสี่ปี กล้าดีกลับมาสู่ขอ หึ! คนสติดีที่ไหนจะไปแต่งด้วย หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็จะไม่แต่งกับเขาเป็นอันขาด ****** “พี่ไม่ดีตรงไหนคะ” “เมต้องตอบด้วยเหรอคะ ไว้พี่ภีมตอบคำถามตัวเองได้เมื่อไหร่ แสดงว่าคงเป็นคนดีขึ้นมากโขเมื่อนั้น” “ก็ได้ค่ะ ก็ได้” ร่างสูงเปลือยเปล่ายกมือขึ้นสองข้าง แสดงอาการยอมแพ้ เมลดาเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า คนหน้าไม่อาย ‘รู้ว่าใหญ่ แต่ไม่เห็นต้องยืนอวดขนาดนั้น’ เธอไม่โง่ กลับไปกินไส้กรอกที่มีเจ้าของแล้ว ให้มันเสียศักดิ์ศรีหรอก แม้จะกินไปแล้วครั้งหนึ่งก็เถอะ ก็ตอนนั้นเธอยังไม่รู้นี่

รักไม่ได้ร้าย ตอนที่ 1

ท่ามกลางความมืด ดวงตาสีสนิมเบิกโพลง นัยน์แววตาไหวระริก มันแฝงไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด หัวใจแกร่งกำลังสั่นไหว เพราะภาพฝันซ้ำ ๆ ที่เขาไม่อาจลบเลือนไปจากใจ เม็ดเหงื่อซึมออกมาทั่วกรอบหน้าอันหล่อเหลา เขาหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติดังเดิม ปากหยักเอ่ยเสียงแผ่วเบาแหบพร่า ‘มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก พี่สัญญา’

สี่ปีที่แล้ว

รถสปอร์ตคันหรูจอดลงตรงหน้าคอนโดใจกลางเมือง ดวงตาสีสนิมมองไปยังประตูทางออกของโถงคอนโดไม่วางตา เขากำลังรอใครบางคน เพียงไม่นานร่างระหงของหญิงสาวซึ่งเป็นคู่หมั้นก็ค่อย ๆ เยื้องย่างออกมา พาให้ริมฝีปากหยักยกยิ้มเต็มใบหน้า

คู่หมั้นของเขาเพิ่งเรียนจบ เมลดา และเพื่อน ๆ ของเธอนัดประชุมกับผู้ออกแบบที่จะมาช่วยออกแบบห้องเสื้อที่พวกเธอกำลังก่อตั้งขึ้นในเร็ววันนี้ และกำลังจะก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพที่เธอใฝ่ฝัน และเขาก็รู้สึกภูมิใจในตัวเธอเป็นอย่างมาก

ภีมออกไปทำงานแล้ว แต่เขากลับเข้ามายังคอนโดอีกครั้ง เพียงเพราะเขาอยากจะไปส่งคู่หมั้นสาวด้วยตัวเอง แม้เธอจะปฏิเสธ อีกทั้งยังยืนกรานว่าสามารถเดินทางไปเองได้ แต่เขากลับไม่ยอม เพียงเพราะเขาอยากดูแลเธอ

ภีมก้าวขาลงจากรถ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเมลดา มือแกร่งเอื้อมไปจับมือบาง แล้วจูงมือเธอไปยังรถที่จอดติดเครื่องรออยู่

“พี่ภีมไม่เห็นต้องไปส่งเมเลย เมบอกแล้วว่าไปเองได้”

เมลดาบ่นอุบ เพราะเธอเกรงใจเขา ตอนนี้ภีมมีงานค่อนข้างเยอะ เธอไม่อยากรบกวนเขาเลยจริง ๆ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่อยากไปส่ง”

“อุ๊ย” หญิงสาวอุทานเบา ๆ เมื่อทำแว่นกันแดดตกลงยังพื้น

ภีมส่ายหน้าแล้วยิ้ม คนสวยมักซุ่มซ่ามเขาเข้าใจ ร่างสูงค่อย ๆ ก้มลงไปหยิบแว่นอันนั้นขึ้นมาให้เธอ

ปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เสียงผู้คนบริเวณนั้นกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ต่างวิ่งหลบหนีกันจ้าละหวั่น ในขณะที่ร่างบอบบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาค่อย ๆ ทรุดตัวลงมาอย่างช้า ๆ สองแขนแกร่งรับร่างไร้สติไว้ในอ้อมแขน เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลออกมาจากร่างระหง หัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบ และบีบรัดตัวอย่างรุนแรง เขาแทบลืมหายใจ ภีมขบกรามแน่น แม้ไม่เห็นที่มาของกระสุน แต่เขารู้ดีว่าเป็นฝีมือใคร สาบานว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่พวกมันจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจแบบนี้…

