หน้าปกนวนิยาย พิศวาสตำหนักลืมเลือน

พิศวาสตำหนักลืมเลือน

8.6 / 10.0
เฟิงหลง อุปราชปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งเป่ยถัง ครองชีวิตอมตะพร้อมญาณหยั่งรู้ในตำหนักลืมเลือนมานานกว่าสามศตวรรษ ด้วยคำสาปร้ายที่ทำให้ผู้เข้าใกล้ต้องสลายเป็นเถ้าถ่าน ทว่าองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยกลับเป็นสตรีเพียงนางเดียวที่สัมผัสกายเขาได้ ก่อเกิดเป็นสายใยรักลึกซึ้งท่ามกลางความลึกลับ แม้ตำหนักจะเลือนหายไปพร้อมพันธสัญญา แต่หัวใจของเขายังคงเฝ้ารอคอยนางหวนคืนมาเพื่อครองรักกันอีกครั้งตามคำสัตย์สาบานที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่พันปีใจของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป

พิศวาสตำหนักลืมเลือน ตอนที่ 1

แคว้นเป่ยถัง

       แคว้นเป่ยถังตั้งอยู่ระหว่างกลางแคว้นต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยน มีพรมแดนติดกับต้าเหยี่ยนเสียเป็นส่วนใหญ่ และติดกับชายแดนของคนเถื่อนหรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือชาวทุ่งหญ้า ท่ามกลางแคว้นใหญ่ที่ล้อมรอบและชาวเผ่าทุ่งหญ้าที่ต้องการครอบครองเป่ยถังมาโดยตลอด มาจากสาเหตุที่เป่ยถังมีพื้นที่ราบเหมาะทำการเกษตรและให้พืชผลเป็นอย่างดีเยี่ยม

       อีกทั้งอากาศภายในแคว้นไม่แปรปรวน มีครบทั้งฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จึงทำให้พืชผลทางการเกษตรมีออกมาครบทุกฤดูกาล มีเทือกเขาสูงและอากาศที่เย็นจัดจนเป็นเทือกเขาน้ำแข็งเฉพาะที่มีชายแดนติดต่อต้าเหยี่ยนเท่านั้นซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือสุด และที่สำคัญเป่ยถังมีทองคำและหยกสูงค่าเนื้องามหายากอย่างยิ่งยวดที่เกิดจากธรรมชาติซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงทั้งลูก

       และด้วยสาเหตุที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีภูมิประเทศคล้ายหัวมังกรเกือบครึ่งตัวเลยที่เดียว ส่วนหัวคือเทือกเขาสูงเสียดฟ้า ส่วนลำตัวนั้นคือพื้นที่ราบและมีแม่น้ำฉางเจียงซึ่งไหลมาจากตอนเหนือสุดพาดผ่านมาจากดินแดนแห่งคนเถื่อน(ทิเบต) หรือในปัจจุบันเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำแยงซีเกียง

จึงทำให้เป่ยถังมีภูมิประเทศที่เป็นปราการด่านทางธรรมชาติ ยากยิ่งนักที่จะยกทัพบุกเข้าแผ่นดินแห่งนี้ได้โดยง่ายทั้งต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยนรวมไปถึงชนเผ่าทุ่งหญ้าจะต้องใช้กำลังความคิดและกำลังทหารอย่างมหาศาลมากมายยิ่งนักที่จะสามารถฝ่าเทือกเขาสูงเสียดฟ้า และแม่น้ำฉางเจียงซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่เข้ามาถึงเป่ยถังได้

       ด้วยเหตุนี้เองเป่ยถังจึงอยู่รอดปลอดภัยมานานถึง 329 ปี มีเจ้าผู้ครองแคว้นหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนขึ้นปกครองมาอย่างยาวนาน โดยมีราชวงศ์เฟิงปกครองแคว้นเป่ยถังมาโดยตลอด ซึ่งสถาปนาแคว้นมาพร้อมกับต้าซางซึ่งมีราชวงศ์ซางปกครอง ในขณะที่เป่ยถังนั้นมีราชวงศ์เฟิงสืบสายสกุลมาตั้งแต่โบราณเช่นเดียวกับราชวงศ์ซางเช่นกัน

และสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป่ยถังดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นหนึ่งในแคว้นใหญ่อยู่ในเวลานั้นมาจากอุปราชแห่งเป่ยถัง พระนามว่าเฟิงหลง พระองค์คืออุปราชของแคว้นเป่ยถังมาตั้งแต่ประกาศสถาปนาแคว้น และพระองค์คือผู้ก่อตั้งแผ่นดินเป่ยถังทั้งหมดอันกว้างใหญ่ไพศาลและได้ภูมิประเทศที่ดีล้วนมาจากฝีมือของพระองค์ทั้งสิ้น

ตำนานของแคว้นเป่ยถังเล่าขานกันต่อๆ มาว่าอุปราชเฟิงหลงสังหารกองทัพนับหลายแสนชีวิตของฝ่ายศัตรูตรงกันข้าม ด้วยวิธีการ เพียงแค่เสด็จพาดผ่านทุกชีวิตที่อยู่ภายในระยะใกล้ ร่างพลันสลายไปเองเพียงชั่วพริบตา ทำให้ได้รับชัยชนะเหนือแคว้นใดทั้งหมดในเวลานั้น ต่อหน้ากองทหารจากสามแคว้นที่รวมตัวกันบุกยึดเป่ยถังเพื่อหวังแบ่งปันแผ่นดินออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยซึ่งอยู่ติดกับเขตชายแดนของตัวเอง

เมื่อเหตุการณ์กลับแปรเปลี่ยน แทนที่เป่ยถังจะล่มสลายกาลกลายเป็นว่ากองทัพจากทั้งสามแคว้นสลายหายไปเพียงชั่วพริบตาเสียเอง จึงทำให้เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างไปทั่วทุกสารทิศ ว่าพระองค์คือ “อุปราชปีศาจ”

ทั้งสามแคว้นไม่กล้าที่จะนำชีวิตของเหล่าแม่ทัพและกำลังทหารต้องมาสังเวยหรือก่อสงครามกับเป่ยถังอีกตราบใดที่อุปราชปีศาจยังคงอยู่ พระองค์ได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้น เป็นหนึ่งก้านธูปที่สังหารชีวิตฝ่ายตรงกันข้ามไปเพียงชั่วพริบตา

ครั้นชัยชนะได้ตกเป็นฝ่ายของเป่ยถังหากแต่อุปราชเฟิงหลงกลับไม่ขึ้นครองแผ่นดินแต่มอบให้เฟิงหู่ พระอนุชาขึ้นปกครองราชบัลลังก์แทน โดยมีพระองค์ดำรงตำแหน่งมหาอุปราช ทรงคอยให้คำปรึกษาในการบริหารแผ่นดินของเจ้าแคว้นเป่ยถังและสืบต่อเช่นนี้เรื่อยมาโดยตลอด

จวบจนกระทั่งกาลเวลาผ่านไปนานกว่า 329 ปี อุปราชเฟิงหลงก็ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่มาอย่างยาวนานหาได้สิ้นพระชนม์ดั่งเช่นองค์ฮ่องเต้ซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลานของพระองค์แต่อย่างใด

ในขณะที่เจ้าผู้ครองแคว้นของเป่ยถังนั้นต่างสวรรคตไปตามระยะกาลเวลาของอายุขัยพระองค์แล้วพระองค์เล่า แต่อุปราชเฟิงหลงกลับยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่เช่นนั้นดุจเดิม หากรวมพระชนมายุในขณะที่ทำการสถาปนาแคว้นเป่ยถังซึ่งในเวลานั้นพระองค์มีพระชนมายุ 23 พระชันษา นั่นก็เท่ากับว่าอุปราชเฟยหลงในเวลานี้ทรงมีพระชนมายุมากถึง 352 พระชันษาแล้ว

