ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บุปผางามซ่อนรัก

บุปผางามซ่อนรัก

เมื่อศิษย์สาวสำนักเต๋าผู้เรียบร้อยดุจผ้าขาวต้องเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักเสือขาวผู้ดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ ความอดทนของกุลสตรีเช่นนางจึงพังทลายลงไม่หยุดหย่อน แม้เขาจะเป็นถึงบุตรบุญธรรมของข่านเผ่าทูเจวี๋ยที่มีทั้งรูปโฉมและวรยุทธ์ล้ำเลิศ แต่นางกลับไม่ไยดีแม้แต่น้อย ความโกลาหลยิ่งทวีคูณเมื่อเขาจงใจเปลื้องผ้าต่อหน้านางอย่างหน้าไม่อายเพื่อกลั่นแกล้งให้หญิงสาวต้องอับอายจนสติกระเจิงและหนีไปพร้อมกับเสียงก่นด่าในความไร้ยางอายของบุรุษผู้นี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ใช้เวลาถึงสิบวันหญิงสาวก็เดินทางมาถึงเมืองเหอเถียนด้วยสภาพคล้ายกับกำลังอพยพหนีตาย ชุดสีขาวสะอาดของนางบัดนี้กลายเป็นสีเหลืองน้ำตาลที่เกิดจากฝุ่นที่พบเจอระหว่างทาง ทว่าความย่อท้อกลับไม่ปรากฏในแววตาของนางสักนิด

หลังจากรู้ว่ากลุ่มโจรที่นางตามสืบข่าวนี้เป็นโจรที่ชาวบ้านล่ำลือว่าไม่ธรรมดา นางก็เริ่มมีความมั่นใจในการทำภารกิจมากขึ้น

ไม่ใช่ว่านางอยากทำภารกิจเสี่ยงตายอะไรทั้งนั้น อย่างที่บอก หากเภทภัยที่นางกำลังตามสืบนี้เป็นฝีมือของคนธรรมดา นางกลัวพลาดพลั้งสังหารคนเท่านั้นเอง แต่เท่าที่สืบข่าวมาตลอดทาง ตั้งแต่เมืองซาเป่ย เมืองหู่ต้า และเมืองเหอเถียน ชาวบ้านต่างพูดเสียงเดียวกันว่าหญิงสาวที่หายตัวไปนั้นอาจถูกฆ่าตายแล้ว!

เช่นนั้นข่าวลือที่ว่าหัวหน้าโจรดื่มเลือดสดๆ ก็อาจเป็นความจริง นั่นหมายความว่าหากนางพลั้งมือสังหารก็คงไม่ผิดบาปอะไรมากกระมัง...

ไป๋หลันเดินบนถนนสายหลักของเมืองเหอเถียนพลางมองสำรวจเมืองไปด้วย

เมืองเหอเถียนเป็นหนึ่งในสามเมืองหลักในเขตพื้นที่ตะวันตก ดังนั้นที่แห่งนี้จึงมีคนต่างแคว้นเข้ามาทำการค้ามากที่สุด

“ถือว่าเจริญยิ่งนัก แต่น่าเสียดายกลับมีสตรีหายไปรายวัน” หญิงสาวพึมพำ เท้าก็ขยับเดินไปข้างหน้า

ตอนนั้นเอง เสียงตะโกนด้วยความตกใจของชายผู้หนึ่งดังขึ้น และตามมาด้วยเสียงตะเบ็งเซ็งแซ่ ผู้คนที่เดินบนท้องถนนเบียดตัวหลบสองข้างทางอย่างชุลมุนวุ่นวาย

“ระวังม้าพยศ! หลบไป หลบไป!”

ม้าพยศ? บนถนนเมืองใหญ่นี่นะ หญิงสาวคิดพลางขยับถอย ทว่าความเป็นห่วงชาวบ้านซึ่งเป็นพื้นฐานนิสัยของนางกลับแล่นขึ้นมาจุกในอก

ไม่ดีแน่! หากปล่อยม้าพยศวิ่งในเมืองเช่นนี้ มีหวังม้าวิ่งเหยียบชาวบ้านตายเสียก่อน!

ไป๋หลันคิดแล้วก็เพ่งตามองม้าป่าแดงตัวใหญ่ห่อตะบึงบนถนนกว้างด้วยความเร็วสูง มีชายหนุ่มร่างบึกบึนวิ่งไล่ตามมา ขณะวิ่งเขาจะตะโกนบอกให้ชาวบ้านหลบ กระทั่งม้าพยศวิ่งมาเกือบถึงตัวนางนั่นแหละ เสียงของเขายิ่งดังขึ้นไปอีก

“แม่นางคนงาม หลบไปเร็วเข้า!”