ณ โรงพยาบาล

สายตาคมกริบจ้องมองไปยังร่างบางที่เพิ่งจะออกจากห้องผ่าตัด ภีมขบกำหมัดแน่น จนเห็นข้อนิ้วเป็นสีขาว

“น้องปลอดภัยแล้วครับ กระสุนแค่เฉี่ยวที่ต้นขา ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญ พี่ภีมไม่ต้องกังวลนะครับ” ภูบดีบอกพร้อมตบไหล่พี่ชายเบา ๆ

“ไม่กังวลได้เหรอวะ แค่เฉี่ยวก็ไม่ได้แล้วไหม?” ภีมมองภาพเมลดาที่ยังนอนหลับใหลด้วยดวงตาแดงก่ำ เขาขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ก่อนจะเอ่ยบอกน้องชาย “ภู พี่ฝากน้องสักครู่ เดี๋ยวพี่มา”

“พี่จะไปไหน ถ้าน้องฟื้นขึ้นมาน้องคงอยากเจอพี่เป็นคนแรก” คนเป็นน้องเอ่ยถาม

“พี่จะไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย สัญญาว่าไปไม่นาน” ภีมบอกแล้วเดินจากไป

ภูบดีได้แต่มองตามหลังพี่ชายไปจนลับตา ก่อนจะหันไปมองน้องสาวต่างสายเลือดที่ยังนอนสลบไสลไม่ได้สติ

สามชั่วโมงต่อมา เมลดาถูกย้ายมายังห้องพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว พลอยชมพู แทนไท และปารดาเดินทางมาเยี่ยมทันทีที่ทราบข่าว เพื่อน ๆ ทุกคนต่างตกใจ และเป็นห่วงเมลดามาก จู่ ๆ เมลดาก็ไม่มาตามนัด แถมยังติดต่อไม่ได้ พอทราบข่าวอีกที เมลดาก็ได้รับบาดเจ็บอย่างที่เห็น ทั้งสามอยู่เป็นเพื่อนเฝ้าเมลดากระทั่งนภา และปีเตอร์เดินทางมาถึง บรรดาเพื่อน ๆ จึงหลบไปนั่งอยู่ห่าง ๆ เพราะอยากให้ครอบครัวได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

“ภูน้องเป็นยังไงบ้าง” นภาเอ่ยถามอาการของคนเจ็บทันทีที่เห็นหน้าลูกชายซึ่งเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้

“น้องปลอดภัยแล้วครับแม่ ฟื้นขึ้นมาแล้วรอบหนึ่งแต่ก็หลับต่อเพราะฤทธิ์ยา แม่อย่าร้องไห้เลยนะครับ” คุณหมอหนุ่มเอ่ยปลอบมารดา

“มันเกิดขึ้นได้ยังไงอ่ะภู รู้ไหมใครเป็นคนทำน้อง” คนเป็นแม่เอ่ยถามทั้งน้ำตา เพราะรู้สึกสงสารเมลดาจับใจ นางไม่อยากจะเชื่อว่าเมลดาจะถูกยิง เมลดาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน ตอนนี้นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร คงต้องรอทางตำรวจสืบหาคนร้ายให้ได้

“พี่พีท พี่พีทต้องช่วยติดตามเรื่องนี้นะคะ การที่เมเปิ้ลโดนยิงมันต้องไม่ใช่เรื่องปกติ บางครั้งอาจจะเกิดจากการยิงผิดตัวก็ได้นะคะ คอยดูเถอะนภาจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” นภาเอ่ยบอกปีเตอร์ผู้เป็นสามี

“นภาไม่ต้องกังวลนะครับ พี่จะช่วยให้ถึงที่สุด พี่สัญญา” เพียงแค่สามีรับปาก นภาก็รู้สึกดีขึ้นมาก

“ภู แล้วภีมล่ะ ภีมไปไหน” นภาเริ่มสงสัย เพราะตั้งแต่นางเข้ามายังไม่เห็นลูกชายคนโตแม้แต่เงา

“พี่ภีมกำลังไปติดตามเรื่องนี้อยู่ครับแม่” ภูบดีเอ่ยตอบ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้เป็นพ่อ