อุปราชปีศาจประทับอยู่ภายในพระตำหนักอี๋หว่างกุง ซึ่งเป็นพระตำหนักส่วนพระองค์อยู่ทางทิศบูรพาของพระราชวังถังเฉี่ยนมาอย่างช้านาน หรือที่ผู้คนทั่วไปรวมไปถึงข้าราชบริพารภายในพระราชวังหลวงถังเฉี่ยน ต่างพากันเรียกขานว่าตำหนักลืมเลือน ซึ่งพระตำหนักดังกล่าวถูกสร้างขึ้นประหนึ่งพระราชวังหลวงเช่นเดียวกับพระราชวังถังเฉี่ยนและยิ่งใหญ่เหนือเสียยิ่งกว่าพระราชวังหลวงเสียอีกด้วยซ้ำนับตั้งแต่สร้างแคว้นและให้มีพระบัญชาสร้างพระราชวังถังเฉี่ยนขึ้นมา

ซึ่งมีพื้นที่นับหลายร้อยหมู่ กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเป็นยิ่งนัก เฉพาะพระตำหนักอี๋หว่างกุงหรือตำหนักลืมเลือนเพียงแห่งเดียว ก็มีพื้นที่ถึงร้อยหมู่มีข้าราชบริพารส่วนพระองค์และทหารองครักษ์เปรียบเสมือนกองทัพย่อมๆ ที่ถวายความจงรักภักดีต่ออุปราชผู้สร้างแคว้นเป่ยถัง นับพันชีวิตและกองทหารอีกหนึ่งหมื่นนาย คอยดูแลและถวายอารักขาอยู่ภายในพระตำหนักดังกล่าวมาอย่างช้านาน

ทว่าเจ้าของตำหนักอี้หว่างกุงหรือพระตำหนักลืมเลือน หาได้ปรากฏพระวรกายมาให้ผู้ใดได้พานพบมานานถึง 329 ปีแล้ว นับตั้งแต่ยกพระราชบัลลังก์นี้ให้แก่พระอนุชาปกครอง

ส่วนพระองค์นั้นกลับประทับอยู่แต่ภายในพระตำหนักอี๋หว่างกุงมาโดยตลอด หากเจ้าผู้ครองแคว้นเสด็จมาเข้าเฝ้าเพื่อขอคำปรึกษาต่างๆ จากมหาอุปราช ก็จะประทับคอยอยู่ภายในห้องหนังสือซึ่งจะได้ยินแต่เพียงพระสุรเสียงเท่านั้นที่ให้คำปรึกษา

พระสิริโฉมของอุปราชเฟิงหลงหามีผู้ใดได้พานพบเพราะไม่สามารถมีผู้ใดเข้าใกล้พระองค์ได้เลย ด้วยเพราะมีเสียงเล่าลือต่อๆ กันมาว่าอุปราชเฟิงหลงทรงฝึกวิชาลึกลับที่ไม่เคยปรากฏบนผืนแผ่นดินนี้ เพื่อทำให้เป่ยถังเป็นปึกแผ่นและแข็งแกร่งยืนหนึ่งกว่าแคว้นใดทั่วหล้า

วิชาลึกลับดังกล่าวทำให้พระองค์มีวรยุทธ์ที่หาผู้ใดทัดเทียม ผู้ที่เข้าใกล้พระองค์อย่าว่าแต่สัมผัสเลยเพียงแค่ย่างกายเข้ามาใกล้ในระยะยังไม่ถึงสิบฉื่อเสียด้วยซ้ำ ร่างจะต้องสลายเหลือเพียงเถ้าธุลีขาว และนั่นจึงทำให้พระองค์ทรงได้รับสมญานามว่า”อุปราชปีศาจ”

และนี่คือเหตุผลว่าเพราะอะไรอุปราชเฟิงหลง จึงทรงประทับอยู่แต่ในพระตำหนักเพียงพระองค์เดียวมาโดยตลอด ไร้สิ้นพระชายาเคียงข้างพระวรกาย พระสนมและพระโอรสพระราชธิดาแต่อย่างใด

