หน้าปกนวนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

9.4 / 10.0
จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน

ยอดคุณหมอสกุลเฉิน ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 เสี่ยงชีวิตช่วยภรรยา

“แกมันคนไม่เอาไหน! ไอ้สวะกระจอก! ไปคุกเข่าหน้าบ้านเดี๋ยวนี้!”

ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนด่าอย่างดูถูกเหยียดหยาม ฉีเล่ยที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่สวมแม้กระทั่งรองเท้า แก้มข้างหนึ่งของเขามีรอยฝ่ามือแดงเถือกประทับอยู่ ถูกผลักกระเด็นออกจากประตูบ้านอย่างไม่ปราณี

ฉีเล่ยถึงกับล้มลงอยู่หน้าประตู เขาได้แต่พยุงตัวลุกขึ้นคุกเข่ากับพื้น พร้อมกับหัวเราะออกมาด้วยความขมขื่นใจ เขาคุกเข่าอยู่เงียบๆเช่นนั้นเป็นเวลานาน และได้แต่แอบถอนหายใจ และคิดอยู่ภายในใจเงียบๆว่า

“เถ้าแก่เฉินครับ! เมื่อไหร่ผมถึงจะชดใช้หนี้ชีวิตให้คุณหมดเสียที?”

………..

เมื่อแปดปีก่อน เพื่อต้องการช่วยชีวิตฉีเล่ย เถ้าแก่เฉินถึงกับต้องยอมเสียสละชีวิตของตนเอง แต่ก่อนตายนั้น เขาได้แต่หวังว่า ให้ฉีเล่ยแต่งงานกับลูกสาวของเขา..

การตัดสินใจของเฉินฉางเชิงในครั้งนั้น ได้สร้างความตระหนกตกใจให้กับภรรยา และบุตรสาวของเขาเป็นอย่างมาก  และสองแม่ลูกก็คัดค้านหัวชนฝา ทั้งคู่ไม่เห็นด้วยกับความต้องการของเฉินฉางเชิงเป็นอย่างมาก ที่จะให้ชายหนุ่มซึ่งเป็นต้นเหตุให้หัวหน้าครอบครัวของพวกเธอสองแม่ลูกต้องเสียชีวิต กลายมาเป็นลูกเขยสกุลเฉินเช่นนี้

แต่ถึงอย่างนั้น เถ้าแก่เฉินก็ยังยืนกรานหนักแน่น และประกาศต่อหน้าภรรยากับลูกสาวว่า หากทั้งคู่ไม่ยอมให้ฉีเล่ยแต่งเข้าสกุลเฉิน เขาคงจะต้องตายตาไม่หลับแน่

และด้วยสาเหตุนี้ หลังจากเฉินฉางเชิงเสียชีวิตลง ฉีเล่ยจึงได้แต่งเข้าเป็นลูกเขยสกุลเฉิน และใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวนี้มานานถึงแปดปีแล้ว

แต่ทุกครั้งที่สองแม่ลูกนึกถึงการตายของเฉินฉางเชิง ทั้งคู่ก็มักจะมาระบายอารมณ์ความโกรธแค้นภายในใจกับฉีเล่ยอยู่เสมอ

และในคืนนี้ก็เช่นกัน ฉีเล่ยที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าบ้านตลอดทั้งคืน ไม่อาจทนต่อความเหนื่อยล้าของร่างกายได้อีก ร่างของเขาค่อยๆเอนลงเรื่อยๆ ก่อนจะล้มฟุบลงไปกองกับพื้น และหลับไปในสภาพเช่นนั้น

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้  เสียงฝีเท้าก็ดังออกมาจากด้านในบ้าน ฉีเล่ยถึงกับสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าตามเดิมอย่างรวดเร็ว

และเมื่อประตูบ้านเปิดผางออก แม่ยายของฉีเล่ยก็ยืนจ้องมองเขาด้วยสีหน้า และแววตาเคียดแค้น ฉีเล่ยเห็นเช่นนั้น จึงได้แต่เตรียมใจที่จะรับพายุอารมณ์ของหญิงในวัยกลางคนอีกระลอก..