รุ่งเช้าของอีกวัน

เมลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเต็มตา เธอรู้สึกเจ็บและตึงที่ต้นขาเป็นอย่างมาก ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยสดใส กลับซีดเซียวไร้สีเลือด เธอรู้สึกคอแห้งผาก เพียงขยับตัวก็รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณต้นขาจนต้องร้องออกมาเบา ๆ

“โอ๊ย”

เสียงร้องของคนเจ็บ ทำให้เพื่อนทั้งสามที่กำลังเฝ้าเธออยู่ตางกรูเข้าไปหาคนที่ยังนอนอยู่บนเตียง

“เม ตื่นแล้วเหรอ” ทั้งสามเอ่ยถามออกมาเป็นเสียงเดียว

“พลอย ปิ๊ง แทน นี่อยู่ด้วยกันหมดเลยเหรอ”

“อือ เป็นห่วงแทบแย่” เพื่อนทั้งสามเข้ามาสวมกอด พร้อมลูบเนื้อลูบตัวด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้เมลดาถึงกับน้ำตารื้น

“ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง” เมลดารู้สึกซึ้งใจที่ยามนี้เพื่อนสนิทมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า เธออยู่กับเพื่อน ๆ ไปพักใหญ่ แต่เธอก็ยังไม่เห็นหน้าคู่หมั้นของเธอสักที เมลดาจึงเอ่ยถาม

“ไม่เห็นพี่ภีมเลย ใครเห็นพี่ภีมบ้าง” สิ้นคำนั้น เพื่อน ๆ ต่างส่ายหน้า ตั้งแต่เมื่อวานทุกคนก็ไม่เห็นภีมเช่นกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหายไปไหน ทุกคนต่างคิดว่าเขาน่าจะไปจัดการเรื่องคดีความให้เมลดา

“ไง ฟื้นแล้วเหรอ” เสียงเอ่ยทักทาย มาพร้อมภูบดีที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามา ภูบดีซึ่งทำหน้าที่แพทย์ฝึกหัดอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้แวะมาเยี่ยมเมลดาแต่เช้า

“พี่ภู”

“เป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม เจ็บแผลรึเปล่า” คุณหมอหนุ่มถามเป็นชุด

“เจ็บค่ะ ตึงแผลด้วย พี่ภูคะ พี่ภีมล่ะ เมยังไม่เห็นหน้าพี่ภีมเลย”

สิ้นคำนั้นภูบดีได้แต่ยิ้มเจื่อน เขาลูบศีรษะเมลดาเบา ๆ เวลานี้ในใจของเขาเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง แต่เขายังฝืนยิ้ม ก่อนจะเอ่ยบอก “พี่ภีมมีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศด่วนน่ะ”

“คะ?” เมลดารู้สึกงงงัน เธอเงียบไป มองสบตาพี่ชายนิ่งเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าภีมมีธุระด่วนต้องเดินทาง แต่เขาต้องเดินทางในเวลาที่เธอบาดเจ็บขนาดนี้ด้วยเหรอ ในใจเธอเต็มไปด้วยคำถาม

“เมพักผ่อนเยอะ ๆ นะ จะได้หายไว ๆ”

“ค่ะ แล้วพี่ภูทราบไหมคะว่าพี่ภีมจะกลับมาเมื่อไร?”

“พี่ยังไม่ทราบเลย”

“หมายความว่าไงคะ พี่ภีมไม่ได้บอกไว้เหรอคะ?” คนเจ็บเอ่ยถาม ในขณะที่น้ำตากำลังเอ่อคลอเบ้าตา

“มันเป็นความจำเป็นจริง ๆ พี่ภีมฝากขอโทษเมด้วย ที่อยู่ดูแลไม่ได้ แต่เมไม่ต้องเสียใจนะ พี่และทุกคนอยู่กับเมตรงนี้แล้ว พี่สัญญาว่าจะดูแลเมอย่างดี”

เมื่อภูบดีพูดจบ เมลดาก็น้ำตาร่วงเผาะ ในช่วงเวลาแบบนี้ทำไมภีมถึงทิ้งเธอได้ลงคอ ภูบดีเฝ้าเช็ดน้ำตาให้คนเจ็บ กระทั่งถึงเวลาที่เขาต้องออกตรวจ เขาฝากเพื่อน ๆ ทั้งสามให้ดูแลเมลดา ก่อนจะออกไปทำหน้าที่ของตน

