
เจ้าสาวชั่วคราว
ตอน 2
แม้แต่ดารารายเองก็มีนิสัยไม่ต่างจากแม่คือปากร้าย
เหน็บแนม ระรานผู้ใหญ่มาแต่เด็ก ป้าเกลียดหล่อนมาก ทั้งที่ป้าไม่มีลูก แต่ป้าก็ทำใจให้รักหรือแม้แต่เอ็นดูดารารายไม่ได้
เรื่องนี้ดารารายโทษนวลฉวี หาว่านวลฉวีประจบป้า จะเอาสมบัติของป้า ซึ่งนวลฉวีก็ได้แต่นึกขำปนสมเพช และเมื่อดารารายระรานเธอมากเข้าในตอนนั้น เธอจำได้ว่าเธอตอบดารารายไปแค่ว่า
...เธอคือน้ำ แต่ฉันเป็นเลือด และแต่ไหนแต่ไรมาเลือดข้นกว่าน้ำ แม่เธอมาทำให้ครอบครัวป้าฉันพัง ดีเท่าไหร่ที่ในคำฟ้องหย่าของป้าไม่ได้ให้แม่เธอจ่ายค่าเสียหาย และแม่เธอกับเธอก็ชนะแล้วนี่ ได้ตัวลุงไปแล้ว แถมป้ายังใจดี ยกบ้านให้ ให้เงินไปอีกสองล้าน น่าจะพอใจแล้วนี่นา จะเอาอะไรกันอีก น้ำใจเมียหลวงที่มากขนาดนี้ ทำไมเธอไม่ไปบอกแม่เธอมากราบขอบคุณป้าของฉันล่ะ ดาราราย...
นี่คือนวลฉวีเหมือนยามที่สติแตก ยามที่ “ผีบ้า” เข้า หรือเรียกอย่างสมัยใหม่หน่อย คือ ‘องค์ลง’
ดารารายคงทั้งโกรธ ทั้งอาย และแน่นอน ทั้งแค้น
เพราะดารารายประกาศตั้งแต่วันที่เธอฝากน้ำคำนั่นไว้
ความสัมพันธ์ของเธอกับดารารายจึงเหมือนขมิ้นกับปูน คือเข้ากันไม่ได้ เป็นอริ หลังจากเรียนจบนวลฉวีไม่ได้ยินเรื่องของดารารายมากนัก เธอรู้แต่ว่าลุงเขยของเธอไม่ค่อยสบาย เขาป่วย และนางดวงเดือนพยายามจะส่งตัวเขาคืนมาให้ป้านิ่มเป็นคนดูแล แต่ป้าก็ใจแข็ง ไม่ยอมเห็นแก่สามีที่ได้ทอดทิ้งเธอเมื่อวันที่เขายังแข็งแรง ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย
ป้าบอกเสมอว่าคนเรานั้นต้องจดจำให้ได้วันที่ตัวเองโดนกระทำ
ป้าไม่เคยลืม และไม่อยากจะลืม ป้าไม่ได้อาฆาตแค้น ป้าแค่จดจำไม่ลืมเท่านั้น ลุงเขยก็ได้แสดงออกว่าหมดรักในตัวป้าแล้วด้วย และเมื่อมันหมด ป้า บอกว่าไยป้าจะต้องรับร่างที่ใกล้จะเป็นซากของลุงกลับมาดูแล ในเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งเคยบอกว่ารักลุงมากกว่าป้า ผู้หญิงคนนั้นควรจะดูแลลุงในวาระสุดท้ายเพื่อพิสูจน์รักที่ว่ามากกว่าด้วย
แต่เสียงลอยลมมาเข้าหูอยู่เนืองๆ ว่าป้าใจร้ายใจดำ รวยเสียเปล่ายังทอดทิ้งกันได้ คนทั้งคนป่วยไข้ ไม่ไยดี
แต่ป้ารุ่งอรุณก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน เพราะป้าได้ตัดขาดจากความรักนั่นแล้ว
...จำไว้นะ นวล ผู้ชายเมื่อเขาบอกว่าเขาไม่รักเราอีกแล้ว เราไม่ต้องไปยื้อยุดเขาไว้อีก เราจะได้ไม่เป็นอีโง่ แล้วถึงวันหนึ่งเมื่อเขาต้องการเราอีก เราจะพบว่าเราไม่ต้องการเขาแล้ว แม้เขาจะตายลงตรงหน้า เราก็จะมองได้แบบไม่มีเยื่อใย...
