หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทชู้ซาตาน

ทาสสวาทชู้ซาตาน

8.8 / 10.0

ทาสสวาทชู้ซาตาน ตอนที่ 1

1

เผลอใจเพราะมัวเมา

กายแบบบางสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่มลายการ์ตูนมิกกี้เม้าส์ ห่าฝนยังกระหน่ำซัดไม่ขาดสาย เสียงฟ้าร้องคำรามก้องครืนๆ ผ่าเปรี้ยงทีเจ้าของร่างบางเป็นต้องสะดุ้ง ฝนไม่กลัวแต่กลัวฟ้าโดยเฉพาะเสียงและแสงของสายฟ้าที่ผ่าฟาดลงที่ไหนสักแห่ง มารียัน รัชตะโยธิน หลับตาปี๋ เรือนร่างแบบบางในชุดนักศึกษาเปียกปอนจากห่าฝน ร่มเล็กมิอาจกั้นสายน้ำที่สาดซ่านไปทั่วทุกบริเวณหย่อมหญ้า

สายตากลมโตหยีเล็กเพื่อเพ่งเล็งไปทั่วทุกทิศทาง สายฝนคงปิดทางไม่ให้เธอหนีไปไหน ร่างกายสั่นระริกฟันกัดกระทบกันดังกึกๆ มารียัน วัย 20 ปี หนาวเหน็บจนปากซีด

‘ทำไงดี ฝนตกหนักขนาดนี้จะไปไหนได้’

ต้องเลือกระหว่างทางซ้าย ซึ่งต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร จะถึงคอนโดมิเนียมหรูของน้าสาว ปรีชญา บริพัตน์กายชล น้าสาววัย 43 ปีของเธอ หรือจะไปทางขวาอีก 10 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านของเธอซึ่งอยู่กับแม่เพียงลำพัง ใกล้หรือไกล มารียันก็ต้องเลือกหนทางที่ใกล้ ดูท่าฟ้าจะไม่เปิดทางให้เธอกลับถึงบ้านในตอนนี้

สาวน้อยวัยกระเตาะกางร่มที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยไปทางซ้าย เดินต่อไปถึงคอนโดมิเนียมหรูราคาแพงมาก น้าสาวของเธอเป็นเจ้าของห้องพักบนตึกสูงระฟ้านี้ ไม่สิ มันเป็นของน้าเขยของเธอต่างหาก สามีของน้าปรีชญาชื่อกาย บริพัตน์กายชล น้าเขยอายุน้อยกว่าน้าปรีชญา 4 ปี แต่งานนี้ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด หรืออย่างในหนังไทยที่ว่าฝ่ายหญิงอายุมากกว่าต้องเลี้ยงดูฝ่ายชายที่อายุน้อยกว่า เพราะน้าเขยวัย 39 เป็นผู้ชายต้นแบบที่ทุกคนควรจะเอาเยี่ยงอย่าง เขาประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุเพียง 30 มีธุรกิจใหญ่โต มีบ้านหลังเบ้อเริ่ม งานอดิเรกคือการซื้อรถซูเปอร์คาร์ ที่ในขณะนี้มีในครอบครองไม่ต่ำกว่า 10 คัน

ที่สำคัญก็คือ น้ากายหล่อมาก หล่อกว่าดาราดังๆ ในยุคนี้หลายคนทีเดียว

เท้าบางๆ ก้าวไวขึ้นเมื่อห่าฝนยิ่งกระหน่ำกลืนทุกสิ่งไปต่อหน้าต่อตา ตกมานานกว่าชั่วโมงระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าตกติดต่อกันทั้งคืนมีหวังน้ำท่วมกรุงเทพฯ แน่แท้

มารียันถอนใจเอาลมหายใจอุ่นๆ ออกจากรูจมูก หนาวสั่นจนอยากจะกลายเป็นลูกหมาแล้วสะบัดขนพรืดๆ เธอหุบร่มแล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการ เธอเคยมาที่นี่แล้ว 3 หนกระมัง ทุกครั้งก็มากับแม่ เอาโน่นนี่นั่นมาให้น้าปรีชญา หวังว่าจะไม่แห้ว หวังว่าจะเจอน้าสาวจะได้ขอพักหลบฝนคลายหนาวสักหน่อย

