หน้าปกนวนิยาย บุปผางามซ่อนรัก

บุปผางามซ่อนรัก

9.7 / 10.0
เมื่อศิษย์สาวสำนักเต๋าผู้เรียบร้อยดุจผ้าขาวต้องเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักเสือขาวผู้ดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ ความอดทนของกุลสตรีเช่นนางจึงพังทลายลงไม่หยุดหย่อน แม้เขาจะเป็นถึงบุตรบุญธรรมของข่านเผ่าทูเจวี๋ยที่มีทั้งรูปโฉมและวรยุทธ์ล้ำเลิศ แต่นางกลับไม่ไยดีแม้แต่น้อย ความโกลาหลยิ่งทวีคูณเมื่อเขาจงใจเปลื้องผ้าต่อหน้านางอย่างหน้าไม่อายเพื่อกลั่นแกล้งให้หญิงสาวต้องอับอายจนสติกระเจิงและหนีไปพร้อมกับเสียงก่นด่าในความไร้ยางอายของบุรุษผู้นี้

บุปผางามซ่อนรัก ตอนที่ 1

‘เกิดเป็นมนุษย์ล้วนแล้วแต่มีโชคชะตาที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอด สวรรค์ไม่เคยอนุญาตให้ใครได้มีช่วงเวลาสงบสุขนานนักหรอก นี่แหละคือความเป็นมนุษย์ละ’

นั่นก็คือคำสอนยาวเหยียดของเจ้าสำนักอู๋เล่ยซิงในยามที่ศิษย์ในสำนักตะโกนโทษดินฟ้าเมื่อพบเจอกับปัญหาที่คิดไม่ตก... ก็เหมือนกับที่นางกำลังประสบพบเจอในตอนนี้นี่ไง!

ไป๋หลันคือศิษย์สำนักเต๋าซานเหลิงที่ขึ้นชื่อเรื่องรักความสงบมากที่สุด ในทางเดียวกัน นางก็เป็นคนที่ใจอ่อนกับศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักมากที่สุดเช่นกัน ในเมื่อศิษย์น้องจู่ๆ ก็ล้มป่วยออกทำภารกิจไม่ได้ สำหรับไป๋หลัน นางรู้ดีเชียวละว่าศิษย์น้องคนนี้มิได้ป่วย ก็แค่เกิดปอดแหกขึ้นมาเท่านั้นเอง

หญิงสาวคิดพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า ชายเสื้อและชายกระโปรงสีขาวขยับไหวยามกระแสลมพัดผ่าน ทั้งสีหน้าและแววตาของนางแสดงว่ากำลังลังเล นางไม่แน่ใจว่าควรจะเดินหน้าต่อหรือถอยหลังกลับดี ทั้งที่รับปากศิษย์น้องคนที่สามไปแล้วแท้ๆ ว่านางจะทำภารกิจแทนให้สำเร็จ หากแต่ว่าเมื่อนางมาถึงดินแดนตะวันตก นางกลับเกิดความลังเลที่จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเสียอย่างนั้น

เมื่อไม่นานนี้เอง เจ้าสำนักอู่เล่ยซิงถูกราชสำนักวานให้สืบเรื่องเภทภัยทางดินแดนตะวันตก ตอนแรกนางและศิษย์คนอื่นๆ เข้าใจว่าเภทภัยในที่นี้ก็คือภูตผีปีศาจ ศิษย์น้องคนที่สามมีความเชี่ยวชาญเรื่องไล่ผีจับปีศาจ เหตุนี้นางจึงถูกเลือก แต่ต่อมาเมื่อรู้ว่าเภทภัยนี้ไม่ได้เกิดจากภูตผี ศิษย์น้องคนที่สามจึงล้มป่วยกะทันหัน!

เรื่องนั้นยืนยันได้เมื่อนางเดินทางมาถึงเมืองซาเป่ย ตลอดทางนางได้ยินคนพูดถึงโจรทะเลทรายมากกว่าปีศาจร้ายเสียอีก

และสิ่งที่ทำให้นางลังเลว่าจะก้าวต่อไปข้างหน้าดีหรือไม่ หาใช่เพราะนางเกิดความหวาดกลัวเหมือนศิษย์น้องคนที่สามแต่อย่างใด นางเพียงแค่กลัวว่าหากจวนตัวจนเกิดการต่อสู้ นางก็ไม่อยากลงมือต่อสู้จนฝ่ายนั้นต้องบาดเจ็บหรือล้มตาย นั่นนับว่าเป็นบาปมหันต์ หากอีกฝ่ายเป็นภูตผี พลาดพลั้งมือไปก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งมิใช่หรือ