“ไอ้คนสารเลว นี่แกกล้าเผลอหลับงั้นเหรอ? ไอ้คนขี้ขลาด! ไอ้ฆาตกร! ฉันจะฆ่าแก!”

สีหน้าของแม่ยายฉีเล่ยดูเหมือนจะแสดงความสงสารออกมาวูบหนึ่ง แต่เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว ก็ถูกบดบังไว้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นแทน

ความปรารถนาของเถ้าแก่เฉิน ได้ทรมานจิตใจของหญิงวัยกลางคนผู้นี้จนแทบเสียสติ และกลายเป็นคนบ้า เธอเองก็เริ่มเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ และไม่รู้ว่า ตัวเองได้กลายเป็นคนโหดเหี้ยมแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่..

หลังจากที่ได้ฟังคำกร่นด่าด้วยความเคียดแค้นของแม่ยาย บนหน้าผาก และขมับทั้งสองข้างของฉีเเล่ย ก็ปรากฏเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมามากมาย แต่เขาก็ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่เช่นนั้นอย่างอดทน และปล่อยให้ร่างกายของตนเอง กลายเป็นที่ระบายความเคียดแค้นของหญิงวัยกลางคนผู้นี้ต่อไป

“พี่เฉิน.. ทำไมพี่ถึงต้องช่วยไอ้คนสารเลวพรรณนี้ด้วย? ทำไมไม่ปล่อยให้มันตายไป? เพราะมันคนเดียว ทำให้ฉันต้องกลายเป็นหม้าย ส่วนลูกสาวของเราก็ต้องกำพร้าพ่อ!

“พี่เฉิน.. พี่ปล่อยให้เราสองคนแม่ลูกมีชีวิตที่ทุกข์ทรมาน อยู่กับไอ้คนชั่วช้าทุกวันแบบนี้ได้ยังไงกัน?”

แม่ยายของเขาทรุดลงไปกองกับพื้น พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างทีุ่สุด!

ฉีเล่ยได้แต่อดกลั้นต่อความทุกข์ใจ และทุกข์กายไว้เงียบๆเพียงลำพัง ความโกรธแค้นภายในใจที่เกิดจากการถูกข่มเหงด่าทอ กลับถูกความรู้สึกผิดภายในใจสะกดไว้แทน

“แม่คะ กลับเข้าไปในบ้านเถิดนะคะ!”

ฉีเล่ยแทบไม่ต้องลืมตามอง เพราะเพียงแค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้ได้ทันทีว่า เจ้าของเสียงนุ่มนวลนี้ก็คือเฉินอวี้หลัว ภรรยาของเขานั่นเอง

เฉินอวี้หลัวเดินเข้าไปช่วยพยุงแม่ยายของเขาให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะพาเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่หลังจากเดินไปได้เพียงแค่สองสามก้าว เธอก็หันมาบอกกับฉีเล่ยว่า

“นายเองก็ควรจะไปพักผ่อนได้แล้ว!”

หลังจากที่บรรยากาศรอบตัวสงบนิ่งลงแล้ว ฉีเล่ยที่เวลานี้มีบาดแผลอยู่เต็มร่างกาย ก็ได้แต่ลุกขึ้นยืน และเดินตามเข้าไปในบ้าน เขาปิดประตูบ้านลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินไปที่แคร่ไม้ซึ่งตั้งอยู่ตรงระเบียงบ้าน แล้วทรุดกายลงนอน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ที่กำลังทอแสงนวลอยู่บนท้องฟ้า

……

จนกระทั่งเวลาหกโมงครึ่งของเช้าวันใหม่ ฉีเล่ยจึงรีบลืมตาตื่นขึ้น เพื่อลุกขึ้นมาทำงานที่คั่งค้างของเมื่อวาน รวมทั้งงานที่ต้องทำในวันนี้ด้วย