เมื่อมาถึงห้องชุดสุดหรูหมายเลข 20321 สาวน้อยก็กดกริ่ง ทว่าไม่มีใครเปิดประตู สาวน้อยกดกริ่งเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ก็ยังไม่มีใครเปิดประตู มารียันลองบิดลูกบิดเพียงนิดเดียวประตูหนาหนักก็เปิดกว้าง เธอก้าวเข้าไปด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้รอยยิ้มของเธอหุบฉับ

‘กรี๊ดดดดดดดดดดดด’ เสียงของเธอดังลั่นอยู่ในอก มือบางตะปบปิดปากตัวเองกลั้นเสียงร้องไม่ให้ออกมาก

ภาพที่เห็น คือภาพของปรีชญาเปลือยเปล่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอ้าซ่าอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลไหม้ แขนทั้งสองข้างยกพาดไว้บนพนัก เต้านมขาวผ่องอยู่ในกำมือของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่น้าเขยของเธอ เต้านมอีกข้างถูกชายคนนั้นดูดดื่มอย่างตะกละตะกลามหิวโหย ทั้งคู่ไม่ได้ใส่ใจเธอเหมือนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอยืนนิ่งถูกสาปอยู่ตรงนี้

ต้นขาของน้าสาวตั้งชันแบะอ้าให้ผู้ชายคนนั้นกระเถิบตัวลงต่ำ แล้วสิ่งที่ทำให้มารียันต้องกลั้นหายใจกลัวแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเองก็คือ ริมฝีปากของผู้ชายคนนั้นกำลังกดลงแนบกลีบแคมอันอุดมไปด้วยเส้นไหมสีน้ำตาลอ่อน

‘โอ้แม่เจ้า นี่มันอะไรกัน’

ลิ้นหนาๆ แผ่กว้างเลียกลีบแคมของน้า ร่างของน้าเกร็งเครียดแล้วสั่นระริก

“โอ้ววว เสียวจังเลย ซี้ดดดด ร่องฉันสั่นไปหมดแล้วแพทริก อ๊า”

“ครางแบบนี้แสดงว่าสั่นสู้ ผัวคุณเอาเก่งแบบผมหรือเปล่าปรี”

“ซี้ดดดดด ม่ายเลย เขาสู้คุณไม่ได้สักนิดแพทริก อ๊ะ โอ้ววว”

กลีบแคมของน้าปรีชญาทำเอามารียันแทบทรุด นี่เธอกำลังดูอะไร ฉากเซ็กส์ หรือหนังโป๊ สองคนนั่นกล้าทำแบบนี้ตอนกลางวันแสกๆ เชียวหรือ

โอว...ทำไมน้าปรีถึงกล้านอกใจน้ากาย ทั้งที่น้ากายหล่อกว่าผู้ชายหัวล้านใสปิ๊งคนนี้เยอะ

“อูยยย แพทริกคะ เอาปรีแรงๆ นะคะ เอาให้ร่องปรีถลอกไปเลย ได้โปรด”

“ผมรู้ คุณชอบความรุนแรง ผัวคุณคงจืดชืดเป็นน้ำยาเย็นสินะปรี ไม่อยากเชื่อ ทั้งที่มันเด็กกว่าคุณหลายปี แต่สงสัยเรี่ยวแรงมันคงไม่มากพอจะมัดใจคุณได้เท่าผม”

“อย่าถามปรี เอาปรีสิคะแพทริก ปรีอยากกอดท่อนเอ็นของคุณจะแย่แล้ว”

“ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะสะใจของผู้ชายชื่อฝรั่งหัวล้าน แต่พูดไทยชัดเจนคนนั้นทำให้คนที่ยืนค้างเหมือนถูกสาปรู้สึกตัว แล้วถอยหลังออกจากกรอบประตูนั้นก่อนค่อยๆ ปิดสนิท

