หน้าปกนวนิยาย มลทินสวาทมาเฟีย

มลทินสวาทมาเฟีย

7.8 / 10.0
ทายาทสาวของอดีตหัวหน้าแก๊งผู้ไร้ที่พึ่ง จำต้องก้าวเข้าสู่การคุ้มครองของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล เพื่อทดแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่ เธอจึงยินดีสละสิ้นทั้งชีวิตและพรหมจรรย์ให้แก่เขา ในขณะที่เขาต้องทิ้งความสงบสุขมาเป็นมาเฟียแห่งฮ่องกงด้วยความกตัญญูค้ำคอ เส้นทางที่เต็มไปด้วยเลือดและการเข่นฆ่าศัตรูเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลกมืด ท่ามกลางอันตรายและพันธนาการแห่งหนี้ชีวิตที่ยากจะถอนตัว บทพิสูจน์ความรักและความภักดีจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางคาวเลือดและอำนาจ

มลทินสวาทมาเฟีย ตอนที่ 1

ตอนที่ 1.

ร่างสูงใหญ่ของอาจารย์หนุ่มแห่งโรงเรียนสอนวิชาศิลปะการต่อสู้ กำลังเคลื่อนไหวแสดงท่าทางการต่อสู้ให้กับลูกศิษย์ที่พากันนั่งคุกเข่าเป็นระเบียบได้ชม คู่ซ้อมเป็นลูกศิษย์รุ่นใหญ่ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ช่วยครูฝึก รูปร่างของเขาค่อนข้างล่ำสันแต่การเคลื่อนไหวขณะโจมตีคล่องแคล่วว่องไว หากยังไม่เก่งกาจและชำนาญเท่าผู้เป็นอาจารย์ หมัดและเท้าเตะต่อยเหวี่ยงตัวเข้าใส่ร่างหนาสูงใหญ่ของผู้เป็นอาจารย์หลายต่อหลายครั้ง แต่ถูกอีกฝ่ายพลิกพลิ้วเบี่ยงกายหลบและตอบโต้ได้ทุกครั้ง ร่างสูงของอาจารย์หนุ่มเคลื่อนกายพลิ้วไหวลักษณะเป็นวงกลม ตั้งรับทุกกระบวนท่าอย่างสงบนิ่ง การเคลื่อนไหวเลื่อนไหลไปตามธรรมชาติของร่างกาย เป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่ารุก ดวงตาคมกริบแววตาเปล่งประกายวาวกล้าทรงพลังจ้องมองคู่ต่อสู้ไม่ละสายตา เหงื่อเม็ดเล็กไหลหยดลงมาบนปลายจมูกโด่งงามเป็นสัน ทว่าเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจเช็ดมันออก ริมฝีปากหยักสวยขยับแย้ม เมื่อเห็นอาการหอบเหนื่อยของคู่ซ้อมที่เริ่มผ่อนแรงลง รู้ดีว่าตอนนี้หมดเวลาเล่นแล้วถึงเวลาเผด็จศึก!

ปึก พลั่ก ตุ๊บ!!!

ร่างล่ำสันถูกจู่โจมอย่างฉับไว คนเป็นขยับเพียงครั้งเดียวก็สามารถจัดการ บิดล็อก ใช้สันมือฟันฉับบนต้นคอหนา เหวี่ยงร่างกำยำลองกองกับพื้นเสียงดังตุ๊บ จับล็อกกดตรึงคู่ต่อสู้ลงแนบกับพื้นหมดสภาพทันที สายตาหลายคู่มองการต่อสู้ที่จบลงด้วยแววตาชื่นชม

“การเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของไอคิโดเป็นวงกลม แม้แต่การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนเป็นแนวตรง ก็มีการเคลื่อนที่เป็นลักษณะเกลียวซ่อนอยู่” เสียงทุ้มเอ่ยออกมา สายตากราดมองลูกศิษย์ทุกคน

“เทคนิคของไอคิโดถูกออกแบบมาให้มีการเคลื่อนไหว โดยการเลื่อนไหลไปตามธรรมชาติของร่างกาย การบิดข้อ จะบิดไปตามลักษณะการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติของข้อนั้น”

ผู้เป็นอาจารย์แสดงท่าทางการต่อสู้แบบช้าๆ ให้ลูกศิษย์ดูอีกครั้ง โดยการจับบิดล็อก และจับกดตรึงกับพื้น