เมลดาร้องไห้อยู่นาน ความรู้สึกมันบอกเธอว่าการจากไปของภีมในครั้งนี้ มันไม่ควรเกิดขึ้น มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ แล้วมีเหตุผลอะไรเขาถึงจากไปโดยไม่ลากันสักคำ

เมลดาเฝ้ารอการติดต่อจากคู่หมั้นมาหลายวัน แต่ก็ไม่เป็นผลเขาไม่ติดต่อกลับมาสักครั้ง เธอไม่กล้าบอกคุณยายนิ่มด้วยซ้ำว่าเธอถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แถมยังกำชับครอบครัวโดเรนสันทุกคนให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย เพราะไม่อยากให้คุณยายนิ่มเป็นห่วง แม้แต่พริษาพี่สาวคนสนิทที่อยู่เมืองนอก ก็ยังไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ

ผ่านไปเกือบสัปดาห์ กระทั่งเมลดาได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ภีมก็ยังไม่ติดต่อกลับมา เธอพยายามติดต่อหาเขาเกือบทุกวันแต่ก็ยังติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม ถามครอบครัวโดเรนสันก็ได้คำตอบเดียวกันคือเขาน่าจะยุ่งกับการช่วยงานปู่ นภาเองก็ทำหน้าเศร้าสร้อย คงติดต่อลูกชายไม่ได้เหมือนกัน นั่นทำให้เมลดาไม่กล้าเอ่ยปากถามผู้เป็นป้า

คนเจ็บได้แต่เก็บทุกอย่างไว้ในใจ ทั้ง ๆ ที่เธอบาดเจ็บขนาดนี้ เธอไม่เข้าใจว่าเขายุ่งขนาดไหนถึงติดต่อไม่ได้ แถมเขายังไม่ติดต่อมากลับมาสักครั้ง เขาทำราวกับเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเขา หรือที่ผ่านมาเขาแค่นึกสนุก หลอกฟันเธอเล่น ๆ จริง ๆ แล้วเขายังฝันจะไปใช้ชีวิตกับใครสักคนที่เขารักที่เมืองนอก แล้วจะไม่กลับมาอีกอย่างที่เขาเคยบอก แค่คิดเมลดาก็รู้สึกปวดหนึบในหัวใจ ร่างบางค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้บนที่นอน มือบางที่กำลังจับโทรศัพท์มือถืออยู่ค่อย ๆ ปล่อยมันลงไปอย่างหมดเรี่ยวแรง สองมือกอดเข่าทั้งสองข้างไว้ น้ำตายังไหลอาบสองแก้ม เสียงสะอึกสะอื้นเริ่มดังขึ้น หากใครได้ยินคงคิดว่าใครทำอะไรให้เธอเสียใจนักหนา เวลานี้เธอรู้สึกเสียใจเป็นที่สุด ภีมช่างใจดำกับเธอเหลือเกิน เธอเจ็บขนาดนี้ ทิ้งไปได้ยังไง ในเมื่อเขาใจดำกับเธอนัก เธอก็ไม่ควรจะสนใจไยดีเขาเช่นกัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่ติดต่อหาเขา และจะไม่ถามถึงเขากับสมาชิกในครอบครัวโดเรนสันอีกแล้ว

จากวันนั้นล่วงเลยมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลาสี่ปีเต็มแล้ว ที่เมลดาไม่ถามถึงภีมกับใครอีก แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทิ้งเธอไปได้ลงคอในสภาพแบบนั้น แต่ในเมื่อคำถามมันไร้คำตอบ เธอจึงไม่อยากถามอีก ชีวิตเธอยังต้องดำเนินต่อไป และเธอหวังว่าเธอจะได้รับคำตอบเมื่อเขาพร้อมจะกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

อ่านต่อ

สารบัญ รักไม่ได้ร้าย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย สวาทแค้นรามสูร
8.0
เมื่อความเจ็บปวดจากการสูญเสียภรรยาสุดที่รักกลายเป็นไฟแค้นที่แผดเผาใจ พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมด้วยวิธีที่แสนโหดร้าย เป้าหมายในการระบายความโกรธแค้นครั้งนี้ตกไปอยู่ที่หญิงสาวผู้เป็นลูกสาวของชายชู้ต้นเหตุที่พรากคนรักของเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ เธอจึงต้องกลายเป็นหมากตัวสำคัญที่ถูกเขาใช้เป็นเครื่องมือในการชำระแค้นครั้งยิ่งใหญ่เพื่อตอบแทนความทุกข์ทรมานที่เขาเคยได้รับในอดีตให้สาสม
ตอน
อ่านเลย
แชร์