มารียันยกมืออุดปากเบิกตากว้างโพลงเมื่อเธอหมุนกายไปชนกำแพงเลือดเนื้อสูงตระหง่าน น้าเขยของเธอนั่นเอง ทำให้เธอน้ำตาแทบร่วงอดสูใจกับความเส็งเคร็งของน้าสาว อับอายขายหน้าแทน ใครเลยจะคิดว่าผู้หญิงที่มีหน้าที่การงานดี แต่งงานกับเศรษฐีรูปหล่อจะคิดนอกใจสามีเล่นชู้ถึงในบ้าน

“มารียันงั้นรึ” กายเลิกคิ้วคมเข้มขึ้นสูง ทุกครั้งที่เจอเธอ เขามักจะกวาดตามองไปทั่วเรือนร่างบอบบาง มักจะคำนวณอายุเธอจากรูปร่างหน้าตาแล้วเปรียบเทียบกับอายุจริงๆ ความแตกต่างของวัยเป็นเรื่องที่เขาต้องถอนใจอย่างหนักหน่วง ตัวเลขนั้นทำให้ระยะห่างดูจะทอดยาวออกไปไกล

“สวัสดีค่ะน้ากาย” มารียันประนมมือไหว้ เนื้อตัวของเธอยังคงเปียกมะลอกมะแลกเหมือนลูกหมาตกน้ำ

“ตากฝนมาทำไมไม่เข้าไปข้างใน หรือปรีไม่อยู่”

กายก้าวเฉียงเพื่อไขกุญแจห้อง ทว่า

“ไม่ต้องค่ะน้ากาย มารีไม่อยากรบกวน เอ่อ น้ากายมีอีกห้องไม่ใช่หรือคะ”

เธอรู้ว่าเขาซื้อห้องชุดเอาไว้ติดกันและมีแพลนจะรวมให้เป็นห้องใหญ่ กายพยักหน้าเอียงคอน้อยๆ แววตาของเขาเหมือนรู้เท่าทันความคิดของเธอ สาวน้อยส่ายหน้าระรัว

“มารีอยากอยู่กับน้ากายโดยไม่มีน้าปรีอยู่ด้วย” พูดไปแล้วตากลมก็โตเท่าไข่ห่าน ยกมือปิดปากไม่ทันเสียแล้ว นี่เธอหลุดปากพูดอะไรออกไป

“คะ คือ คือว่ามารีแค่” จะแก้ตัวยังไงล่ะทีนี้

“มานี่เถอะ”

กายกระตุกมือมารียันไปห้องข้างๆ แล้วไขประตูเข้าไป ภายในห้องนี้ยังไม่ได้ตกแต่งใดๆ เฟอร์นิเจอร์มีแค่พอไม่ให้ว่างเปล่า และตอนนี้มันโล่งมากในความรู้สึกของเด็กสาว กายสำรวจท่าทีของหลานเมียก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วเหนี่ยวร่างบอบบางให้นั่งบนตัก

“อุ๊ย น้ากาย”

มารียันไม่คิดว่ากายจะให้เธอนั่งบนนี้ มันใกล้ชิดเกินไป มันไม่เหมาะสม ไม่ควรอย่างยิ่งที่หลานสาวอย่างเธอจะนั่งบนตักน้าเขย เธอพยายามขยับลุกจากตักติดที่มือกายซึ่งกดลงบนหน้าขา สายตาของเขาตรึงเธอให้อยู่นิ่ง

“เธอว่าอยากจะอยู่กับฉันสองต่อสองไม่ใช่รึ”

ลมหายใจของมารียันทวีความร้อนแรงอยู่ในทรวงอก การจะดึงเขาออกห่างสถานการณ์อันน่ารังเกียจก็ดีหรอก เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของน้าปรีชญาก็ใช่ แต่การจะอยู่กับชายหนุ่มวัย 39 ที่มีความหล่อเหลาถึงขีดสุด เรือนร่างของเขาตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อมันยากยิ่ง ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนกำลังรดใบหน้าเธอ มารียันถอนใจเมื่อลอบมองริมฝีปากหยักลึกสีเข้มนิดๆ ของเขา