“การบิดด้วยลักษณะแบบนี้ จะบังคับทำให้ผู้โจมตีล้มลงโดยไม่เป็นอันตรายต่อข้อมือหรือข้อต่อต่างๆ การตรึงคู่ต่อสู้ไว้กับพื้นแบบไอคิโดก็ใช้วิธีแบบเดียวกัน และสามารถใช้ได้กับทุกคนไม่ว่าจะมีรูปร่างเล็กหรือใหญ่ โดยใช้แรงเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่ต้องใช้เลย”

“เซนเซย์เจิ้งครับ ปล่อยผมก่อนได้ไหมครับ ไหล่จะหลุดแล้ว”

เสียงพิโอดพิครวญดังออกมาจากร่างของคู่ซ้อม ที่ถูกจับกดอยู่นาน

“เจ็บก็ไม่บอกนะวิรัตน์ ขอโทษที”

หลี่เจิ้ง หรือ จักรพรรดิ ลีวงศ์กุล อาจารย์หนุ่มลูกครึ่งไทยฮ่องกง ปล่อยมือจากร่างของลูกศิษย์เอก พร้อมกับดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น แล้วหันไปบอกกับลูกศิษย์คนอื่นว่า

“จับคู่ซ้อมกันครึ่งชั่วโมง ผลัดกันเป็นฝ่ายรุกคนละสิบห้านาที อาจารย์จะดูพวกเธอ”

เขาขยับไปนั่งบนเบาะตรงด้านหน้า มองดูลูกศิษย์ฝึกซ้อมอย่างตั้งใจ

กว่าห้าปีแล้วที่หลี่เจิ้งเปิดโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้แห่งนี้ขึ้นมา ช่วงเช้าเขาจะไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย ช่วงเย็นถึงจะมาดูแลโรงเรียน ในวัยสามสิบหกเขาแต่งงานแล้วและมีลูกชายหนึ่งคนอายุสิบขวบ มีภรรยาแสนสวยคอยดูแล ครอบครัวแสนอบอุ่นพรั่งพร้อมสมบูรณ์ ชีวิตของหลี่เจิ้งสุขสงบจนน่าอิจฉา หากทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น

“เซนเซย์ครับ มีคนต้องการพบเซนเซย์ครับ”

วิรัตน์เข้ามารายงานผู้เป็นอาจารย์ ที่ห้องทำงาน หลังจากหมดคาบเรียนแล้ว

“เชิญเขาเข้ามาสิ เอาน้ำมาเสิร์ฟด้วยนะ”

หลี่เจิ้งเงยหน้าจากกองเอกสาร พยักหน้ารับ

ครู่หนึ่งวิรัตน์ก็พาชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่เข้ามา หลี่เจิ้งลุกขึ้นต้อนรับผายมือเชื้อเชิญให้นั่ง

“เชิญนั่งครับ”

“ขอบคุณครับคุณเจิ้ง”

ชายคนนั้นตอบรับเป็นภาษาจีน สร้างความกังขาให้หลี่เจิ้งมาก

“คุณมีธุระอะไรกับผมหรือครับ”

หลี่เจิ้งจำต้องสนทนาเป็นภาษาจีนตอบโต้ไป เขาถูกมารดาเคี่ยวเข็ญให้เรียนภาษาจีนตั้งแต่จำความได้ จึงพูดและสื่อสารภาษานี้ได้อย่างคล่องแคล่วไม่แพ้เจ้าของภาษา

“คุณคงสงสัยว่าผมเป็นใคร”

ชายคนนั้นยิ้มบางๆ สายตาคมกล้าจ้องมองใบหน้าของเจ้าของโรงเรียนนิ่ง

“ผมชื่อหวังไป่ฉี เป็นคนสนิทของท่านหลี่เสวียน คุณพ่อของคุณครับ”

หวังไป่ฉีแนะนำตัวเอง พร้อมสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่มไปด้วย หลี่เจิ้งไม่ได้แสดงท่าทางตกใจหรือแปลกใจมากมาย เขายังคงความคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดี แววตาคมกริบนิ่งสงบหากทรงพลังไม่ต่างจากผู้เป็นนายของเขาเลย นี่สินะ เขาถึงเรียกว่าลูกมังกร ยังไงก็เป็นมังกร ต่อให้อยู่ในสถานะใดก็เปล่งบารมีของผู้ยิ่งใหญ่เสมอ หวังไป่ฉีลอบยิ้มชื่นชมนายน้อยของตนเงียบๆ

