หน้าปกนวนิยาย ลมหายใจแห่งวายุ

ลมหายใจแห่งวายุ

8.2 / 10.0
ในนิยาย romance เรื่อง ลมหายใจแห่งวายุ เมื่อ ลม เพื่อนสนิทพี่ชายตัดสินใจสารภาพความในใจว่าแอบรักน้องสาวเพื่อน ขณะที่ฝ่ายหญิงวางแผนใกล้ชิดรุ่นพี่ในที่ทำงานด้วยเวลาเพียงสามเดือน กลายเป็นภารกิจพิชิตใจที่มีมิตรภาพและความสัมพันธ์เป็นเดิมพัน อ่านนิยายออนไลน์ modern novel เรื่องนี้ได้เลย
เรื่องย่อ ลมหายใจแห่งวายุ
เมื่อพนักงานสาวมีเวลาเพียงสามเดือนเพื่อพิชิตใจรุ่นพี่ในฝัน เธอจึงยอมทำทุกทางแม้กระทั่งแกล้งทำคอมพิวเตอร์พังเพื่อดึงตัวเขาจากแผนกไอทีมาใกล้ชิด ทว่าในขณะที่เธอกำลังรุกหนัก ลม เพื่อนสนิทของพี่ชายเธอกลับซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ลึกๆ จนกระทั่งความเมาทำให้เขาตัดสินใจสารภาพความนัยกับจิณณ์ พี่ชายของเธอว่าเขาไม่ได้คิดกับปายแค่พี่น้อง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดชุลมุนที่พิสูจน์ว่าความรักมักอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
อ่านเพิ่มเติม

ลมหายใจแห่งวายุ ตอนที่ 1

“บอสขาบอส”  

“บอส”

“บอสขา เจ้านายขา เจ้านายคะ อย่างหลังเข้ากว่ากันตั้งเยอะ เรียกพี่เขาว่าเจ้านายแล้วกัน จะเติมคะ เติมขาก็ปล่อยไปตามสถานการณ์ ถึงตอนนี้จะยังไม่ชินปาก แต่อีกหน่อยก็คงชินไปเองเนอะ” ฉันพูดเองเออเองอยู่ภายในลิฟต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการนำเข้าส่งออก บริษัทที่มีพลังงานลึกลับบางสิ่งบางอย่างดึงดูดให้ฉันสมัครเข้ามาทำงานด้วย 

มาทำงานวันแรกก็นินทาเจ้าของบริษัทซะแล้ว ท่าทางอนาคตฉันจะรุ่งริ่งแทนรุ่งเรืองแน่นอน อันที่จริงช่วงนี้ฉันยุ่งพอสมควร เพราะเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน ฉันก็ต้องบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้ว แต่ก็เซ้าซี้ขอผู้มีอุปการะคุณว่าฉันอยากทำงานมากถึงมากที่สุด โดยหยิบยกเหตุผลที่แสนจะน่าฟังว่าทำงานเพื่อหาประสบการณ์ แต่ถ้าผู้มีอุปการะคุณรู้เหตุผลที่แท้จริง อาจกระโดดตัวลอยแล้วถีบสองขาคู่ฉันเอาได้ง่ายๆ เหมือนกับที่เพื่อนรักฉันได้ทำมาแล้ว

“โอ๊ย! นี่แกถีบฉันจริงๆ เหรอไอ้พุฒิ”

“เออดิ ก็แกมันโง่งมงาย คิดว่ารักมันสวยงามเหมือนในนิยายหรือไง...ฮะ”

“ก็เปล่าคิดแบบนั้น แต่ฉันแค่อยากอยู่ใกล้พี่เขาก่อนจะบินไปเรียนต่อเท่านั้นจริงๆ”

“อยากอยู่ใกล้แล้วแกจะทำอะไรได้ ขนาดอยู่ใกล้มาตั้งสามปี แกยังได้แค่เฉียด ไม่สิ ได้แค่มองเอง”

“เอาน่า ฉันรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“เออๆ ในเมื่อแกตัดสินใจแล้วก็ตามนั้นล่ะ งั้นแค่นี้นะ พาสามีไปฟิตเนสก่อน”