อาการช้อนตามองริมฝีปากทำให้เส้นบางๆ ที่ขึงคาดกั้นไว้นั้นขาดผึง กายกดปากร้อนระอุทาบปากอิ่มเต่งตึง ใช้สองมือตรึงดวงหน้าหวานที่กำลังซีดสลับแดง วนหัวแม่มือกับแก้มนุ่มและกกหู

“อา หวานจัง เธอรู้มั้ยฉันอยากลิ้มลองรสชาติริมฝีปากเธอมานานแค่ไหนแล้ว”

“คะ น้ากาย วะ ว่าอะไรนะคะ”

ไม่รู้ทำไม มารียันถึงเห็นรอยยิ้มบางๆ ของกายเย็นเยียบชวนขนลุก แม้ว่ารอยยิ้มบางๆ นั้นจะชวนมองแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วราวจะซุกซ่อนอะไรไว้บางอย่าง มารียันคิดถึงรอยยิ้มแว่บเดียวที่เขาเคยยิ้มให้เมื่อนานมาแล้ว รอยยิ้มนั้นช่างอ่อนโยนไม่เหมือนครั้งนี้ ซึ่งมันเต็มไปด้วยความท้าทายและชัยชนะ

กายกดปากลงบนซีกแก้มขาวสลับแดง เว้าวอนฉกฉวยโอกาสจากเธอชนิดที่ทำให้สาวน้อยขนลุกเกรียว เธอเอียงหน้าหลบซ้าย เขาก็จูบแก้มขวา พอเอียงหน้าหลบขวาเขาก็จูบแก้มซ้าย พอจะก้มหน้าหนีทั้งซ้ายและขวาเขาก็จูบกลางกระหม่อม แล้วผลักเธอให้เงยหน้าสบตาคมกริบคู่นั้น

“ได้แต่มองอยู่ห่างๆ ใครจะรู้บ้างว่าทรมานแค่ไหน”

“ฮะ อะ เอ่อ น้ากายพูดเรื่องอะไรคะ มารีงง”

“หนูมารี” เสียงทุ้มแผ่วเบาชวนให้ใจเต้นแรง มารียันผ่อนลมหายใจก่อนขับขานด้วยความลืมตัว เสียงเล็กของเธอไพเราะเสนาะหู เชื้อชวนเขาโดยไม่รู้ตัว

“ขา”

กายอดใจไม่ไหวเชยคางมนที่พยายามก้มงุดเพื่อจูบปาก มารียันตัวสั่น ดูว่าความหนาวเหน็บหรือความเย็นจากเสื้อผ้าเปียกปอนจะทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่เห็นผนังห้องคงคิดว่ากำลังยืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ยังกระหน่ำระห่ำเสียงเซ็งแซ่เข้ามาให้ได้ยิน

อ่านต่อ

สารบัญ ทาสสวาทชู้ซาตาน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย กาศเวลาที่สวยงาม
7.3
ภรรยาของซิงต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่เมื่อตกเป็นจำเลยในข้อหาคบชู้ เธอพยายามอธิบายความจริงให้จือผู้เป็นอาของสามีฟัง ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิด เธอไม่เคยคิดยั่วยวนเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าคำแก้ตัวกลับไร้ผล จือมองเธอด้วยสายตาเย็นชาและรังเกียจ เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหญิงแพศยาที่คิดทรยศหลานชายของตนเอง ด้วยโทสะและความขยะแขยง จือจึงตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาด เขาข่มขู่ว่าจะตามตัวซิงให้มาเห็นความเน่าเฟะนี้ด้วยตาตัวเอง เพื่อกระชากหน้ากากและแฉให้ทุกคนได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของสะใภ้คนนี้
หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ใบบัวต้องเผชิญชะตากรรมสุดรันทดเมื่อเธอถูกส่งไปเป็นของบรรณาการเพื่อชดใช้หนี้ที่ตนไม่ได้ก่อ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่งจึงตักตวงผลประโยชน์จากเธออย่างคุ้มค่า ทว่าท่ามกลางความเร่าร้อนของไฟปรารถนาที่แผดเผา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยเพราะเสน่ห์ของเธอ จากทัณฑ์ร้ายกลายเป็นความรักที่เอเดนปรารถนาจะกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวตลอดกาล
ตอน
อ่านเลย
แชร์