“คนของคุณพ่อ...” หลี่เจิ้งทวนคำ

เขามองบุรุษสูงวัยตรงหน้าอย่างพินิจ แม้ไม่ได้รู้จักหวังไป่ฉีเป็นการส่วนตัวแต่เขาพอรู้ว่าบิดาของเขา เป็นนักธุรกิจใหญ่มีอิทธิพลคนหนึ่งของฮ่องกง หวังไป่ฉีเป็นคนสนิทของท่านคงมีธุระสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่มาหาเขาซึ่งเป็นแค่ลูกนอกสมรสด้วยตัวเอง

“ตอนนี้ท่านหลี่เสวียนกำลังป่วยหนักครับ ท่านต้องการพบคุณ”

หวังไป่ฉีบอกจุดประสงค์ของตนเองให้ชายหนุ่มรู้

“คุณพ่อป่วยหนัก ท่าน... ท่านเป็นยังไงบ้าง”

หลี่เจิ้งเอ่ยถามเสียงสั่นเล็กน้อย แม้บิดาจะไม่ค่อยได้ให้ความเอาใจใส่กับเขามากมายเหมือนพี่ชายซึ่งเป็นลูกเมียแต่ง แต่ท่านก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ยังคงส่งเสียเลี้ยงดูเขากับมารดาอย่างดีมาโดยตลอด จนเขาเรียนจบมีงานทำหลี่เจิ้งถึงได้งดรับความช่วยเหลือจากท่าน บิดาของเขามักจะเดินทางมาหามารดาของเขาปีละสองครั้ง นั่นเป็นโอกาสเดียวที่เขาได้อยู่ใกล้ชิดท่าน ชายหนุ่มไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวฝั่งบิดาด้วยรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ลูกนอกสมรส หลายสิบปีที่ผ่านมาหลี่เจิ้งอาศัยอยู่ที่เมืองไทยกับมารดามาโดยตลอด เขาพอใจชีวิตที่เป็นอยู่ไม่อยากแย่งชิงสมบัติหรือความสำคัญจากบิดา จึงไม่คิดจะเดินทางไปฮ่องกงสักครั้ง

“ท่านหลี่เสวียนต้องการพบคุณเจิ้งกับคุณแม่ของคุณ”

หวังไป่ฉีไม่ได้บอกอะไรมากกว่านี้ เขาต้องการให้หลี่เจิ้งไปพบกับผู้เป็นบิดาด้วยตัวเองมากกว่า

“ได้ผมจะรีบไป พรุ่งนี้ถ้าจองตั๋วได้ ผมจะเดินทางเลย”

หลี่เจิ้งไม่เสียเวลาคิดมาก ความห่วงใยทำให้เขาอยากเดินทางไปพบบิดาให้เร็วที่สุด

“ผมได้จองตั๋วเครื่องบินให้คุณกับคุณแม่ของคุณแล้วครับ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ ขอเพียงคุณรับปากไปหาท่าน ก็พร้อมเดินทางได้ทันที”

หวังไป่ฉีเตรียมการเรื่องนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว

“ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องบอกคุณแม่ให้เตรียมตัวก่อน”

“ครับคุณเจิ้ง พรุ่งนี้เช้า ผมจะไปรับคุณที่บ้านนะครับ ผมขอตัวก่อน”

หวังไป่ฉีนัดหมาย แล้วขอตัวเมื่อเสร็จธุระ

หลี่เจิ้งออกมาส่งหวังไป่ฉีที่รถ เขาขับรถพาตัวเองกลับไปบ้านทันที เมื่อไปถึงบ้านก็เข้าไปหามารดา คุณจันทร์ฉายมองใบหน้าหม่นหมองของลูกชายก็รู้ว่า หลี่เจิ้งกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอยู่ คนเป็นแม่ลูบศีรษะลูกชายปลอบโยนขณะเอ่ยถามเสียงนุ่ม

“มีเรื่องใช่ไหมลูก”

