ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บุปผางามซ่อนรัก

บุปผางามซ่อนรัก

เมื่อศิษย์สาวสำนักเต๋าผู้เรียบร้อยดุจผ้าขาวต้องเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักเสือขาวผู้ดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ ความอดทนของกุลสตรีเช่นนางจึงพังทลายลงไม่หยุดหย่อน แม้เขาจะเป็นถึงบุตรบุญธรรมของข่านเผ่าทูเจวี๋ยที่มีทั้งรูปโฉมและวรยุทธ์ล้ำเลิศ แต่นางกลับไม่ไยดีแม้แต่น้อย ความโกลาหลยิ่งทวีคูณเมื่อเขาจงใจเปลื้องผ้าต่อหน้านางอย่างหน้าไม่อายเพื่อกลั่นแกล้งให้หญิงสาวต้องอับอายจนสติกระเจิงและหนีไปพร้อมกับเสียงก่นด่าในความไร้ยางอายของบุรุษผู้นี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เจ้ามาเพื่อสืบเรื่องเภทภัยแถบนี้ใช่หรือไม่”

ชายหนุ่มถาม ดั่งว่าอ่านใจนางออก

คราวนี้นางมิอาจซ่อนแววตาประหลาดใจได้อีกแล้ว

“ทำไมพี่ชายถึงรู้!”

“คนละแวกนี้มีใครไม่รู้บ้างว่าแถบตะวันตกกำลังประสบปัญหาเรื่องกองโจรทะเลทราย แต่น่าแปลกที่หญิงสาวที่ถูกลักพาตัวไปกลับหายอย่างไร้ร่องรอย”

พูดไปพูดมานางเองยังสงสัยว่าแล้วเจ้าสำนักเสือขาวมัวทำอะไรอยู่ เหตุใดไม่ออกหน้าตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ ทว่าเหมือนชายหนุ่มคนนี้อ่านความคิดของนางออกอีกครั้ง เขาเอ่ยขึ้นว่า

“เจ้าสำนักทัวป๋าทำอะไรไม่ได้มากหรอก หากออกหน้าจัดการเรื่องโจรทะเลทรายกลุ่มนี้มีแต่จะทำให้สำนักถูกจ้องเล่นงาน” เขาบอกด้วยท่าทางเป็นจริงเป็นจัง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าคล้ายว่าตกใจ “อย่าบอกนะว่าราชสำนักส่งผู้หญิงคนเดียวให้มาตรวจสอบเรื่องนี้!”

ไป๋หลันไม่โกรธวาจาดูแคลนของเขา นางเองยังแปลกใจว่าเหตุใดราชสำนักถึงเลือกใช้สำนักเต๋าแห่งเขาซานเหลิ่งให้มาที่นี่ แทนที่จะเป็นสำนักบู๊ตึ้งหรือสำนักคุนหลุน ไม่ก็ส่งทหารหนุ่มที่มีความสามารถสักคนมาตรวจสอบ

“สิ่งที่พี่ชายพูดไม่ได้โกหกข้าแน่นะ” นางรู้ว่าไม่ควรถามอะไรโง่ๆ เพราะหากเขาหลอกนาง เขาจะบอกนางตรงๆ หรือ

เป็นดังที่คาด ชายหนุ่มตอบ และยังพูดออกมาตรงเสียยิ่งกว่าตรง

“ข้าจะโกหกแม่นางทำไมกัน บอกตามตรง ข้าคิดว่าราชสำนักจะส่งทหารหรือจอมยุทธ์ที่มีความสามารถมาเสียอีก เห็นแบบนี้แล้วอดผิดหวังกับการทำงานของราชสำนักไม่ได้เลยจริงๆ”

ไป๋หลันเม้มปากเงียบ พยายามไม่พูดหรือออกความเห็นใดๆ กับเรื่องนี้อีก

“แล้วแม่นางมีที่พักหรือยัง”