หากทว่านางไม่หลบ ตอนม้าวิ่งมาถึงตรงหน้านางนั้น นางเอื้อมมือออกไปคว้าจับบังเหียนในชั่วอึดใจ ใช้จังหวะเดียวกันนั้นตวัดตัวขึ้นหลังม้าด้วยท่วงท่าสง่าที่มีมาแต่กำเนิด ก่อนจะรั้งบังเหียนให้ม้าป่าสงบลง แล้วก้มตัวตบๆ ลูบๆ กล่อมให้มันหยุดพยศ

หญิงสาวปลอบม้าป่าแดงไม่นานมันก็หยุดฝีเท้าลงและไม่วิ่งอีก แต่ส่งเสียงฟืดฟาดและย่ำเท้าไปมา ราวกับไม่ค่อยพอใจนางมากนัก

ไม่นาน ชายร่างบึกบึนผู้นั้นก็วิ่งมาถึง เขามองนางหนึ่งตลบ แล้วมองม้าป่าแดงอีกหนึ่งตลบ ก่อนจะรีบบอกนางว่า

“อา... แม่นางคนงาม ขอบใจเจ้ามาก” เขาพูดพลางเท้าเอวและหอบแฮก “ข้าเพิ่งเคยพบคนงามบังคับม้าพยศเป็นครั้งแรก เลื่อมใสๆ”

ไป๋หลันกระโดนลงจากหลังม้า นางไม่ได้มีเจตนาจะแสดงฝีมือในที่ต่างถิ่นเพื่อตกเป็นจุดสนใจเช่นนี้หรอก ทว่าหากไม่มีใครหยุดม้าป่าแดงที่มีขาแข็งแรงตัวนี้ สำหรับชาวบ้านไร้ซึ่งวิชายุทธ์นับว่าอันตรายถึงชีวิต ส่วนนางเป็นคนเห็นเหตุการณ์อันซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสีย แต่กลับนิ่งเฉยแล้วละก็ ถือว่าเป็นบาปมหันต์ เพื่อช่วยชีวิตมนุษย์ด้วยกันแล้ว สมองของนางสั่งให้นางกระโดนขึ้นหลังม้าและหยุดมันก็เท่านั้นเอง

“นี่ม้าของท่านหรือ ดูแลดีๆ ด้วย ม้าป่าแดงเป็นสายพันธุ์ที่พยศง่าย เหตุใดต้องจูงเดินกลางเมืองใหญ่เช่นนี้ อันตรายยิ่งนัก หากว่ามันวิ่งเหยียบคนเข้าเล่า ท่านรับผิดชอบไหวหรือ” นางถาม และบอกกล่าวในเชิงสั่งสอน ซึ่งดูเหมือนว่านิสัยเช่นนี้จะติดมาจากเจ้าสำนักอู๋เล่ยซิง

ชายหนุ่มร่างใหญ่ใช้ดวงตาสีแปลกของเขามองนางนิ่ง คนผู้นี้มีพื้นฐานร่างกายของชาวตะวันตก แต่ใบหน้ากลับมีส่วนคล้ายชาวฮั่น อีกทั้งตอนพูดเขาออกเสียงสำนวนฮั่นได้คล่องปาก นางจึงกล้าร่ายยาวเพราะไม่คิดว่าเขาจะฟังตามไม่ทัน... ว่าแต่ เขาจะมองนางไปถึงไหนกัน!

“มีอะไรติดหน้าข้าหรือ” เมื่อเก็บความสงสัยไม่อยู่นางถามพาซื่อ

ชายตรงหน้าไม่ตอบ แต่ถามกลับ

“แม่นางไม่ใช่คนที่นี่สินะ”

“ถูกต้อง”

“แล้วแม่นางมาทำอะไรแถวนี้ล่ะ” เขายังคงถามนางต่อ

“ข้า...” ไป๋หลันเกือบจะเปิดปากบอกจุดประสงค์ในการมาเสียแล้ว หากทว่าก็ยั้งคำพูดไว้ได้ทัน “ขอโทษพี่ชาย ข้าไม่ควรพูดกับคนแปลกหน้ามากไปกว่านี้”

จะว่าไปแล้ว ท่าทางของเขาที่แสดงออกว่าสนใจนางก็มีพิรุธอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นหนึ่งในกองโจรทะเลทรายที่ชาวบ้านพูดถึง

“แม่นางเข้าใจผิดแล้ว” จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นราวกับรู้ว่านางกำลังคิดอะไร

ไป๋หลันหน้าแดงด้วยความเก้อเขิน จากนั้นทวนคำของเขาพร้อมถาม

“เข้าใจผิด? ท่านคิดว่าข้ากำลังคิดอะไร?”