ศีรษะได้รูปพยักรับช้าๆ ดวงตาคู่คมหม่นแสงลง

“เมื่อครู่คนของคุณพ่อ มาหาผมที่โรงเรียน บอกว่าคุณพ่อป่วยหนัก อยากให้ผมกับคุณแม่ไปพบท่านที่ฮ่องกง” เขาบอกมารดา

คุณจันทร์ฉายนิ่งไปครู่หนึ่ง

“คุณเสวียนคงอาการหนักจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีทางบอกเราหรอก”

เธอรู้นิสัยของสามีว่าหลี่เสวียนจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น และไม่มีทางจะเรียกลูกชายคนเล็กให้ไปพบหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ คุณจันทร์ฉายสังหรณ์ใจว่าสิ่งที่เธอกลัวและพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต ครั้งนี้อาจจะหนีไม่พ้น คนเป็นแม่มองลูกชายที่เติบโตเป็นหนุ่มใหญ่ด้วยแววตาเป็นกังวล เธอพาหลี่เจิ้งกลับมาอยู่ที่เมืองไทยร่วมสามสิบกว่าปี ใช้ชีวิตสุขสงบมายาวนานจนวางใจว่า ลูกชายจะหลุดพ้นจากเส้นทางสายนั้น เส้นทางชีวิตที่ผู้เป็นสามีคลุกคลีมาตลอดชีวิตของเขา เขาเคยรับปากกับเธอแล้วว่าจะปล่อยเธอกับลูกให้อยู่อย่างสงบ ทำไมถึงได้เรียกตัวไปพบแบบนี้

อ่านต่อ

สารบัญ มลทินสวาทมาเฟีย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
《คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่》ถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหญิงสาวผู้เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เธอเกิดมาในฐานะทายาทที่ถูกคาดหวังสูงสุด ทั้งความสามารถและพรสวรรค์ทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางของอนาคตครอบครัว แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปเพราะความรักที่ยาวนานถึงเจ็ดปี เธอยอมสละทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง อนาคต และศักดิ์ศรี เพื่อช่วยชายที่เธอรักอย่างมู่จื่อเจว๋ ทั้งยังใช้ความสามารถของตนสร้างธุรกิจ สนับสนุนเขาจนตระกูลของเขาก้าวสู่ความรุ่งเรือง แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เขาและเพื่อนสนิทที่เธอเคยไว้ใจร่วมกันวางแผน夺走ทุกอย่าง ทั้งบริษัท อำนาจ และชีวิตของเธอ เธอถูกทำให้หมดสติยาวนานถึงสามปี และในช่วงเวลานั้น เธอกลายเป็นเพียง “เงา” ที่ถูกกดทับอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขณะที่คนที่ทรยศเธอกลับใช้ชีวิตหรูหราและเย้ยหยันศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หญิงสาวที่เคยอ่อนโยนได้หายไป เหลือเพียงตัวตนที่เยือกเย็น เด็ดขาด และเต็มไปด้วยพลังในการเอาคืน เธอเริ่มต้นการชำระบัญชีอย่างไม่ลังเล เปิดโปงความจริงทั้งหมด ล้มล้างแผนการของคนทรยศ และทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็นของเธอ ความสัมพันธ์ที่เคยพังทลายถูกฉีกออกทีละชั้น พร้อมเผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโลกชนชั้นสูง ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็ยิ่งถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดา แต่คือทายาทตัวจริงของตระกูลใหญ่ระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองความสามารถระดับนานาชาติ ทั้งด้านการต่อสู้และเครือข่ายอำนาจลับในโลกธุรกิจใต้ดิน การกลับมาของเธอทำให้วงการชนชั้นสูงสั่นสะเทือน ทุกตระกูลใหญ่ต้องหันมาจับตามอง ชายที่เคยทำร้ายเธอได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอการให้อภัย แต่เธอไม่เหลือความรู้สึกเดิมอีกต่อไป ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ชายผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่รอคอยเธอมานานกว่าทศวรรษ ยังคงยืนอยู่เคียงข้างเธออย่างมั่นคง และในที่สุด เธอก็เลือกก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของตนเอง—เส้นทางของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เป็นผู้ควบคุมโชคชะตาของโลกทั้งใบอย่างแท้จริง
ตอน
อ่านเลย
แชร์