ป้าสอนเธอ เรียบแต่ลึก ป้าบอกว่านี่คือบททดสอบชีวิต ไม่ได้ทำให้เป็นคนใจร้าย ใจดำ แต่เรื่องบางเรื่องต้องทำ
ป้าไม่อยากให้เธออ่อนแอ เธอรู้เพราะหลายเรื่องนวลฉวีแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ชอบปะทะกับใครหากไม่เดือดจัดเธอจะเลี่ยงหนีจากทุกปัญหาเสมอ
“นี่ ยัยนวล” เสียงเรียก...ดังกว่าเดิม
นวลฉวีกระพริบตานิดๆ
“ใจลอยไปไหน ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ เธอทำท่าเหมือนใจไม่อยู่กับตัว หายหน้าไปเที่ยวมา หรือยังเพลิดเพลินไม่พอ”
“ฉันไม่ได้ไปเที่ยว ฉันไปทำงานนะ...”
“ทำงานหรือ” เสียงถามราวกับไม่เชื่อ
“ใช่ ฉันไปทำงาน...ไปกับคุณแพร เราต้องเตรียมงานไว้ต้อนรับท่านประธานคนใหม่ เราไปพบแหล่งผลิต...”
ก่อนที่นวลฉวีจะหยุดพูดไปดื้อๆ ถามตัวเองว่าแล้วเธอจะอธิบายไปไยกัน ป่วยการ...เพราะว่าไม่ใช่เรื่องที่ดารารายควรจะต้องมารู้อะไรด้วย
เพราะเหตุใดน่ะหรือ
เหตุเดียว
ดารารายเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงปี...แถมเป็นเด็กเส้น ดารารายยังไม่ได้เป็นคนเก่าแก่ที่นี่ งานบางงานไม่ควรจะได้รู้
“เธอสนิทกับคุณแพรมากสินะ” เสียงถามเหมือนหงุดหงิด
นวลฉวีมองหน้า “แล้วไง”
“อะไรนะ เธอพูดอะไรนะ”
“ฉันถามว่าแล้วไง”
“โห...ใหญ่เหลือเกินนะ นวล” เสียงแทบจะกรี๊ด
“ใหญ่ตรงไหน ฉันก็แค่ถามธรรมดาๆ ใหญ่ตรงไหนกัน อย่าคิดมากสิ”
“ใครจะไม่คิดมาก เธอถามแบบหาเรื่องฉันนะ”
นั่นคือการหาเรื่องชัดๆ นวลฉวีถอนใจ กะให้ได้ยิน
“แล้วเธอยังถอนใจใส่ฉันด้วย”
“เอาอย่างนี้ มีอะไรเดินมาหาฉัน ก็ว่ามา...จะให้ฉันไปคุยกับป้า ขอเงินป้าไปให้แม่เธออีกไหม”
แทงใจดำของดารารายอีกตามเคย แม่นยำจนดารารายพูดไม่ออก
นวลฉวีแม้จะถูกหล่อนตราหน้าว่าแหยๆ ไม่สู้คน วิ่งหนีปัญหาเสมอ แต่หลายหนที่นวลฉวีมีคำพูดที่ตีเข้าแสกหน้า และนวลฉวีที่หล่อนไม่สามารถทำตัวข่มได้ การเข้ามาทำงานที่นี่ หล่อนก็มุ่งหมายจะมา ‘ข่ม’ นวลฉวีไว้ เหมือนที่ได้เอ่ยกับมารดา
...หนูมีเจตนาไปทำงานที่นั่น และวันใดที่หนูลงหลักได้มั่นคง หนูจะพาเพื่อนหนูไปช่วย และเขี่ยนังนวลให้พ้นจากที่นั่นให้ได้ หนูไม่เอามันไว้หรอก มีหนูที่ไหน ไม่มีนังนั่น และอะไรที่มันรักมันชอบ หนูจะแย่ง อะไรที่ทำให้มันสุข หนูจะพลิกทำให้มันทุกข์ ให้มันเสียน้ำตา คอยดูนะแม่ ให้สมกับที่ป้ามัน แม่มัน ตัวมันทำร้ายแม่กับหนู...
หล่อนฉีกยิ้ม
“ถ้าเธอคิดว่าเธออยากรู้จริงๆ เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเสียทีก็ได้จ้ะ นวล ฉันมีซองมาแจก”
ดารารายบอกเสียงแหลม...ขึ้นจมูก...อาจจะเพราะการทำจมูก เสียงพูดแปลกไปจากเมื่อเข้ามาใหม่ๆ ล่าสุดเพราะดารารายไปเสริมจมูกให้โด่งแหลมขึ้นมาอีก สำนวนภาษาพูดคือให้หมอเหลาจนจมูกบางเป็นสัน หน้าของดารารายเลยดู ‘คม’ เก๋ขึ้นอีกมาก
แค่มีคนนินทาหล่อนว่าสิ่งที่หล่อนควรไปให้หมอปรับปรุงให้มากสุดคือ ‘นิสัย’
คุณอาจจะชอบ