“แม่นางกำลังคิดว่าข้าสนใจในตัวแม่นางใช่ไหม ไม่ๆ ข้าไม่ได้สนใจในตัวแม่นางเสียหน่อย” เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา และนั่นก็ทำให้นางหน้าแดงยิ่งขึ้น “ข้าก็แค่คิดจะขอบคุณแม่นางที่ช่วยจับม้าพยศตัวนี้ก็เท่านั้นเอง จึงคิดจะเชิญแม่นางไปที่สำนักเสือขาวเพื่อตอบแทนบุญคุณ”

ได้ยินเขาพูดถึงสำนักเสือขาว ไป๋หลันรู้สึกได้ว่าแววตาของตนแสดงออกว่าสนใจ

ประเดี๋ยวก่อน สำนักเสือขาว? ใช่สำนักของเจ้าสำนักทัวป๋า

อู๋จี้แห่งดินแดนตะวันตกหรือไม่ ตอนอยู่ในสำนักซานเหลิ่งนางพอได้ยินเรื่องพรรคและเจ้าสำนักเหนือใต้ออกตกอยู่บ้าง จึงพอรู้ข้อมูลของสำนักเหล่านั้นคร่าวๆ รวมถึงสำนักเสือขาวนี้ด้วย เช่นนั้นชายคนนี้ก็ไม่ใช่โจรทะเลทราย แต่เป็นคนของสำนักเสือขาวสินะ

ทว่า... จะให้นางติดตามผู้ชายตั้งแต่ครั้งแรกที่พบก็ใช่เรื่อง

คิดแล้ว ไป๋หลันก็ปฏิเสธอย่างมีมารยาท

“ขอบคุณพี่ชาย แต่ข้าต้องขอปฏิเสธความหวังดีของท่านแล้วละ”

“เจ้าสำนักทัวป๋าเชียวนะ! แม่นางไม่อยากพบเจ้าสำนักจริงๆ หรือ” เขาถามย้ำด้วยน้ำเสียงคล้ายตกใจอยู่บ้าง

สำหรับไป๋หลัน นางมองว่าเขากำลังใช้คำถามนั้นมาหลอกล่อนาง ก็เหมือนกับเอาอมยิ้มมาล่อเด็กเล็กๆ ให้สนใจนั่นแหละ

ยอมรับอยู่บ้างว่านางสนใจ แต่การติดตามผู้ชายมันไม่ใช่สิ่งที่สตรีสำนักเต๋าพึงกระทำสักนิด

“พี่ชาย จะเป็นเจ้าสำนักทัวป๋าหรือฮ่องเต้ข้าก็ยังขอปฏิเสธ ข้าช่วยเหลือคนด้วยน้ำใจมิใช่ช่วยเหลือเพื่อหวังผลตอบแทน ขอบคุณน้ำใจของท่านมาก”

ชายหนุ่มมองนางด้วยดวงตาไหวระริก นางสัมผัสได้ แววตาของเขาแสดงออกว่าสนใจนางเป็นที่สุด หรือนางพูดอะไรผิดไป!

“แม่นางมาจากสำนักไหนหรือ” เขายังไม่ลดละ ต้องการชวนนางคุยให้ได้

“สำนักเต๋าแห่งเขาซานเหลิ่ง” ตอบไปแล้วนางก็อยากกัดปากตนเองเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่านางโง่หรือซื่อเกินไปที่ตอบเขาไปตามตรงแบบนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย BABY BURN ชะนีเกินเบอร์
8.6
เมื่อเสือสองตัวต้องมาเผชิญหน้าในถิ่นเดียวกัน ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอผู้เกลียดชังความเจ้าชู้กลับถูกโชคชะตาเล่นตลกให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มที่เธอแสนรังเกียจ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นให้เธอต้องร้ายและแกร่งเพื่อความอยู่รอด คำสบประมาทจากปากเขาที่ไล่เธอให้กลับไปนอนดูดนมยิ่งสุมไฟแค้นให้เธออยากปะทะ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความหมั่นไส้และการแย่งชิงอาณาเขตจะลงเอยอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมก้มหัวให้กันในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย สามีพรีเมียม
8.9
เซาะทราย ดีไซเนอร์สาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจเปิดแบรนด์ชุดชั้นใน Sai เพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตัวเอง จนกระทั่งเธอได้พบกับ ชาร์ค อิโญน่า สายลับหนุ่มที่ยอมแฝงตัวเป็นพนักงานจัดส่งสุดฮอต เซาะทรายใช้เสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาเป็นสินค้าพรีเมียมเพื่อดึงดูดลูกค้าและขยายยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาร์คเองก็เต็มใจทำภารกิจนี้เพื่อเข้าถึงเป้าหมายสำคัญ โดยอาศัยความใกล้ชิดและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จที่เขาต้องการ
หน้าปกนวนิยาย มังกรขาว
8.9
ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีชีวิตยืนยาวนับพันปีถูกคนสนิทหักหลังจนสิ้นชีพ ทว่าเขากลับได้โอกาสย้อนเวลามา 4 เดือนก่อนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2010 อันเป็นวันแห่งการตื่นขึ้นครั้งที่สาม หายนะครั้งนี้ทำให้มิติย่อยผสานรวมกับโลกหลัก นำพาเผ่าพันธุ์ประหลาด พลังวิเศษเหนือธรรมชาติ และหอคอยปริศนาที่เป็นต้นเหตุของสงครามแย่งชิงอำนาจ ด้วยประสบการณ์นับพันปี ลูเอนตัดสินใจใช้ความรู้ทั้งหมดเพื่อเตรียมรับมือและขัดขวางโศกนาฏกรรม เขาต้องชิงความได้เปรียบเพื่อยึดครองหอคอยและพลิกชะตากรรมของโลกให้จงได้