จะบอกว่านางมั่นใจในฝีมือตนเองก็ได้ แต่สำนักเต๋าซานเหลิ่งมิใช่สำนักหญิงล้วนกระจอกๆ ที่จะพ่ายให้กับโจรผู้ร้ายหรือผีสางง่ายๆ แต่สิ่งที่ทำให้วิตกมากกว่าก็คือการกลัวว่าตนจะพลั้งเผลอกระทำบาป

นางถอนใจอีกระลอก แล้วบ่นงึมงำ

“เภทภัยอะไรกัน ก็แค่กลุ่มโจรทะเลทรายเองไม่ใช่หรือ ให้ทางการจัดการก็ได้แล้วนี่นา”

“แม่นาง เจ้าไม่รู้อะไร กลุ่มโจรทะเลทรายพวกนี้ไม่ใช่โจรกระจอกๆ นะ” ท่านป้าที่เดินผ่านมาได้ยินเข้าพอดี นางหยุดและพูดราวกับว่าคนมาใหม่อย่างนางช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย!

“ทำไมหรือท่านป้า โจรกลุ่มนี้น่ากลัวอย่างไรเจ้าคะ” ไป๋หลันไม่รู้จะพูดอะไร รู้เพียงว่านางเผลอพูดสิ่งที่ไม่สมควร จึงทำแต่ได้เออออและถาม

“หัวหน้าโจรกลุ่มนี้ไม่ใช่คนธรรมดา” พูดแล้วท่านป้าก็มองซ้ายขวา ทำท่าอยากพูดให้มากกว่านี้ แต่ก็ติดว่าจะมีใครมาได้ยินเข้า เมื่อเห็นรอบด้านไม่มีใครสนใจพวกนาง ท่านป้าก็พูดต่อ “พูดไปแล้วก็เหยียบไว้ตรงนี้เลยนะ ข้าได้ยินมาว่าโจรทะเลทรายกลุ่มนี้ แม้แต่ทางการก็ยังไม่กล้าจัดการ หัวหน้าของมันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาด้วยซ้ำ หืม... บางคนล่ำลือว่าคนคนนี้กินเลือดสดๆ แทนน้ำ กินเนื้อหนังของหญิงสาวเป็นอาหาร อี๋... ข้าไม่พูดแล้ว ขนลุก!”

“จริงหรือท่านป้า”

ไป๋หลันมีสายตาที่แสดงออกว่าสนใจ

“หากเจ้าไม่เชื่อที่ข้าพูดก็ลองไปหาข่าวที่เมืองหู่ต้าและเมืองเหอเถียนดูสิ ทั้งสองเมืองนั้นก็ถูกโจรกลุ่มเดียวกันนี้รุกราน เห็นว่าหญิงสาวหายไปรายวันเชียวนะ” ท่านป้ามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า “แต่เจ้าก็เถอะ เป็นสาวเป็นนางอย่าไปเลยจะดีกว่า คนต่างถิ่นเยี่ยงเจ้าเป็นสิ่งที่พวกมันชอบนัก”

ไป๋หลันยิ้มอย่างลำบากใจ ความจริงนางมาที่นี่ก็เพื่อสืบเรื่องนี้ หากนางไม่ไปแล้วจะนำข่าวอะไรกลับไปรายงายกับเจ้าสำนักกันล่ะ

คิดอยู่ชั่วครู่ นางก็ประสานมือค้อมศีรษะให้หญิงสูงวัยด้วยท่าทางจอมยุทธ์หญิง

“ขอบคุณท่านป้าที่เป็นห่วงข้าเจ้าค่ะ”

ท่านป้าพยักหน้าหงึกๆ จากนั้นก็เดินเลี่ยงออกไป

ไป๋หลันครุ่นคิดต่อ มีหญิงสาวหายตัวไปหลายรายเชียวหรือ มิหนำซ้ำยังมีข่าวลือว่าพวกมันกินเลือดสดๆ ต่างน้ำหรือกลุ่มโจรพวกนี้จะไม่ธรรมดา หรือว่า... จะเป็นภูตผี

แต่ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจหรือเป็นฝีมือของมนุษย์ นางตั้งมั่นแล้วว่าต้องตามสืบให้สำเร็จ ก็นี่เป็นหน้าที่ของนางนี่!

อ่านต่อ

สารบัญ บุปผางามซ่อนรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ตอน
อ่านเลย
แชร์