ตำนานแคว้นเป่ยถังต่างพากันเล่าขานต่อๆ กันมาว่า ในช่วงที่พระอนุชาทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ มีเพียงฮ่องเต้เฟิงหู่พระองค์เดียวเท่านั้นที่เข้าเฝ้าพระเชษฐาเพื่อมาเยี่ยมเยือนอยู่สม่ำเสมอ

ด้วยฮ่องเต้เฟิงหู่สงสารในชะตากรรมของพระเชษฐาที่จะต้องพบกับความทรมานในพระชนม์ชีพหลังจากฝึกวิชาลึกลับนี้สำเร็จจนสามารถรวบรวมแผ่นดินเป่ยถังจนสำเร็จ ทว่ากลับทำให้พระองค์ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย ทรงประทับอยู่อย่างอ้างว้างแต่เพียงลำพังในพระตำหนักอี๋หว่างกุงแต่เพียงผู้เดียว

แม้แต่คนสนิทและข้าราชบริพารที่คอยถวายการรับใช้ยังไม่อาจอยู่ใกล้ได้ ต้องอยู่ให้ห่างจากพระวรกายเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตัวเอง

ครั้นฮ่องเต้เฟิงหู่สวรรคตลงและเจ้าผู้ครองแคว้นพระองค์ใหม่ซึ่งเป็นหลานของอุปราชเฟิงหลงขึ้นปกครอง อุปราชผู้กล้าก็ไม่ให้ผู้ใดพานพบพระพักตร์อีกเลย

มีเพียงอนุญาตให้แค่มาเข้าเฝ้าถวายพระพรหรือขอคำปรึกษาหารือราชการแผ่นดินได้เท่านั้น ถึงกระนั้นก็ต้องจัดที่ประทับให้อยู่ห่างพระองค์อย่างน้อยสิบจั้งจึงจะปลอดภัยกับชีวิตของทุกคน และจะสามารถเห็นอุปราชผู้สร้างเป่ยถังผ่านทางม่านสีขาวซึ่งนำมาขวางกั้นเอาไว้ ในขณะที่องค์อุปราชประทับอยู่บนตั่งเพื่อให้คำปรึกษา

ทว่าในระยะสามร้อยปีให้หลังฮ่องเต้เป่ยถังในรัชสมัยต่อๆ มา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับอุปราชเฟิงหลงดั่งช่วงต้นรัชกาลแต่อย่างใดไม่เข้ามาขอคำปรึกษาและหารือดั่งที่ควรจะเป็น ด้วยเพราะได้ลืมเลือนการเสียสละและสิ่งที่อุปราชเฟิงหลงได้ทรงมอบให้ไว้ไปจากความทรงจำจนหมดสิ้น

ด้วยเหตุนี้ “อุปราชปีศาจ” จึงถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของผู้คน เป็นสาเหตุทำให้ตำหนักอี้หว่างกุง กลายเป็นตำหนักที่ถูกลืมในเวลาต่อมา ซึ่งอุปราชผู้กล้าก็ไม่ได้ใส่พระทัยแม้แต่น้อยในความคิดของลูกหลานชนรุ่นหลัง ตรงกันข้ามพระองค์กลับทรงคิดว่าเป็นการดีกับชีวิตของทุกคนที่ไม่ต้องมาจบลงโดยไม่รู้เรื่องราวแต่อย่างใด

ทว่าถึงแม้ว่าอุปราชเฟิงหลงซึ่งประทับอยู่ภายในตำหนักอี๋หว่างกุงจะถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้รับการดูแลเอาใจใส่มิให้ตำหนักต้องตกอยู่ในสภาพรกร้างและทรุดโทรมแม้แต่น้อย ทุกชีวิตภายในตำหนักลืมเลือนยังใช้ชีวิตเป็นปกติและมีความสุขและสงบมากกว่าในเขตราชสำนักของถังเฉี่ยนเสียด้วยซ้ำ

โดยที่ฮ่องเต้ในรัชสมัยต่อมาไม่เคยคิดจะพระราชทานทรัพย์ในท้องพระคลังหลวงนั้นเผื่อแผ่มาที่ตำหนักลืมเลือนแม้แต่อย่างใด ตรงกันข้ามอุปราชเฟิงหลงกลับทรงมีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อย่างมหาศาลที่หามีผู้ใดล่วงรู้