“ย่ะ” 

คิดถึงบทสนทนาระหว่างฉันกับเพื่อนสนิทที่นิยมชมชอบไม้ป่าเดียวกันก็ถึงกับเบ้ปากให้ตัวเองในกระจกที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวลิฟต์

แม้พุฒิชัยจะมีคำนำหน้าชื่อว่านาย แต่จิตใจกลับสวนทาง ถึงอย่างนั้นพุฒิชัยคือเพื่อนแท้ของเธอคนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่อนุบาลถึงตอนนี้ เพื่อนแท้ขนาดกระโดดถีบกันมาตั้งแต่เพิ่งรู้จักกันจนถึงตอนนี้และคงเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน  

ฉันหยุดคิดเรื่องในหัว ก่อนจะมองสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเสียหน่อย ที่นี่มีชุดยูนิฟอร์มให้พนักงานแม้จะยังไม่ผ่านการทดลองงานก็ใส่ได้ ฉันก็เลยสะดวกไม่ต้องมานั่งคิดนอนคิดว่าทำงานแต่ละวันต้องใส่ชุดอะไร ยังไง แบบไหน สะดวกและประหยัดไปอีกแบบ 

สายสีน้ำเงินที่คล้องอยู่บนคอคือสายที่คล้องติดกับบัตรพนักงาน บนบัตรมีรูปสองนิ้วของฉันหนึ่งใบติดอยู่ ใต้รูประบุชื่อและนามสกุล วันเดือนปีที่เข้าทำงานรวมทั้งรหัสพนักงานพร้อม 

เภตรา บุตราภา คือชื่อของฉันเอง ส่วนวันนี้คือวันที่ฉันเข้ามาทำงานวันแรก ถึงแม้ฉันจะรู้จักกับผู้บริหารของที่นี่เป็นการส่วนตัว แต่ทำไม๊ทำไมถึงไม่ค่อยอยากเจอพี่เขาเอาเสียเลยก็ไม่รู้ เพราะเจอกันทีไรชอบทำหน้าดุใส่ฉันตลอด จนอยากถามว่าปีทั้งปีพี่เขายิ้มกี่ครั้ง 

“หรือจะยิ้มวันที่หนึ่งกับสิบหกเหมือนเรา...ฮ่าๆ” ฉันหัวเราะกับตัวเอง แต่พักหลังๆ วันที่หนึ่งกับสิบหกดูเหมือนจะเป็นวันน้ำตาตกในสำหรับฉันเสียมากกว่า เพราะมันมักจะเสียมากกว่าได้นี่สิ สงสัยฟ้าจะไม่อยากให้ฉันรวยทางนี้ 

ตึ๊ง! 

เสียงลิฟต์ดังขึ้นตามด้วยประตูลิฟต์ที่กำลังเปิดออกเพื่อให้คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกเข้ามา ฉันเงยหน้าขึ้นมองจึงรู้ว่านี่คือชั้นสี่ของตึกที่มีทั้งหมดสิบชั้น และคนที่ฉันไม่ค่อยอยากเจอก็ยืนอยู่ตรงหน้า 

“พี่ลม” ฉันอุทานชื่อเขาออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว เพราะเพิ่งจะนินทาเจ้าของชื่อไปหยกๆ จู่ๆ ก็โผล่พรวดมาแบบนี้ใครจะไม่ตกใจ ไม่เอาข้าวสารเสกปาให้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว 

อ้อ...ใช่แล้วค่ะ ผู้ชายตรงหน้าฉันคือพี่ลมหรือวายุ เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้ แถมยังรั้งตำแหน่งเพื่อนสนิทของพี่ชายฉันอีกด้วย อะไรมันจะเจอกันตั้งแต่วันแรกที่มาทำงานแบบนี้ ทำไมฉันถึงไม่เจอคนที่อยากเจอ...หืม 