“ขอบคุณพี่ชายที่เป็นห่วงข้าในเรื่องนี้ แต่ข้าคงบอกอะไรท่านมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ”

คำตอบของนาง ทำให้เขาเดาะลิ้นและมองนางด้วยสายตาคล้ายกำลังบอกว่า ‘เจ้าช่างหยอกย้อนเก่งยิ่งนัก’

“ไหนๆ พวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว แม่นางไม่ไปพักที่สำนักเสือขาวหรือ”

ไป๋หลันกะพริบตาปริบๆ เขาใช้คำผิดแล้วกระมัง คำว่าลงเรือลำเดียวกันไม่ได้ใช้ในสถานการณ์เช่นนี้สักหน่อย!

“ข้ามาที่นี่เพื่อสืบเรื่องเภทภัยในดินแดนตะวันตก อีกอย่างเมื่อครู่ท่านพูดคล้ายว่าเจ้าสำนักทัวป๋าไม่ต้องการแสดงความเป็นปฏิปักษ์กับพวกโจรทะเลทราย ขืนข้าข้องเกี่ยวกับสำนักเสือขาวมีแต่จะทำให้เจ้าสำนักของท่านต้องเดือดร้อน”

เขาส่ายหน้า ทำเสียง ‘จุๆ’ เหมือนว่านางช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

“เจ้าไม่เข้าใจคำว่าทำอะไรแบบลับๆ เลยหรือ ยังมีอีกนะ เจ้าคงได้ยินมาแล้วใช่ไหมว่าสามเมืองหลักในแถบตะวันตกมีหญิงสาวหายไปทุกวัน ขืนเจ้าที่เป็นคนต่างถิ่นอยู่ในเมืองนี้เพียงลำพัง เจ้าได้ตกเป็นจุดสนใจและอาจเป็นหญิงสาวรายต่อไปที่ถูกจับก็ได้ใครจะรู้”

แล้วประโยคนั้นของเขาก็กระแทกใจนางอย่างจัง

หากให้นางยอมรับแบบไม่หลงตัวเอง นางรู้ว่าตนพอมีฝีมืออยู่บ้าง ย่อมประมือกับคนที่หวังฉุดนางได้ แต่กระนั้นนางก็ไม่ชอบการปะทะอันซึ่งนำไปสู่การสูญเสียสักเท่าไร ข้อเสนอของเขาจึงน่าเก็บเอามาพิจารณา

“แม่นางคนงาม เป็นสตรีมิอาจทำงานได้คนเดียว มิสู้ให้สำนักเสือขาวคอยช่วยเหลือ” เขาพูดขึ้นอีก

คราวนี้นางมีสีหน้าครุ่นคิดหนัก และหลังจากครุ่นคิดตามคำของเขาอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ตัดสินใจได้

“เช่นนั้นต้องรบกวนพี่ชายแล้ว!”

ไม่รู้นางตาฝาดไปหรือไม่ เมื่อนางตอบออกไปเช่นนั้น รอยยิ้มผุดเผยบนมุมปากของชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง ทว่าพอนางกะพริบตาและเพ่งมองอีกครั้ง รอยยิ้มนั้นก็ไม่ปรากฏอีก

ครั้นพอชายหนุ่มเดินนำนางมาถึงท้ายเมือง เบื้องหน้าของพวกเราก็ปรากฏทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทรายโล่งกว้าง ไกลออกไปคือภูเขาสูงทอดตัวยาว บางยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสะอาดตา ตีนเขาคือต้นไม้หลากสีสัน

ถึงตรงนี้ ในใจของนางมีเพียงคำว่า... ผืนดินตะวันตกงดงามเหลือจะกล่าว!