นั่นก็คือทองคำที่ซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงเสียดฟ้าทั้งลูก มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าเทือกเขาลับดังกล่าวเต็มไปด้วยทองคำและหินหยกหายาก ทรงนำมาแปรสภาพและนำมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในตำหนักของพระองค์ให้กับทุกชีวิตอย่างไม่เดือดร้อนแต่อย่างใดตลอดหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้พระตำหนักลืมเลือนจึงถูกตัดขาดจากเขตพระราชวังหลวงถังเฉี่ยนนับตั้งแต่นั้นมา บ้างก็คิดว่าด้วยกาลเวลายาวนานนับสามร้อยปีที่ล่วงเลยผ่านไปนั้น อุปราชเฟิงหลงผู้ก่อตั้งแผ่นดินเป่ยถังสิ้นพระชนม์ไปนานมากแล้ว บ้างก็คิดว่าหากยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่จริง

เพราะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการฝึกวิชาลึกลับดังกล่าว อดีตอุปราชผู้กล้าก็จะต้องทรงชราภาพเสียจนยากยิ่งนักที่จะลุกเหินไปไหนต่อไหนได้อีกต่อไป และมองอะไรไม่เห็นอีกแล้วเปรียบซากคนตายแต่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อสันนิษฐานกันไปเองตลอดสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา

แม้ว่าจะมีเสียงเล่าลือเสียงกล่าวอ้างไปต่างๆ นานา แต่ก็ไม่มีฮ่องเต้เป่ยถังพระองค์ใดหาญกล้าถอดถอนพระยศของพระองค์และบุกยึดเพื่อเข้าครอบครองตำหนักลืมเลือน

ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงหู่ปฐมราชวงศ์ทรงมีพระราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ใดทำการถอดถอนพระยศและหมิ่นพระเกียรติพระเชษฐาของพระองค์ เพราะนั้นหมายถึงหายนะร้ายจะมาเยือนแก่ทุกชีวิตหากอุปราชในตำนานเสด็จออกจากพระตำหนักลืมเลือนมาสู่ภายนอก

จวบจนกระทั่งกาลเวลาได้มาถึงรัชสมัยฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งขึ้นปกครองแคว้นตั้งแต่พระชนมายุ 17 พระชันษาจวบจนในเวลานี้ทรงมีพระชนมายุ 42 พระชันษา พระองค์เป็นฮ่องเต้เป่ยถังที่เต็มไปด้วยปัญญาอันปราดเปรื่อง และทรงมีพระวรกายที่สูงใหญ่สง่างามและน่าเกรงขาม

อีกทั้งทรงมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ จึงเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่อีกทั้งยังเป็นนักรักตัวยง ทรงมีเซวียนฮองเฮาเป็นแม่ของแผ่นดินและฟูเหรินทั้งสี่ รวมไปถึงมีพระสนมมากมายอีกนับร้อยกว่าพระองค์ ซึ่งมาจากการออกล่าดินแดนและการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างแคว้น ทำให้แผ่นดินเป่ยถังมีดินแดนขยายออกกว้างไกลกว่าที่มีอยู่

ฮ่องเต้เฟิ่งอวิ๋น ทรงมีพระโอรสสามสิบห้าพระองค์และพระราชธิดาอีกสิบเก้าพระองค์ รวมจำนวนพระโอรสและพระราชธิดาทั้งสิ้นถึงห้าสิบสี่พระองค์

ด้วยเหตุนี้รัชสมัยของฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นจึงมีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทั้งวังหน้าและวังหลังจนภายในราชสำนักไร้ความสุขสงบอย่างยิ่งยวด ข้างฝ่ายขุนนางก็เอาแต่ดีใส่ตัวและประจบสอพลอเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจของตัวเอง

อ่านต่อ

สารบัญ พิศวาสตำหนักลืมเลือน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
หน้าปกนวนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
ตอน
อ่านเลย
แชร์