เขาลุกขึ้นมาจัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้กับเฉินอวี้หลัว และแม่ของเธอ จากนั้นจึงกลับไปนั่งหลบที่มุมระเบียง เพื่อรอให้สองแม่ลูกรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เขาก็จะได้เข้าไปเก็บโต๊ะ และจัดการล้างถ้วยล้างชามให้เรียบร้อย

ในระหว่างที่นั่งหลบมุมอยู่ข้างระเบียงนั้น ในมือของฉีเล่ยก็ถือชามข้าวถ้วยหนึ่งไว้เหมือนเช่นทุกๆวัน

แม้สถานการณ์ต่างๆ ดูเหมือนจะสงบนิ่งลงบ้างแล้ว แต่บรรยากาศภายในบ้านกลับอึมครึม และดูเหมือนจะตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม ราวกับภูเขาไฟที่สามารถระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

เมื่อครั้งที่เขาและเฉินอวี้หลัวแต่งงานกันใหม่ๆนั้น ฉีเล่ยได้เคยพยายามที่จะปรับเปลี่ยนบรรยากาศตึงเครียดแบบนี้ให้ดีขึ้น แต่เขาก็ไม่เคยทำสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว หลังจากนั้นมา เขาก็ได้แต่อดทนต่อความทุกข์กายทุกข์ใจที่ได้รับอย่างเงียบๆ

ในระหว่างที่เฉินอวี้หลัวจะออกไปทำงานนั้น เธอก็สังเกตเห็นฉีเล่ยที่นั่งแอบอยู่มุมหนึ่งของระเบียงบ้าน และดูเหมือนจะมีบาดแผลอยู่เต็มตัว แววตาของหญิงสาวปรากฏร่องรอยของความสงสารขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่แล้วจู่ๆ ความสงสารพลันเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เธอกัดฟันแน่น ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่ใยดีต่อฉีเล่ย

หลังจากรับประทานอาหารเช้า และจัดการเก็บโต๊ะจนเรียบร้อยแล้ว ฉีเล่ยก็หยิบถุงปุ๋ยคู่กายไปหนึ่งอัน และเริ่มเดินไปตามท้องถนนเพื่อเก็บขยะที่สามารถขายเป็นเงินได้กลับมา ใบหน้าของเขานั้นเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

ฉีเล่ยคุ้นเคยกับสีหน้า และแววตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา บางคนก็มองเขาด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ แต่ส่วนใหญ่มักจะมองเขาด้วยแววตาเยาะเย้ยถากถาง และบางส่วนก็มองเขาด้วแววตาเฉยเมย

ใครจะไปคิดเล่าว่า ชายหนุ่มที่เคยร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง กลับจะต้องกลายมาเป็นคนเก็บขยะไปวันๆแบบนี้?

แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เฉินอวี้หลัว และแม่ของเธอ สั่งให้ฉีเล่ยทำมาตลอดระยะเวลาแปดปี!

ฉีเล่ยเดินก้มๆเงยๆเก็บขวดตามถังขยะบ้าง ตามท้องถนนที่ผู้คนต่างพากันโยนให้เขาบ้าง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูร้องตะโกนเสียงดัง

“ขโมย! ช่วยจับขโมยด้วย!”

ฉีเล่ยรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที และพบว่าเฉินอวี้หลัวกำลังวิ่งตามเด็กหนุ่มคนหนึ่งมา เขาโยนสิ่งของที่อยู่ในมือทิ้งทันที และรีบวิ่งตามโจรผู้นั้นไปอย่างรวดเร็ว

“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้! คืนของที่ขโมยให้เธอไปเดี๋ยวนี้..”