หากทว่านางก็ไม่อาจชื่นชมบรรยากาศนี้นานนัก เพราะนางยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้ลุล่วง

ระหว่างที่นางหยุดยืนมองเบื้องหน้าจนคล้ายเหม่อลอย ด้านข้างพลันบังเกิดเสียง ดึงสายตาของนางให้หันกลับไปสนใจ

“หลังภูเขาลูกนั้นก็คือสำนักเสือขาว” พี่ชายร่างสูงบอกนางพลางชี้ไปทางภูเขาลูกหนึ่งที่ดูไม่ต่างจากภูเขาลูกอื่น แต่หากสังเกตให้ดี ภูเขาลูกนั้นค่อนข้างสูงกว่าสำนักเสือขาว

นางพยักหน้ารับรู้

“ว่าแต่ ตอนนี้เรามีม้าตัวเดียว ข้าจะยอมให้เจ้านั่งรั้งท้ายและกอดเอวข้าตอนที่พวกเราควบม้าไปที่สำนักก็แล้วกัน” พี่ชายร่างสูงมองนางและยิ้มกว้าง

แก้มของนางร้อนผะผ่าวเล็กน้อย วาจาของเขาช่างทำให้กระดากใจเสียเหลือเกิน นี่เขาเข้าใจคำว่าศิษย์สำนักเต๋าหรือไม่ หากไม่เข้าใจนางก็จะอธิบายให้!

“พี่ชาย ข้าเป็นศิษย์สำนักเต๋า ไม่ว่าอย่างไรชายหญิงล้วนไม่ควรใกล้ชิด อีกอย่างท่านนั่งม้าไปเถอะ ข้าจะซื้อม้าอีกสักตัว...”

นางยังไม่ทันได้ร่ายยาวเท่าไร ชายหนุ่มก็พูดแทรกขึ้นอย่างติดตลก

“ข้าล้อแม่นางเล่น ถือว่าเจ้าระมัดระวังตัวได้ดี!” เขาบอก จากนั้นก็ยื่นบังเหียนให้นาง “เจ้าเอาม้าไปเถอะ ข้าจะใช้วิชาตัวเบานำทางเจ้าไป”

ไป๋หลันหรือจะกล้าปฏิเสธความหวังดี นางรับบังเหียนมา ก่อนจะตวัดตัวขึ้นบนหลังม้า ควบขี่ม้าป่าแดงโดยมีเขาใช้วิชาตัวเบานำทางนางไป

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JXA” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JXA
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมีย(ไม่)พลอยโจน
8.2
คนทั้งโลกอาจมองว่าเจ้าสาวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งอย่างนัสรินน่าเวทนา แต่สำหรับปราณต์เขารู้ทันว่านี่คือแผนการที่เธอร่วมมือกับน้องชายเขาเพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย เมื่อเธอใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลก เขาก็พร้อมสลัดคราบชายแสนดีกลายเป็นซาตานเพื่อทำลายความสุขในชีวิตคู่จอมปลอมนี้ แม้นัสรินจะพยายามขอหย่าเพื่อจบปัญหา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ โดยประกาศกร้าวว่าจะมอบบทเรียนให้เธอเป็นแม่หม้ายที่สมบูรณ์แบบก่อนจะแยกทางกัน เพื่อให้สมกับความเจ้าเล่ห์ที่เธอได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงแค้น
8.8
รุจิเรศพยายามวิงวอนขอความเมตตาจากคมน์ ชายหนุ่มที่เคยแสนดีแต่กลับกลายเป็นปีศาจร้ายเพราะแรงหึงหวง เขาปักใจเชื่อว่าเธอคบชู้กับประสงค์และนอกใจเขาไปหาชายหนุ่มที่อ่อนวัยกว่า คมน์ทำร้ายร่างกายเธออย่างรุนแรงพร้อมตราหน้าด้วยถ้อยคำหยาบคายว่าเธอมักมากไม่รู้จักพอเหมือนแม่ แม้รุจิเรศจะบาดเจ็บและพยายามอธิบายความจริงเพียงใด แต่โทสะที่ครอบงำทำให้เขาปฏิเสธที่จะรับฟัง และพร้อมจะทำลายชีวิตของเธอและชายที่เขาตราหน้าว่าเป็นชู้ให้ดับสิ้นคามือ