แต่พอรู้ตัวว่าฉันเอ่ยชื่อที่ไม่ควรเอ่ยออกไป นั่นทำให้ฉันรีบเปลี่ยนท่าทีมาเอ่ยเรียกคำที่ฟังดูเหมาะสมกว่า รวมทั้งยกมือไหว้ด้วย 

“สวัสดีค่ะบอส” พูดไปแล้วฉันก็อยากเขกกระบาลตัวเอง ไหนบอกจะเรียกพี่เขาว่าเจ้านาย ไหงมาลงได้ที่คำว่าบอส แต่บอสก็บอสอ่ะ ความหมายมันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ

“บอส!” สีหน้าพี่เขาดูแปลกใจที่ฉันเอ่ยเรียกแบบนี้ เอ้!...หรือฉันพูดอะไรผิด

“ค่ะ…บอส”

“อืมม์” พี่เขาเอ่ยรับแค่นั้นแล้วก็ก้าวเข้ามายืนในลิฟต์ที่เวลานี้ไม่มีใครนอกจากเราสองคน บรรยากาศมันชวนอึดอัดแปลกๆ จนฉันอยากเดินออกไปจากลิฟต์เสียตอนนี้ แต่หากทำมันคงเสียมารยาทเกินไป สิ่งที่ฉันทำได้คือขยับไปยืนตัวลีบอยู่ข้างๆ ผนังลิฟต์ ทั้งๆ ที่เหลือพื้นที่ตั้งมากมาย

แต่จู่ๆ ฉันก็ต้องสะดุ้งเมื่อรับรู้ว่ามือยาวๆ ของพี่ลมเอื้อมมากดลิฟต์ชั้นที่สิบ ซึ่งฉันเดาว่าต้องเป็นชั้นที่พี่เขานั่งทำงานแน่นอน ฉันชอบกลิ่นน้ำหอมผู้ชายหรืออะไรก็ตามที่โชยมาเตะจมูกเมื่อครู่นี้จัง กลิ่นมันสดชื่นน่าซบเอ้ย! น่าซื้อให้ใครบางคนได้ใช้บ้าง  

ตึ๊ง!

เสียงตึ๊งที่ดังขึ้นช่วยดึงสติของฉันกลับมา แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองอยู่ดี กระทั่งเสียงคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ดังขึ้น 

“ฝ่ายจัดซื้อภายในองค์กรอยู่ชั้นนี้”

“อ้อ…ค่ะ” ฉันเอ่ยรับงงๆ พอเงยหน้าจากพื้นขึ้นก็มองเห็นว่าเป็นชั้นที่ฉันต้องลง ฉันหันมาโค้งให้พี่ลมที่ยืนหล่อเต็มยศด้วยชุดสูทเร็วๆ แล้วรีบจ้ำออกไปจากลิฟต์ทันที

เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง คำถามหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในหัวของฉันว่าพี่ลมรู้ได้ยังไงว่าฉันทำงานแผนกอะไร แต่ไม่รู้สิแปลกเพราะพี่เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท จะรับใครเข้าทำงานต้องเซ็นรับรอง แต่ที่นี่เดือนๆ หนึ่งรับคนเข้าทำงานก็ใช่ว่ามีแค่คนสองคน แล้วจะมาจำข้อมูลฉันทำไมหรือพี่เขาจำข้อมูลได้หมด  

“ฟุ้งซ่าน” ฉันเขกหัวตัวเองแรงๆ เพื่อให้เลิกคิดเองเออเองเสียที แล้วตัดสินใจเดินเข้าแผนกตรงไปรายงานตัวกับผู้จัดการ ซึ่งก็คือคนที่รับฉันเข้ามาทำงาน จากนั้นผู้จัดการก็พาฉันไปแนะนำกับพี่ๆ ฝ่ายจัดซื้อภายในองค์กร ฉันสัมผัสได้ว่าพี่ๆ ทุกคนดูเป็นกันเองมาก 