ฉีเล่ยวิ่งตามโจรไปพร้อมกับร้องตะโกนบอกไปด้วย จนกระทั่งสามารถวิ่งนำหน้าไปได้ และรีบวิ่งไปยืนขวางทางไว้ พร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างออกกางกั้น

ในเวลานั้นเอง เฉินอวี้หลัวก็วิ่งตามมาทันพอดี เธอรีบวิ่งเข้าไปดึงแขนของโจรหนุ่ม พร้อมกับหายใจหอบรุนแรง แต่ก็ร้องตะโกนบอกไปว่า

“คืนจี้หยกนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

‘จี้หยกงั้นเหรอ?’

ฉีเล่ยพึมพำอยู่ในใจ ก่อนจะก้มลงมองที่มือข้างซ้ายของโจรหนุ่ม และพบว่า มันกำลังกำจี้หยกสีแดงโลหิตไว้แน่น!

‘นั่นเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียว ที่เถ้าแก่เฉินทิ้งไว้ให้อวี้หลัวไว้ดูต่างหน้านี่!’

แต่ในขณะที่ฉีเล่ยกำลังอยู่ในอาการครุ่นคิดนั้น โจรหนุ่มก็ล้วงมีดสั้นออกมาจากเอว พร้อมกับแทงเข้าไปที่ร่างของเฉินอวี้หลัว ปากของมันก็ร้องตะโกนออกไปด้วยว่า

“แก.. ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ!”

“ระวัง!”

ฉีเล่ยร้องตะโกนออกมาเสียงดัง พร้อมกับพุ่งเข้าไปผลักร่างของเฉินอวี้หลัวที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีดสั้นของโจรหนุ่มปักเข้าที่ท้องของเขาแทน

เฉินอวี้หลัวได้แต่ตกตะลึง เธอหันมองไปรอบตัว และได้แต่กรีดร้องออกมา เมื่อเห็นภาพที่ฉีเล่ยกำลังถูกแทง

“มะ.. ไม่!!”

อ่านต่อ

สารบัญ ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
ชีวิตที่เคยสว่างไสวและเป็นที่อิจฉาของผู้คนกลับพลิกผัน เมื่อเธอต้องอยู่ในสถานะภรรยาที่สามีมองไม่เห็นคุณค่า ในมุมมองของเขา เธอคือสตรีจอมมารยาที่เก่งกาจเรื่องการหลอกลวงและซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงเอาไว้เบื้องหลังหน้ากากอันสวยงาม ความชิงชังนี้ทำให้เขาไม่เคยปรานีต่อเธอเลย เขาสาดซัดทั้งคำพูดที่กรีดลึกถึงหัวใจและการแสดงออกที่จงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างเลือดเย็น แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งขัดใจคือปฏิกิริยาของเธอ ไม่ว่าจะถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนักหน่วงเพียงใด เธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยและท่าทีสงบนิ่งเอาไว้ได้เสมอ ราวกับความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงหัวใจของเธอได้เลย
หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย กาลครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีสุข
8.2
ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนเมื่อครูสาวธรรมดาก้าวล่วงเส้นแบ่งขอบเขตกับเหยนเฉิน ชายหนุ่มที่เธอแอบรัก ค่ำคืนอันลึกซึ้งทิ้งความสับสนว่าเขาจะมอบสถานะคนรักให้กับเธอหรือไม่ ในงานเลี้ยงที่เธอเฉิดฉายท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่รายล้อมเขา เธอตัดสินใจแสดงความมุ่งมั่นว่าพร้อมจะเป็นผู้หญิงของเขาด้วยใจจริงโดยไม่หวังเงินทอง ทว่าความกล้าหาญนั้นกลับถูกตีกลับด้วยถ้อยคำอันแสนเย็นชา เมื่อเขาตั้งคำถามอย่างทิ่มแทงใจว่าคนอย่างเธอนั้นมีความเหมาะสมเพียงพอที่จะยืนเคียงข้างเขาในฐานะแฟนแล้วจริงๆ หรือ
ตอน
อ่านเลย
แชร์