พี่ๆ ใจดีพาฉันไปดูจุดนั้นจุดนี้ว่ามีอะไรในชั้นนี้บ้าง ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องถ่ายเอกสารอยู่มุมไหน ใครนั่งโต๊ะไหนมีหน้าที่อย่างไร แต่ที่ทำให้ใจฉันเต้นแรงคือการได้รู้ว่าที่ชั้นนี้นอกจากมีฝ่ายจัดซื้อภายในองค์กรแล้วยังมีฝ่ายไอทีรวมอยู่ด้วย

“ฝ่ายไอที!” ฉันรำพึงรำพันประโยคนี้อยู่ในหัวจนแทบไม่มีสมาธิคิดเรื่องอื่น เมื่อครู่ที่เดินสำรวจถึงได้รู้ว่าโต๊ะที่ฉันนั่งคือโต๊ะทางเดินกลางที่ใครจะเข้าหรือออกในฝ่ายไอทีต้องผ่านโต๊ะฉันก่อนเสมอ

เพราะฉะนั้นถ้าเป้าหมายฉันเดินผ่านไปผ่านมา ฉันก็ต้องมองเห็นหรือไม่เขาก็ต้องมองเห็นฉันด้วยเช่นเดียวกัน...อ๊ากกก แค่คิดใจฉันก็เต้นรัว มือไม้เย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้น กระทั่งประโยคของพี่ในแผนกดังขึ้น

“น้องปายคะ อีกห้านาทีหนูต้องไปปฐมนิเทศพนักงานใหม่ที่ห้องประชุมใหญ่นะคะ เดี๋ยวพี่พาไปจ้ะ” 

“ขอบคุณค่ะพี่สวย” ฉันยิ้มให้พี่สวยหรือพี่อรอนงค์ รุ่นพี่ในแผนกที่ฉันสัมผัสได้ว่าพี่เขาใจดีมาก สวยแล้วยังใจดีแบบนี้น่าแนะนำให้พี่จิณณ์รู้จักจังเลย แต่…ขืนทำแบบนั้น ฉันอาจถูกเขกหัวจนโนเอาได้แน่ๆ 

ห้านาทีไม่ขาดไม่เกิน พี่สวยก็พาฉันไปห้องประชุมใหญ่ที่อยู่ชั้นแปด พอเปิดประตูเข้าไปฉันก็เห็นพนักงานชายหญิงนั่งอยู่ก่อนแล้วสิบกว่าคนได้ ถามไถ่กันไปมาถึงรู้ว่านี่คือพนักงานใหม่ที่เริ่มงานวันนี้ทั้งหมด ทุกคนขึ้นมาที่นี่เพื่อปฐมนิเทศและกล่าวต้อนรับโดยตรงจากผู้บริหารที่ชื่อว่า…วายุ

อ่านต่อ

สารบัญ ลมหายใจแห่งวายุ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อความปรารถนาในตัวชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบกลายเป็นเป้าหมายหลักที่เธอต้องคว้ามาให้ได้ หญิงสาวจึงต้องเผชิญกับบททดสอบของความอดทนอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดันจากฝ่ายชาย เธอจำเป็นต้องเตรียมใจรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะมอบให้ในทุกค่ำคืน หากเธอตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้มแข็งและทนทานต่อความต้องการอันมหาศาลของเขาเพื่อให้ได้ครอบครองเขาไว้อย่างสมใจ
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบสีน้ำเงิน[ An impossible love ]
9.5
เบล นักศึกษาสาวผู้ฝันจะเป็นดีไซน์เนอร์จำต้องทำงานพิเศษในคฤหาสน์หรูเพื่อพยุงฐานะ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอเห็นความลับอันเร่าร้อนของคุณแป้ง ภรรยาเจ้าของบ้านเข้าโดยบังเอิญ เหตุการณ์นั้นนำพาเธอเข้าสู่วังวนอำนาจของ กลาง ชายหนุ่มผู้กุมชีวิตเธอไว้ แม้เบลจะพยายามขัดขืนและประกาศอิสรภาพจากการเป็นของเล่นของเขาเพียงใด แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานแรงบีบคั้นและพันธนาการที่เขาสร้างขึ้นได้ จนต้องยอมจำนนบนเตียงตามความต้องการของเขาในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด
ตอน
อ่านเลย
แชร์